History

Paris Commune

ปารีส คอมมูน (Commune de Paris) ฝ่ายนิยมสังคมนิยมยกย่องว่า ปารีส คอมมูน เป็นการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ครั้งแรกในยุโรป คาร์ล มาร์กซ์ (Karl Marx) ยกย่องเหตุการณ์และการต่อสู้ของชาวปารีส กลุ่มหัวรุนแรง และกองกำลังติดอาวุธในปารีส คอมมูน ว่าเป็น “dictatorship of the proletariat (ยุคเปลี่ยนผ่านจากประชาธิปไตยไปสู่คอมมิวนิสต์)”  ปารีส คอมมูน เป็นรูปแบบการปกครองตนเอง ซึ่งเกิดขึ้นในกรุงปารีส นำโดยโดยกลุ่มหัวรุนแรง นีโอ-จาโคบิน (Neo-Jacobins) อนาธิปไตย (Anarchists) และพวกสังคมนิยม (Sociailists) ซึ่งปารีส คอมมูนมีอายุ 72 วันระหว่างวันที่ 18 มีนาคม 1871 -28 พฤษภาคม 1871 เป็นผลจากสงครามระหว่างปรัสเซีย-ฝรั่งเศส (France-Prussia War, 19 กรกฏาคม 1870-28 มกราคม 1871) ซึ่งอ๊อตโต้ ฟอน บิสมาร์ค (Otto von Bismarck) ได้พยายามรวมสหพันธรัฐเยอรมันเหนือ (North German Confederation) เข้ากับสี่รัฐเยอรมันทางใต้ คือ บาวาเรีย (Bavaria) เวิร์ตเตมเบิร์ก (Württemberg) บาเดน (Baden) และเฮซเซ่-ดารมสแต๊ดต์ (Hesse-Darmstadt) ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐอิสระ แต่ว่าฝรั่งเศสไม่เห็นด้วยเพราะจะทำให้เยอรมันแข็งแกร่ง 19 กรกฏาคม 1870 นโปเลียน ที่ 3…

0
Read More

Emperor Taizong

จักรพรรดิไท่จง แห่งราชวงศ์ถัง (Emperor Taizong of Tang) จักรพรรดิไท่จง มีพระราชสมภพในวันที่ 28 มกราคม 598 ภายในพระราชวังชิงซาน, ในเมืองวู่กง (Wugong) ในรัฐสุ่ย (Sui China)  ปัจจุบันคือบริเวณมณฑลซานซี (Shaanxi Provicne) พระบิดาของพระองค์คือจักรพรรดิเกาซู (Emperor Gaozu of Tang, Li Yuan, 618-626) พระนามเดิมคือ หลี่ หยวน และพระมารดาคือจักรพรรดินีไท่มู่ (太穆皇后, Empress Taimu) พระนามเดิมคือ เจ้าหญิงเต้า (竇, Duchess Dou) ขณะที่จักรพรรดิไท่จงประสูตินั้น พระบิดายังดำรงดำแหน่งเป็นอ๋องแห่งถัง (Duke of Tang) และเป็นแม่ทัพในกองทัพสุ่ย  จักรพรรดิไท่จงมีพระนามเดิมเมื่อแรกเกิดว่า หลี่ ชิหมิน (李世民, Li Shimin) ทรงเป็นโอรสรอง พระเชรษฐามีพระนามว่าหลี่ เจียนเชง (Li Jiancheng) และมีพี่น้องอีกอย่างน้อยสามคน คือ หลี่ หยวนบา (Li Yuanba), หลี่ หยวนจี (Li Yuanji) และ ปิงหยาง (Pingyang) 614 หลี่ ซิหมินแต่งงานกับบุตรสาวของแม่ทัพจางซึน (長孫晟, Zhangsun Sheng) ซึ่งต่อมาคือจักรพรรดินีจางซึน (長孫皇后, Empress Zhangsun)…

0
Read More

Alopen

อโลเพน (阿羅本, Alopen) มิสชันนารีคนแรกที่เดินทางไปยังประเทศจีน ในสมัยราชวงศ์ถัง ในปี 635 อโลเพน เดินทางไปถึงเมืองฉางอัน (ซีอาน) เมืองหลวงของจีน ในสมัยราชวงศ์ถัง อโลเพนนั้นเป็นนักบวชคริสต์ในนิกายเนสโตเรียน (Nestorian Church) จากอาณาจักรไบแซนไทน์ (Byzantine Empire) ในซีเรียปัจจุบัน เขาเป็นชาวเปอร์เซียที่พูดภาษาซีเรีย  อโลเพนเดินทางไปเมืองจีนโดยเส้นทางสายไหม และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าจักรพรรดิถัง ไถ่จง (Emperor Taizong of Tang)  ชื่อของอโลเพน ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่บนจารึกซีอาน (Nestorian Monument , Xi’an Stele) ซึ่งสร้างขึ้นในปี 781 ตามจารึกได้เล่าว่าอโลเพนเดินทางมาพร้อมมิสชันนารีคนอื่น โดยพวกเขามาจากเมืองต้าซิน (Daqin, Ta Tsin) ซึ่งหมายถึงอาณาจักรไบเซนไทน์ ซึ่งจักรพรรดิไถ่จงในเวลานั้น ทรงดำเนินนโยบายที่เปิดกว้างให้กับศาสนาอื่น ซึ่งต่างกับพระบิดาของพระองค์ จักรพรรดิเกาซู (Emperor Gaozu)  โดยจักรพรรดิไถ่จงให้การต้อนรับคณะของอโลเพนเป็นอย่างดี และยังได้พระราชทานอนุญาตให้อโลเพนแปลคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่เขานำมาด้วยเป็นภาษาจีนและเก็บไว้ในห้องสมุดหลวง ศาสนาคริสต์ในจีนคงอยู่กับราชวงศ์ถังจนกระทั้งปี 907 เมื่อราชวงศ์ถังสิ้นสุดไป ศาสนาคริสต์ก็สูญหายไปจากจีน นานกว่า 300 ปี จนมีการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในราชวงศ์หยวน (Yuan Dynasty) ของมองโกล  คัมภีร์ศักดิ์สิทธ์ ซึ่งอโลเนแปลจากภาษาซีเรียไปเป็นภาษาจีนนั้น ถูกเรียกรวมๆ วันว่าเอกสาร เจียงเจ้า (景教經典, Jingjiao Ducumnets, Nestorian Ducuments หรือ Jesus Sutras) ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่สูญหายไปเหลือเพียงบางส่วน  ซึ่งเอกสารที่เหลืออยู่หลายชิ้นได้มาจากการค้นพบที่ถ้ำมาเกา, จังหวัดตันฮวง, มณฑลกานซู่ (Mogao cave…

0
Read More

France and Rwandan Genocide

ฝรั่งเศส กับการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ในรวันดา  รวันดา เคยเป็นเมืองขึ้นของเยอรมัน ในช่วงศตวรรษที่ 19 ระหว่างปี 1897 จนกระทั้งหลังสงครามโลก ครั้งที่ 1 ในปี 1918 ก็กลายเป็นประเทศใต้การดูแลของเบลเยี่ยม ตาความตกลงขององค์การสันนิตบาตชาติ (League of Nations)  ซึ่งช่วงเวลาที่เบลเยี่ยมดูแลอยู่นั้นฝ่ายชนเชื้อสายทัดซี (Tutsi) ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ ที่มีประชากรราว 15% มีอำนาจในการปกครอง และฝ่ายชาวฮูตู (Hutu) ซึ่งมีประชากร 85% กลายเป็นพลเมืองชั้นสอง ซึ่งภายใต้การปกครองของทั้งเยอมันและเบลเยี่ยมนำระบบการแบ่งแยกและปกครองมาใช้ ทำให้ชนสองเชื้อชาตินี้มีความแปลกแยกกันมาก  ฝ่ายทัดซีนั้นได้รับการดูแลที่ดีกว่าและได้รับการศึกษาแบบตะวันตก นอกจากนั้นเบลเยียมยังเอาระบบบัตรประชาชน ที่แยกเชื้อชาติสองฝ่ายชัดเจนมาใช้ในปี 1933  ชาวฮูตูในเวลานั้นส่วนใหญ่กลายเป็นแรงงานทาสที่อยู่ในที่ดินของชาวทัดซีที่มีฐานะดีกว่า  1957 ฝ่ายฮูตู มีการตั้งพรรค PARMEHUTU (Party for the Emancipation of the Hutus) เพื่อหวังปลดปล่อยตัวเอง 1959 (Hutu revolution 1959) ฝ่ายคนเชื้อสายฮูตู (Hutu) ลุกขั้นมาปฏิวัติต่อต้านเบลเยี่ยมและชาวทัดซี   และเมื่อฮูตูได้ขึ้นมามีอำนาจในประเทศ ทำให้ชาวทัดซีกว่า 300,000 คน ต้องลี้ภัยไปประเทศบูรุนดี (Burundi) ซึ่งอยู่ใต้การปกครองของเบลเยี่ยมเช่นกัน  1962 1 กรกฏาคม, รวันดาได้รับเอกราช ชาวฮูตู ได้สถาปนาสาธารณรัฐขึ้นมา และได้ประธานาธิบดีกรีกอร์ เคยิบานดา (Gregoire Kayibanda)  แต่ว่าสงครามระหว่างฮูตูกับทัดซียังดำเนินต่อไป  1963-1965 จากสงครามกลางเมืองระหว่างฮูตูและทัดซี ประมาณว่าคนเชื้อสายทัดซีครึ่งหนึ่งต้องอพยพกลายเป็นผู้ลี้ภัยไปอาศัยในประเทศเพื่อนบ้าน  1972 เกิดการปฏิวัติ และนายพลจูเวนัล…

0
Read More

Zhou Daguan

โจ ต้ากวน (周达观) ต้ากวนเป็นทูตชาวจีน ในรัชสมัยของข่านเตมูร์ (Temür Khan) จักรพรรดิพระองค์ที่ 2 ในราชวงศ์หยวน  ต้ากวนเป็นที่รู้จักจากบันทึก The Customs of Cambodia (真臘風土記, Zhenla fengtu ji) ที่เขาเขียนถึงการเดินทางมาเยือนนครวัดในปี 1296 และได้เข้าเฝ้ากษัตริย์อินทราวรมัน ที่ 3 (King Indravarman III) ต้ากวน เกิดประมาณปี с.1266-1270 ในหยองเจีย,  มณฑลเจ้อเจียง (Yongjia, Zhejiang) ชื่อของเขายังถูกบันทึกเอาไว้ในชื่ออื่นๆ ด้วย อย่าง เวินโจ, โจ เจียงกวน (周建觀,Zhou Jiaguan) หรือ โจ ต้าเค่อ (周達可, Zhou Dake) และมีชื่อหลังจากเกษียณจากงานในราชสำนักแล้วว่า เส้า ถิง ยี่หมิน (草庭逸民, Cao tng yimin) 1296 กุมภาพันธ์, เขาถูกส่งให้เป็นทูตเดินทางมายังดินแดนทางใต้ โดยที่เริ่มออกเดินทางโดยทางเรือจากเมืองหมิงโจว (Mingzhou) ลองลงใต้มาจนกระทั้งมาแวะที่เมืองจัมปา (Champa) ซึ่งอยู่ที่กุยยอน (Qui Nhon) ในเวียดนามในเวียดนามปัจจุบัน และเดินทางต่อมาจนถึงบารา (Bà Rịa) ก่อนที่จะเข้าแม่น้ำโขง ไปยังทางแม่น้ำโตนเลสาป (Tonle Sap river)  เมื่อเรือเดินทางมาถึงเมืองกัมปง ชแนง (Kampong Chhnang) ก็ได้เปลี่ยนเรือมาเป็นเรือเล็ก…

0
Read More

Nitocris

ไนโตคริส (Νίτωκρις) ในหนังสือ Histories เขียนโดย เฮโรโดตัส (Herodotus, 484 BC-425 BC) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ได้เล่าถึงตำนานฟาโรห์อียิปต์ ไนโตคริส เอาไว้ว่า พระองค์เป็นสตรีสวยและมีพระชนม์ไม่มาก ทรงได้รับสั่งให้มีการสร้างท้องพระโรงสวยงามแห่งหนึ่งขึ้นมาใต้ดิน เมื่อท้องพระโรงสร้างเสร็จ พระองค์ได้ได้เชิญ เหล่าขุนนางและทหารมาร่วมในการฉลองการเปิดท้องพระโรงใหม่ ซึ่งแขกทั้งหมดล้วนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการวางแผนสังหาร พระสวามี(และพี่ชาย) ของพระองค์ เมื่อแขกหรือได้ดื่มกินกันจนเมามาย ไนโตคริสก็ได้สั่งให้มีการปล่อยน้ำเข้ามาในท้องพระโรง จนแขกทั้งหมดเสียชีวิตเพราะจมน้ำหรือไม่ก็ถูกกระแสน้ำพัดจนไหลลงไปในแม่น้ำไนล์  ซึ่งหลังจากทรงแก้แค้นได้สำเร็จ ไนโตคริสก็ปลงพระชนม์พระองค์เอง โดยกระโดดเข้าไปในกองไฟ เพื่อไม่ให้ผู้ใครมาล้างแค้นพระองค์ได้  เรื่องราวของไนโตคริส ซึ่ง มาเนโท (Manetho) นักประวัติศาสตร์กรีกอีกคน ได้เพิ่มเติมเรื่องราวว่าใน Aegyptiaca (Historyo of Egypt) ว่า พระองค์เป็นฟาโรห์ อียิปต์ ที่สวย ผิวกระจ่าง และมีแก้มที่ชมพู ทรงเป็นฟาโรห์ องค์สุดท้ายในราชวงค์ที่ 6 (VI dynasty) ช่วงระหว่าง 2151-2150 BC และเป็นผู้สร้างปิรามิด องค์ที่ 3 ในกีซ่า (Giza) โดยใช้เวลาในการก่อสร้างนาน 12  ปี ซึ่งภายหลังพิสูจน์แล้วว่าปิรามิด องค์ที่ 3 แห่งกีซ่า สร้างโดย ฟาโรห์เมนกัวร่า (Menkaura) ในสมัยราชวงค์ ที่ 4 (IV dynasty)  ในตูริน ปาไปรัส (Turin Papyrus ~ Turin King…

0
Read More

Battle of Thermopylae

491 BC จักรพรรดิดาเรียส (Darius)  แห่งเปอร์เซีย (Achaemenid Empire -Pursia) ได้ส่งทูตเดินทางมายังกรีก เพื่อบอกให้กรีกยอมสวามิภักดิ์ให้กับตน  แต่ว่ากรีกได้สังหารทูตที่ส่งมา หลังจากนั้นรัฐต่างๆ ของกรีกรวมถึงสปาร์ต้าก็ได้รวมตัวกันเพื่อปกป้องดินแดนจากการรุกรานชองเปอร์เซีย  จักรพรรดิดาเรียสได้ส่งกองเรือ 600 ลำ และทหารกว่าสองหมื่นนายเข้าโจมตี ไซคลาเดส (Ceclades) และยูโบอา (Euboea)  490 BC สมรภูมิที่มาราธอน (Battle of Marathon) ชาวกรีกสามารถรบชนะเปอร์เซียได้  486 BC จักรพรรดิเซอร์เซส (Xerxes 1)  ได้ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิเปอร์เซียหลังการสวรรคตของจักรพรรดิดาเรียส  เซอร์เซสได้ตระเตรียมกองทัพขนาดมหึมา มีการสร้างอาวุธและสำรองเสบียงมหาศาล มีการขุดคลองชาลกิไดก์ (Chalkidike canal ) และสร้งเรือสะพานสำหรับใช้ข้ามทะเลบริเวณเฮลล์สปอนต์ (Hellespont)  480 BC กษัตริย์เซอร์เซส ได้ยกกองทัพ ประกอบด้วยหลายแสน เพื่อที่จะยึดครองรัฐต่างๆ ของกรีก  เมื่อข่าวว่ากองทัพเปอร์เซียจะทำการรุกราน ได้มาถึงกรีก นครรัฐของกรีกหลายแห่งจึงได้ร่วมมือกันในการต่อต้านกองทัพเปอร์เซีย โดยมีกษัตริย์ลีโอนิดาส ที่ 1 แห่งสปาร์ต้า (Leonidas I of Sparta) เป็นผู้นำทหารกรีกในการรบทางบก โดยกองทัพบกของกรีกมีกำลังพลประมาณ 10,000 นาย และวางกำลังไว้ที่บริเวณหุบเขาเทมเป (Valley o Tempe) ใกล้กับเทือกเขาโอลิมปอส (Mt. Olympos)  แต่ว่าต่อมาก็ต้องยอมถอนทหารออกมา หลังจากได้เห็นว่ากองกำลังเปอร์เซียมีขนาดมหาศาลเพียงไหน  หลังจากรัฐกรีกต่างๆ ได้กลับมาประชุมกันเพื่อหาทางรับมือ แต่ว่านครรัฐของกรีกหลายแห่งก็ไม่เห็นด้วยกับการรบครั้งนี้ เพราะว่าใกล้ถึงเทศกาลสำคัญอย่างกีฬาโอลิปิก ซึ่งมีความสำคัญทางศาสนา  ในสปาร์ต้าเองก็ใกล้จะมีกีฬาคาร์เนไอ (Karneia)…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!