General

John L. Hennessy

จอห์น เฮนเนสซี (John LeRoy Hennessy) Turing Award 2017 เฮนเนสซี เกิดวันที่ 22 กันยายน 1952 ในฮันติงตัน (Huntington, Long Island) นิวยอร์ก พ่อของเขาเป็นวิศวกรอวกาศ และแม่เป็นครูก่อนที่จะลาออกมาเลี้ยงลูกๆ หกคน 1969 เข้าเรียนทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยวิลลาโนว่า (Villanova University) โดยระหว่างเรียนได้เป็นสมาชิกของกลุ่ม Tau Beta Pi 1973 จบปริญาตรี 1974 แต่งงานกับแอนเดรีย (Andrea Berti) พวกเขามีลูกชายด้วยกันสองคน 1977 จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยสโตนี บรู๊ค (State University of New York, Stony Brook) โดยทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับซอฟแวร์ real-time system  หลังจากนั้นได้มาทำงานที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Standford University) ในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า 1981 เริ่มวิจัยพัฒนาการสร้างสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์แบบ MIPS (Microprocessor without interlocked Pipeline Stages) ซึ่งปัจจุบันเรียกว่าเป็น RISC (Reduced Instruction Set Computer)  1984 ก่อตั้ง MIPS Technologies, Inc. 1987 ได้ตำแหน่งศาสตราจารย์ (Willard and Inez Kerr Bell…

0
Read More

James K. Polk

เจมส์ น็อกซ์ โพลก์ (James Knox Polk) ประธานาธิบดีคนที่ 11 ของสหรัฐฯ โพลก์ เกิดวันที่ 2 พฤศจิกายน 1795 ในไพน์วิลล์, นอร์ท คาโรไลน่า (Pineville, North Carolina) พ่อของเขาเป็นเกษตรกรชื่อ่ซามูเอล (Samuel Polk, 1772-1827) และแม่ชื่อเจน (Jane Knox, 1776-1852) มีเชื้อสายสก๊อต พวกเขาแต่งงานกันในปี 1794 และโพลก์เป็นลูกคนแรกจากทั้งหมดสิบคนของครอบครัว เจนตั้งชื่อโพลก์ ตามชื่อพ่อของเธอคือ เจมส์ น็อกซ์ (James Knox)   ครอบครัวนี้เป็นคริสต์เพรสไบทีเรียน (Presbyterian) แต่ว่าโพลก์ไม่ได้เข้าพิธีรับศีลแบ๊พติส เพราะว่าพ่อของเขาปฏิเสธที่จะกล่าวคำสาบานในพิธีดังกล่าวด้วย ซามูเอลเป็นเกษตรกรที่มีฐานะร่ำรวย เขามีที่ดินกว่า 3000 เอเคอร์และมีทาส 53 คน วัยเด็กเขาเรียนหนังสืออยู่กับบ้านโดยที่แม่ซึ่งเคยเป็นครูเป็นผู้สอนหนังสือ  1806 เมื่อโพลก์อายุ 11 ปี ครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ในมัวรีคันที, เทนเนสซี (Maury County, Tennessee) ใกล้กับแม่น้ำดัก (Duck River) และซามูเอลได้เป็นผู้พิพากษาและสมาชิกสภา 1812 โพลก์มีสุขภาพไม่แข็งแรงตั้งแต่ยังเล็ก เขาเคยป่วยด้วยอาการของนิ่วในกระเพาะปัสสสาวะทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัด จากหมอวอลเตอร์ (Walter R. Borneman) แต่นั่นทำให้เขาต้องกลายเป็นหมัน 1813 ตอนอายุ 18 เขาเรียนในโรงเรียนครั้งแรก ที่สถาบันเพรสไบทีเรียน (Presbyterian academy) ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้บริหารกิจการโดยนิกายไซออนนิกายไซออน (Zion…

0
Read More

Pavel Kamnev

ปาเวล อิวาโนวิช คัมเนฟ(Павел Иванович Камнев) หัวหน้าทีมออกแบบมิสไซด์ 3M14 “Kalibr”  คัมเนฟ เกิดวันที่ 14 พฤศจิกาายน 1937 ในดาเกสถาน (Dagestan, Russia)  1961 จบการศึกษาด้านวิศวกรรม จากสถาบันการบินมอสโคว์ (Moscow Aviation Institute)  หลังจากนั้นได้ทำงานที่โรงงาน M. I. Kalinin ในเยคาเตรินบูร์ก (Ekaterinburg)  1991 ย้ายมาทำงานกับ  OKB Novator  (ОКБ Новатор) ในตำแหน่งรองหัวหน้าทีมวิศวกรรมออกแบบอาวุธ ซึ่งที่นี่คัมเนฟ เริ่มทำงานออกแบบมิสไซด์ไลน์ 3M14 “Kalibr” ซึ่งพัฒนาต่อมาจาก 3M10 “Garnet”  1994 Calibr ถูกนำไปประจำการณ์ในกองทัพเรือรัสเซียเป็นครั้งแรก 1996 ได้รับตำแหน่งหัวหน้าทีมออกแบบอาวุธ 1997 ได้รับรางวัล State Prize of Russia ซึ่งเขาได้รับรางวัลนี้อีกครั้งหนึ่งในปี 2006 2002 OKB Novator ถูกรวมเข้ากับ JSC Almaz-Altai 2015 Calibr ถูกนำไปใช้จริงในสงครามครั้งแรก ในสงครามซีเรีย 2016 ได้รับรางวัล Hero of Labour  2017 การพัฒนามิสไซด์ Kalibr ถูกส่งต่อให้กับฟาริด อับดราคมานอฟ (Farid Abdrakhmanov, Фарида Абдрахманов)

0
Read More

Donald Knuth

โดนัล คนุท (Donald “Don” Ervin Knuth) Turing Award 1974, ผู้เขียน The Art of Computer Programming, Tex, Metafont คนุท เกิดวันที่ 10 มกราคม 1938 ในมิลวัวกี, วิสคอนซิน (Milwaukee, Wisconsinsin, US) พ่อของเขาชื่อเอร์วิน (Ervin Henry Knuth) เป็นลูกครึ่งอเมริกัน-เยอรมัน ทำงานเป็นครูในโรงเรียนมัธยมิลวัวกี (Milwaukee high school) และเปิดธุรกิจโรงพิมพ์ ส่วนแม่ชื่อหลุยส์ (Louise Marie Bohning)  คนุทเรียนหนังสือระดับมัธยมที่โรงเรียนมัธยมมิลวัวกี  1956 ได้รับทุนเข้าเรียนด้านฟิสิกที่สถาบันเทคโนโลยีเคส (Case Institute of Technology) ในโอไฮโอ แต่ว่าตอนที่ขึ้นปีสองได้เปลี่ยนมาเรียนทางด้านคณิตศาสสตร์ ซึ่งระหว่างที่เรียนเขาได้เป็นสมาชิกของกลุ่มภราดรเบต้านู (Beta Nu Chapter) ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยกลุ่มเธต้าไช (Theta Chi fraternity)  ระหว่างที่เรียนที่เคส เขาได้มีโอกาสใช้งานเมนเฟรมไอบีเอ็ม 650 (IBM 650) ซึ่งคนุทใช้เวลาไม่นานก็เขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมคอมพิวเตอร์ตัวนี้ขึ้นมาใหม่ให้เหมาะสมกับการใช้งานของสถาบัน 1958 ร่วมก่อตั้งแม็กกาซีน Engineering and Science Review 1960 จบปริญญาตรี หลังจากนั้นเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (California University)  1961 แต่งงานกับแนนซี่ (Nancy Jill Carter)…

0
Read More

Operation Ivy Bells

Operation Ivy Bells เป็นความริเริ่มโดยอดีตนายทหารเรือ กัปตัน เจมส์ แบรดลีย์ (James Bradley) ซึ่งเคยประจำการณ์ในเรือดำน้ำช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 และทำงานด้านข่าวกรองใต้ทะเล ในปี 1971 แบรดลีย์ เกิดแนวคิดที่จะดักฟังสายเคเบิ้ลใต้ทะเลของโซเวียต เขา, กองทัพเรือ และ NSA (National Security Agency) ตัดสินใจเลือกพื้นที่บริเวณทะเลโอค๊อตส์ก เพราะว่าเป็นฐานทัพสำคัญของโซเวียตในมหาสมุทรแปซิฟิก ฐานทัพเรือเปโตรปาฟลอฟส์ก ซึ่งอยู่บนเกาะคัมชัตก้า (Kamchatka) จึงน่าจะมีสายเคเบิ้ลเชื่อกับศูนย์บัญชาการที่วลาดิวอสต๊อก (Vladivostok) บริเวณดังกล่าวยังถูกจำกัดไม่ให้พลเรือนเข้าไปและมีการลาดตระเวณอย่างเข้มงวด และในทะเลยังมีเครื่องดักฟังสัญญาณเสียงใต้น้ำด้วย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพื้นที่นี้จึงน่าจะมีความสำคัญมาก แบรดลีย์ได้เลือกเรือดำน้ำนิวเคลียร์ฮาลิบัต (Halibut nuclear submarine, SSGN-587) นำในปฏิบัติการณ์นี้ ซึ่งยังประกอบด้วยเรือดำน้ำอื่นๆ อีกหลายลำ  จุดเด่นของเรือดำน้ำฮาลิบัตคือระบบขับเคลื่อนมีความเงียบเป็นพิเศษ และยังมีการติดตั้งเรือดำน้ำกู้ภัยขนาดเล็ก DSRV’s (deep-submergence rescue vehicles) เพื่ออำพรางว่าฮาลิบัตเป็นเพียงเรือกู้ภัยใต้น้ำขนาดเล็ก และมีการปล่อยข่าวลวงว่าสหรัฐฯ ส่งเรือดำน้ำเข้าไปเพื่อค้นหาจรวดมิสไซด์ SS-N-12 Sandbox ของโซเวียตที่หล่นลงในทะเล ขณะที่นักประดาน้ำเอง ก็ต้องมีระบบช่วยหายใจแบบใหม่ที่จะทำให้สามารถประดาน้ำลึกราว 400 ฟุตได้ อาทิ ถังอากาศ มีการเปลี่ยนส่วนผสมของอากาศใหม่ เป็น ฮีเลียมและอ๊อกซิเจน แทนไนโตรเจนและอ๊อกซิเจน ฤดูร้อนปี 1972 ไม่นานก่อนที่จะมีการลงนานในข้อตกลงควบคุมขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ SALT 1 (Strategic Arms Limitations Treaty) ระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพโซเวียต เรือดำน้ำนิวเคลียร์ฮาลิบัต ใต้การบังคับบัญชากของกัปตันจอห์น แม็คนิช (Captain John…

0
Read More

Otto Robert Frisch

อ็อตโต้ โรเบิร์ต ฟริสซ์ (Otto Robert Frisch) ผู้อธิบายปรากฏการณ์ nuclear fission ฟริสซ์ เกิดวันที่ 1 ตุลาคม 1904 ในเวียนนา, ออสเตรียฮังการี (Vienna, Austria-Hungary) พ่อของเขาชื่อจัสตินเนียน (Justinian Frisch) เป็นยิวชาวโปแลนด์ มีอาชีพเป็นจิตรกรและนักกฏหมาย และแม่ชื่อออกัสเต้ มีตเนอร์(Auguste Meitner) เป็นนักเปียโน ฟริสซ์ เป็นหลานของลิส มีตเนอร์ (Lise Meitner)  1922 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเวียนนา (University of Vienna) ทางด้านฟิสิก 1926 จบปริญญาตรี หลังจากเรียนจบได้ทำงานในห้องทดลองหลายแห่งในเยอรมัน และมีโอกาสทำงานกับอ๊อตโต้ สเติร์น (Otto Stern) นักฟิสิกรางวัลโนเบล  1933 เมื่อฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) มีอำนาจในเยอรมัน ฟริสซ์ได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ลอนดอน โดยได้ทำงานที่เบิร์กเบ็คคอลเลจ (Birkbeck College)  โดยได้อยู่ในทีมวิจัยของแพรทริก แบล็คเกตต์ (Patrick Maynard Stuart Blackett) ซึ่งกำลังศึกษาเกี่ยวกับการสลายตัวของกัมมันตรังสีโดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า cloud chamber 1934 ได้รับทุนให้ไปดูงานที่โคเปนฮาเก้น, เดนมาร์ก ทำให้เขาได้มีโอกาสทำงานร่วมกับนีล บอห์ร (Niels Bohr) เป็นเวลากว่า 5 ปี  1938 กุมภาพันธ์, ในเบอร์ลิน อ๊อตโต้ ฮาห์น (Otto…

0
Read More

Jill Price

จิลล์ ไพรซ์ (Jill Price) ผู้ป่วยคนแรกในสหรัฐฯ ที่ถูกวินิจฉัยว่ามีอาการ “hyperthymesia” ไพรซ์ เกิดวันที่ 30 ธันวาคม 1965  ในนิวยอร์ก ซิตี้ (NewYork City) ครอบครัวมีเชื้อสายยิว พ่อของเธอชื่อเลนนี่ (Lenny) มีอาชีพเป็นนักสืบ และแม่ชื่อรอซ (Roz) เป็นแดนเซอร์ให้กับคณะมิตช์ มิลเลอร์ (Mitch Miller Show)  1974 เมื่อไพรซ์อายุ 8 ขวบ เธอเร่ิมรู้ตัวว่าความจำของเธอเองแปลกกว่าคนอื่น คือเธอสามารถจดจำเหตุการณ์ในแต่ละวันได้อย่างละเอียดวันแต่วันเกือบจะสมบูรณ์ คล้ายมันเป็นภาพยนต์ที่ถูกบันทึกไว้ในหัวของเธอ  2000 ไพรซ์ติดต่อกับ ดร.เจมส์ (James McGaugh) นักวิจัยด้านสมองของมหาวิทยาลัยแคริฟอร์เนีย (University of California at Irvine)  เพื่อของคำปรึกษาเกี่ยวกับความแปลกประหลาดเกี่ยวกับความทรงจำของเธอ โดยระหว่างที่เธอถูกศึกษาโดยนักวิจัยนั้น พวกเขารู้จักไพรซ์กันในชื่อว่า AJ 2008 ไพรซ์เขียนหนังสือ The Woman Who Can’t Forget อย่างไรก็ดีมีการตั้งข้อสังเกตุจากนักจิตวิทยาอย่าง ดร.แกรี่ (Gary Marcus) ว่ากรณีของ AJ อาจจะเป็นเรื่องแต่งขึ้นโดยผสมกับบันทึกประจำวัน  ซึ่งอย่างในกรณีของ AJ เธอสามารถจดจำรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของตัวเองได้ แต่ว่าความทรงจำของเธอไม่ได้แม่นยำหรือไร้ขีดจำกัด เมื่อให้เธอจำข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับตัวเธอ  หรือ ดร.จูเรีย ซิมเนอร์ (Dr.Julia Simner) ประจำคณะจิตเวช มหาวิทยาลัยอีดินเบิร์ก (University of Edinburgh) คิดว่าอาการของ…

0
Read More

Julian Assange

จูเลียน แอสแซง (Julian Paul Assange) ผู้เขียน Cypherpunks, Underground แอสแซง เกิดวันที่ 3 กรกฏาคม 1971 ในควีนแลนด์, ออสเตรเลีย พ่อของเขาชื่อจอห์น (John Shipton) เป็นช่างก่อสร้าง และแม่ชื่อคริสติน แอน (Christine Ann Hawkins) แต่ว่าพ่อและแม่แยกทางกันก่อนที่เขาจะเกิด  และแม่ได้แต่งงานใหม่กับริชาร์ด (Richard Brett Assange) นักแสดง 1979 แม่ของเขากับริชาร์ดหย่ากัน ต่อมาแม่ได้มีครอบครัวใหม่กับลีฟ ฮามิลตัน (Leif Hamilton) และมีลูกด้วยกันคนหนึ่ง แอสแซง เข้าเรียนในโรงเรียนประถามกูลแมนการ์ (Goolmangar Primary School) ในนิวเซาท์เวลส์ 1987 เขาเริ่มทำตัวเป็นแฮกเกอร์ โดยใช้ชื่อว่าเมนแดกซ์ (Mendax) , แทรกซ์ (Trax) และไพม์ ซัสเปคต์ (Prime Suspect)  1989 แอสแซงมีลูกคนหนึ่งชื่อเดเนียล (Daniel Assange) ซึ่งเกิดจากแฟนของเขาที่ชื่อเทเรซ่า (Teresa)  1991 กันยายน, การเป็นแฮกเกอร์ของแอสแซงถูกจับได้ ระหว่างที่เขาเจาะเข้าไปในระบบของนอร์เทล (Nortel) บริษัทสื่อสารของแคนนาดา ซึ่งเดินต่อมาตำรวจก็บุกจับเขาถึงที่บ้านพัก  ซึ่งเขาถูกปรับเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวเพราะยังเป็นเยาวชนและไม่ได้จารกรรมข้อมูลไปเพื่อวัตถุประสงค์ร้าย 1994 เข้าเรียนทางด้านฟิสิก, คณิตศาสตร์และการเขียนโปรแกรมที่มหาวิทยาลัยเซนทรัลควีนแลนด์ (Central Queensland University) 1997 ร่วมกับเดรย์ฟัส (Suelette Dreyfus), ราล์ฟ…

0
Read More

John Searle

จอห์น เซียร์เล่อ (John Rogers Searle)  Chinese room argument เชียร์เล่อ เกิดวันที่ 31 กรกฏาคม 1932 ในเดนเวอร์, โคโลราโด้ (Denver, Colorado) พ่อเขาชื่อ จี. เซียร์ล (G. W. Searle) เป็นวิศวกร ทำงานกับ AT&T และแม่ชื่อเฮสเตอร์ (Hester Beck Searle)  1949 เข้าเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน (University of Wisconsin)  ทางด้านรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์และปรัชญา 1952 ได้รับทุน Rhodes จึงย้ายมาเรียนที่อ๊อกฟอร์ด (Oxford)  1959 จบปริญญาเอกจากอ๊อกฟอร์ด และได้ตำแหน่งศาสตราจารย์ย์ที่เบิร์กเลย์ (University of California, Berkeley)  1980 เขียนบทความ “Minds, Brains, and Programs” ลงใน Behavioral and Brain Sciences ซึ่งความของเขาอ้างว่าเราจะไม่สามารถพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้สามารถมีจิตใจ, หรือจิตสำนึกได้อย่างแท้จริง โดยเขาเปรียบเทียบกับการสอนให้คอมพิวเตอร์ใช้ภาษาจีน ซึ่งไม่ว่าจะพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างไร ก็ไม่แสดงว่าคอมพิวเตอร์เข้าใจภาษาจีนได้เอง จึงเรียกว่า Chinese Room argument 2006 ได้รับรางวัล Mind&Brain Prize 2013 ได้ตำแหน่งศาสตร์จารย์ที่มหาวิทยาลัยโคโลนจ์ (University of Cologne)  2017 ถูกกล่าวหาในคดีความเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ…

0
Read More

Charles Wheatstone

ชาร์ล วีตสโตน (Charles Wheatstone)  ผู้ประดิษฐ์ Stereoscope , Concertina, Playfair cipher, Wheatstone bridge ชาร์ล เกิดวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1802 ในบาร์นวู๊ด, กลัวเซสเตอร์ไชร์ (Barnwood, Gloucestershire, England) พ่อของเขาเป็นคนขายเครื่องดนตรี และเป็นครูสอนการเล่นฟรุ๊ต เขาเป็นลูกคนที่สอง มีพี่ชายชื่อวิลเลี่ยม  ตอนอายุ 14 ปี ชาร์ลเริ่มฝึกการประดิษฐ์และค้าขายเครื่องดนตรีกับลุงของเขาชื่อชาร์ลีเหมือนกัน ร้านของลุงตั้งอยู่ในลอนดอน แต่ว่าชาร์ลีดูเหมือนจะไม่สนใจเกี่ยวกับงานฝีมือและการค้าขาย จนสุดท้ายพ่อของเขาจึงพาตัวกลับ ชาร์ลสนใจที่จะอ่านหนังสือ และชอบวิทยาศาสตร์ เขาสะสมงานเขียนเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ของโซลต้ม (Alessandro Volta) ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสตั้งแต่เขายังอ่านภาษาฝรั่งเศสไม่ออก 1821 ประดิษฐ์เครื่องดนตรีที่เรียกว่า Enchanted Lyre (Aconcryptophone) ซึ่งไม่ใช่เครื่องดนตรีจริงๆ 1829 ปรับปรุงเครื่องดนตรีแอ๊คคอเดียน (accordion) ซึ่งเขาตั้งชื่อแอ๊คคอเดียนที่เขาปรับปรุงใหม่ว่า คอนเซอร์ติน่า (Concertina) 1834 ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ที่คิงคอลเลจ (King’s College) ซึ่งระหว่างที่ทำงานอยู่ที่วิทยาลัยนี้เขามีผลงานประดิษฐ์หลายอย่าง เช่นการปรับปรุงคุณภาพของไดนาโม (dynamo) สร้าง Rheostat อุปกรณ์ในการควบคุมกระแสไฟฟ้าและแรงต้านทาน, ออกแบบ Wheatstone bridge 1836 ได้เป็นสมาชิกของ Royal Society 1837 เขาร่วมกับวิลเลี่ยม คูกี้ (William Cooke) ประดิษฐ์โทรเลขไฟฟ้า (electric telegraph) ซึ่งเป็นโทรเลขเครื่องโทรเลขแบบห้าเข็ม (five-needle telegraph) ที่ถูกนำมาใช้งานจริงในอังกฤษเป็นครั้งแรก…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!