Cheka Aisya

The Yiwu Zhi (异物志)

The Yiwu Zhi (异物志) อี้วู่จือ (异物志) หรือ บันทึกสิ่งของจากต่างชาติ (The Record of Foreign Matters ) หรือ บันทึกของหายาก (Records of Rarities) เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นโดย หยาง ฟู (杨孚,Yang Fu) ซึ่งเป็นขุนนางในราชสำนักของฮั่นตะวันออก ( Eastern Han Dynasty, 23-220 AD) หนังสือนี้บันทึกถึงสิ่งต่างๆ หลายอย่างอาทิเรื่องของ พืช (ฝ้าย, สำลี, โพธิ์, มินต์เกาหลี) , ผัก, ผลไม้ (มะพร้าว, มะกอก, อาร์บุตัส, อ้อย) , สัตว์ (กอริลล่า, ช้าง, แรด, ลิง, นกยูง) , แมลง, และปลา รวมถึงเรื่องเรืองราวของคนพื้นเมือง, วัฒนธรรม  มันเทศ (Sweet Potato) ในประเทศจีนมาจากไหน ? มันเทศ (Ipomoea Batatas L.) หรือในภาษาจีนเรียก กันชู (甘薯, gānshǔ) ข้อมูลที่ยอมรับกันทั่วไปบอกว่าเข้ามาในประเทศจีนในช่วงปลายราชวงศ์หมิง (Ming dynasty, 1368-1644) แต่นักประวัติศาสตร์บางท่านเชื่อว่ามันเทศมีอยู่ในประเทศจีนอยู่แล้ว โดยอ้างจาก หนังสืออี้วู่จือ ที่ หยาง ฟู…

0
Read More

William Shockley

วิลเลี่ยม ช๊อคเลย์ (William Bradford Shockley Jr.) โนเบลฟิสิกส์ 1956 จากการประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์ (Transistor) ช๊อคเลย์ เกิดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 1910 ในลอนดอน อังกฤษ พ่อของเขาชื่อวิลเลี่ยม (William Hillman Shockley) เป้นวิศวกรเหมืองแร่จากแมสซานซูเซตต์ มีความสามารถในการพูดได้ถึงแปดภาษา แม่ชื่อแมรี่ (Mary Bradford) เธอจบจากสแตนฟอร์ดและทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สำรวจในกรมเหมืองแร่ของสหรัฐฯ  วัยเด็กของช๊อคเลย์นั้นเขาเรียนหนังสืออยู่กับบ้านจนกระทั้งอายุแปดปี  1913 ครอบครัวย้ายกลับมาอยู่ที่สหรัฐฯ โดยมาอาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนีย เข้าเรียนที่สถาบันทหารปาโล อัลโต (Palo Alto Military Academy) โดยเรียนอยู่แค่ 2 ปีก่อนย้ายมาเรยนที่โรงเรียนฝึกโค๊ชลอสแองจลิส (the Los Angels Coaching School)  โดยเรียนทางด้านฟิสิกส์ ในช่วงสั้นๆ  1927 จบมัธยมปลายจากโรงเรียนมัธยมฮอลลิวู๊ด (Hollywood High School) หลังจากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่แคลเทค (Californis Institute of Technology) ทางด้านวิทยาศาสตร์ 1932 จบปริญญาตรี 1933 สิงหาคม, แต่งงานกับจีน (Jean Bailey) ซึ่งต่อมาพวกเขามีลูกชายด้วยกันสองคนและลูกสาวหนึ่งคน  1936 จบปริญญาเอกจากเอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology) โดยที่เขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง “Electronic Bands in Sodium Chloride” หลังจากนั้นเขาได้เข้าทำงานที่เบลล์แล๊บ (Bell…

0
Read More

Build Back Better World (B3W)

Build Back Better World (B3W) Partnership B3W เป็นแผนยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Joe Biden) ของอเมริกา เสนอขึ้นในที่ประชุม G7 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโครงการที่คล้ายและเพื่อแข่งกันกับโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีน  B3W มีแผนที่จะใช้เงินประมาณ 40 ล้านล้านดอลล่าห์ (40 trillion) เพื่อลงทุนในประเทศที่ประชากรมีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง  เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, โครงสร้างด้านสาธารณสุข โครงสร้างทางเทคโนโลยี ส่งเสริมความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยสหรัฐฯ ให้กรอบแนวทางในโครงการที่จะลงทุน ดังนี้ 1. Values-Driven การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องเป็นไปอย่างยั่งยืน มีความโปร่งใสด้านการเงิน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสังคม ต้องนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีขึ้นต่อประเทศผู้ได้รับความช่วยเหลือ 2. Good Governance and Strong Standards รัฐบาลของประเทศนั้นจะต้องมีธรรมาภิบาลและมีมาตรฐานสูง มาตรฐานสูงหมายถึงรัฐบาลมีแผนและสามารถจะตัดสินใจได้ในการรับมือปัญหาที่ซับซ้อน อย่างการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ, การสร้างและฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน โครงการที่รัฐเข้าไปทำต้องมีประโยชน์กับชุมชนในระยะยาว มีความสอดคล้องกับแนวทาง Blue Dot Network เดิม ซึ่งริเริ่มไวในกรุงเทพเมื่อปี 2019 3. Climate Friendly การลงทุนต้องสอดคล้องกับข้อตกลงปารีส (Paris Climate Agreement)  4. Strong Strategy Partnetship การลงทุนต้องมีประโยชน์ต่อประเทศหุ้นส่วน และต้องมีการปรึกษากันอย่างใกล้ชิด จะมีการสร้างกลุ่มคล้าย…

0
Read More

Hans Kammler

ฮานส์ แคมม์เลอร์ (Hans Kammler) วิศวกร ผู้นำระดับสูงของหน่วย SS Obergruppenfuehrer เขารับผิดชอบการก่อสร้างโครงการนสำคัญหลายอย่างของนาซีเยอรมัน อย่าง การสร้างค่ายอ๊อชวิตซ์ (Auschwitz concentratrion camp) , ศูนย์วิจัยจรวด V-2 แคมม์เลอร์ เกิดวันที่ 26 สิงหาคม 1901 ในสเตตติน, จักรวรรดิเยอรมัน (Stettin, German Empire) ปัจจุบันคือเมืองชเซซิน ในโปแลนด์ (Szczecin, Poland) พ่อของเขาชื่อฟรานซ์ (Franz Kammler) เป็นทหารในกองทัพเยอรมัน  1908 ระหว่างปี 1908-1919 เขาเข้าเรียนในโรงเรียนในเมืองบึดกอสซ์ (Bydgoszcz), อูล์ม (Ulm) และที่เมืองแดนซิก (Danzig) 1919 กุมภาพันธ์, สมัครเข้าเป็นทหารในกำลังทหารอาสา (Rossbach Freikrops) ซึ่งมีหน้าที่คอยดูแลบริเวณพรหมแดน ช่วงปลายปีหลังจากเขาออกจากกองกำลังทหารอาสา เขาได้สมัครเข้าเรียนวิศวกรรมโยธาที่มหาวิทยาลัยเทคนิคแดนซิก (Technische Hochschule der Freien Statdt Danzig, ปัจจุบันคือ Gdansk University of Technology) ไปด้วย  1923 สำเร็จการศึกษา หลังจากนั้นได้เข้าฝึกงานกับรัฐบาลโดยได้ดูแลงานในการก่อสร้างตลาด 1924 เขาได้รับหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างโครงบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่ของรัฐในเมืองเซห์เลดอร์ฟ (Zehlendorf)  ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ทำงานควบคุมการก่อสร้างโครงการอีกหลายแห่งตามนโยบายชองรัฐ 1930 14 มิถุนายนฐ แต่งงานกับจุตต้า (Jutta Horn) ซึ่งต่อมาพวกเขามีลูกด้วยกันหลายคน หนึ่งในนั้นคือ จอร์ก…

0
Read More

Jeffrey Ullman

เจฟเฟรย์ อูลล์แมน (Jeffrey David Ullman) Turing Award 2020 จากการวางรากฐานการเขียนโปรแกรมในหลายด้าน โดยเฉพาะกาออกแบบคอมไพเลอร์ (Compliers) และผลงานเขียนตำราเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์​ เจฟเฟรย์เกิดวันที 22 พฤศจิกายน 1942 ในนิวยอร์ค ซิตี้  1963 จบปริญญาตรี Elements of ML Programming, 1993 สาขาคณิตศาสตร์วิศวกรรม จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) 1966 จบปริญญาเอกวิศวกรรมไฟฟ้าจากพริ้นตั้น (Princeton University) หลังจากนั้นได้เข้าทำงานที่ห้องวิจัยเบลล์ (Bell Laboratories)  1969 ได้รับตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่พริ้นตั้น 1974 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ 1977 เขียน The Principles of Compiler Design 1979 ย้ายมาสอนที่สแตนฟอร์ด (Stanford University)  1994 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ (S. W. Ascherman Profressor) ด้านวิศวกรรม 2003 เกษียณและดำรงตำแหน่งศาสตร์จารย์เกียติคุณของสแตนฟอร์ดจนปัจจุบัน ก่อตั้ง Gradiance Corp.  (gradiance.com) ซึ่งให้บริการการฝึกอบรมการเขียนโปรแกรมคอมไฟเลอร์, ระบบปฏิบัติการณ์, ระบอัตโนมัติต่างๆ เป็นต้น 2007 เขียน Compilers : Principles, Techniques and Tools ร่วมกับ อัลเฟรด เอโฮ (Alfred…

0
Read More

Arthur C. Clarke

อาร์เธอร์ ซี. คล๊าก (Sir Arthur C. Clarke)  คล๊าก เกิดวันที่ 16 ธันวาคม 1917 ในไมน์เฮด, โซเมอร์เซ็ต (Mindhead, Somerset) เมืองริมฝั่งทะเลทางตอนใต้ของอังกฤษ  พ่อของเชาชื่อว่าชาร์ล (Charles Wright) และแม่ชื่อโนร่า (Nora Willis Clarke) พวกเขาเป็นเกษตรกร  คล๊ากเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนประถมฮูอิช (Huish’s Grammar School)  ตอนอายุ 12 ปี คล๊ากค้นพบว่าตัวเองชอบอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ หลังจากได้อ่านนิยายจากแม็กกาซีน Amazing Stories ตอนอายุ 13 ปี พ่อของเขาเสียชีวิตในสงคราม 1936 คล๊ากต้องออกจากโรงเรียนกลางคันเพราะฐานะทางบ้านไม่ดี  ซึ่งหลังออกจากโรงเรียนเขาย้ายมาอยู่ในลอนดอน และได้ทำงานเป็นพนักงานบัญชีในกระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างนี้คล๊ากก็ไม่ได้ละทิ้งความสนใจเกี่ยวกับวิทยาาศาสตร์ เขาเข้าเป็นสมาชิกสมาคม British Interplanetary Society (BIS) ซึ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่สนับสนุนการพัฒนาจรวดและการสำรวจอวกาศ นอกจากนั้นคล๊ากยังได้เข้าเป็นสมาชิกของสมาคม Association of Sci-fi hobbyyists 1941 เมื่อสงครามโลก ครั้งที่ 1 เริ่มต้นขึ้น เขาถูกเกณฑ์เป็นทหารในกองทัพอากาศ โดยไปอยู๋ในแผนกที่ควบคุมระบบเรดาห์ ซึ่งคอยให้แนะนำกับนักบินในสภาพอากาศต่างๆ  1945 ในบทความของคล๊ากชื่อ “Extra-Terrestrial Relays” ซึ่งพิมพ์ในแม็กกาซีน Wireless World คล๊ากได้เสนอแนวคิดการสร้างดาวเทียม สำหรับส่งสัญญาณวิทยุและสัญญาณโทรทัศน์ไปทั่วโลก  ซึ่งใช้เวลาอีกกว่า 2 ทศวรรษกว่าที่แนวคิดของคล๊ากจะเป็นจริง 1946 หลังสงครามเขาได้รับทุนให้เข้าเรียนที่คิงคอลเลจ (King’s…

0
Read More

JADC2

Joint All-Domain Command and Control (JADC2), JADC2 คืออะไร JAPC2 เป็นแนวความคิดของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Department of Defense) ที่จะสร้างระบบซึ่งรวมเอาสัญญาณ เซ็นเซอร์ต่างๆ ของกองทัพทั้งหมด ทั้ง กองทัพอากาศ, กองทัพบก, มารีน, กองทัพเรือ, และกองทัพอวกาศ เข้าเป็นเครือข่ายเดียว หรือเรียกว่าเป็นอินเตอร์เน็ตสรรพสิ่งของกองทัพ (internet of militar things) ซึ่งในปัจจุบันนี้ระบบของกองทัพแต่ละส่วนมีการพัฒนาในแบบต่างคนต่างทำ ทำให้เกิดปัญหาการเข้ากันไม่ได้ของระบบ แตว่ากระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ประเมินว่าสงครามในอนาคตมีความต้องการการตัดสินใจในเวลาที่รวดเร็มา อาจจะเป็นเวลาแค่ชั่วโมง, นาที, หรือวินาที ซึ่งระบบที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถที่จะรองรับกับสถานะการณ์ในอนาคตได้  JADC2 ถูกวางไว้ว่าเป็นระบบที่ทำงานคล้ายกับระบบเคลาด์ (cloud-like environment) เพื่อที่กองทัพต่างๆ จะได้แชร์ข้อมูลสำคัญ อย่างข้อมูลสอดแนม, ข้อมูลสังเกตุการณ์ ร่วมกันผ่านเครื่อข่ายสื่อสารหลายเครือข่าย เพื่อที่จะทำให้กระบวนการตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด โดยระบบยังจะช่วยให้การแนะนำหรือกำหนดแผนการณ์และเป้าหมายที่จะตอบโด้อย่างเหมาะสมไปพร้อมกัน ความแตกต่างของ JADC2 กับ A2/AD (Anti Access/Area denial) ความแตกต่างชัดเจนอย่างหนึ่งตามความต้องการของกระทรวงกลาโหม คือ ต้องการระบบทำงานได้รวดเร็วและมีข้อมูลครอบคลุมมากที่สุด กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เห็นว่าระบบอย่าง Air and Space Operation Centers, E-8C Joint Surveillance หรือ E-3 Airborne Warning and Control System นั้นยังทำงานได้ไม่รวดเร็วเพียวพอ  สถาปัตยกรรมของ JADCS2 ที่สหรัฐฯ ต้องการนั้นจะต้องประกอบไปด้วย 4…

0
Read More

Alfred Aho

อัลเฟรด เอโฮ (Alfred Vaino Aho) Turing Award 2020 เอโอ เกิดวันที่ 9 สิงหาคม 1941 ในออนโตริโอ, แคนนาดา  1963 จบปริญญาตรีฟิสิกส์วิศวกรรม จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต้ (University of Toronto)  1965 จบปริญญาโท 1967 จบปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยพริ้นตั้น (Princeton) โดยที่วิทยานิพนธ์ของเอโฮ เขาได้บุกเบิกการสร้าง Indexed grammar และ nested-stack automation หลังจากเรียนจบได้เข้าทำงานวิจัยที่เบลล์แล็ป (Bell Labs) ซึ่งเขามี่ส่วนร่วมในทีมที่พัฒนา UNIX ขึ้นมา เอโฮได้มีส่วนในการพัฒนาคำสั่ง grep (egrep และ fgrep) ซึ่งเป็นคำสั่งในการค้นหาคำของ Unix  โดยเฉพาะคำสั่ง fgrep นั้น ถูกเรียกอีกอย่างหนึ่งกว่า Aho-Corasick algorithm เพื่อยกย่องเอโฮ และมากาเร็ต โคราซิก (Margaret J. Corasick)  1974 ร่วมกับจอห์น ฮอฟครอฟต์ (John Hopcroft) เขียน Design and Analysis of Computer Algorithms 1977 เขียน Principles of Compiler Design ซึ่งหนังสือเล่มนี้ถูกเรียกว่าหนังสือมังกรเขียว (the green…

0
Read More

Sir Lawrence Freedman

ลอว์เรนซ์ ฟรีดแมน (Sir Lawrence David Freedman) ผู้เขียน Strategy ฟรีดแมน เกิดวันที่ 7 ธันวาคม 1948 ไทน์เมาท์ (Tynemouth, England) พ่อของเขาเป็นทหาร เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนประถมวิตเลย์ เบย์ (Whitley Bay Grammar School)  จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยวิคตอเรียนแมนเชสเตอร์ (Viictoria University of Manchester) และปริญญาตรีด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยยอร์ก(University of York)  1961 เป็นอาจารย์พาร์ทไทม์ที่เบลลิโอลคอลเลจ (Balliol College, Oxford) จนถึงปี 1974 1975 จบปริญญาเอกจากและจากนัฟฟิล์ด คอลเลจ, อ๊อกฟอร์ด (Nuffield college, Oxford) โดยที่ทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “The Definition of the Soviet threat in the making of weapons and strategic for the United States” หลังจากเรียนจบเขาทำงานวิจัยอยู่ที่นัฟฟิล์ด คอลเลจ และที่สถาบันยุทธศาสตร์ศึกษา (International Institute of Strategic Studies, IISS) 1976 มาทำงานอยู่ที่สถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Royal Institute of Internation Affairs) 1997…

0
Read More

Vitalik Buterin

วิตาลิค บูตาริน (Виталик Буторин) ผู้สร้าง Ethereum (cryptocurrency)  วิตาลิค เกิดวันที่ 31 มกราคม 1994 ในโคลอมน่า,มอสโคว์, รัสเซีย (Kolomna, Russia) พ่อของเขาชื่อดมิทรี (Dmitry Buterin) เขาเป็นโปรแกรมเมอร์และนักธุรกิจ เคยทำงานอยู่ในภาคการธนาคาร ดมิทรีนั้เป็นเกิดในเชชเนีย ส่วนแม่ชื่อนาตาเลีย (Natalia Ameline Chistyakova) เป็นนักเศรษฐศาสตร์ 2000 เมื่อบูเตรินอายุ 6 ปี ครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ที่แคนาดาบูเตรินเรียนหนังสือเก่งตั้งแต่ยังเล็ก เขาเรียนในห้องเด็กที่มีพรสวรรค์พิเศษทางด้านคตณิตศาสตร์ เขาชอบกระต่ายมากในตอนเด็ก จนเขาสร้างสารานุกรมกระต่ายขึ้นมาโดยใช้มาโคร (macro) ของโปรแกรมเอ็กเซล (Excel)  ซึ่งพอขึ้นชั้น ป.3 เขาก็ได้ถูกจัดให้เรียนในห้องของเด็กที่มีพรสวรรค์พิเศษ  ระดับมัธยมบูตารินเรียนที่โรงเรียนอเบลาร์ด (Abelard School) ในโตรอน 2011 เขาเริ่มเขียนคอลัมน์ลงในเว็บไซด์ Bitcoin Weekly ได้ค่าตอบแทนเป็นบิตคอย 5 เหรียญต่อบทความ  แต่ไม่นานเว็บไซด์ได้ปิดตัวลง  แต่บูตารินได้รับการติดต่อจากแฟนคลับที่ชอบอ่านคอลัมน์ของเขา ชื่อมิไฮ อลิซี (Mihai Alisi) ชาวโรมันเนีย มิไฮได้ชวนวิตาลิคไปเริ่มทำแม็กกาซีน Bitcoin Magazine ด้วยกัน วิตาลิคจึงเขียนคอลัมน์ลงใน Bitcoin magazine ซึ่งพิมพ์ออกมาในรูปแบบหนังสือแม็กกาซีนและแบบดิจิตอล 2012 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู (Waterloo University)  ทางด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งระหว่างที่เรียนบูตารินได้เข้าไปช่วยทำงานให้กับเอียน โกล์ดเบิร์ก (Ian Goldberg) ซึ่งโกล์ดเบิร์กเป็นหนึ่งในผู้พัฒนา OTR (Off-the-Record Messaging)…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!