💭bloom where you are planted and sow where you are fed.
ผลิบานในที่ที่คุณถูกปลูก หว่านไถในที่ที่คุณได้รับอาหาร
― Stella Payton

Murray Rothbard

เมอร์เรย์ รอทบาร์ด (Murray Newton Rothbard) นักเศรษฐศาสตร์สายออสเตรีย (Austrian School)  ผู้เขียน Man, Economy, and State รอทบาร์ด เกิดวันที่ 2 มีนาคม 1926 ในนิวยอร์ค ซิตี้, สหรัฐฯ พ่อของเขาชื่อเดวิด (David Rothbard) และแม่ชื่อว่าเรอี (Rae Rothbard) ทั้งคู่เป็นยิวที่อพยพเข้ามาในสหรัฐฯ โดยเดวิดนั้นเกิดในวอร์ซอว์, โปแลนด์ และได้เดินทางย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯ ตอนที่เขาอายุสิบเจ็ดปี  ส่วนเรอีนั้นมาจากรัสเซีย 1945 จบปริญญาตรีคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) 1953 แต่งงานกับโจแอน (JoAnn Beatrice Schumacher)  1956 จบปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์  ซึ่งรอทบาร์ใช้เวลานานกว่าจะสำเร็จปริญญาเอกเพราะว่าเขามีปัญหากับอาจารย์ที่ปรึกษาของเขา โจเซฟ ดอร์ฟแมน (Joseph Dorfman) ซึ่งปฏิเสธวิทยานิพนธ์ของเขา ไม่นานหลังจากจบปริญญาเอก รอทบาร์ดก็ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนโวลเกอร์ (William Volker Fund) ในการเขียนหนังสือ ซึ่งต่อมาเขาก็ได้เข้าทำงานกับกองทุนโวลเกอร์ในตำแหน่งนักวิเคราห์อาวุโส 1962 เขียน Man, Economy and State ออกมา ในปีนี้กองทุนโวลเกอร์ปิดตัวลง ทำให้รอทบาร์ดต้องหางานทำใหม่ โดยเขาได้งานเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่สถาบันโพลีเทคนิคบรู๊คลิน (Brooklyn Polytechnic Institute) ในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ให้กับนักศึกษาวิศว 1976 ร่วมก่อตั้ง Center for Liberatran Studies 1977 ร่วมก่อตั้ง Journal…

0
Read More

Zhang Qian

จาง เฉียน (张骞) ทูตจากราชวงศ์ฮั่น ซึ่งส่งออกไปเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างชาติในช่วง ศตวรรษที่ 2 ซึ่งการเดินทางของเขาเป็นการเปิดทางให้เกิดเส้นทางสายไหม (Silk Road) ขึ้นมา จางเฉียน เกิดในปี 200 BC ในฮานจง, มณฑลส่านซี (Hanzhong, Shaanxi)  140 BC ต่อมาราวปี 140 BC- 135 BC จางเฉียนได้ย้ายมาอยู่ในฉางอัน (Chang’an) ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเข้าทำงานในราชสำนักของจักรพรรดิหวู่ตี้ (Emperor Wu, 汉武帝) แห่งราชวงศ์ฮั่น (Han dynasty) ฮั่นในขณะนั้นมีศัตรูคือ เซียงนู (匈奴,Xiongnu) ชาวเผ่าเซียงหนูนั้นอาศัยอยู่บริเวณมองโกเลียนใน (Inner Mongolia) ปัจจุบัน ซึ่งเป็นดินแดนทางตะวันต 138 BC จางเฉียนได้รับพระราชบัญชาจากจักรพรรดิหวู่ตี้ ให้เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับชาวยูชี (月氏, Yuezhi people) ซึ่งเป็นชนเผ่าเร่รอนบริเวณเอเชียกลาง บริเวณทาจิกิสถาน (Tajikistan) ปัจจุบัน ซึ่งคณะของจางเฉียนนั้นประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมด 99 คน หนึ่งในนั้นเป็นชาวเผ่าเซียงนู ชื่อกังฟู (Ganfu, 甘父) ทำหน้าที่เป็นผู้นำทาง   เป้าหมายในการเดินทางไปหาชาวยูซีในครั้งนี้เพื่อเป็นการหาพันธมิตรทางทหารให้กับฮั่นในการทำสงครามกับเชียงนูด้วย แต่ว่าระหว่างการเดินทางไปยูซี จางเฉียนต้องเดินทางผ่านดินแดนของเชียงนู ทำให้คณะของเขาถูกชาวเซียงนูจับตัวไประหว่างทาง ซึ่งจางเฉียนถูกจับขังไว้เป็นเชลยนานกว่าสิบสามปี ระหว่างที่ถูกจับเอาไว้ในเซียนนู จางเฉียนได้หญิงสาวขาวเชียงนูเป็นภรรยาและมีลูกชายด้วยกัน ซึ่งหลังจากมีลูกชายแล้วเขาก็ได้รับความไว้วางใจจากเซียนนู ในเวลาต่อมาจางเฉียน และครอบครัวของเขา รวมถึงกังฟูสามารถหลบหนีออกมาได้ และพวกเขาก็ยังมุ่งเดินทางไปยังดินแดนของชาวยูชี เพื่อสานต่อภาระกิจทูต เมื่อมาถึงต้าหยวน (Dayuan, 大宛(ต้าวาน)) ซึ่งดินแดนนี้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม…

0
Read More

Unit 731

แผนกป้องกันโรคระบาดและหน่วยกรองน้ำ (The Epidemic Prevention and Water Purification Department, 関東軍防疫給水部本部) ของกองทัพกวันตง (Kwantung Army, 关东军) ซึ่งรู้จักกันในชื่อ แมนจูเรีย เลขที่ 731 (Manchurian Unit No.731) หรือเรียกโดยย่อว่า หน่วย 731 (Unit 731) ยูนิต 731  นี้ตั้งขึ้นในปี 1935 ในหมู่บ้านปิงฝาง (Pingfang) ชานเมืองฮาบิน (Harbin) ในแมนจูเรียกัว (Manchukuo) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งขณะนั้นอยู่ใต้การครอบครองของญีปุ่น หน้าที่ของ ยูนิต 731 นี้ไม่ใช่การป้องกันโรคระบาดและกรองน้ำอย่างชื่อที่ใช้บังหน้า แต่อันที่จริงเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการค้นคว้าวิจัยอาวุธชีวภาพให้กับกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น ซึ่งเป็นภาระกิจที่ได้รับสืบทอดมาจากค่ายจงหม่า  (Zhongma Fortress) เดิมซึ่งอยู่ในเมืองฮาบินเช่นกัน ค่ายจงหม่าถูกปิดและทำลายทิ้งไปเพราะว่านักโทษที่ใช้ในการทดลองสามารถปีนหนีออกมาจากที่คุมขังได้ และข้อมูลรั่วไหลสู่สาธารณะ ทำให้ญี่ปุ่นต้องมีการสร้างสถานที่ใหม่ที่มีความมั่นคงกว่าเดิม การทดลองที่ค่ายจงหม่านี้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายพลชิโระ อิชิอิ (Shiro Ishii, 石井 四郎) ซึ่งเป็นแพทย์ทหารและเป็นนักจุลชีวะ ซึ่งชิโระ อิชิอิ หลังจากทำลายค่ายจงหม่าแล่้ว เขาก็ยังเป็นผู้รับผิดชอบยูนิต 731 อยู่เช่นเดิม สำดับเหตุกาณ์สำคัญ 1925 ญี่ปุ่นให้การรับรองสนธิสัญญาเจนีกว่า (Geneva Convention) ซึ่งห้ามการใช้อาววุธชีวภาพและอาวุธเคมีในสงคราม 1931 18 กันยายน, (Manchuria Incident) เหตุการณ์การวางระเบิดรางรถไฟในแมนจูเรียระหว่างสถานีเวนกวนตัน (Wen-kuan-tun station) กับสถานีมุกเดน (Mukden station) เป็นเหมือนสัญญาณเริ่มต้นการรุกรานจีนของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ …

0
Read More

Jonathan Swift

โจนาธาน สวิฟต์ (Jonathan Swift) ผู้เขียน กัลลิเวอร์ ผจญภัย (Gulliver’s Travels) สวิฟต์ เกิดวันที่ 30 พฤศจิกายน 1667 ในดับลิน, ไอร์แลนด์ (Dublin, Ireland) พ่อของเขามีชื่อเดียวกันว่าโจนาธาน (Jonathan Swift, 1640-1667) ส่วนแม่ชื่ออะบิเกล (Abigail Erick of Fresby on the Wreake)  สวิฟต์ มีพี่สาวหนึ่งคนชื่อเจน (Jane)  พ่อของสวิฟต์นั้นเสียชีวิตด้วยโรคซิฟิลิส (syphilis)  ก่อนที่สวิฟต์จะเกิดเจ็ดเดือน ซึ่งเมื่อสวิฟต์เกิดขึ้นมา แม่ได้มอบเขาให้กับพยาบาลคนหนึ่งซึ่งร่วมทำคลอดไป ซึ่งพยาบาลคนดังกล่าวได้พาสวิฟต์ซึ่งเป็นทารกกลับไปอยู่บ้านเกิดของเธอในคัมเบอร์แลนด์ (Cumberland) อังกฤษ   จนเมื่อสวิฟต์อายุได้ 3 ปี พยาบาลคนนั้นก็ได้นำสวิฟต์มาคืนให้กับอะบิเกล แม่แท้ๆ ของเขาที่อยู่ในไอร์แลนด์ ซึ่งอะบิเกลก็ได้ฝากสวิฟต์ให้อยู่ในความดูแลของลุงของสวิฟต์ ชื่อกีอดวิน (Godwin Swift) ส่วนผู้เป็นแม่นั้นเดินทางไปอยู่ในอังกฤษ 1673 สวิฟต์เข้าเรียที่โรงเรียนประถมคิลเคนนี่ (Kilkenny School)  1682 เข้าเรียนที่ไตรนิตี้ครอลเลจ (Trinity College) 1686 จบปริญญาตรี 1689 ช่วงการปฏิวัติกลอเรียส (Glorious Revolution) ในอังกฤษ ซึ่งกษัตริย์เจมส์ ที่ 2 (King Jaems II) ซึ่งเป็นแคโธลิก ถูกแทนที่ด้วยกษัตริย์วิลเลี่ยม ที่ 3 (William III)…

0
Read More

NFTs

Non-fungible token (NFT)  NFT เป็นทรัพย์สินดิจิตอล (digital asset) ที่ถูกประยุกต์ใช้กับทรัพย์สินได้มากมายหลากหลายประเภท ทั้งทรัพย์สินที่มีจริง และทรัพย์สินที่ไม่มีอยู่จริง อาทิ รูปกราฟฟิก, ไอเท็มในวีดีโอเกม, งานศิลปะ, บ้านและที่ดินที่สร้างขึ้นในคอมพิวเตอร์  ฯลฯ เป็นต้น “Non-funguble” แปลว่า มีเอกลักษณ์, ไม่เหมือนใคร ซึ่งในโลกของดิจิตอลนั้น เกือบทุกอย่างจะถูกทำซ้ำขึ้นมาได้อย่างง่ายดายโดยการก๊อปปี้ ซึ่งหลังจากการทำก๊อปปี้ก็จะได้สินค้าที่เหมือนกันโดยไม่มีความแตกต่างกัน อย่าง บิตคอย (bitcoin) เป็น fungable asset คือ ทรัพย์ที่สามารถทดแทนกันได้ เพราะมันไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว บิตคอยแต่ละเหรียญมีลักษณะเหมือนกัน สามารถแลกเปลี่ยนไปเป็นอีกเหรียญหนึ่งได้โดยไม่แต่ต่างกัน แต่ NFTs นั้นเหมือนข้อมูลทะเบียนที่ติดตัวไปกับทรัพย์สิน อาทิ ภาพถ่าย, เพลง หรืออะไรก็ตามที่สามารถอยู่ในรูปของดิจิตอล ซึ่ง NTFs จะเก็บข้อมูลจำเพาะของทรัพย์สินแต่ละชิ้น เช่น ผู้สร้าง เจ้าของ เอาไว้ แม้ว่าทรัพย์สินดิจิตอลนั้นจะถูกทำซ้ำ ก๊อปปี้ ก็จะได้ข้อมูล NFT ก็จะสามารถสืบค้นกลับมายังเจ้าของทรัพย์สินนั้นได้   NFTs นั้นถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยี บล๊อคเชน (blockchain)  โดยมาตรฐานที่ใช้กันกว้างขวางปัจจุบัน คือ ERC-721, ERC-1155 และ ERC-20 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สร้างโดยผู้พัฒนาอีเธอเลียม (Ethereum cryptocurrency) คุณสมบัติของ NFTs unique (มีความเฉพาะตัว) สินค้าดิจิตอลซึ่งมี NFTs  จะมีข้อมูลเฉพาะตัว ซึ่งคล้ายกับเมต้าดาต้า (metadata) ติดอยู่ด้วย indestructible ไม่สามารถทำลายได้…

0
Read More

Eric Berne

อีริค เบิร์น (Eric Berne) จิตแพทย์ ผู้คิดค้น Theory of transactional analysis ผู้เขียน Games People Play เบิร์น เกิดวันที่ 10 พฤษภาคม 1910 ในมอนทรีออล, แคนาดา  (Montreal, Canada) โดยที่มีชื่อจริงว่า อีริค เบิร์นสไตน์ (Eric Lennard Bernstein) พ่อของเขาชื่อเดวิด (David Hillel Bernstein) มีอาชีพเป็นแพทย์ ส่วนแม่ชื่อว่าซาราห์ (Sarah Gordon Bernstein) เป็นนักเขียน เบิร์นมีน้องสาวคนหนึ่งชื่อว่าเกรซ (Grace) ที่มีอายุน้อยกว่าเขาห้าปี  ทั้งพ่อและแม่ของเขาเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม็คกิล (McGill University) พ่อของเบิร์น เสียชีวิตตอนที่ผู้เป็นพ่อมีอายุ 38 ปี หลังจากนั้นแม่ก็ทำหน้าที่เลี้ยงดูแลลูก 1935 เบิร์นเรียนจบแพทย์จากโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลับแม็กกิล ซึ่งหลังจากเรียนจบเบิร์นได้ย้ายไปอยู่ในสหรัฐฯ อเมริกา และเป็นหมอฝึกหัดที่โรงพยาบาลแองเกิ้ลวู๊ด (Englewood Hospital) ในนิว เจอร์ซีย์ (New Jersey) 1936 ย้ายมาฝึกที่คลีนิกจิตเวชของโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยเยล (Yale University)  c.1939 ราวปี 38-39 นี้ เบิร์นได้รับสัญชาติอเมริกัน  ซึ่งทำให้เขาเปลี่ยนชื่อให้สั้นลงเป็น Eric Berne หลังจากั้นได้เข้าทำงานเป็นผู้ช่วยในคลีนิคจิตเวชของโรงพยาบาลเมาท์ไซออน (Mt. Zion Hospital) ในนิวยอร์ค…

0
Read More

Vernon Mountcastle

เวอร์นอน เมาท์คาสเติ้ล (Vernon Benjamin Mountcastle) ผู้เขียน The Mindful Brain , Jacque Cousteau of the cortex เวอร์นอน เกิดวันที่ 15 กรกฏาคม 1918 ในเชลไบวิลล์, รัฐเคนตัคกี้ (Shelbyville, Kentucky) ในครอบครัวนักธุรกิจรับเหมา เวอร์นอนเป็นลูกคนที่สามในพี่น้องทั้งหมดห้าคน พ่อของเขาชื่อเวอร์นอน (Vernon Mountcastle) ส่วนแม่ชื่อแอนนา-ฟรานเซส (Anna-Frances Marquerite Waugh) เคยมีอาชีพเป็นครู ก่อนที่จะลาออกมาเป็นแม่บ้าน เวอร์นอนมักจะภูมิใจว่าครอบครัวของเขาสืบเชื้อสายมาจากโพคาฮอนตัส (Pocahontas) ลูกสาวาของโพวาตัน (Powhatan) ชาวอินเดียอเมริกัน นอกจากนั้นในรุ่นทวดของเขายังได้ร่วมรบในสงครามกลางเมืองสหรัฐฯ (American civil war) ด้วย โดยที่ทวดของเขาถูกกระสุนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ว่าพี่น้องของทวดเป็นคนที่ทำการผ่าเอากระสุนนั้นออกมาได้สำเร็จ 1921 เมื่อเวอร์นอนอายุ 3 ปี ครอบครัวก็ย้ายมาอยู่ในรัฐเวอร์จิเนีย เพราะพ่อของเขามารับเหมาสร้างรางรถไฟที่นั่น โดยที่ครอบครัวของเขามีบ้านหลังเล็กๆ อยู่ในพิดมอนต์ (Piedmont) ซึ่งค่อนข้างจะเป็นชนบท เวอร์นอนบรรยายเอาไว้ว่าชีวิตในช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยการผจญภัย ใช้ชีวิตกลางแจ้ง เล่นกีฬาและเกมส์ต่างๆ  1935 เข้าเรียนที่โรโน๊คคอลเลจ (Roanoke College) เอกในสาขาเคมี  1937 จบปริญญาตรี ตอนอายุ 19 ปี 1938 เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮ๊อปกิ้นส์ (Johns Hopkins University) ในบัลติมอร์ (Baltimore) 1940 ตอนที่เขาอยู่ปี…

0
Read More

Francis Crick

ฟรานซิส คริ๊ก (Francik Crick)  ผู้ค้นพบว่า DNA มีโครงสร้างแบบ double-helix (บันไดเกลียว) ร่วมกับ เจมส์ วัตสัน (James Watson) 1869 ฟรีดริช มีสเชอร์ (Friedrich Miescher) นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิสฯ ค้นพบวิธีการแยกกรดนิคลีอิค (nucleic acid) จากเซลล์เม็ดเลือดขาว  1910 โฟบัส เลอวีน (Phoebus Levene) นักวิทยาศาสตร์รัสเซีย (ลิทัวเนีย) ศึกษาโครงสร้างของ DNA โดยเขาเสนอโครงสร้างแบบเตตรานูคลิโนไทด์ (tetranucleotide) ซึ่งภายหลังพบว่าเป็นโครงสร้างที่ไม่ถูกต้อง คริ๊ก เกิดวันที่ 8 มิถุนายน 1916 ในนอร์แธมตันไชร์ (Weston Favell, Northamtonshire) อังกฤษ พ่อของเขาชื่อแฮร์รี่ (Harry Crick,1887-1948) แม่ชื่อแอนนี่ (Annie Elizebeth Wilkins, 1879-1955)  แฮร์รี่นั้นมีกิจการโรงงานทำรองเท้า ส่วนแอนนี่เป็นพยาบาล  คริ๊กเป็นลูกชายคนโต เขามีน้องคนหนึ่งชื่อ เอ. คริ๊ก (Anthony F. Crick)  ปู่ของคริกชื่อวอลเตอร์ (Walter Drawbridge Crick, 1857-1903) เป็นนักชีววิทยา เขาเคยมีผลงานเขียนร่วมกับชาร์ล ดาวิน (Charles Darwin) ด้วย ปู่เป็นคนสอนให้คลิกเรียนวิธีการเป่าแก้ว, ถ่ายรูป และทำการทดลองเคมี 1924 ตอนอายุ 8…

0
Read More

Jeff Hawkins

เจฟเฟรย์ ฮอว์กิ้นส์ (Jeffrey Hawkins) ผู้เขียน A Thousand Brains ผู้ก่อตั้งบริษัท Palm, Handspring และ Nuremta เจฟฟ์ เกิดวันที่ 1 มิถุนายน 1957 บนเกาะลองไอส์แลนด์ (Long Island, USA)  1979 จบวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า จากคอร์แนลล์ (Cornell University) หลังจากนั้นได้เข้าทำงานกับ Intel 1982 ย้ายมาทำงานที่บริษัท GRiD Systems ซึ่งที่นี่เข้าร่วมพัฒนาโปรแกรม GRiDtask ซึ่งเป็นโปรแกรมประเภท RAD (rapid application development)  1986 เข้าเรียนที่เบิร์กเลย์ (University of California, Berkeley) ทางด้านชีวะฟิสิกส์ ก่อนที่จะเรียนจบปริญญาเอกเจฟ ทำวิทยานิพน์เกี่ยวกับระบบการอ่านแพล็ตเทิริน (pattern recognition) สำหรับเสียง และตัวหนังสือ ซึ่งคือระบบการอ่านลายมือ (text recognition) และระบบการจดจำเสียง (speech recognition) ซึ่งใช้กันในปัจจุบันนี้ แต่ว่าในขณะนั้นยังไม่มีระบบนี้ และอาจารย์ของเขาก็ปฏิเสธงานวิทยานิพนธ์ของเขา เพราะว่าอาจารย์ไม่ได้อยู่ในสายงานดังกล่าว หลังจากเจฟออกจากเบิร์กเลย์ เขากลับไปทำงานที่ GRiD ในตำแหน่งรองประธานสายงานวิจัย ซึ่งพวกเขาได้ทำการพัฒนาระบบการสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยปากกา (pen-based computing) ขึ้นมา 1988  บริษัท Tandy Corporation ได้เข้ามาซื้อกิจการของ GRiD 1989 GRiDPad…

0
Read More

Ye Xian (Chinese Cinderella)

Ye Xian (叶限) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งชื่อหวู่ (Wu) อาศัยอยู่ทางทะเลใต้ของประเทศจีน เขาแต่งงานมีภรรยาสองคน แต่ว่าภรรยาคนหนึ่งโชคร้ายเสียชีวิตไปไม่นานหลังจากให้กำเนินบุตรสาวคนหนึ่ง ซึ่งเด็กผู้หญิงคนนี้เมื่อโตขึ้นมาเธอกลายเป็นสตรีที่มีความงดงามเป็นอย่างมาก และยังมีความสามารถในการเย็บปักผ้าและทอผ้าเป็นอย่างมาก แม่ทัพหวู่รักลูกสาวคนนี้มากและตั้งชื่อของเธอว่ายี่เซียน (Ye Xian)  ในเวลาต่อมา ผู้ใหญ่หวู่ได้เสียชีวิตลง ทิ้งให้ยี่เซียนต้องอยู่กับแม่เลี้ยงซึ่งเป็นภรรยาอีกคนของแม่ทัพหวู่ แต่ว่าแม่เลี้ยงคนนี้ไม่ชอบยี่เซียน เพราะว่าเธอสวยและฉลาดกว่าลูกสาวของนางเอง แม่เลี้ยงและลูกสาวของเธอจึงปฏิบัติต่อยี่เซียนอย่างทารุณ ยี่เซียนถูกใช้ให้ทำงานบ้านทุกอย่าง ต้องออกไปตัดฟืนและหาบน้ำลำพัง แต่ว่ายี่เซียนก็อดทนทำงานโดยไม่เคยปริปากบ่น อยู่มาวันหนึ่ง, ในขณะที่ยี่เซียนออกไปหาบน้ำ เธอก็มองเห็นปลาน่ารักตัวหนึ่งในลำธาร ซึ่งมีดวงตากลมใหญ่สีทองและหางสีแดง ยี่เซียนชอบปลาตัวนี้มากเธอจึงได้นำปลาตัวนี้กลับมาเลี้ยงที่บ้าน โดยตอนแรกเธอนำปลาใส่ไว้ในชามใบ้ใหญ่ และเธอก็แบ่งอาหารซึ่งเธอได้รับจากแม่เลี้ยงในปริมาณเล็กน้อยอยู่แล้ว ไม่ค่อยจะเพียงพอสำหรับตัวเธอเอง ให้ปลาตัวนั้นกินด้วย จนกระทั้งปลาตัวนั้นเติบโตขึ้นและมีขนาดใหญ่จนไม่สามารถจะอยู่ในชามใบนั้นได้อีก ยี่เซียนจึงได้ย้ายปลาตัวนั้นไปไว้ในบ่อน้ำใกล้บ้าน ซึ่งทุกวันเมื่อยี่เซียนจะไปเดินไปเยี่ยมที่บ่อน้ำเพื่อทักทายกับ ปลาตัวนั้นก็จะโผล่ขึ้นมาเพื่อจะทักทายกับเธอ และคอยอยู่เป็นเพื่อนเมื่อยี่เซียนมีความทุกข์ แต่ว่าแม่เลี้ยง นางเห็นว่าลูกเลี้ยงมีความสุข นางก็ไม่พอใจ และได้วางแผนที่จะฆ่าปลาตัวนั้น  แต่ว่าปกติแล้วแม่เลี้ยงจะไม่สามารถเห็นปลาตัวนั้นได้ เพราะมันจะดำน้ำหนีทุกครั้งที่แม่เลี้ยงเข้าไปใกล้กับบ่อน้ำ วันหนึ่งแม่เลี้ยงจึงได้วางแผนให้ยี่เซียนออกไปหาบน้ำในบ่อที่อยู่ไกลออกไปซึ่งห่างจากบ้านไปมากกว่าบ่อเดิม  หลังจากนั้นแม่เลี้ยงใส่เอาเสื้อพาของยี่เซียนมาสวมใส่เพื่อปลอมตัวเป็นเธอ แล้วเดินไปที่บ่อน้ำ ก่อนจะเลียนเสียงเป็นลูกเลี้ยงด้วย แล้วก็หลอกให้ปลาตัวนั้นโผล่ขึ้นมา ซึ่งเมื่อปลาปรากฏตัวขึ้น แม่เลี้ยงก็ฆ่าปลาตัวนั้นอย่างโหดเหี้ยม แล้วก็นำเนื้อมาเป็นอาหาร ส่วนกระดูกก็นำไปฝัง ยี่เซียนกลับมาถึงบ้านก็พบว่าปลาของเธอเสียชีวิตไปแล้ว เธอเสียใจมากแต่ทำอะไรไม่ได้ เธอได้แต่นั่งอยู่ที่ริมบ่อน้ำ อาลัยอาวรณ์ปลาซึ่งเป็นเพื่อนคนเดียวของเธอ  ทันใดนั้นก็ปรากฏมีชายชราคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาจากท้องฟ้า ลงมา ยืนข้างๆ ยี่เซียน ชายคนนั้นบอกให้ยี่เซียนหยุดร้อง และบอกให้ยี่เซียนไปขุดเอากระดูกของปลาตัวนั้นมาเก็บเอาไว้ ซึ่งในยามวิกฤต ชายคนนั้นบอกให้ยี่เซียนนำกระดูกปลาออกมาและอธิษฐานของอะไรก็ได้ที่เธอต้องการ แต่เธอต้องขอโดยปราศจากความโลภมิเช่นนั้นเทวดาจะลงโทษเธอ ยี่เซียนได้ไปเก็บกระดูกปลาตัวนั้นตามคำแนะนำของเซียนเฒ่า และนำไปซ่อนไว้ในที่ปลอดภัย  ในเวลาต่อมา, มีงานเทศกาลเฉลิมฉลองใหญ่ประจำปีของเมือง ซึ่งหญิงสาวและชายหนุ่มมักใช้โอกาสนี้ในการหาเนื้อคู่ โดยหญิงสาวจะพากันแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชั้นดีสวยงามเพื่อไปในงาน ยี่เซียนเองก็ปรารถนาที่จะไปงานเทศกาลนี้เช่นกัน  แต่ว่าแม่เลี้ยงห้ามไม่ให้เธอไป เพราะกลัวว่าชายหนุ่มในงานจะหลงไหลยี่เซียน และไม่เลือกลูกของนางเป็นคู่ครอง  เมื่อถึงวันงานแม่เลี้ยงและลูกสาวได้ออกไปงานเทศกาล โดยให้ยี่เซียนเฝ้าบ้าน ยี่เซียนจึงได้นำกระดูกปลาออกมา และอธิษฐานของเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปงาน ซึ่งปรากฏว่าเสื้อผ้าของเธอเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าเนื้อดีหรูหรา…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!