English

Jonathan Swift

โจนาธาน สวิฟต์ (Jonathan Swift) ผู้เขียน กัลลิเวอร์ ผจญภัย (Gulliver’s Travels) สวิฟต์ เกิดวันที่ 30 พฤศจิกายน 1667 ในดับลิน, ไอร์แลนด์ (Dublin, Ireland) พ่อของเขามีชื่อเดียวกันว่าโจนาธาน (Jonathan Swift, 1640-1667) ส่วนแม่ชื่ออะบิเกล (Abigail Erick of Fresby on the Wreake)  สวิฟต์ มีพี่สาวหนึ่งคนชื่อเจน (Jane)  พ่อของสวิฟต์นั้นเสียชีวิตด้วยโรคซิฟิลิส (syphilis)  ก่อนที่สวิฟต์จะเกิดเจ็ดเดือน ซึ่งเมื่อสวิฟต์เกิดขึ้นมา แม่ได้มอบเขาให้กับพยาบาลคนหนึ่งซึ่งร่วมทำคลอดไป ซึ่งพยาบาลคนดังกล่าวได้พาสวิฟต์ซึ่งเป็นทารกกลับไปอยู่บ้านเกิดของเธอในคัมเบอร์แลนด์ (Cumberland) อังกฤษ   จนเมื่อสวิฟต์อายุได้ 3 ปี พยาบาลคนนั้นก็ได้นำสวิฟต์มาคืนให้กับอะบิเกล แม่แท้ๆ ของเขาที่อยู่ในไอร์แลนด์ ซึ่งอะบิเกลก็ได้ฝากสวิฟต์ให้อยู่ในความดูแลของลุงของสวิฟต์ ชื่อกีอดวิน (Godwin Swift) ส่วนผู้เป็นแม่นั้นเดินทางไปอยู่ในอังกฤษ 1673 สวิฟต์เข้าเรียที่โรงเรียนประถมคิลเคนนี่ (Kilkenny School)  1682 เข้าเรียนที่ไตรนิตี้ครอลเลจ (Trinity College) 1686 จบปริญญาตรี 1689 ช่วงการปฏิวัติกลอเรียส (Glorious Revolution) ในอังกฤษ ซึ่งกษัตริย์เจมส์ ที่ 2 (King Jaems II) ซึ่งเป็นแคโธลิก ถูกแทนที่ด้วยกษัตริย์วิลเลี่ยม ที่ 3 (William III)…

0
Read More

Klaus Fuchs

อีมิล เคลาส์ ฟุชส์ (Emil Julius Klaus Fuchs) สายลับโซเวียต เคลาส์ เกิดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 1911 พ่อของเขาเป็นปาสเตอร์ในนิกายลูเธอลัน ชื่ออีมิล พุชส์ (Emil Fuchs) ซึ่งมีแนวคิดสนับสนุนสังคมนิยม เขาเป็นปาสเตอร์ของนิกายกลุ่มแรกๆ ที่เข้าเป็นสมาชิกพรรค SPD (Social Democratic Party of Germany)  ส่วนแม่ชื่อเอลส์ แว็กเนอร์ (Else Wagner) เคลาส์เป็นลูกคนที่สามในพี่น้องทั้งหมดสี่คน  เคลาส์เริ่มเรียนหนังสือที่จิมเนเซียมในเมืองไอซแน็ช (Eisenach)  1930 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยลิปซิก (University of Leipzig) ในสาขาคณิตศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้พ่อของเขาก็ทำงานเป็นศาสตราจารย์สอนวิชาด้านศาสนา  (professor of theology) อยู่ด้วย  1931 ย้ายมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเคียล (University of Kiel) เพราะว่าพ่อของเขาย้ายมาสอนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้  ปีเดียวกันนี้แม่ของเขาฆ่าตัวตาย 1932 ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของเยอรมัน เคลาส์หาเสียงสนับสนุนให้กับเอิร์น ทัลมานน์ (Ernst Thalmann) จากพรรคคอมมิวนิสต์เยอรมัน (KPD) ทำให้เขาถูกไล่ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค SPD ทำให้เขาย้ายไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค KPD แทน 1933 มกราคม, เคลาส์ลาออกจาก ม.เคียล และมาสมัครเรียนที่สถาบันฟิสิกส์ในกรุงเบอร์ลิน (Kaiser Wilhelm Insittute for Physics)  28 กุมภาพันธ์, เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารรัฐสภา (Reishstag fire)…

0
Read More

Roger Bacon

โรเจอร์ เบคอน เบคอน เกิดในช่วงเวลาระหว่างปี 1210-1220   ในเมืองอิลเชสเตอร์, ซัมเมอร์เซต (Ilchester, Sumerset) ประเทศอังกฤษ ในครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย แต่ว่าเมื่อเฮนรี่ ที่ 3 (Henry III) มีอำนาจ ทรัพย์สินของครอบครัวเบคอนถูกยึดเอาไป และครอบครัวถูกเนรเทศ   c.1236  เบคอนเรียนจบจากอ๊อกฟอร์ด  c.1241  เรียนจบโทจากมหาวิทยาลัยปารีส ทางด้านศิลปะ หลังจากนั้นเขาได้งานสอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยนี้โดยเขาเลคเชอร์ในหัวข้อเกี่ยวกับอลิสโตเติ้ล (Aristotle)  บางข้อมูลกล่าวว่าเขาได้รับปริญาเอกทางด้านปรัญชาระหว่างอยู่ที่นี่ โดยมีคำนำหน้า เป็น Doctor Mirabilise (wonderful teacher) c.1250 กลับมาสอนหนังสือที่อ๊อกฟอร์ด  ระหว่างนี้เขาได้เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มฟรานซิสกัน (Franciscn Order) กลุ่มผู้นับถือโรมันแคทอริก แต่ว่ามีความเคารพในนักบุญฟรานซิสแห่งอัสซิซี (Saint Francis of Assisi) มากเป็นพิเศษ , ระหว่างอยู่ที่อ๊อกฟอร์ดนี้เขาได้เป็นเพื่อนกับโรเบิร์ต กรอสเทสต์ (Robert Grosseteste) และอดัม มาริสโค่ (Adam de Marisco)  c.1257 ถูกคำสั่งให้ออกจากอ๊อกฟอร์ด เขาจึงเดินทางไปอยู่ที่วิหารฟราซิสกันในปารีส  c.1265 ได้รับความช่วยเหลือจากพระสันตะปาปาคลีเมนต์ ที่ 4 (Pope Clement IV) ในการสนับสนุนเบคอนในการเขียนหนังสือ ซึ่งเบคอนสร้างผลงานออกมาสามเล่ม คือ Opus Maius, Opus Minus, Opus Tertirum   Opus Maius เป็นผลงานชิ้นเอก…

0
Read More

Conan Doyle

อาเธอร์ โคนัน ดอยล์  (Arthur Ignatius Conan Doyle) ดอยล์ เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 1859 ในเมืองอีดินเบิร์ก สก็อตแลนด์ (Edinburgh, Scotland) ในครอบครัวชาวไอริช แคโธลิก พ่อของเขาชื่อชาร์ล (Charles Altamont Doyle) ส่วนแม่ชื่อมารี โฟเลย์ (Mary Foley)  ชาร์ลนั้นเป็นนักวาดภาพ แต่ว่าเขาไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพทำให้กลายเป็นคนติดเหล้า  ชื่อ Conan ที่อยู่ในชื่อของดอยล์ เชื่อกันว่าเป็นชื่อของ มิเชล ดอย์ล (Michel Conan) พ่ออุปถัมภ์ของเขาในวันที่รับศีล  1868 ตอนดอยล์อายุ 9 ขวบ สมาชิกคนหนึ่งในตระกูลที่มีฐานะดี ได้ส่งให้เขาเรียนหนังสือ ดอยล์เริ่มเรียนปรับพื้นฐานที่ Hodder Place  1870 มาเรียนต่อที่วิทยาลัยสโตนีเฮิร์ส (Stonyhurst College) 1875 เข้าเรียนที่ Stella Matutina ในออสเตรีย 1876 เข้าเรียนด้านการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยอีดินเบิร์ก (Edinburgh Universtiy) ระหว่างที่เรียนหนังสืออยู่ได้เร่ิมเขียนนิยายสั้น 1879 กันยายน, มีผลงานเขียนที่ถูกพิมพ์ครั้งแรกเรื่อง The Mystery of Sassasa Valley  และยังเขียนบทความวิทยาศาสตร์เรื่อง Gelsemuim as a Poison ลงในวารสารการแพทย์ของอังกฤษ British Medical Journal 1880 ก่อนจะเรียนจบได้รับการว่าจ้างให้เป็นแพทย์ประจำเรือล่าปลาวาฬ Hope of Peterheead ซึ่งเป็นเรือที่แล่นไปหาปลาวาฬในแถบกรีนแลนด์และอาร์คติก…

0
Read More

Green Children of Woolpit

Babes in the Wood , Randolph Caldecott,1870 , www.gutenburg.org เด็กสีเขียวแห่งหมู่บ้านวูลปิต ปริศนาของเด็กน้อย 2 คน ที่มีร่างกายสีเขียวในศตวรรษที่  12 ในประเทศอังกฤษ ในสมัยของกษัตริย์สตีเฟน (King Stephen, 1135-1154) แห่งอังกฤษ เป็นช่วงเวลาที่มีแต่ความวุ่นวาย เกิดมีการเล่าลือถึงเหตุการณ์ประหลาด ในเมืองซัฟโฟล์ค (Suffolk) ในหมู่บ้านที่ชื่อวูลปิต (Woolpit) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองบุรี่ เซนต์ เอ็ดมันด์ (Bury St Edmunds) ไปทางตะวันออก 7 ไมล์ ณ.เวลานั้นเป็นฤดูการเก็บเกี่ยว ชาวนาต่างก็เข้าไปในทุ้ง  แล้วก็มีชาวบ้านคนหนึ่งที่สังเกตุเห็นเด็ก 2  คน เป็นเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิง คนโตเป็นผู้ชายกำลังนอนสงบอยู่ในหลุมที่สร้างขึ้นสำหรับดักหมาป่า (Wolf pit) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน ร่างกายของเด็กทั้งสองมีสีโทนสีเขียว สวมเสื้อผ้าที่มีสีสันแปลกและทำจากวัสดุที่ชาวบ้านไม่รู้จัก ชาวบ้านเข้าไปที่เด็กสองคนนั้นก่อนที่จะจับตัวเอาไว้แล้วก็พาตัวไปยังหมู่บ้าน แต่ว่าเมื่อไปถึงหมู่บ้านแล้ว ไม่มีชาวบ้านคนใดที่สามารถเข้าใจภาษาที่เด็กสองคนนี้พูดได้เลย ชาวบ้านจึงได้พาเด็กทั้งสองไปยังบ้านของ เซอร์ริชาร์ด (Sir Richard de Calne) ในเมืองไวเกส (Wykes) ห่างออกไปจากวูลปิต 6 ไมล์ทางเหนือ เด็กทั้งสองคนถูกขังไว้ภายในบ้านของเซอร์ริชาร์ด หลายวัน โดยที่ทั้งคู่ไม่ยอมที่จะกินอาหารอะไรเลยหลายวัน จนกระทั้งชาวบ้านนำถั่วเขียวที่เป็นผลผลิตจากที่นาของพวกเขามาให้ เด็กทั้งคู่จึงยอมทานถั่วด้วยท่าทางหิวโหยมาก หลายเดือนผ่านไป ชาวบ้านเริ่มทำให้พวกเขายอมกินขนมปังได้สำเร็จ แต่ว่าเด็กผู้ชายก็เริ่มป่วย สีเขียวค่อยๆ หายไป และชาวบ้านก็สังเกตุว่าเขาน่าจะอ่อนวัยกว่าเด็กผู้หญิง แต่ว่าไม่นานเด็กชายสีเขียวก็เสียชีวิตลง ชาวบ้านพาเด็กผู้หญิงไปเข้าพิธีแบ๊บติส และเธอสามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้ดี และสีเขียวก็ค่อยๆ จางหายไป แหล่งข้อมูลที่ถูกอ้างถึงมากที่สุด เกี่ยวกับเด็กน้อยสีเขียวทั้ง 2…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!