Cheka Aisya

Biopreparat

ไบโอพรีพาราท (Биопрепарат) ไบโอพรีพาราท เป็นเครือข่ายของห้องวิจัยและสถาบันทางด้านชีวภาพและเคมีของสหภาพโซเวียต เพื่อค้นคว้าวิจัยอาวุธชีวภาพ ก่อตั้งในปี 1973 โดยการริเริ่มของยูริ ออฟชินนิกอฟ (Yuri Ovchinnikov) ผู้อำนวยการองสถาบันเคมีชีวอินทรีย์ (Institue of Bioorganic Chemistry) และศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมอสโคว์ (Moscow State University) เขายังเป็นรองประธานของสถาบันวิทยาศาสตร์โซเวียต (Soviet Academy of Science)   ออฟชินนิกอฟ นั้นสามารถโน้มน้าวให้ลีโอนิด เบรฟเนฟ (Leonid Breazhev) ผู้นำสหภาพโซเวีตตขณะนั้น สนับสนุนการวิจัยอาวุธชีวภาพเพื่อใช้ในกรณีจำเป็น การตั้งไบโอพรีพาราทนี้ ขัดต่อสนธิสัญญาควบคุมอาวุธชีวภาพ (Biological Weapons Convention) ที่สหภาพโซเวียตให้การรับรองในปี 1972  ไบโอพรีพาราทจึงต้องเป็นองค์กรที่ทำงานอย่างลับๆ  1979 เมษายน, เกิดการระบาดของโรคแอนแทร็กซ์ ในเมืองสเวิร์ดลอฟส์ก (Sverdlovsk) ของสหภาพโซเวียต ทำให้ประชาชนเสียชีวิต 105 คน ซึ่งที่เมืองนี้เป็นที่ตั้งห้องวิจัยแห่งหนึ่งของไบโอพรีพาราท  โดยห้องวิจัยที่เป็นสาเหตุให้แอนแทร็กซ์หลุดออกมาคือ Compound 19 ที่ระบบกรองอากาศเกิดขัดข้อง 1980 13 กุมภาพันธ์, หนังสือพิมพ์ Bild Zeitung ของเยอรมัน ได้ตีพิมพ์ข่าวเหตุการณ์การระบาดของเชื้อแอนแทร็กซ์ในสเวิร์ดลอฟส์ก  ซึ่งสหภาพโซเวียตปฏิเสธข้อมูลของหนังสือพิมพ์โดยอ้างว่าการระบาดของแอนแทร็กมีสาเหตุมาจากเนื้อกระป๋องที่เสื่อมคุณภาพ และข้อมูลของตะวันตกเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ 1989 วลาดิมีร์ ปาเซชนิก (Vladimir Pasechnik, 1937-2001) นักชีววิทยาที่ทำงานให้กับไบโอพรีพาราทได้หนีไปยังอังกฤษ และได้เปิดเผยความลับของโครงการวิจัยอาวุธชีวภาพของสหภาพโซเวียตให้ตะวันตกได้รับรู้ ซึ่งข้อมูลที่ปาเซชนิกให้นั้น ทำให้ทราบว่าโครงการอาวุธชีวภาพของสหภาพโซเวียตนั้นใหญ่กว่าที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ หรืออังกฤษประเมินเอาไว้กว่าสิบเท่า 1992 ดร.คาเนตจัน อลิเบกอฟ (Kanatjan…

0
Read More

Sima Qian

ซือหม่า เชียน (司马迁) ผู้เขียน Records of the Grand Historian (史記,(Shiji)) ซือหม่า เชียน เกิดประมาณ 145 BC  ในเส้าฝังยี่ (Zuopingyi, Shaanxi) ในมณฑลชานฉีปัจจุบัน  ขณะนั้นเป็นรัชสมัยของจักรวรรดิวู่ (Emperor Wu) แห่งราชวงศ์ฮั่น (Han dynasty)  พ่อของเขาชื่อ ซือหม่า ถัน (司馬談, Sima Tan) เป็นโหราจารย์/นักประวัติศาสตร์ (太史, Taisai, ชื่อตำแหน่งคือ ไท่ชิ) ซึ่งเป็นตำแหน่งระดับล่างในราชสำนัก หน้าที่หลักคือการคำนวณปฏิทิน ตามเสด็จและจดบันทึกหมายเหตุประจำวัน ซือหม่า ถัน นั้นมีความใฝ่ฝันที่จะเขียนบันทึกประวัติศาสตร์จีนอย่างสัมบูรณ์ให้สำเร็จ แต่ว่าเขานั้นเสียชีวิตไปก่อน โดยที่ได้เขียนโครงร่างคร่าวๆ เอาไว้  ซึ่งก่อนจะเสียชีวิตเขาก็ได้มอบปณิธานนี้ต่อให้กับซือหม่า เชียน ให้เป็นผู้สานต่อภารกิจ 126 BC   ซือหม่า เชียน ได้ออกเดินทางพเนจรไปตามเมืองต่างๆ ในประเทศ และประเทศใกล้เคียง  122 BC   แต่งงาน และมีลูกสาวหนึ่งคน  110 BC   ซือหม่า เชียน และพ่อของเขาติดสอยห้อยตาม กองทัพที่ส่งไปปราบปรามชนเผ่าเร่ร่อนในพื้นที่ดินแดนทางตะวันตกของฮั่น ซึ่งหลังจากกลับมาจากภาระกิจซือหม่า ถัน ก็ล้มป่วย ก่อนตายเขาจึงได้สั่งเสียให้ซือหม่า เชียน เขียนบันทึกประวัติศาสตร์ตามความตั้งใจของเขาให้เสร็จ 107 BC   ซื่อหม่า เชียน ได้รับตำแหน่งเป็นไท่ชิ…

0
Read More

Paul Otlet

พอล อ๊อตเล็ต (Paul Marie Ghislain Otlet)  ผู้สร้าง Universal Decimal Classification, The Mandaneum, ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวิทยาศาสตร์สารสนเทศ (information science) พอล เกิดวันที่ 23 สิงหาคม 1868 ในบรัสเซล, เบลเยี่ยม พ่อของเขาชื่อเอ็ดดูอาร์ด (Edouard Otlet) และแม่ชื่อมาเรีย (Maria Van Mons) อ๊อตเล็ตนั้นเป็นลูกคนแรกของครอบครัว ซึ่งครอบครัวของพวกเขามีฐานะร่ำรวยจากการค้าขายรถรางที่ส่งออกไปทั่วโลก  พอลนั้นเรียนหนังสืออยู่กับบ้านโดยที่จ้างครูมาสอน จนกระทั้งถึงอายุ 11 ปี 1871 แม่ของเขาเสียชีวิต ขณะที่อายุ 24 ปี และตอนนั้นพอลมีอายุเพียง 3 ขวบ  1874 เมื่อธุรกิจของครอบครัวเริ่มมีปัญหา ทำให้พ่อพาครอบครัวย้ายไปอยู่ในปารีส และพอลได้เข้าเรียนในระบบโรงเรียนครั้งแรกเมื่ออยู่ในปารีส โดยเขาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนของเยซูอิด 1877 ครอบครัวย้ายกลับมาบรัสเซล และพอลได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยเซนต์มิเชล (Collège Saint-Michel) 1890 จบปริญญาด้านกฏหมาย จากมหาวิทยาลัยเสรีภาพบรัสเซลล์ (Université libre de Bruxelles) ซึ่งหลังจากเรียนจบเขาได้ทำงานเป็นเสมียรในสำนักงานกฏหมายของเอ็ดมอนด์ ปิคาร์ด (Edmond Picard) ซึ่งเป็นเพื่อนกับพ่อของเขา แต่ว่าไม่นานเขาก็มีความสนใจงานด้านกฏหมายที่ทำน้อยลง และเกิดความสนใจด้านบรรณารักษ์ศาสตร์ (bibliography)  9 ธันวาคม, แต่งงานกับเฟอร์นันเด้ โกลเนอร์ (Fernande Gloner) ซึ่งต่อมาพวกเขามีลูกด้วยกันสองคนชื่อ มาร์เซล (Marcel) แลฌอน (Jean)  1891…

0
Read More

The Dispilio Tablet

แผ่นกระดานแห่งดิสปิลิโอ (Πινακίδα του Δισπηλιού, Dispilio  Tablet)  ภาษาเขียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ? วิชาโบราณคดีที่ยอมรับกันทั่วไปส่วนใหญ่จะบอกว่า ภาษาเขียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเป็นภาษาคุเนฟอร์ม (Cuneiform) ของชาวสุเมเรียน (Semerian) ในดินแดนเมโสโปเตเมีย (Mesopotamia) ในประเทศอิรักปัจจุบัน ซึ่งภาษาคุเนฟอร์มมีอายุราว 3,000 ปีก่อนคริสต์กาล กระดานแห่งดิสปิลิโอ ถูกค้นพบในปี 1932 บริเวณทะเลสาบดิสปิลิโอ (Dispilio Lake) ในเมืองคาสโตเรีย (Kastoria) ตอนเหนือของกรีซ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีมนุษย์อาศัยอยู่นานแล้ว ย้อนกลับไปได้จนถึงยุคนีโอลิธิค (Neolithoc, 10,000-4,500 BC) ซึ่งมีการขุดค้นพบวัตถุโบราณจำนวนหลายชิ้นจากพื้นที่มาก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว  ทั้งถ้วยชามเซรามิค, กระดูก, เมล็ดพันธ์พืช ผู้ค้นพบกระดานแห่งดิสปิลิโอ คือ ศาสตราจารย์อะโตนิออส  คีราโมปัวลอส (Αντώνιος Κεραμόπουλος, Antonios Keramopoulos) แห่งมหาวิทยาลัยอริสโตเต้ิล (Aristotle University of Thessaloniki)  ลักษณะของกระดานแห่งดิสปิลิโอ นี้เป็นแผ่นไม้ ซึ่งมีตัวอักษาสลักอยู่ จากการตรวจสอบด้วยวิธีคาร์บอน 14 (Carbon 14 method) พบว่ามีอายุระหว่าง 5000-4000 BC  อย่างไรก็ตามตัวอักษรที่ปรากฏบนกระดานแห่งดิสปิลิโอนี้ยังไม่สามารถถอดความหมายได้ ทำให้นักโบราณคดีบางส่วนมองว่ามันเป็นสัญลักษณ์หรือภาพเขียน ไม่ใช้ตัวอักษร

0
Read More

Nikolai Gamaleya

นิโคไล กามาเลย่า (Николай Фёдорович Гамалея) นักวิทยาศาสตร์ซึ่งบุกเบิกสาขาจุลชีวและวัคซีนในสหภาพโซเวียต ชื่อของเขาถูกนำมาตั้งชื่อสถาบันกามาเลย่า (The Gamaleya National Center of Epidemiology and Microbiology) สถาบันซึ่งพัฒนาวัคซีนสปุตนิก วี (Sputnik V)  กามาเลย่า เกิดวันที่ 17 (5 O.S.) กุมภาพันธ์ 1859 ในโอเดสสา (Odessa) พ่อของเขาเป็นอดีตนายทหาร ชื่อฟีโอดอร์ (Fyodor Mikhailovich Gamaleya)  กามาเลย่านั้นเป็นลูกคนสุดท้องในพี่น้องทั้งหมด 12 คน  1876 เข้าเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยโอเดสสา (Odessa University) 1880 จบการศึกษา และจากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่สถาบันแพทย์ทหารในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (S.M. Kirov Military Medical Academy)  1883 จบจากสถาบันแพทย์ทหาร  1885 ได้มีโอกาสไปทำงานในห้องทดลองของหลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) ในปารีส 1886 เมื่อกลับมารัสเซีย เขาก็ได้ร่วมกับอิลย่า เมชนิกอฟ (Ilya Mechnikov) นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลในเวลาต่อมา และศาสตราจารย์ยาคอฟ (Yakov Yulievich Bardakh) ในการตั้งห้องวิจัยแบคทีเรีย (The Odessa bacteriological station) ขึ้นภายในมหาวิทยาลัยโนโวรัสเซีย (Novorossiya University) เพื่อพัฒนาวัคซีนสำหรับป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (rabie)  ก่อนที่ต่อมาจะมีการขยายไปวิจัยวัคซีนสำหรับโรคอื่น ๆ อาทิ…

0
Read More

Murray Rothbard

เมอร์เรย์ รอทบาร์ด (Murray Newton Rothbard) นักเศรษฐศาสตร์สายออสเตรีย (Austrian School)  ผู้เขียน Man, Economy, and State รอทบาร์ด เกิดวันที่ 2 มีนาคม 1926 ในนิวยอร์ค ซิตี้, สหรัฐฯ พ่อของเขาชื่อเดวิด (David Rothbard) และแม่ชื่อว่าเรอี (Rae Rothbard) ทั้งคู่เป็นยิวที่อพยพเข้ามาในสหรัฐฯ โดยเดวิดนั้นเกิดในวอร์ซอว์, โปแลนด์ และได้เดินทางย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯ ตอนที่เขาอายุสิบเจ็ดปี  ส่วนเรอีนั้นมาจากรัสเซีย 1945 จบปริญญาตรีคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) 1953 แต่งงานกับโจแอน (JoAnn Beatrice Schumacher)  1956 จบปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์  ซึ่งรอทบาร์ใช้เวลานานกว่าจะสำเร็จปริญญาเอกเพราะว่าเขามีปัญหากับอาจารย์ที่ปรึกษาของเขา โจเซฟ ดอร์ฟแมน (Joseph Dorfman) ซึ่งปฏิเสธวิทยานิพนธ์ของเขา ไม่นานหลังจากจบปริญญาเอก รอทบาร์ดก็ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนโวลเกอร์ (William Volker Fund) ในการเขียนหนังสือ ซึ่งต่อมาเขาก็ได้เข้าทำงานกับกองทุนโวลเกอร์ในตำแหน่งนักวิเคราห์อาวุโส 1962 เขียน Man, Economy and State ออกมา ในปีนี้กองทุนโวลเกอร์ปิดตัวลง ทำให้รอทบาร์ดต้องหางานทำใหม่ โดยเขาได้งานเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่สถาบันโพลีเทคนิคบรู๊คลิน (Brooklyn Polytechnic Institute) ในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ให้กับนักศึกษาวิศว 1976 ร่วมก่อตั้ง Center for Liberatran Studies 1977 ร่วมก่อตั้ง Journal…

0
Read More

Zhang Qian

จาง เฉียน (张骞) ทูตจากราชวงศ์ฮั่น ซึ่งส่งออกไปเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างชาติในช่วง ศตวรรษที่ 2 ซึ่งการเดินทางของเขาเป็นการเปิดทางให้เกิดเส้นทางสายไหม (Silk Road) ขึ้นมา จางเฉียน เกิดในปี 200 BC ในฮานจง, มณฑลส่านซี (Hanzhong, Shaanxi)  140 BC ต่อมาราวปี 140 BC- 135 BC จางเฉียนได้ย้ายมาอยู่ในฉางอัน (Chang’an) ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเข้าทำงานในราชสำนักของจักรพรรดิหวู่ตี้ (Emperor Wu, 汉武帝) แห่งราชวงศ์ฮั่น (Han dynasty) ฮั่นในขณะนั้นมีศัตรูคือ เซียงนู (匈奴,Xiongnu) ชาวเผ่าเซียงหนูนั้นอาศัยอยู่บริเวณมองโกเลียนใน (Inner Mongolia) ปัจจุบัน ซึ่งเป็นดินแดนทางตะวันต 138 BC จางเฉียนได้รับพระราชบัญชาจากจักรพรรดิหวู่ตี้ ให้เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับชาวยูชี (月氏, Yuezhi people) ซึ่งเป็นชนเผ่าเร่รอนบริเวณเอเชียกลาง บริเวณทาจิกิสถาน (Tajikistan) ปัจจุบัน ซึ่งคณะของจางเฉียนนั้นประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมด 99 คน หนึ่งในนั้นเป็นชาวเผ่าเซียงนู ชื่อกังฟู (Ganfu, 甘父) ทำหน้าที่เป็นผู้นำทาง   เป้าหมายในการเดินทางไปหาชาวยูซีในครั้งนี้เพื่อเป็นการหาพันธมิตรทางทหารให้กับฮั่นในการทำสงครามกับเชียงนูด้วย แต่ว่าระหว่างการเดินทางไปยูซี จางเฉียนต้องเดินทางผ่านดินแดนของเชียงนู ทำให้คณะของเขาถูกชาวเซียงนูจับตัวไประหว่างทาง ซึ่งจางเฉียนถูกจับขังไว้เป็นเชลยนานกว่าสิบสามปี ระหว่างที่ถูกจับเอาไว้ในเซียนนู จางเฉียนได้หญิงสาวขาวเชียงนูเป็นภรรยาและมีลูกชายด้วยกัน ซึ่งหลังจากมีลูกชายแล้วเขาก็ได้รับความไว้วางใจจากเซียนนู ในเวลาต่อมาจางเฉียน และครอบครัวของเขา รวมถึงกังฟูสามารถหลบหนีออกมาได้ และพวกเขาก็ยังมุ่งเดินทางไปยังดินแดนของชาวยูชี เพื่อสานต่อภาระกิจทูต เมื่อมาถึงต้าหยวน (Dayuan, 大宛(ต้าวาน)) ซึ่งดินแดนนี้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม…

0
Read More

Unit 731

แผนกป้องกันโรคระบาดและหน่วยกรองน้ำ (The Epidemic Prevention and Water Purification Department, 関東軍防疫給水部本部) ของกองทัพกวันตง (Kwantung Army, 关东军) ซึ่งรู้จักกันในชื่อ แมนจูเรีย เลขที่ 731 (Manchurian Unit No.731) หรือเรียกโดยย่อว่า หน่วย 731 (Unit 731) ยูนิต 731  นี้ตั้งขึ้นในปี 1935 ในหมู่บ้านปิงฝาง (Pingfang) ชานเมืองฮาบิน (Harbin) ในแมนจูเรียกัว (Manchukuo) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งขณะนั้นอยู่ใต้การครอบครองของญีปุ่น หน้าที่ของ ยูนิต 731 นี้ไม่ใช่การป้องกันโรคระบาดและกรองน้ำอย่างชื่อที่ใช้บังหน้า แต่อันที่จริงเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการค้นคว้าวิจัยอาวุธชีวภาพให้กับกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น ซึ่งเป็นภาระกิจที่ได้รับสืบทอดมาจากค่ายจงหม่า  (Zhongma Fortress) เดิมซึ่งอยู่ในเมืองฮาบินเช่นกัน ค่ายจงหม่าถูกปิดและทำลายทิ้งไปเพราะว่านักโทษที่ใช้ในการทดลองสามารถปีนหนีออกมาจากที่คุมขังได้ และข้อมูลรั่วไหลสู่สาธารณะ ทำให้ญี่ปุ่นต้องมีการสร้างสถานที่ใหม่ที่มีความมั่นคงกว่าเดิม การทดลองที่ค่ายจงหม่านี้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายพลชิโระ อิชิอิ (Shiro Ishii, 石井 四郎) ซึ่งเป็นแพทย์ทหารและเป็นนักจุลชีวะ ซึ่งชิโระ อิชิอิ หลังจากทำลายค่ายจงหม่าแล่้ว เขาก็ยังเป็นผู้รับผิดชอบยูนิต 731 อยู่เช่นเดิม สำดับเหตุกาณ์สำคัญ 1925 ญี่ปุ่นให้การรับรองสนธิสัญญาเจนีกว่า (Geneva Convention) ซึ่งห้ามการใช้อาววุธชีวภาพและอาวุธเคมีในสงคราม 1931 18 กันยายน, (Manchuria Incident) เหตุการณ์การวางระเบิดรางรถไฟในแมนจูเรียระหว่างสถานีเวนกวนตัน (Wen-kuan-tun station) กับสถานีมุกเดน (Mukden station) เป็นเหมือนสัญญาณเริ่มต้นการรุกรานจีนของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ …

0
Read More

Jonathan Swift

โจนาธาน สวิฟต์ (Jonathan Swift) ผู้เขียน กัลลิเวอร์ ผจญภัย (Gulliver’s Travels) สวิฟต์ เกิดวันที่ 30 พฤศจิกายน 1667 ในดับลิน, ไอร์แลนด์ (Dublin, Ireland) พ่อของเขามีชื่อเดียวกันว่าโจนาธาน (Jonathan Swift, 1640-1667) ส่วนแม่ชื่ออะบิเกล (Abigail Erick of Fresby on the Wreake)  สวิฟต์ มีพี่สาวหนึ่งคนชื่อเจน (Jane)  พ่อของสวิฟต์นั้นเสียชีวิตด้วยโรคซิฟิลิส (syphilis)  ก่อนที่สวิฟต์จะเกิดเจ็ดเดือน ซึ่งเมื่อสวิฟต์เกิดขึ้นมา แม่ได้มอบเขาให้กับพยาบาลคนหนึ่งซึ่งร่วมทำคลอดไป ซึ่งพยาบาลคนดังกล่าวได้พาสวิฟต์ซึ่งเป็นทารกกลับไปอยู่บ้านเกิดของเธอในคัมเบอร์แลนด์ (Cumberland) อังกฤษ   จนเมื่อสวิฟต์อายุได้ 3 ปี พยาบาลคนนั้นก็ได้นำสวิฟต์มาคืนให้กับอะบิเกล แม่แท้ๆ ของเขาที่อยู่ในไอร์แลนด์ ซึ่งอะบิเกลก็ได้ฝากสวิฟต์ให้อยู่ในความดูแลของลุงของสวิฟต์ ชื่อกีอดวิน (Godwin Swift) ส่วนผู้เป็นแม่นั้นเดินทางไปอยู่ในอังกฤษ 1673 สวิฟต์เข้าเรียที่โรงเรียนประถมคิลเคนนี่ (Kilkenny School)  1682 เข้าเรียนที่ไตรนิตี้ครอลเลจ (Trinity College) 1686 จบปริญญาตรี 1689 ช่วงการปฏิวัติกลอเรียส (Glorious Revolution) ในอังกฤษ ซึ่งกษัตริย์เจมส์ ที่ 2 (King Jaems II) ซึ่งเป็นแคโธลิก ถูกแทนที่ด้วยกษัตริย์วิลเลี่ยม ที่ 3 (William III)…

0
Read More

NFTs

Non-fungible token (NFT)  NFT เป็นทรัพย์สินดิจิตอล (digital asset) ที่ถูกประยุกต์ใช้กับทรัพย์สินได้มากมายหลากหลายประเภท ทั้งทรัพย์สินที่มีจริง และทรัพย์สินที่ไม่มีอยู่จริง อาทิ รูปกราฟฟิก, ไอเท็มในวีดีโอเกม, งานศิลปะ, บ้านและที่ดินที่สร้างขึ้นในคอมพิวเตอร์  ฯลฯ เป็นต้น “Non-funguble” แปลว่า มีเอกลักษณ์, ไม่เหมือนใคร ซึ่งในโลกของดิจิตอลนั้น เกือบทุกอย่างจะถูกทำซ้ำขึ้นมาได้อย่างง่ายดายโดยการก๊อปปี้ ซึ่งหลังจากการทำก๊อปปี้ก็จะได้สินค้าที่เหมือนกันโดยไม่มีความแตกต่างกัน อย่าง บิตคอย (bitcoin) เป็น fungable asset คือ ทรัพย์ที่สามารถทดแทนกันได้ เพราะมันไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว บิตคอยแต่ละเหรียญมีลักษณะเหมือนกัน สามารถแลกเปลี่ยนไปเป็นอีกเหรียญหนึ่งได้โดยไม่แต่ต่างกัน แต่ NFTs นั้นเหมือนข้อมูลทะเบียนที่ติดตัวไปกับทรัพย์สิน อาทิ ภาพถ่าย, เพลง หรืออะไรก็ตามที่สามารถอยู่ในรูปของดิจิตอล ซึ่ง NTFs จะเก็บข้อมูลจำเพาะของทรัพย์สินแต่ละชิ้น เช่น ผู้สร้าง เจ้าของ เอาไว้ แม้ว่าทรัพย์สินดิจิตอลนั้นจะถูกทำซ้ำ ก๊อปปี้ ก็จะได้ข้อมูล NFT ก็จะสามารถสืบค้นกลับมายังเจ้าของทรัพย์สินนั้นได้   NFTs นั้นถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยี บล๊อคเชน (blockchain)  โดยมาตรฐานที่ใช้กันกว้างขวางปัจจุบัน คือ ERC-721, ERC-1155 และ ERC-20 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สร้างโดยผู้พัฒนาอีเธอเลียม (Ethereum cryptocurrency) คุณสมบัติของ NFTs unique (มีความเฉพาะตัว) สินค้าดิจิตอลซึ่งมี NFTs  จะมีข้อมูลเฉพาะตัว ซึ่งคล้ายกับเมต้าดาต้า (metadata) ติดอยู่ด้วย indestructible ไม่สามารถทำลายได้…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!