Brain

Francisco Varela

ฟรานซิสโก้ วาเรล่า (Francisco Javier Varela Garcia) Autopoiesis, Enactivism structures, ผู้เขียน Embodied Mind วาเรล่า เกิดวันที่ 7 กันยายน 1946 ในซานดิเอโก้, ชิลี (Santiago, Chile) พ่อของเขาชื่อราอูล (Raúl Andrés Varela Rodríguez) และแม่ชื่อโคริน่า (Corina María Elena García Tapia) 1951 เข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนมัธยม Liceo Altman del Verbo Divino ในซานดิเอโก้ 1963 หลังจากจบมัธยมได้เข้าเรียนต่อในคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยแคโธริคปอนตีฟ (Pontifical Catholic University of Chile)   1966 ย้ายมาเรียนด้านชีววิทยาที่มหาวิทยาลัยชิลี (University of Chile)  1967 จบปริญญาโทชีววิทยา  1968 สมัครเข้่าเรียนที่ฮาร์วาร์ด (Harvard University) 1970 จบปริญญาเอกด้านชีววิทยาจากฮาร์วาร์ด  โดยเขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง Insect Retinas : Information processing in the compound eye   หลังจากเรียนจบเขาได้เดินทางกลับมาสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยชิลี 1972 วาเรล่า ร่วมกับอัมเบอร์โต้ มาตุราน่า (Humberto Maturana) นิยามศัพท์คำว่า…

0
Read More

Gerald Edelman

เจราล์ด อีเดลแมน (Gerald Maurice Edelman) Physiology Noble 1972, Neural Darwinism อีเดลแมน เกิดวันที่ 1 กรกฏาคม 1929 ในควีน, นิวยอร์ค (Ozone Park, Queens, NY)  พ่อของเขาชื่อเอ็ดเวิร์ด (Edward Edelman) และแม่ชื่อแอนนา (Anna Freedman) พ่อมีอาชีพเป็นแพทย์ ส่วนแม่ทำงานในบริษัทประกัน อีเดลแมนถูกฝึกให้เรียนไวโอลีนมาตั้งแต่เด็ก เขาประสบความสำเร็จมากในแนวทางนี้ จนกระทั้งอายุ 16 ปีเขาก็ตัดสินใจเลิกที่จะเป็นนักไวโอลิน  เขาจบมัธยมจากโรงเรียนมัธยมจอห์น อดัมส์ (John Adams High School) 1950 จบปริญญาตรีจากอูร์ซินัสคอลเลจ (Ursinus College) ด้วยเกียรตินิยม หลังจากนั้นเข้าเรียนต่อแพทย์ศาสตตร์ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย (University of Pennsylvania School of Medicine) แต่งงานกับมาซีน (Maxine M. Morrison) พวกเขามีลูกด้วยกันสามคน อีริค (Eric) เดวิด (David) และจูดิท (Judith) 1954 จบแพทย์ที่ ม.เพนซิลวาเนียจากนั้นได้ทำงานที่มูลนิธิการแพทย์จอห์นสัน (Johnson Foundation for Medical Physics) ก่อนที่จะได้เป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลแมสซาซูเซตส์เจเนรัล (Massachusetts General Hospital)  1955 เข้าเป็นแพทย์ทหารในกองทัพสหรัฐฯ​ โดยได้ยศร้อยเอก เขาถูกส่งไปเป็นหมออยู่ในปารีส 1957…

0
Read More

Michel Jouvet

มิเชล จัวเวต (Michel Jouvet) นักวิจัยเกี่ยวกับความฝัน,  REM sleep มิเชล เกิดวันที่ 16 พฤศจิกายน 1925 ในจูร่า, ฝรั่งเศส (Lons-Lee-Saunier, Jura, France) พ่อของเขาเป็นแพทย์ ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 มิเชลเคยร่วมรบกับฝ่ายต่อต้านนาซี มิเชลมีความสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับมนุษยวิทยา (anthropology) แต่ว่าพ่อของเขาอยากให้เขาเรียนทางแพทย์ มิเชบจึงได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลีอง (University of Lyon) 1951 จบแพทย์ 1954 เดินทางมาแคลิฟอร์เนีย และได้ได้ทำงานวิจัยมากวน (H.W. Magoun) ศัลยแพทย์ระบบประสาท ซึ่ง มากวน และโมรัซซี (Giuseppe Moruzzi) เป็นผู้ที่สามารถระบุตำแหน่งของสมองที่รับหน้าที่ควบคุมการนอนหลับได้ 1956 มิเชลกลับมาอยู่ฝรั่งเศส และศึกษาปริญญาเอกจนจบ 1959 เขาทำการทดลองหลายครั้งเพื่อศึกษากับการเกิดความฝันและอาการผีอำ (อัมพาตชั่วคราวระหว่างการหลับ) ที่เกิดขึ้นกับแมว ระหว่างการเกิด REM sleep ซึ่งเขาอธิบายว่า REM sleep เกิดจากการทำงานของสมองส่วน pontine tegmentum และอาการอัมพาตชั่วคราวระหว่างเกิด REM sleep นั้นเป็นผลจากการไม่ทำงานของสมองส่วน medulla oblongata  เขายังเรียก REM sleep ว่าเป็น Paradox of Sleep เพราะแม้นว่าสมองจะยังคงทำงานอยู่แต่ส่วนอื่นๆ ของร่างกายกลับหยุดยิ่ง  มิเชลเรียกพฤติกรรมของแมวระหว่างการฝันว่า “oneiric behavior” ซึ่งช่วยยืนยันว่าแมวสามารถฝันได้  1961 มิเชล…

0
Read More

Bernard Baars

เบอร์นาร์ด บารส์ (Bernard J. Baars) The Global Workspace of Consciences Theory บาร์ส เกิดในปี 1946 ในอัมสเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์  ครอบครัวของเขาย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯ เมื่อปี 1958  1970 จบปริญญาตรีด้านจิตวิทยา จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (University of California, UCLA) 1977 จบปริญญาเอกด้านจิตวิทยาสาขาจิตสำนึก (Cognitive Psychology) จาก ม.แคลิฟอร์เนีย จากนั้นได้รับตำแหน่งผู้ช่วยศาสตร์จารย์ด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค (State University of New York, SUNY) 1986 รับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่สถาบันไรท์ (The Wright Institute) ที่เบิร์กเลย์, แคลิฟอร์เนีย 1988 เสนอทฤษฏี Global Workspace Theory 1989 ร่วมก่อตั้งวารสาร Consciousness & Cognition ร่วมกับวิลเลี่ยม แบงค์ (William P. Banks) 1994 ร่วมก่อตั้งสมาคมวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจิตสำนึก (Association for Scientific Study of Consciousness) โดยที่เขารับตำแหน่งประธานคนแรก  1997 ปีนี้เขาตีพิมพ์หนังสือ In the Theater of Consciousness : The Workspace…

0
Read More

Giulio Tononi

จัวเลีย โตโนนิ (Giulio Tononi) Integrated Information theory , ผู้เขียน Phi : A Voyage from the Brain to the Soul โตโนนิ เกิดในเตรนโต้, อิตาลี (Trento, Italy) พ่อของเขาชื่อจอร์แดน (George Tononi) เป็นนักการเมืองและเคยเป็นผู้ว่าของเมืองเตรนโต้  โตโนนิเป็นพี่ชายคนโตในพี่น้องทั้งหมดสามคน จบแพทย์ สรีระศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยซานต์แอนนา (Sant’Anna School of Advanced Studies) ในปิซ่า (Pisa)  จบปริญญาเอกด้านชีวะระบบประสาท จากซานต์แอนนา  1990 ทำงานที่สถาบันวิทยาศาสตร์ระบบประสาท (The Neurosciences Institute) ในนิวยอร์ค 2000 รับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน (University of Wisconsin)  ซึ่งเขาทำงานอยู่ที่นี่จนกระทั้งปัจจุบัน 2003 เสนอสมมุติฐาน synaptic homeostasis hypothesis 2004 เสนอทฤษฏี Integrated Information Theory (IIT) ทฤษฏีเกี่ยวกับจิตสำนึก (Consciousness) ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรและจะวัดได้อย่างไร ทำไมจิตสำนึกถึงหายไปตอนที่เราหลับและกลับมาตอนที่ตื่น ทฤษฏี IIT ถูกมองว่าเป็นทฤษฏีเดี่ยวเกี่ยวกับการศึกษาจิตสำนึกที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด  (เว็บไซด์ http://integratedinformationtheory.org)  2005 ได้รับรางวัล NIH Director’s Pioneer Award 2008…

0
Read More

Franz Brentano

ฟรานซ์ เบรนตาโน่ (Franz Clemens Honoratus Hermann Brentano) intentionalism (act psychology) , Brentanianism เบรนตาโน่ เกิดวันที่ 16 มกราคม 1838 ในมาเรียนเบิร์ก (Marienber am Rhein) เยอรมัน พ่อของเขาชื่อคริสเตียน (Christian Brentano) และแม่ชื่ออีมิลี (Emilie Ginger) ทั้งคู่มีอาชีพเป็นนักเขียน ครอบครัวของพวกเขามีเชื้อสายจากอิตาลีและเคร่งศาสนา เบรนตาโน่ได้มีโอกาสเรียนหนังสือที่ในมิวนิค (Munich), วูร์ซเบิร์ก (Würzburg), และเบอร์ลิน (Berlin) ในวิชาศาสนา ปรัชญา และคณิตศาสตร์  1851 พ่อของเขาเสียชีวิต 1862 เขาจบปริญญาเอก โดยเขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง On the Several Senses of Being in Aristotle  1864 เขาบวชเป็นนักบวชในนิกายโรมันแคโธริค 1866 ได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์สอนปรัชญาที่มหาวิทยาลัยวูร์ซเบิร์ก (University of Würzburg) โดยที่ไม่มีเงินเดือน 1867 เขียน Habilitationsschrift  1872 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์  1873 เบรนตาโน่ออกจากการเป็นนักบวชเพราะเกิดความสงสัยไม่มั่นใจเกี่ยวกับศาสนา 1874 เขียน Psychologie vom empririschen Standpunkte (Psychology from an Empirical Standpoint) ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยเวียนนา (University…

0
Read More

Daniel Dennett

แดเนียล เดนเน็ตต์ ที่ 3 (Daniel Clement Dennett III) เดนเน็ตต์ เกิดวันที่ 28 มีนาคม 1942 ในบอสตัน, แมสซาซูเซตต์ พ่อของเขาชื่อแดเนียล (Daniel Clement Dennett, Jr.) และแม่ชื่อรูท (Ruth Leck) เดนเน็ตต์ ใช้ชีวิตในวัยเด็กในเลบานอน เพราะว่าช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 พ่อของเขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยต่อต้านการจารกรรม ของหน่วย OSS (Office of Strategic Services ภายหลังคือ CIA)  เมื่อเดนเน็ตต์อายุได้ 5 ขวบ พ่อของเขาประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตก แม่จึงพาเขากลับมาอยู่ที่แมสซาซูเซตต์  1959 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากสถาบันอีซีเตอร์ (Philips Exeter Academy) หลังจากนั้นได้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยเวสเลยัน (Wesleyan University) อยู่หนึ่งปี 1961 ย้ายมาเรียนที่ฮาร์วาร์ด (Harvard University) 1962 จบปริญญาตรีสาขาปรัชญาจากฮาร์วาร์ด หลังจากนั้นได้ไปศึกษาต่อที่อ๊อกฟอร์ด (University of Oxford)  แต่งงานกับซูซาน (Susan Bell) พวกเขามีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน 1965 จบปริญญาเอกด้านปรัญชาจากอ็อกฟอร์ด โดยกิลเบิร์ต ไรล์ (Gilbert Ryle) เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในการทำงานวิทยานิพนธ์เรื่อง “The Mind and the Brain: Introspective Description in…

0
Read More

Frederic Bartlett

ฟรีเดริค ชาร์ล บาร์ตเล็ตต์ (Frederic Charles Bartlett) theory on reconstructed memory, นักจิตวิทยา บุกเบิก schema theory บาร์ตเล็ตต์ เกิดวันที่ 20  ตุลาคม 1886 ในสโตว, อังกฤษ (Stow-on-the-Wold, Gloucestershire,  England) ครอบครัวมีฐานะปานกลาง พ่อของเขาทำธุรกิจผลิตรองเท้า  บาร์ตเล็ตต์เริ่มเรียนชั้นประถมจากโรงเรียนในเมือง แต่ช่วงอายุ 14 บาร์ตเลตต์มีอาการป่วยด้วยโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ (pleurisy)  ทำให้ต้องเรียนหนังสืออยู่กับบ้าน 1909 จบปริญตรีศิลปะศาสตร์จิตวิทยา ด้วยเกียรตินิยม จาก The University Correspondence College  1911 จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยลอนดอน (London University) สาขาจริยธรรมและสังคมศาสตร์ หลังจากนั้นก็เข้าเรียนต่อที่แคมบริดจ์ 1914 จบจากเซนต์จอห์นคอลเลจ (St John’s College, Cambridge) ทางด้านวิทยาศาสตร์ศีลธรรม (Moral Science)  เวลานี้เป็นช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 พอดี แต่บาร์ตเลตต์ไม่ต้องถูกเกณฑ์ทหารเพราะปัญญาสุขภาพของเขาตั้งแต่เล็ก แต่เขาได้ตำแหน่งผู้ช่วยของชาร์ล ไมเออร์ (Charles Samuel Myers) ผู้อำนวยการของห้องทดลองทางจิตวิทยาที่แคมบริดจ์ 1918 หลังสงครามโลกยุติลง เขาก็ลาออกจากแคมบริดจ์ 1922 เมื่อไมเออร์เกษียณออกไป บาร์ตเล็ตต์ก็ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการของของทดลอง 1923 เขียน Psychology and Primitive Culture 1927 พิมพ์…

0
Read More

War of the Ghosts

War of the Ghosts ในคืนหนึ่ง ชายหนุ่มสองคนจากอีกูแล็ค (Egulac) เดินลงไปที่ริมฝั่งแม่น้ำเพื่อที่จะล่าสิงโตทะเล โดยในขณะนั้นบรรยากาศที่ริมแม่น้ำเต็มไปด้วยหมอกและเงียบสนิทมาก  จนกระทั่งชายหนุ่มสองคนไ้ด้ยินเสียงคนต่อสู้กันแว่วมา พวกเขาจึงคิดว่าอาจจะมีคนกำลังสู้รบกันอยู่บริเวณนั้น ชายหนุ่มทั้งสองคนจึงหนีขึ้นไปหลบอยู่หลังต้นไม้ริมฝั่ง  และไม่นานก็มีเสียงปืนใหญ่ตามมา, พร้อมกับที่พวกเขาได้ยินเสียงของไม้พายที่กระทบกับน้ำ, พร้อมกับเร่ิมมองเห็นเรือแคนนูกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้  มีชายห้าคนอยู่บนเรือแคนนู, แล้วชายคนหนึ่งบนเรือก็ถามชายหนุ่มทั้งสองว่า “พวกคุณจะว่าอย่างไรถ้าพวกเราจะพาพวกเจ้าล่องขึ้นไปเหนือน้ำด้วยกันเพื่อที่จะไปทำสงคราม” ชายหนุ่มคนหนึ่งจึงตอบไปว่า “ข้าไม่มีธนู” “ธนูมีอยู่มากมาย ภายในเรือนี้” คนในเรือตอบ “ข้าคงจะไม่เดินทางไปกับพวกท่าน, ข้าอาจจะถูกฆ่าตายก็ได้ และก็ยังไม่ได้บอกญาติเอาไว้ด้วยว่าข้าจะเดินทางไปไหน … แต่เจ้า” หนึ่งในชายหนุ่มหันไปมองเพื่อนของเขา “เจ้าอาจจะเดินทางไปกับพวกเขาได้”  ชายหนุ่มคนหนึ่งจึงได้ออกเดินทางไปพร้อมกับเรือแคนนู ในขณะที่อีกคนหนึ่งได้กลับไปบ้าน เหล่านักรบในเรือแคนนูได้เดินทางขึ้นไปยังต้นแม้น้ำ ยังเมือ งฝังตรงข้ามกับคาลาม่า (Kalama) ซึ่งคนจากเมืองนั้นก็ล่องลงมา แล้วสองฝ่ายก็ต่อสู้กัน มีคนถูกสังหารมากมาย  ชายหนุ่มได้ยินเสียงนักรบคนหนึ่งพูดออกมาว่า “เร็ว, พวกเราต้องกลับแล้ว: อินเดียคนนั้นถูกยิง”  ชายหนุ่มก็คิดในใจว่า “โฮ่, พวกเขาต้งเป็นผีแน่เลย” เพราะชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกเจ็บตรงไหน, แล้วพวกเขาจะพูดได้อย่างไรว่าชายหนุ่มถูกยิง เมื่อเรือแคนนูกลับมายังอีกูแล็ค, ชายหนุ่มก็กลับขึ้นฝั่งแล้วก็กลับไปที่บ้านของเขา, เขาจุดกองไฟขึ้น, และได้พูดกับทุกคนในบ้านว่า “ รู้มัย, ข้าได้เดินทางไปกับพวกผีแหละ , พวกเราไปต่อสู้ในสงครามมา, และฝ่ายของเรามากมายก็ถูกสังหาร, และฝ่ายตรงข้ามกับพวกเราก็ถูกฆ่าตายมากมายเหมือนกัน, คนพวกนั้นยังพูดอีกด้วยว่า ข้าถูกยิง, แต่ว่าข้าไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยนะ ”  หลังจากชายหนุ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง ทุกคนก็เงียบกริบ จนกระเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นและชายหนุ่มก็ล้มลง มีบางอย่างสีดำที่ออกมาจากปากของเขา หน้าของเขาดูผิดรูป ทุกคพากันสะดุ้งแล้วก็ร้องไห้ ชายหนุ่มตายแล้ว…. …. eng… One night two young men from Egulac went…

0
Read More

Stanislas Dehaene

สตานิสลาส ดิเฮน์ (Stanislas Dehaene)  ผู้เขียน The Number Sense, Reading in the Brain ดิเฮน์ เกิดวันที่ 12 พฤษภาคม 1965 ในรัวเบ็กซ์, ฝรั่งเศส (Roubaix, France)  1984 เข้าเรียนทางด้านคณิตศาสตร์อีโคล โนร์แมล์ (École Normale Supérieure) ในปารีส จนกระทั้งปี 1989 1985 จบปริญญาโททางด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยปารีส ที่ 6 (Pierre and Marie Curie University~ Paris VI)  หลังจากได้อ่านหนังสือ Neuronal Man: Tie Biology of The Mind ของ ฌอห์น-ปิแอร์ (Jean-Pierre Changeux) ดีเฮเน่ ก็กลับเข้ามาเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ระบบประสาทและสรีระศาสตร์ 1989 จบปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์สมอง จาก EHESS (École des Hautes Études en Sciences Sociales) ในปารีส โดยฌาคส์ เมห์เลอร์ (Jacques Mehler) เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา  หลังจากนั้นได้ทำงานเป็นนักวิจัยที่ INSERM (French National Institute of Health…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!