💭bloom where you are planted and sow where you are fed.
ผลิบานในที่ที่คุณถูกปลูก หว่านไถในที่ที่คุณได้รับอาหาร
― Stella Payton

Lydia Fairchild

ลิเดีย แฟร์ชายด์ (Lydia Fairchild) The Twin Inside Me , Chimerism ลิเดีย เกิดในปี 1976 ในสหรัฐฯ  2000 ลิเดียแยกทางกับเจมี่ (Jamie Townsend) แฟนของเธอ ซึ่งทั้งคู่มีลูกด้วยกัน หลังแยกทางลิเดียได้ยื่นขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการให้เงินอุดหนุดการเลี้ยงดูลูกสองคนของเธอ ซึ่งขึ้นตอนทางกฏหมายนั้นจะต้องมีการตรวจสอบทั้งพ่อและแม่ถึงความเป็นพ่อแม่ของเด็ก โดยทั้งลิเดียและเจมี่จะต้องตรวจ DNA ซึ่งปรากฏว่าผลตรวจที่ออกมานั้น เด็กมี DNA ที่ไม่เข้ากับลิเดีย ซึ่งแปลว่าเธอไม่ใข่แม่ที่แท้จริงของเด็ก  เมื่อหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ออกมาเช่นนี้ รัฐบาลจึงได้ฟ้องดำเนินคดีกับลิเดียในข้อหาพยายามฉ้อโกง เพื่อขอรับเงินสวัสดิการ  ระหว่างการดำเนินคดีมีการทดสอบ DNA ของลิเดียกับลูกใหม่ถึงสามครั้ง แต่ผลก็เหมือนเดิมคือเธอไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเด็ก แม้ว่าลิเดียจะมีหลักฐานรูปถ่ายมายืนยันหนักแน่นระหว่างที่ลูกเติบโตมาพร้อมกับเธอ และเจมี่ก็ยืนยันว่าเขาเห็นตอนที่ลิเดียคลอดลูก 2002 ตอนที่ลิเดียกำลังจะคลอดลูกคนที่สาม ที่เกิดจากเธอกับเจมี่  แพทย์ของลิเดียได้แนะนำให้ศาลตรวจสอบ DNA ของลิเดียและลูกคนที่สาม ซึ่งศาลได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเป็นพยานเพื่อดูตั้งแต่ตอนที่ทารกคลอดออกมาจากร่างกายของลิเดีย ซึ่งหลังจากทารกคลอดได้สามอาทิตย์ ศาลก็ได้รับผลการทดสอบ DNA ที่ยืนยันว่าลิเดียกับทารกซึ่งเป็นลูกของเธอ มี DNA ที่ไม่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม ศาลยังดำเนินคดีลิเดียต่อไปในข้อหาพยายามฉ้อโกง โดยศาลคิดว่าเธออาจจะใช้อุบายบางอย่างในการหลอกลวง  แต่ว่าตอนนั้นมีอัยการฝ่ายลิเดียชื่อ อะลัน ตินเดลล์  (Alan Tindell) ซึ่งทราบผล DNA ที่ไม่เข้ากันระหว่างลิเดียกับลูก กับประจักษณ์พยานที่ว่าเธอเป็นคนคลอดเด็กคนนั้นออกมาจากตัวเธอเอง อะลันจึงได้พยายามหาเหตุผลอธิบายกรณีของลิเดีย จนกระทั้งได้ค้นพบบทความ เรื่อง “Disputed Maternity Leading to Identification of Tetragametic Chemerism” ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร The New England…

0
Read More

Anthony Crosland

ชาร์ล แอนโทนี่ ครอสแลนด์ (Charles Anthony Raven Crosland) ผู้เขียน The Future of Socialism ครอสแลนด์เกิดวันที่ 29 สิงหาคม 1918 ในเซนต์เลโอนาร์ดออนซี (St. Leonards-on-Sea, England)  พ่อของเขาเป็นทหารชื่อโจเซฟ (Joseph Beardsall Crosland) ขณะนั้นเป็นผู้ช่วยรองรัฐมนตรีกลางโหมของอังกฤษ และแม่ชื่อเจซซี่ ราเวน (Jessie Raven) เป็นครูอยู่ที่วิทยาลัยเวสต์ฟิลด์ (westfield college)  ทั้งสองคนเป็นเป็นสมาชิกของกลุ่มเพลเมธ บราโยน (Plymouth Brethren) ซึ่งเป็นกลุ่มภราดรที่ถือว่าคัมภีร์ไบเบิ้ลเป็นหลักสูงสุดของศาสนาคริสต์โดยที่เป็นอิสระไม่ต้องขึ้นกับศริสต์จักรใด ครอสแลนด์เรียนระดับมัธยมที่โรงเรียนมัธยมไฮเกต (Highgate school) ในลอนดอน ก่อนที่จะมาต่อที่ไตรนิตี้คอลเลจ (Trinity College, Oxforx)  1941 เมื่อเกิดสงครามโลก ครอสแลนด์ได้เป็นทหารในหน่วยทหารพลร่ม และได้ออกรบในสมรภูมิที่แอฟริกาตอนเหนือ, อิตาลี และออสเตรีย 1943 กันยายน​, (Operation Slapstick) ในร่วมในปฏิบัติการของฝ่ายสัมพันธมิตรในการยกพลขึ้นปกในเมืองตารันโต้ (Taranto) อิตาลี 1944 มกราคม-พฤษภาคม, ร่วมรบในสมรภูมิมอนติคาสซิโน่ (Battle of Monte Cassino) ซึ่งเป็นความพยายามในการบุกยึดกรุงโรมจากนาซีเยอรมัน สิงหาคม, ได้ร่วมในปฏิบัติการรักบี้ (Operation Rugby) ซึ่งเป็นการบุกทางใต้ของฝรั่งเศส 1945 หลังสงครามโลก ครอสแลนด์กลับเข้าเรียนต่อที่อ๊อกฟอร์ด ซึ่งระหว่างเรียนเขาได้เป็นประธานของสหภาพอ๊อกฟอร์ด (Oxford Union)  of the Democratic…

0
Read More

James William Lair

เจมส์ แลร์ (James William Liar หรือ Bill Liar) เจ้าหน้าที่ CIA มีบทบาทในช่วงสงครามลาว, สงครามเวียดนาม แลร์ เกิดวันที่ 4 กรกฏาคม 1924 ในฮิลตัน, โอกลาโฮม่า (Hilton, Oklahoma) ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน  ตอนสามขวบครอบครัวของเขาย้ายมาอยู่ที่บอร์เกอร์, เท็กซัส (Borger, Texas) เพราะแม่ของเขาหย่ากับพ่อและแต่งงานใหม่ ซึ่งต่อมาพ่อเลี้ยงของแลร์เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุระเบิดในบ่อขุดเจาะน้ำมันในปี 1937 1940 แลร์ ย้ายไปอยู่ที่วาโค่ (Waco) และจบจากโรงเรียนมัธยมวาโค่ (Waco high school) โดยมีผลการเรียนดี ระหว่างที่เรียนเขายังทำงานในร้านขายของชำและหนังสือพิมพ์ Panhandle Herald ไปด้วย 1941 เมื่อเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 2 แลร์สมัครเข้าฝึกเป็นนักบินกับกองทัพเรือสหรัฐฯ แต่ว่าถูกปฏิเสธ เพราะว่าสายตาไม่ผ่านเกณฑ์ ทำให้เขาเปลียนมาสมัครในหน่วยทหารบกแทน   1944 เขาได้มีโอกาสร่วมในการยกพลขึ้นบกที่อ่าวนอร์มังดี (Normandy)  1945 หลังปลดประจำการณ์จากกองทัพ แลร์ได้สมัครเข้าเรียนที่ Texas A & M ในสาขาธรณีวิทยา โดยหวังว่าจะได้ทำงานในอุตสาหกรรมน้ำมันในอนาคต แต่ว่าก่อนที่เขาจะเรียนจบแลร์ก็ได้รับการติดต่อจาก CIA 1951 มีนาคม, แลร์ถูกส่งเข้ามาในประเทศไทย ขณะนั้นเอ็ดวิน สแตนตั้น (Edwin F. Stanton) เป็นเอกอัคราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ด้วยความตกลงพิเศษกับรัฐบาลไทย สหรัฐฯ จึงเริ่มเสริมสร้างกำลังทหารขึ้นมาอย่างมหาศาล ในขณะที่แลร์เพื่อช่วยฝึกตำรวจตระเวณชายแดนและตำรวจลาดตระเวณพิเศษ (the…

0
Read More

Abba Kovner

แอ๊บบา โคฟเนอร์ (Abba Kovner, אבא קובנר) ผู้ก่อตั้ง Nakam กลุ่มก่อการร้ายชาวยิว ที่ตั้งใจจะล้างแค้นนาซีเยอรมัน โคฟเนอร์ เกิดวันที่ 14 มีนาคม 1918 ในแอ็ชเมียนี่ (Ashmyany) ซึ่งขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย ปัจจุบันอยู่ในเบลารุส  พ่อของเขาเป็นพ่อค้าหนังสัตว์ชื่อมิเคลเลวิช (Mikhelevich Kovner) ส่วนแม่ชื่อโรเชล หรือโรซ่า (Rochel Taubman) โคฟเนอร์เป็นลูกคนกลางในพี่น้องผุ้ชายทั้งหมดสามคน  1927 ครอบครัวย้ายไปอยู่ที่กรุงวิลเนียส (Vilnius) เมืองหลวงของลิทัวเนียในปัจจุบันแต่ในเวลานั้นเป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์  ซึ่งวิลเนียสห่างจากแอ๊ชเมียนี่ไปเพียง 50 กิโลเมตร โดยพ่อของเขามาเปิดร้านขายของ ที่วิลเนียสนี้โคฟเนอร์ได้เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนของยิว และได้ศึกษาภาษาฮิบรูและวิชาด้านศิลปะศาสตร์ ระหว่างเรียนโคฟเนอร์ยังได้เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม Hashomer Hatzair (השומר הצעיר , “The Young Guard” ) ซึ่งเป็นกลุ่มยุวชนยิวที่นิยมลัทธิสังคมนิยม โคฟเนอร์นั้นเป็นญาติกับแมร์ วิลเนอร์ (Meir Vilner) ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ของอิสราเอล 1939 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยสเตฟาน บาโทรี่ (University of Stefan Batory) ในคณะศิลปศาสตร์ 1941 มิถุนายน, เยอรมันบุกสหภาพโซเวียต ซึ่งไม่นานโคฟเนอร์ก็ถูกจับ และเขาถูกนำไปไว้ในวิลน่าเก็ตโต้ (Vilna Ghetto) ซึ่งเป็นเขตควบคุมชาวยิว ที่เยอรมันตั้งขึ้นมากรุงวิลเนียส ระหว่างถูกกักบริเวณอยู่ในวิลน่าเก็ตโต้ โคฟเนอร์ได้ร่วมกับ อิตซิก ไวเตนเบิร์ก (Itzik Witenberg) โจเซฟ แกล็ซแมน (Joseph Glazman)…

0
Read More

Communist Party of Thailand

泰國共產黨 (The Communist Party of Thailand) นักประวัติศาสตร์จีนมองการเคลื่อนไหวของคอมมิวนิสต์ในไทยเป็นสามกลุ่ม ซึ่งแยกจากกัน คือ ทางเหนือ, ทางตะวันออกเฉียงเหนือ และทางภาคใต้ ซึ่งล้วนอยู่ตามแนวชายแดน เป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่มีความอยากจน อย่างทางภาคเหนือ เช่น ชาวเผ่าแม้ว , ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเป็นกลุ่มของคนไทยเชื้อสายลาว และชาวเวียดนามอพยพ, ส่วนทางภาคใต้เป็นกลุ่มมุสลิมมาเลเซีย The Rusk–Thanat communiqué of March 1962 1919 สหภาพโซเวียตก่อตั้งองค์การโคมินเทิร์น (Comintern) เพื่อกระจายแนวคิดการปฏิวัติโดยกรรมาชีพไปทั่วโลก  1921 1 กรกฏาคม, ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน (Communist Party of China) โดยเฉิน ตู่ซิ่ว (Chen Duxiu) 1925 พรรคคอมมิวนิสต์ทะเลใต้ (South Seas Communist Party, 南洋共產黨) หรือรู้จักกันในชื่อ พรรคคอมมิวนิสต์นันยาง (Nanyang Communist Party, 南洋共產黨) ถูกตั้งขึ้นมาเป็นสาขาของพรรคคอมมิวนิสต์จีน หลังจากที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ยุบสาขานันยางลง (คำว่า นันยาง (南洋) แปลว่า มหาสมุทรทางใต้ ซึ่งจีนใช้เรียกประเทศและพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) คนไทยจำนวนหนึ่งเข้าไปเป็นคณะกรรมการพิเศษ (the siam special committee) ในพรรคคอมมิวนิสต์ทะเลใต้ 1927 (Northern Expedition) เกิดการแตกแยกกันจนกลายเป็นสงครามระหว่างฝ่ายชาตินิยมนำโดยพรรคโก๊ะมินตั๋ง (Kuomintang) กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (Chinese Communist Party,…

0
Read More

Sergey Nepobedimy

เซอร์เกย์ เนปาเบดิมีย (Сергей Павлович Непобедимый) ผู้ออกแบบมิสไซด์ต่อต้านรถถัง Strelka-2, และขีปนาวุธ Oka เนปาเบดิมึย เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 1921 ในเรียซาน (Ryasan) ในครอบครัวของแรงงาน ซึ่งต่อมาครอบครัวของเขาได้ย้ายไปอยู่ที่ชีกรอฟสกี้, เคิร์ส (Shchigrovsky, Kursk) 1938 จบมัธยมจากโรงเรียนมัธยม หมายเลข 1 ในชีกรอฟสกี้ (Shchigrovsky Secondary School No.1) และได้เข้าเรียนต่อที่สถาบันบัวแมน (Moscow Mechanical Engineering Institute, N. E. Bauman) ในมอสโคว์ 1941 เมื่อเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 2 เนปาเบดิมึย ตั้งใจจะสมัครเป็นทหารเพื่อออกไปรบในแนวหน้า แต่ว่าเขาถูกทางการปฏิเสธ ขณะเดียวกันสถาบันบัวแมนก็ถูกอพยพไปตั้งที่อิเชฟส์ก (Izhevsk) ทำให้เขาต้องย้ายไปเรียนที่นั่นด้วย 1943 สถาบันได้ย้ายกลับมาอยู่ในมอสโคว์ และได้มีโอกาสเรียนกับศาสตราจารย์ยูริ โปเบโดนอสต์เซฟ (Yuri A. Pobedonostsev) ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านพัฒนาจรวดของสหภาพโซเวียต  1945 จบปริญญาตรีด้านวิศวกรรม เครื่องกลระเบิด โดยเขาทำปริญญานิพนธ์เรื่อง “High range missile complex for thank control”  หลังจากเรียนจบได้ถูกส่งตัวไปทำงานกับ SKB-101 (ปัจจุบันคือ KB Mashinostroyeniya, kbm.ru) ซึ่งเป็นหน่วยวิจัยของรัฐบาล ที่ทำหน้าที่ในการพัฒนาจรวดมิสไซด์ ตั้งอยู่ในเขตโคลอมน่า, มอสโคว์ (Kolomna, Moscow)…

0
Read More

Sense Initiated Lucid Dream (SSILD)

ลูซิดดรีม (Lucid Dream) คือ ความฝันซึ่งคนที่กำลังหลับฝันอยู่นั้นรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังฝัน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่พบทั่วไป เกิดขึ้นได้กับทุกคน บางคนอาจจะสามารถควบคุมเหตุการณ์หรือสิ่งของในความฝันได้ แต่บางคนจะเหมือนกับว่ารู้สึกตัวแต่เหมือนกับกำลังดูภาพยนต์ ไม่สามารถที่จะบังคับเรื่องราวต่างๆ ในความฝันได้ ซีเลีย กรีน (Celia Green) นักจิตวิทยาชาวอังกฤษ ซึ่งทำการศึกษาเกี่ยวกับลูซิดดรีม ได้สรุปเอาไว้ ในปี 1968 ลูซิดดรีมจะเกิดขึ้นในช่วงการหลับแบบ REM (rapid eye movement sleep) ซึ่งเป็นช่วงที่คนเราหลับลึกที่สุด และลูกนัยตาจะเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะไม่มีทฤษฏีที่ชี้ชัดว่าลูซิดดรีมเกิดขึ้นมาทำไม แต่ก็มีเทคนิคหลายเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นหรือบังคับให้เกิดลูซิดดรีมได้  ทฤษฏีที่จะอธิบายในตอนนี้ เป็นเทคนิคการเหนี่ยวนำให้เกิดลูซิดดรีมที่เชื่อกันว่ามีประสิทธิภาพและได้ผลมากที่สุด ที่เรียกว่า Senses Initiated Lucid Dream (SSILD) SSILD นันถูกพัฒนาขึ้นในประเทศจีน โดยบล๊อคเกอร์คนหนึ่ง ที่ใช้ชื่อว่า “Cosmiclron” ในปี 2013 โดยเขาเรียกเทคนิคนี้ว่า 太玄功 (Tai Xuan Gong, ไท่เชียนกง) ซึ่งแปลว่า “เคล็ดวิชาลึกลับมาก” ซึ่งต่อมาเขาได้แปล ไท่เชียนกง ไปเป็นภาษาอังกฤษ โดยที่เลือกใช้คำว่า “Sense Intiated Lucid Dream” บทความต้นฉบับที่เขียนโดย CosmicIron อยู่ที่ http://cosmiciron.blogspot.com/2013/01/senses-initiated-lucid-dream-ssild_16.html แม้ว่าจะขาดคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ว่า SSILD เหนี่ยวนำให้เกิดลูซิดดรีมได้อย่างไร แต่ว่ามันได้ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าได้ผล  ขั้นตอนของ SSLID เข้านอนเร็ว , ควรจะก่อน 5 ทุ่ม … และให้ตั้งนาฬิกาปลุก 4-5 ชั่วโมงหลังจากหลับ…

0
Read More

Zhou Enlai

โจว เอินไหล (周恩来, Zhou Enlai) โจวเอินไหล เกิดวันที่ 5 มีนาคม 1898 ในฮุยอัน, เจียงสู (Huai’an, Jiangsu) พ่อของเขาชื่อโจว ยีเหน่ง (Zhou Yineng) ส่วนแม่นั้นแช่ว่าน (Wan)  สมาชิกของครอบครัวหลายรุ่นล้วนประกอบอาชีพเป็นข้าราชการ บรรพบุรุษเดิมอยู่ในเมืองเชาซิง, มณฑลเจ๋อเจียง (Shaoxing, Zhejiang) ก่อนที่ในรุ่นของปู่ ที่ชื่อโจว พานหลง (Zhou Panlong) และพี่ชายของปู้ชื่อ โจว จันอาง (Zhou Jun’ang) จะพาย้ายมาอยู่ในฮุยอัน  โจวยีเหน่ง นั้นเป็นลูกคนที่สองของโจวพานหลง ตอนโจวเอินไหล เกิดในครอบครัวมีฐานะที่ยากจน เพราะปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำภายในประเทศจีนในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 พ่อของเขาต้องออกไปหางานทำในต่างจังหวัด และยังไม่ค่อยจะมีเงินส่งกลับมาให้ที่บ้าน ไม่นานหลังจากเกิดโจวเอินไหล ได้ถูกนำไปเลี้ยงโดยอาของเขา ที่ชื่อโจว ยี่แกน (Zhou Yigan) ซึ่งโจวยี่แกนนั้นสุขภาพไม่แข็งแรงและป่วยด้วยวัณโรคอยู่ก่อนแล้ว ไม่นานหลังจากรับโจวเอินไหลไปดูแล เขาก็เสียชีวิต ซึ่งหลังอาโจวยี่แกน เสียชีวิตไปแล้ว ภรรยาม่ายของโจวยี่แกน ที่แช่เชน (Chen) ก็เป็นคนที่เลี้ยงโจวเอินไหลต่อมา โดยที่มาดามเชน นั้นเป็นสตรีที่มีความรู้ และเป็นผู้ที่สอนหนังสือ การอ่าน การเขียนและแนะนำวรรณกรรมต่างๆ ให้กับโจวเอินไหล  ซึ่งโจวเอินไหลอ้างว่าเขาชอบอ่าน Journey To The West ของ อู๋ เชิงเอิน (吳承恩, Wu Cheng’en) กวีในสมัยราชวงศ์หมิง มาตั้งแต่ตอนอายุ 6 ปี …

0
Read More

Sergey Degayev

เซอร์เกย์ เดกาเยฟ (Сергей Петрович Дегаев) นักปฏิวัติชาวรัสเซีย ซึ่งก่อการร้ายและหนีไปอยู่ในสหรัฐฯ และกลายเป็นศาสตราจารย์ด้านคณิตศาตร์ที่มีชื่อเสียง เดกาเยฟ เกิดในปี 1857 ในมอสโคว์ ครอบครัวของเขาเป็นแพทย์ทหารในกองทัพของรัสเซีย  พ่อของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็ก เดกาเยฟจึงเติบโตขึ้นมาโดยการเลี้ยงดูของมารดา ที่ชื่อนาตาเลีย (Natalia Nikolaevna Polevaya) 1866 เข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหารมอสโคว์ ที่ 2 (2nd Moscow Cardet Corps) ก่อนที่ต่อมาจะถูกย้ายไปเรียนที่โรงเรียนทหารปืนใหญ่ มิคาอิลอฟสกี้ (Mikhailovsky Artillery School) หลังจากเรียนจบเขาได้เข้าประจำการณ์ในค่ายทหารครอนสแต๊ด (Kronstadt Forrtress) นานสองปี ก่อนที่จะเข้าเรียนต่อที่สถานบันทหารปืนใหญ่ มิคาอิลอฟสกี้(Mikhailovsky Artillery Academy)  1878 เขาเข้าร่วมกับกลุ่มเคลื่อนไหวปฏิวัติ Norodnaya Volga (The People’s Will) 1879 ถูกไล่ออกจากสถาบันมิคาอิลอฟสกี้ เพราะทัศนคติทางการเมือง เดกาเยฟจึงไปสมัครเข้าเรียนที่สถาบันวิศวกรรมรถไฟ (St.Petersburg Institute of Railway Engineers) ในขณะเดียวกันก็ทำงานเป็นเสมียนในองค์การบริหารกิจการรถไฟไปด้วย  1880 แม่และน้องสาวของเขาย้ายไปอยู่ที่มอสโคว์ 1882 เดกาเยฟถูกจ้างให้เป็นสายให้หน่วยตำรวจลับจันดาร์มอฟ (Special Corps of Gendarmes, Отдельный корпус жандармов) ภายใต้การบังคับบัญชาของกรีกอรี่ ซูเดย์กิ้น (Георгий Порфирьевич Судейкин, Georgy Sudeykin)  ซึ่งการทำงานของซูเดย์กิ้นนั้นแตกต่างกับธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปของตำรวจ เพราะบางที่ Gandarmes เข้าไปมีส่วนสนับสนุนกลุ่มเคลื่อนไหวปฏิวัติเสียเอง ซึ่งเดกาเยฟมีส่วนช่วยในการจับกุมสมาชิกของ…

0
Read More

Wu Cheng’ en

อู๋ เชิงอัน (吴承恩) ผู้เขียน Journey to the west (西游记, ไซอิ๋ว)  อู๋เชิงอัน เกิดในปี 1500 หรือ 1505 ในเมืองเหลียงชุ่ย, เจียงสู, มณฑลฮุยอัน (Lianshui, Jiangsu, Huai’an)  ในช่วงของราชวงศ์หมิง (Ming dynasty) พ่อของเขาชื่อ อู๋ หรุ่ย (Wu Rui) มีอาชีพเป็นช่างไม้ แม้จะมีฐานะยากจนแต่ก็เป็นคนที่มีความรู้ และชอบอ่านงานวรรณกรรม  เขาสนับสนุนอู๋เชิงอันให้เรียนหนังสือ  อู๋เชิงอันเคยเข้าสอบจองหงวนหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ  1544 ตอนอายุเข้าสู่วัยกลางคน เขาสอบเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหลวงในเมืองนานกิง (Nanjing) ได้สำเร็จ  1546 เขามาอาศัยอยู๋ในปักกิ่ง จนถึงปี 1552 โดยช่วงนี้เขามีชื่อเสียงเล็กๆ ในหมู่ปัญญาชนด้วยกันจากความสามารถในการประพันธ์บทกวี กาพย์กลอนแบบโบราณ  1570 กลับมาอยู่ที่ฮุยอัน และเขาเขียน Journal to the West ออกมาในปีนี้ ซึ่งเป็นนิยายการผจญภัยของพระถังซัมจั๋ง (Tang Xuanzang) พระในราชวงศ์ถังไปยังชมพูทวีป เพื่ออัญเชิญพระไตรปิฏกมายังจีน ซึ่งทำให้ซุนหงอคง (Sun Wukong) มีชื่อเสียงโด่งดัง  1582 เสียชีวิต

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!