Brain

Vilayanur Ramachandran

วิเลียอานูร์ รามาจันทรัน (Vilayanur Subramanian Ramachandran) “The Marco Polo of Neuroscience”  รามาจันทรัน เกิดวันที่ 10 สิงหาคม 1951 ในรัฐทมิฬนาดู, อินเดีย (Tamil Nadu, India) พ่อของเขาชื่อ V.M. Subramanian เป็นวิศวะกร ทำงานให้กับองค์การสหประชาชาติอยู่ในกรุงเทพมหานคร รามมาจันทรัน เรียนหนังสือที่มาเชนไน (Chennai) และโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ 1971 มีบทความเรื่อง “Concepts of retinal rivalry need drastic revision” พิมพ์ลงในแม็กกาซีน Nature 1974 จบการศึกษาจากวิทยาลัยแพทย์สแตนลีย์ (Stanley Medical College ) ในเชนไน ทางด้านการแพทย์ 1978 จบปริญญาเอกจากไตรนิตี้คอลเลจ,​ มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ (Trinity College, University of Cambridge) หลังจากนั้นได้เป็นผู้ช่วยวิจัยของแจ็ค เพตติกริว (Jack Pettigrew) อยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (California Institute of Technology) 1983 รับตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย, ซานดิเอโก้ (University of California, San Diego)  1986 แต่งงานกับไดอาเน่ (Diane Rogers) พวกเขามีลูกชายด้วยกันสองคน 1990s เกี่ยวกับ…

0
Read More

Clever Hans

คลีเวอร์ฮานส์ (Kluge Hans, Clever Hans)  เป็นม้าสายพันธ์ผสมออร์ลอฟ (Orlov Trotter) มีชีวิตอยู่ในเยอรมัน  ช่วงก่อนสงครามโลก ครั้งที่ 1 เจ้าของคลีเวอร์ฮานส์ เป็นนักคณิตศาสตชื่อ วิลเลี่ยม ฟอน ออสเนน (William von Osten) เขาเปิดโรงเรียนสอนเลขคณิต ก็เลยทดลองฝึกคลีเวอร์ฮานส์ให้แก้โจทย์คณิตศาตร์ด้วย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ The Origin of  Species ของชาร์ล ดาร์วิน (Charles Darwin)  ปรากฏว่าหลังจากฝึกไปสักระยะหนึ่ง คลีเวอร์ฮานส์ สามารถตอบโจทย์คณิตศาสตร์ บวก, ลบ, คูณ, หาร ง่ายๆ ได้ โดยในการตั้งคำถามให้กับคลีเวอร์ฮานส์ นั้น สามารถจะใช้ คำถามที่เป็นคำพูด หรือว่าเขียนเป็นตัวหนังสือก็ได้ ซึ่งสร้างความประหลาดใจมาก เพราะม้าไม่เพียงแต่แก้โจทย์เลขคณิตได้ แต่ยัง “อ่าน” ได้ด้วย  แม้ว่าคลีเวอร์ฮานส์จะไม่ได้แก้โจทย์เลขได้ถูกทุกทั้งหมด แต่ออสเนนก็โน๊ตเอาไว้ว่าคลีเวอร์ฮานส์ตอบได้ถูกต้องในเปอร์เซ็นต์ที่สูงมาก  ไม่นานออสเนน ก็ได้นำคลีเวอร์ฮานส์ออกแสดงให้สาธารณะชนได้เห็นความสามารถของม้าพิเศษตัวนี้  และไม่นานชื่อเสียงของคลีเวอร์ฮานส์ก็กระจายไปทั่วโลก โดยหนังสือพิมพ์ New York Time  นำเรื่องของม้าอัจฉริยะที่แก้โจทย์เลขได้ไปลง เมื่อคลีเวอร์ฮานส์โด่งดังและมีสื่ออเมริกันเอาไปลง ก็สร้างความสงสัยให้กระทรวงศึกษาธิการของจักรวรรดิเยอรมัน จนกระทั้งมีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดพิเศษ “Hans Commission” ขึ้นมา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความฉลาดของม้า ว่าเป็นเรื่องจริงหรือกล คณะกรรมาธิการพิเศษที่มาตรวจสอบคลีเวอร์ฮานส์ประกอบไปด้วย ศาสตราจารย์คาร์ล (Carl Stumpf ) ศาสตราจารย์ด้านปรัชญา ซึ่งเป็นสมาชิกของสถาบันวิทยาศาสตร์ปรัสเซีย (Prussian Academy of Sciences) และยังมีผู้เชี่ยวชาญอีกหลายสามารถ…

0
Read More

Albert Bandura

อัลเบิร์ต บันดูร่า (Albert Bandura) Bobo Doll experiment บันดูร่า เกิดวันที่ 4 ธันวาคม 1925 ในเมืองมันแดร์, อัลเบอร์ต้า, แคนาดา (Mundare, Alberta, Canada) พ่อของเขาเป็นชาาวโปแลนด์ ส่วนแม่มาจากยูเครน บันดูร่าเป็นลูกชายคนเดียวและเป็นคนสุดท้องในพี่น้องหกคน  1946 บันดูร่า เรียนจบจากโรงมัธยมของเมืองมันแดร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของเมือง ซึ่งเมื่อเรียนจบมัธยมเขาใช้เวลาช่วงฤดูร้อนไปทำงานในยุคอน (Yukon) ตะวันตกของแคนนานดา ในเขตอลาสก้า เพื่อช่วยซ่อมแซมถนนเส้นอลาสก้าไฮเวย์ (Alaska Highway) ที่กำลังถูกน้ำท่วม   หลังจากพ้นช่วงซัมเมอร์เขาก็เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลับบริติซโคลัมเบีย (University of British Columbia) ในแคนาดา  1949 จบปริญญาตรีทางด้านจิตวิทยา จาก ม.บริติชโคลัมเบีย และเมื่อเรียนจบเขาก็ย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯ เพื่อศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยไอโอวา (University of Iowa)  1952 จบปริญญาเอก หลังจากนั้นได้ไปฝึกงานอยู่ที่ศูนย์วิชิต้า (Wichita Guidance Center) แต่งงานกับเวอร์จิเนีย (Virginia Varns) พวกเขามีลูกด้วยกันสองคน คือ คาโรล (Carol) และ แมรี่ (Mary)  1953 เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สแตนฟอร์ด (Stanford University) ซึ่งเขาทำงานอยู่ที่นี่จนปัจจุบัน 1952 แต่งงานกับเวอร์จิเนีย (Virginia) พวกเขามีลูกสาวด้วยกันสองคน 1961 ผลงานที่เป็นที่รู้จักและสร้างชื่อเสียงให้บันดูร่ามากที่สุด คือ Bobo Doll Experiment…

0
Read More

Leon Festinger

ลีออน เฟสตินเจอร์ (Leon Festinger) Social comparison theory, cognitive dissonance เฟสตินเจอร์ เกิดวันที่ 8 พฤษภาคม 1919 ในบรู๊คลิน, นิวยอร์ค พ่อของเขาเป็นชาวรัสเซียยิว ชื่ออเล็ก (Alex Festinger) และแม่ชื่อซาร่า (Sara Solomon Festinger)  เฟสตินเจอร์ เข้าเรียนที่บอยไฮสคูล (Boy’s High School) ในบรู๊คลิน  1939 จบปริญญาตรีทางด้านจิตวิทยาจากซิตี้คอลเลจ (City College of New York)  1942 จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยไอโอว่า (University of Iowa) ระหว่างที่เรียนอยู่ที่ ม.ไอโอว่า เขาได้มีโอกาสเรียนกับเคิร์ท เลวิน (Kurt Lewin)  1943 ได้ทำงานเป็นกรรมาธิการในการคัดเลือกและฝึกหัดนักบินที่มหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ (University of Rochester) ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 แต่งงานกับโอลิเวอร์ บาลลัว (Oliver Ballou) นักเปียโน พวกเขามีลูกด้วยกันสามคน 1945 เฟสตินเจอร์เข้าร่วมทำงานวิจัยด้านจิตวิทยาสังคมกับเคิร์ท เลวิน  ในศูนย์วิจัยพฤติกรรมกลุ่ม (Research Center for Group Dynamics) ที่เลวินตั้งขึ้นที่เอ็มไอที (Massachusetts Instittute of Technology) ว่ากันว่าก่อนหน้านี้เฟสตินเจอร์ไม่ได้มีความสนใจด้านจิตวิทยาจนกระทั้งได้มาทำงานที่ศูนย์วิจัยฯ ของเลวินที่เอ็มไอทีนี้ 1947 เลวินเสียชีวิต …

0
Read More

Abraham Luchins

อับราฮัม ลูชินส์ (Abraham Samuel Luchins) Einstellung Effect (mental set)   ลูชินส์ เกิดเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 1914 ในบรูคลิน , นิวยอร์ค  จบปริญญาตรีจากบรูคลินคอลเลจ (Brooklyn College of the City University of New York) จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) ทำงานกับฮัดเลย์ (Hadley Cantril) จบปริญญาเอกจากจากมหาวิทยาลับนิวยอร์ค (New York University) ทำงานในคณะครุศาสตร์กับพอล (Paul R. Rodasavljviech) 1936 ลูชินส์ถูกจ้างให้เป็นผู้ช่วยของแม็กซ์ เวอร์ไธเมอร์ (Max Wertheimer) ผู้บุกเบิกจิตวิทยาแบบเกสตัลต์ (Gestalt psychology)  เขาทำงานกับแม็กซ์จนกระทั้งถึงปี 1943 1942 แต่งงานกับอีดิท (Edith Hirsch) เธอเป็นชาวโปแลนด์ซึ่งอพยพมาอยู่ในสหรัฐฯ และเธอเป็นลูกศิษย์ของลูชินส์ตอนที่เธอเรียนมัธยมปลายอยู่ที่บรู๊คลินคอลเลจ อีดิทเป็นนักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงและมีผลงานเขียนหลายเล่มพิมพ์ออกมาเช่นกัน เขาทั้งสองมีลูกด้วยกันห้าคน ปีนี้ ลูชินส์ อธิบายปรากฏการณ์ Fixedness หรือ Einstellung Effect ด้วยการทดลอง The Water Jars experiment โดยลูซินส์ใช้ เหยือก  3 ใบ โดยเหยือกแต่ละใบมีความจุไม่เท่ากัน  เหยือก a ความจุ…

0
Read More

William James Sidis

วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส (William James Sidis) ชายที่มี IQ สูงที่สุดในโลก ? วิลเลี่ยม เกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 1898 ในนิวยอร์คซิตี้   บอริส ไซดิส (Boris Sidis) พ่อของเขาเป็นคนเชื้อสายยิวที่อพยพออกมาจากยูเครน, จักรวรรดิรัสเซีย ในปี 1887 ด้วยเหตุผลทางการเมือง   บอริสทำงานเป็นครูจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีความรอบรู้ในหลายด้าน และมีผลงานเขียนหนังสือและบทความจำนวนมาก ส่วนแม่ชื่อซาร่าห์ (Sarah Mandelbaum) ออกมาจากยูเครนในปี 1889 เพราะกลัวกระแสการต่อต้านยิวในขณะนั้น ซาราห์เข้าเรียนด้านแพทย์ที่มหาวิทยาลัยบอสตัน  (Boston University) และจบในปี 1897 ตั้งแต่วันแรกที่วิลเลี่ยมเกิดพ่อกับแม่เชื่อว่าพวกเขาสามารถสร้างอัจฉริยะขึ้นมาได้ พวกเขาจึงทุ่มเททุกอย่างกับวิลเลี่ยม ซาร่าห์หยุดทำงานเพื่อที่จะทำหน้าที่ดูแลลูกของตัวเธอเองอย่างเต็มที่ บอริสใช้ความรู้ด้านจิตวิทยาในการฝึกลูกของเขา วิลเลี่ยมสามารถพูดคำแรกได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนและป้อนข้าวตัวเองด้วยช้อนตั้งแต่อายุ 8 เดือน เขาสามารถอ่านหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์ได้ตั้งแต่อายุเพียง 18 เดือน พออายุ 4 ขวบก็ได้เรียนคณิตศาสตร์ขั้นสูง พอมีอายุ 8 ปี วิลเลี่ยมสามารถพูดได้ถึง 8 ภาษา ได้แก่ ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ลาติน, ฮิบรู, กรีก, รัสเซีย, ตุรกี, อาร์เมเนีย โดยการเรียนด้วยตัวเอง นอกจากนั้นเขายังประดิษฐ์ภาษาของตัวเองขึ้นมาด้วย โดยเขาเรียกว่าภาษาเวนเดอร์กู๊ด (Vendergood)  1909 วิลเลี่ยมเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ตั้งแต่อายุ…

0
Read More

Jean-Martin Charcot

ฌอห์น-มาร์ติน ชาร์ค๊อต (Jean-Martion Charcot) The Founder of Modern Neurology ชาร์ค๊อต เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 1925 ในกรุงปารีส, ​ฝรั่งเศส ตระกูลของเขาไม่มีปูมหลังทางด้านการแพทย์มาก่อน แต่ชาร์ค๊อตมีความสนใจวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่ยังเล็ก และเขามีพรสวรรค์ในการวาดเขียน ซึ่งมีส่วนสำคัญสนับสนุนการค้นคว้าด้านระบบประสาทของเขาในอนาคต 1853 เรียนจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยปารีส ( University of Paris, Sorbonne) จากนั้นได้เข้าทำงานกับโรงพยาบาลซาลปีตรีแยร์ (Salpêtrière hospital) ในปารีส ที่ซึ่งงานวิจัยของชาร์ค๊อตเกี่ยวกับการแยกแยะโรคเกาต์ (qout) ออกจากโรคข้อรูมาตอย์ด (chronic rheumatoid arthritis) ทำให้หน้าที่การงานของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจนได้กลายเป็นหัวหน้าคลีนิคในโรงพยาบาล 1862 เขาแต่งงานกับมาดาม เดอร์วิส  (Madame Durvis, Augustine Victoire Durvis Laurent Charcot) หญิงม่ายที่มีฐานะร่ำรวย พวกเขามีลูกด้วยกันสองคน คือ ฌอห์นนี (Jeanne) และฌอห์น-แบพติสเต้ (Jean Baptiste)   ฌอห์น-แบพติสเต้ เมื่อโตขึ้นเขากลายเป็นนักสำรวจมหาสมุทรอาร์คติค และได้ค้นพบเกาะๆ หนึ่ง ซึ่งเขาได้ตั้งชื่อว่าเกาะชาร์ค๊อต (Charcot Island) เพื่อเป็นเกียรติแก่บิดาของเขา 1868 ชาร์ค๊อต เริ่มต้นการศึกษาเกี่ยวกับอาการของโรคพาร์คินสัน (Parkinson’s disease) ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลาง 1870 เกิดสงครามระหว่างฝรั่งเศสและปรัสเซีย (Franco-Prussian war) ระหว่างนี้ชาร์ค๊อตทำงานวิจัยหาวิธีการรักษาโรคไทฟอย์ด (typhoid) และฝีดาษ (small pox)…

0
Read More

Steve Ramirez

สตีฟ รามิเรซ (Steve Ramirez) ผู้ใส่ความทรงจำเทียมให้กับหนู 1970s พ่อกับแม่ของรามิเรซ​ต้องลี้ภัยสงครามกลางเมืองในเอล ซัลวาดอร์ (El Salvador) มายังสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็มาทำงานรับจ้าง เพื่อเลี้ยงดูลูกๆ  รามิเรช เกิดและเติมโตขึ้นมาในบอสตัน (Boston)  เมื่อตอนรามิเรซอยู่ชั้นมัธยม ญาติสนิทของเขาไปทำคลอดที่โรงพยาบาลด้วยการผ่าคลอด (C-section) ก่อนการผ่าตัดหมอมีการให้ยาเพื่อลดความเจ็บปวด (anesthesia) แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เธอหมดสติและอยู่ในอาการโคม่าตั้งแต่นั้นมา รามิเรซจึงมีความฝังใจและมีความต้องการที่จะรู้ว่าสมองทำงานอย่างไร เขาจบด้านวิทยาศาสตร์สาขาระบบประสาท จากมหาวิทยาลัยบอสตัน (Boston Universtiy) เข้าเรียนปริญญาเอก ด้านวิทยาศาสตร์สมองและจิตสำนึก (Brain and Cognitive Sciences) ที่เอ็มไอที (MIT) 2013 รามิเรซ มีชื่อเสียงจากการทดลองของเขาร่วมกับ หู ลัวะ (Xu Liu) ในการสร้างความทรงจำเทียมให้กับสมองของหนู (plant false memories into the brain) วันแรก, พวกเขาใส่หนูทดลองลงภายในกล่อง A  และปล่อยให้มันเดินสำรวจภายในกล่อง พวกเขาฉีดแชนเยลโรโด๊ปซิน (Channelrhodopin โปรตีนชนิดหนึ่ง  ซึ่งทำหน้าที่เหมือนตัวรับแสง) เข้าไปในสมองความความทรงจำของหนู วันถัดมา, พวกเขาใส่หนูลงในกล่อง B และหลังจากปล่อยให้หนูเดินอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาก็ช๊อตมันด้วยกระแสไฟฟ้าอย่างอ่อนที่เท้าของมัน ในเวลาเดียวกันก็ใช้แสงเลเซอร์เพื่อกระตุ้นความทรงจำเกี่ยวกับกล่อง A วันที่สาม, หนูถูกนำกลับมาไว้ที่กล่อง A ปรากฏว่าหนูแสดงความหวาดกลัวเมื่ออยู่ในกล่อง A แสดงให้เห็นว่าหนูมีความทรงจำผิดว่ามันถูกไฟฟ้าช๊อตเมื่ออยู่ในกล่อง A 

0
Read More

Sergei Korsakoff

เซอร์เกย์ คอร์ซาคอฟ (Сергей Сергеевич Корсаков) Korsakoff syncrome คอร์ซาคอฟ เกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม 1854  ในหมู่บ้านกุส-ครัสตัลนี (Gus-Khrustalny) ทางตอนกลางของรัสเซีย หมู่บ้านแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตแก้วที่ขึ้นชื่อในเวลานั้น พ่อของเขาชื่อเซอร์เกย์ (Sergei Grigorievich Korsakoff) ทำงานเป็นหัวหน้าคนงานในโรงงานแห่งหนึ่ง ส่วนแม่ชื่ออคิลิน่า (Akilina Yakovlevna Alyanchikova) ทั้งคู่เป็นคนมีการศึกษาดี คอร์ซาคอฟมีพี่น้องอีกสามคน ชื่อมาเรีย (Maria) , แอนนา (Anna), และนิโคไล (Nikolai) 1857 พ่อของเขาลาออกจากงานและพาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่เรียซาน (Ryazan) 1859 ครอบครัวของเขาย้ายบ้านอีกครั้งหนึ่งมาอยู่ในเขตมอสโคว์ 1864 เขาเข้าเรียนที่จิมเนเซียม หมายเลข 5 ในมอสโคว์  1870 จบมัธยมด้วยคะแนนเหรียญทอง จากนั้นได้เข้าศึกษาในคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยมอสโคว์ (Moscow State University) 1875 จบแพทย์จาก ม.มอสโคว์ โดยได้เขียนปริญญานิพนธ์ชื่อ The history of illness of Ilya Smirnov (История болезни дворянина Ильи Смирнова, 29 лет)  หลังจากเรียนจบได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาลจิตเวช เอส.ไอ. สเตินเบิร์ก (Transfiguration Psychatric Hospital S.I. Steinberg) 1876 เขามาทำงานที่คลีนิคโรคทางระบบประสาทของ ม.มอสโคว์​ โดยเป็นผุ้ช่วยของอเล็กซีย์…

0
Read More

Edgar Rubin

เอ็ดการ์ รูบิ้น (Edgar Rubin) Rubin’s vase เอ็ดการ์ เกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 1886 ในโคเป้นเฮเก้น (Copenhagen, Sweden) ประเทศเดนมาร์กครอบครัวของเขามีเชื้อสายยิวที่มีฐานะร่ำรวย พ่อของเขาชื่อมาร์คัส (Marcus Rubin) เป็นนักเศรษฐศาสตร์ เคยเป็นรัฐมนตรีคลังและผู้อำนวยการธนาคารกลางของเดนมาร์ก เอ็ดการ์ เคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับนีล บอห์ร (Niels Bohr) ซึ่งเป็นญาติกับเขา 1904 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเก้น (University of Copenhagen) เอกทางด้านจิตวิทยา 1910 จบปริญญาโท 1911 เขาเดินทางมาศึกษาต่อที่กิตตินเจ้น (Göttingen) ในเยอรมันนี และได้ทำงานในห้องวิจัยของจอร์จ มูลเลอร์ (Georg Elias Müller) ซึ่งขณะนั้นมูลเลอร์กำลังศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของความจำ 1915 จบปริญญาเอกด้านจิตวิทยา โดยที่เขาทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ชื่อเรื่อง Synsoplevede Fiqurer (Visually experienced figures)  วิทยานิพนธ์นี้เอ็ดการ์นำเสนอภาพลวงตา ซึ่งเกิดจากแสง (และสมองหรือระบบประสาทการรับรู้) หลายภาพ หนึ่งในคือภาพ Rubin’s Vase ( บางที่เรียกกันว่า Rubin face หรือ figure-ground distinction) ภาพของคนโธหรือใบหน้าคน ที่มีชื่อเสียง ผลงานของเอ็ดการ์มีอิทธิพลต่อการศึกษาจิตวิทยาเกสตัลต์ (Gestalt psychology) 1922 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเก้า เขาอยู่ในตำแหน่งนี้จนกระทั้งเสียชีวิต 1951 เสียชีวิต

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!