💭bloom where you are planted and sow where you are fed.
ผลิบานในที่ที่คุณถูกปลูก หว่านไถในที่ที่คุณได้รับอาหาร
― Stella Payton

Sense Initiated Lucid Dream (SSILD)

ลูซิดดรีม (Lucid Dream) คือ ความฝันซึ่งคนที่กำลังหลับฝันอยู่นั้นรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังฝัน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่พบทั่วไป เกิดขึ้นได้กับทุกคน บางคนอาจจะสามารถควบคุมเหตุการณ์หรือสิ่งของในความฝันได้ แต่บางคนจะเหมือนกับว่ารู้สึกตัวแต่เหมือนกับกำลังดูภาพยนต์ ไม่สามารถที่จะบังคับเรื่องราวต่างๆ ในความฝันได้ ซีเลีย กรีน (Celia Green) นักจิตวิทยาชาวอังกฤษ ซึ่งทำการศึกษาเกี่ยวกับลูซิดดรีม ได้สรุปเอาไว้ ในปี 1968 ลูซิดดรีมจะเกิดขึ้นในช่วงการหลับแบบ REM (rapid eye movement sleep) ซึ่งเป็นช่วงที่คนเราหลับลึกที่สุด และลูกนัยตาจะเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะไม่มีทฤษฏีที่ชี้ชัดว่าลูซิดดรีมเกิดขึ้นมาทำไม แต่ก็มีเทคนิคหลายเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นหรือบังคับให้เกิดลูซิดดรีมได้  ทฤษฏีที่จะอธิบายในตอนนี้ เป็นเทคนิคการเหนี่ยวนำให้เกิดลูซิดดรีมที่เชื่อกันว่ามีประสิทธิภาพและได้ผลมากที่สุด ที่เรียกว่า Senses Initiated Lucid Dream (SSILD) SSILD นันถูกพัฒนาขึ้นในประเทศจีน โดยบล๊อคเกอร์คนหนึ่ง ที่ใช้ชื่อว่า “Cosmiclron” ในปี 2013 โดยเขาเรียกเทคนิคนี้ว่า 太玄功 (Tai Xuan Gong, ไท่เชียนกง) ซึ่งแปลว่า “เคล็ดวิชาลึกลับมาก” ซึ่งต่อมาเขาได้แปล ไท่เชียนกง ไปเป็นภาษาอังกฤษ โดยที่เลือกใช้คำว่า “Sense Intiated Lucid Dream” บทความต้นฉบับที่เขียนโดย CosmicIron อยู่ที่ http://cosmiciron.blogspot.com/2013/01/senses-initiated-lucid-dream-ssild_16.html แม้ว่าจะขาดคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ว่า SSILD เหนี่ยวนำให้เกิดลูซิดดรีมได้อย่างไร แต่ว่ามันได้ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าได้ผล  ขั้นตอนของ SSLID เข้านอนเร็ว , ควรจะก่อน 5 ทุ่ม … และให้ตั้งนาฬิกาปลุก 4-5 ชั่วโมงหลังจากหลับ…

0
Read More

Zhou Enlai

โจว เอินไหล (周恩来, Zhou Enlai) โจวเอินไหล เกิดวันที่ 5 มีนาคม 1898 ในฮุยอัน, เจียงสู (Huai’an, Jiangsu) พ่อของเขาชื่อโจว ยีเหน่ง (Zhou Yineng) ส่วนแม่นั้นแช่ว่าน (Wan)  สมาชิกของครอบครัวหลายรุ่นล้วนประกอบอาชีพเป็นข้าราชการ บรรพบุรุษเดิมอยู่ในเมืองเชาซิง, มณฑลเจ๋อเจียง (Shaoxing, Zhejiang) ก่อนที่ในรุ่นของปู่ ที่ชื่อโจว พานหลง (Zhou Panlong) และพี่ชายของปู้ชื่อ โจว จันอาง (Zhou Jun’ang) จะพาย้ายมาอยู่ในฮุยอัน  โจวยีเหน่ง นั้นเป็นลูกคนที่สองของโจวพานหลง ตอนโจวเอินไหล เกิดในครอบครัวมีฐานะที่ยากจน เพราะปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำภายในประเทศจีนในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 พ่อของเขาต้องออกไปหางานทำในต่างจังหวัด และยังไม่ค่อยจะมีเงินส่งกลับมาให้ที่บ้าน ไม่นานหลังจากเกิดโจวเอินไหล ได้ถูกนำไปเลี้ยงโดยอาของเขา ที่ชื่อโจว ยี่แกน (Zhou Yigan) ซึ่งโจวยี่แกนนั้นสุขภาพไม่แข็งแรงและป่วยด้วยวัณโรคอยู่ก่อนแล้ว ไม่นานหลังจากรับโจวเอินไหลไปดูแล เขาก็เสียชีวิต ซึ่งหลังอาโจวยี่แกน เสียชีวิตไปแล้ว ภรรยาม่ายของโจวยี่แกน ที่แช่เชน (Chen) ก็เป็นคนที่เลี้ยงโจวเอินไหลต่อมา โดยที่มาดามเชน นั้นเป็นสตรีที่มีความรู้ และเป็นผู้ที่สอนหนังสือ การอ่าน การเขียนและแนะนำวรรณกรรมต่างๆ ให้กับโจวเอินไหล  ซึ่งโจวเอินไหลอ้างว่าเขาชอบอ่าน Journey To The West ของ อู๋ เชิงเอิน (吳承恩, Wu Cheng’en) กวีในสมัยราชวงศ์หมิง มาตั้งแต่ตอนอายุ 6 ปี …

0
Read More

Sergey Degayev

เซอร์เกย์ เดกาเยฟ (Сергей Петрович Дегаев) นักปฏิวัติชาวรัสเซีย ซึ่งก่อการร้ายและหนีไปอยู่ในสหรัฐฯ และกลายเป็นศาสตราจารย์ด้านคณิตศาตร์ที่มีชื่อเสียง เดกาเยฟ เกิดในปี 1857 ในมอสโคว์ ครอบครัวของเขาเป็นแพทย์ทหารในกองทัพของรัสเซีย  พ่อของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็ก เดกาเยฟจึงเติบโตขึ้นมาโดยการเลี้ยงดูของมารดา ที่ชื่อนาตาเลีย (Natalia Nikolaevna Polevaya) 1866 เข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหารมอสโคว์ ที่ 2 (2nd Moscow Cardet Corps) ก่อนที่ต่อมาจะถูกย้ายไปเรียนที่โรงเรียนทหารปืนใหญ่ มิคาอิลอฟสกี้ (Mikhailovsky Artillery School) หลังจากเรียนจบเขาได้เข้าประจำการณ์ในค่ายทหารครอนสแต๊ด (Kronstadt Forrtress) นานสองปี ก่อนที่จะเข้าเรียนต่อที่สถานบันทหารปืนใหญ่ มิคาอิลอฟสกี้(Mikhailovsky Artillery Academy)  1878 เขาเข้าร่วมกับกลุ่มเคลื่อนไหวปฏิวัติ Norodnaya Volga (The People’s Will) 1879 ถูกไล่ออกจากสถาบันมิคาอิลอฟสกี้ เพราะทัศนคติทางการเมือง เดกาเยฟจึงไปสมัครเข้าเรียนที่สถาบันวิศวกรรมรถไฟ (St.Petersburg Institute of Railway Engineers) ในขณะเดียวกันก็ทำงานเป็นเสมียนในองค์การบริหารกิจการรถไฟไปด้วย  1880 แม่และน้องสาวของเขาย้ายไปอยู่ที่มอสโคว์ 1882 เดกาเยฟถูกจ้างให้เป็นสายให้หน่วยตำรวจลับจันดาร์มอฟ (Special Corps of Gendarmes, Отдельный корпус жандармов) ภายใต้การบังคับบัญชาของกรีกอรี่ ซูเดย์กิ้น (Георгий Порфирьевич Судейкин, Georgy Sudeykin)  ซึ่งการทำงานของซูเดย์กิ้นนั้นแตกต่างกับธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปของตำรวจ เพราะบางที่ Gandarmes เข้าไปมีส่วนสนับสนุนกลุ่มเคลื่อนไหวปฏิวัติเสียเอง ซึ่งเดกาเยฟมีส่วนช่วยในการจับกุมสมาชิกของ…

0
Read More

Wu Cheng’ en

อู๋ เชิงอัน (吴承恩) ผู้เขียน Journey to the west (西游记, ไซอิ๋ว)  อู๋เชิงอัน เกิดในปี 1500 หรือ 1505 ในเมืองเหลียงชุ่ย, เจียงสู, มณฑลฮุยอัน (Lianshui, Jiangsu, Huai’an)  ในช่วงของราชวงศ์หมิง (Ming dynasty) พ่อของเขาชื่อ อู๋ หรุ่ย (Wu Rui) มีอาชีพเป็นช่างไม้ แม้จะมีฐานะยากจนแต่ก็เป็นคนที่มีความรู้ และชอบอ่านงานวรรณกรรม  เขาสนับสนุนอู๋เชิงอันให้เรียนหนังสือ  อู๋เชิงอันเคยเข้าสอบจองหงวนหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ  1544 ตอนอายุเข้าสู่วัยกลางคน เขาสอบเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหลวงในเมืองนานกิง (Nanjing) ได้สำเร็จ  1546 เขามาอาศัยอยู๋ในปักกิ่ง จนถึงปี 1552 โดยช่วงนี้เขามีชื่อเสียงเล็กๆ ในหมู่ปัญญาชนด้วยกันจากความสามารถในการประพันธ์บทกวี กาพย์กลอนแบบโบราณ  1570 กลับมาอยู่ที่ฮุยอัน และเขาเขียน Journal to the West ออกมาในปีนี้ ซึ่งเป็นนิยายการผจญภัยของพระถังซัมจั๋ง (Tang Xuanzang) พระในราชวงศ์ถังไปยังชมพูทวีป เพื่ออัญเชิญพระไตรปิฏกมายังจีน ซึ่งทำให้ซุนหงอคง (Sun Wukong) มีชื่อเสียงโด่งดัง  1582 เสียชีวิต

0
Read More

Cao Xueqin

เถา เฉฉิน (曹雪芹, Cao Xueqin) ผู้เขียน Dream of the Red Chamber (ความฝันในหอแดง) หนึ่งในสี่วรรณกรรมศลาสสิคของจีน เถาเฉฉิน เกิดในปี 1715 หรืออาจจะปี 1724  พ่อของเขาคือเถา ฟู่ (曹頫, Cao Fu)  ครอบครัวของเขาเป็นชาวฮั่น แต่ว่าสมาชิกครอบครัวส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในกองทัพธงขาว (Plain White Banner) ซึ่งเป็นหนึ่งในแปดเหล่าทัพของแมนจู ซึ่งกองทัพธงขาวเป็นหน่วยทหารที่ขึ้นตรงกับจักรพรรดิ  ปู่ของเถาเฉฉิน นั้นชื่อ เถา หยิน (Cao Yin) เขาเป็นเพื่อนตั้งแต่วัยเด็กกับจักรพรรดิคังซี (Kangxi Emperor) ในขณะที่แม่ของเถาหยิย ชื่อ แม่นางซุน (Lady Sun) ก็เป็นแม่นมของคังซี ต่อมาเมื่องคังซีขึ้นเป็นจักรพรรดิ สามีของแม่นางซุน ชื่อเถา ซี (Cao Xi) ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้ากรมม่อนไหมหลวง ในเมืองเจียงหนิง (Jiangning)  1684 เมื่องเถาซี เสียชีวิต เถาหยิน ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้ากรมหม่อนไหมหลวงต่อมาจากบิดา ซึ่งนอกจากงานประจำในฐานะทหารแล้ว เถาหยินยังชอบสะสมหนังสือ และแปลตำราจีนคลาสสิคไปเป็นแมนจู  1712 เถาหยินเสียชีวิต  หลังจากนั้นเถา หยี (曹顒, Cao Yong) ลูกชายคนเดียวของเถาหยิน ก็ได้รับผิดชอบงานต่อจากบิดา 1715 เมื่อ เถาหยี เสียชีวิต จักรพรรดิคังซี ก็ได้ประทานพระราชานุญาตให้ตระกูลเกา เถา ฟู่ (พ่อของเถาเฉฉิน)…

0
Read More

Yang Guifei

หยาง กุ้ยเฟย (楊貴妃, Yang Guifei) หรือ หยาง ยูฮวน (楊玉環,Yang Yuhuan) หยางกุ้ยเฟย เกิดในปี 719 ในจังหวัดยงจี, มณฑลชานสี (Yongji, Shaanxi)  ในรัชสมัยของจักรพรรดิเชียนจง แห่งราชวงศ์ถัง (Emperor Xuanzong of Tang)  ชื่อจริงของหยางกุ้ยเฟย คื หยาง ยูฮวน (Yang Yuhuan) ส่วนคำว่า กุยเฟย นั้นเป็นชื่อตำแหน่งสูงสุดที่เธอได้รับพระราชทานแต่งตั้งในภายหลัง  พ่อของหยางกุ้ยเฟย ชื่อหยาง เสียนเหยิน (楊玄琰, Yang Xuanyan) เป็นข้าราชการอยู่ในชูโจว (เชิงตู, มณฑลเสฉวน ในปัจจุบัน) โดยหยางกุ้ยเฟยเป็นลูกคนเล็กในพี่น้องสี่คนที่เป็นผู้หญิงทั้งหมด  หยางเสียนเหยิน นั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนที่ หยางกุ้ยเฟย ยังเล็ก หยางกุ้ยเฟย จึงได้รับการเลี้ยงดูขึ้นมาโดยลุงของเธอที่ชื่อ หยาง เสียนเจา (楊玄璬, Yang Xuanjiao) ซึ่งเป็นข้าราชการอยู่ในเมืองเหอหนาน (ลั่วหยาง ปัจจุบัน) 733 หยางกุ้ยเฟย ในวัย 14 ปี แต่งงานกับองค์ชาย หลี เหมา (李瑁, Li Mao) องค์ชายแห่งเจ้า (Prince of Shou) ขณะนั้นเจ้าชายมีพระชนษ์ 16 ชันษา ทรงเป็นพระโอรสของจักรพรรดิเชียนจง กับสนมอู๋ (Consort Wu) หลังการแต่งงานหยางกุ้ยเฟย…

0
Read More

Robert Stickgold

โรเบิร์ต สติกโกล์ด (Robert Stickgold) ผู้เขียน When Brains Dream ร่วมกับ แอนโตนิโอ้ ซาดร้า (Antonio Zadra) เกิดวันที่ 24 ตุลาคม 1945 ในชิคาโก้ เขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ก่อนท่จะมาเรียนต่อปริญญาเอกด้านชีวเคมีที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน (University of Wisconsin-Madison)  2009 เขียน The Neuroscience of Sleep 2021 เขียน When Brains Dream ร่วมกับ แอนโตนิโอ้ ซาดร้า (Antonio Zadra) ซึ่งพวกเขาได้แนวคิด NEXTUP – Network Exploration to Understand Possibilities เป็นแนวคิดที่ว่า ความฝันเป็นกระบวนการในการสกัดเอาความรู้หรือข้อมูลออกมาจากความทรงจำ  ปัจจุบันเป็นโรเบิร์ต ดำรงตำแหน่งศาสตร์จารย์สาขาจิตเวช ที่โรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ด (Harvard Medical School) 

0
Read More

Antonio Zadra

แอนโตนิโอ ซาดร้า (Antonio Zadra) ผู้เขียน When Brains Dream ร่วมกับ โรเบิร์ด สติกโกล์ด (Robert Stickgold) ซึ่งพวกเขาได้แนวคิด NEXTUP – Network Exploration to Understand Possibilities NEXTUP เป็นเสนอแนวคิดที่ว่า ความฝันเป็นกระบวนการในการสกัดเอาความรู้หรือข้อมูลออกมาจากความทรงจำ  เป็นศาสตราจารย์ที่คณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยมอลทรีออล (University of Montreal) 

0
Read More

Fritz Duquesne

ฟริตซ์ ดุเคส์น (Fritz Joubert Duquesne) สายลับนาซีเยอรมัน ผู้นำเครือข่าย Duquesne Spy Ring  ฟริตซ์ เกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 1877 ในเคป โคโลนี่ (Cape Colony) ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่คือประเทศแอฟริกาใต้ในปัจจุบัน แต่ว่าในเวลาที่ฟริตซ์เกิดนั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษ พ่อของเขาชื่ออับราฮัม (Abraham Duquesne) และแม่ชื่อมินน่า (Minna Joubert) ฟริตซ์เป็นลูกคนโต เขามีน้องสาวชื่อเอลเบ็ต (Elsbet) และน้องชายชื่อเปโดร (Pedro)  ต่อมาครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ในนอล์สตรอม (Nylstroom) และทำฟาร์มของครอบครัวขึ้นมาที่เมืองนี้ นอกจากนั้นอับราฮัมยังทำอาชีพเป็นนายพรานที่ล่าสัตว์และนำหนัง, เขาและนอไปขาย ซึ่งฟริตซ์ก็ได้เรียนรู้ทักษะการเป็นนายพรานมาจากพ่อของเขาด้วย  1889 ตอนอายุ 12 ปี ฟริตซ์ฆ่าคนเป็นครั้งแรก โดยชายคนดังกล่าวเป็นคนเผ่าซูลู (Zulu) ซึ่งเข้ามาทำร้ายแม่ของเขา ฟริตซ์จึงใช้หอกแทงที่ท้องของชายคนนั้น ทำให้ถึงแก่ความตาย  1890 ฟริตซ์ถูกส่งไปเรียนหนังสือในอังกฤษ  บางข้อมูลบอกว่าต่อมาเขาได้เข้าเรียนที่อ๊อกฟอร์ด (Oxford) และที่โรงเรียนเตรียมทหารเบลเยี่ยม (Royal Military Academy Belgium) แต่ไม่มีเอกสารทางการยืนยัน 1899 สงครามบัวร์ ครั้งที่ 2 (Second Boer War, 1899-1902) เมื่ออังกฤษบุกแอฟริกาใต้ (บัวร์) ฟริตซ์ก็ได้เดินทางกลับมายังแอฟริกาใต้และอาสาเข้าเป็นทหารในกองกำลังของฝ่ายบัวร์ ซึ่งเขาอยู่ใต้การบังคับบัญชาของนายพลปิเอ็ด จัวเบิร์ต (Piet Joubert) ช่วงเวลานี้ฟริตซ์ใช้ฉายาว่า “Black Panther” ซึ่งเกิดจากการที่เขาเคยเข้าป่าไปล่าสัตว์กับพ่อและเกิดความประทับใจเสือดำซึ่งในเวลาที่มันจะล่าควายป่า เสือดำจะอยู่นิ่งๆ รอคอยเป็นเวลานานเพื่อให้ถึงเวลาที่เหมาะสมก่อนจะลงมือโจมตี สงครามโลก…

0
Read More

Minitel

MInitel (Medium interactif par numerisation d’information telephonique, Interactive medium for digitized information by telephone). Minitel เป็นบริการ วีดีโอเท็กซ์ (Videotex) ซึ่งให้บริการในฝรั่งเศสระหว่างปี 1980-2012 Minitel จะประกอบด้วยอุปกรณ์หลักสองตัว คือ หน้าจอ (display) กับ คีย์บอร์ด (Keyboard) ซึ่งมองดูคล้ายกับคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน แต่ว่า Minitel ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ เพราะว่า Minitel ในรุ่นแรกๆ ไม่มีแม้แต่โปรเซสเซอร์ หรือหน่วยเก็บความจำภายใน มันไม่สามารถใช้ในการคำนวณใดๆ ได้ในตัวของมันเอง  แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าถึงบริการ หรือฐานข้อมูลที่เก็บเอาไว้ในคอมพิวเตอร์ส่วนกลางของผู้ให้บริการกำเนิดของ Mititel Minitel เกิดจากรายงานที่ชื่อว่า The Computerization of Society ที่เขียนโดย ไซม่อน โนร่า (Simon Nora) และ อลัน เมง (Alain Minc) นักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาล ที่ส่งรายงานไปหาประธานาธิบดี วาเลรี จิสเกิร์ด เดสแตง (President Valery Giscard’d Estain) แห่งฝรั่งเศส นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองท่านได้ทำนายเอาไว้ว่าอนาคตของการสื่อสาร คือ ระบบ “telemetics” ซึ่งคือการรวมกันของ การสื่อสาร (telecommunications) และ ข้อมูลข่าวสาร (informatics)  พวกเขาจึงได้เสนอแผนการณ์ในการทำระบบเครื่องข่ายสื่อสารที่มีความเป็นดิจิตอล และเพิ่มชั้น…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!