Brain

Joseph Capgras

ณอห์น มาเรีย โจเซฟ คัปกราส (Jean Marie Joseph Capgras) Capgras syndrome คัปกราส เกิดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 1873 ในแวร์ดัม-ซูร์-การ์ออน (Verdun-sur-Garonne) เขาเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียน (lycée de Montauban) จนกระทั้งได้รับปริญญาตรีทางด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์ ก่อนที่จะได้มาเรียนต่อแพทย์ในตูรูซ (Toulouse) 1894 ถูกเกณฑ์เป็นทหาร 1895 หลังปลดประจำการณ์ คัปกราสได้เข้าเป็นหมออินเทิร์นในโรงพยาบาลในตูรูซ Paul Sérieux เขาได้ย้ายมาอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชในซีน (Seine) Paul Sérieux มาเป็นแพทย์อินเทิร์นอยู่ที่เซนต์-แอนน์ (Sainte-Anne) 1900 เขาทำวิทยานิพนธ์เรื่อง Essay on the Reduction of Melancholy in Psychosis of Presenile Involution 1909 เขาจบแพทย์จากตูรูซ  1912 มาทำงานที่โรงพยาบาลจิตเวชไมสัน-บลันช์ (Maison-Blanche hospital) คัปกราสกับพอล เซรูกซ์ (Paul Serieux) อาจารย์ของเขา  เขียนหนังสือ Les Folies raisonnantes 1923 คัปกราสร่วมกับฌอง เรบูล-เลชูกซ์ (Jean Reboul-Lachaux) ผู้ช่วยของเขา ได้เขียนรายงานกรณีศึกษาของผู้ป่วย ซึ่งเขาเรียกว่า นาง.เอ็ม (Mrs.M) ต่อสมาคมสุขภาพจิต (Clinical Society of Mental…

0
Read More

Harry McGurk

แฮร์รี่ แม็คเจิร์ก (Harry McGurk) ผู้ค้นพบ McGurk effect แม็คเจิร์ก เกิดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1936 ในกลาสโกว, สก็อตแลนด์ (Glasgow, Scotland) หลังจากเข้ารับการฝึกที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว (University of Glasgow) ได้ทำงานเป็นพนักงานศาลด้านกฏหมายอาญาในอีดินเบิร์ก (Edinburgh)  ไม่นานเขาแต่งงานกับเบตตี้ (Betty Hannah) หลังแต่งงาน เบตตี้ได้ถูกทางโบสถ์สก๊อตแลนด์ส่งไปทำงานในไนจีเรีย เพื่อให้ดูแลโรงเรียนและโรงพยาบาลเป็นเวลาสองปี แม็คเจิร์กได้เดินทางไปด้วย หลังจากกลับจากไนจีเรีย แม็คเจิร์กได้รับทุนให้เข้าเรียนที่วิทยาลัยนิวแบ๊ตเทิ้ล (Newbattle College) แต่ว่าต่อมาได้ย้ายมาเรียนจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยสตราชไคลด์ (University of Stratchclyde) จนจบปริญญาเอก ระหว่างนี้เขาทำงานศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการการรับรู้ของเด็กทารก ต่อมาได้มาทำวิจัยที่ปริ้นตัน (Princeton University) ในสหรัฐฯ  และต่อมาได้มาสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเซอร์เรย์ (University of Surrey) ระหว่างนี้ แม็คเจิร์ก และผู้ช่วยของเขา ชื่อจอห์น แม็คโดนัล (John MacDonald) ทดลองศึกษาว่าเด็กทารกเรียนรู้การพูดได้อย่างไรในแต่ละช่วงวัยที่กำลังพัฒนา การทดลองของพวกเขา เช่น พวกเขาใช้วิธีบันทึกเสียงและภาพของแม่เด็กเอาไว้ และนำภาพไปของแม่เด็กและเสียงไปวางไว้ในตำแหน่งที่ต่างกัน   นอกจากนั้นพวกเขายังทดลองพากษ์เสียงคำว่า “ดา (da)” เข้าไปแทนเสียงของภาพที่พูดว่า “กา (ga)”  และเมื่อดูภาพรูปและเสียงที่ไม่ตรงกัน ปรากฏว่าคนฟังได้ยินเสียงเป็นอีกคำหนึ่งว่า “บา (ba)” ซึ่งปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า McGurk Effect 1976 แม็คเจิร์ก และแม็คโดนัล เขียนรายงานการค้นพบ McGurk Effect  ของเขาในเอกสารรายงาน…

0
Read More

David Eagleman

เดวิด อีเกิ้ลแมน (David M. Eagleman) ผู้เขียน Incognito เดวิด เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 1971 ในอัลบูเกอร์กี้, รัฐนิวเม็กซิโก (Albuquerque, New Mexico) สหรัฐฯ พ่อของเขาเป็นหมอ  และแม่นั้นเป็นครูสอนชีววิทยา บ้านของเขาอยู่เชิงเทือกเขาซานเดีย (Sandia Mountains)  เดวิดมีพี่ชายชื่อโจเอล (Joel)  ตอนที่เดวิดอายุ 8 ปี เขาตกลงจากหลังคาบ้าน เขาบอกว่าเขาจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดี ระหว่างที่ตกลงมาเขารู้สึกเหมือนกับว่าเวลาเดินช้าลง นั้นทำให้เขามุ่งที่จะหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาในตอนนั้น เข้าเรียนที่สถาบันอัลบูเกอร์กี้ (Albuquerque Academy) เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยไรซ์ (Rice University) ในสาขาวรรณกรรมอังกฤษและอเมริกัน  1993 สำเร็จการศึกษาจาก ม.ไรซ์ 1998 ได้รับปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์สาขาระบบประสาท (Neuroscience) จากวิทยาลัยแพทย์เบย์เลอร์ (Baylor College of Medicine) ในฮูสตัน, เท็กซัส หลังจากรเรียนจบได้เข้าทำงานที่ห้องวิจัยของมหาวิทยาลัย 2010 แต่งงานกับ ซาราห์ (Sarah Alwin) นักวิทยาศาสตร์ด้านสมอง มีลูกด้วยกันสองคนอริสโตเติ้ล (Aristotle) และอาวิว่า (Aviva) 2014 ได้รับรางวัล McGovern Award  2015 ได้ทำสารคดีเรื่อง The Braine with David Eagleman ออกอากาศทางสถานี PBS และ BBC  ได้ไปร่วมการประชุม TED…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!