Cheka Aisya

Arthur C. Clarke

อาร์เธอร์ ซี. คล๊าก (Sir Arthur C. Clarke)  คล๊าก เกิดวันที่ 16 ธันวาคม 1917 ในไมน์เฮด, โซเมอร์เซ็ต (Mindhead, Somerset) เมืองริมฝั่งทะเลทางตอนใต้ของอังกฤษ  พ่อของเชาชื่อว่าชาร์ล (Charles Wright) และแม่ชื่อโนร่า (Nora Willis Clarke) พวกเขาเป็นเกษตรกร  คล๊ากเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนประถมฮูอิช (Huish’s Grammar School)  ตอนอายุ 12 ปี คล๊ากค้นพบว่าตัวเองชอบอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ หลังจากได้อ่านนิยายจากแม็กกาซีน Amazing Stories ตอนอายุ 13 ปี พ่อของเขาเสียชีวิตในสงคราม 1936 คล๊ากต้องออกจากโรงเรียนกลางคันเพราะฐานะทางบ้านไม่ดี  ซึ่งหลังออกจากโรงเรียนเขาย้ายมาอยู่ในลอนดอน และได้ทำงานเป็นพนักงานบัญชีในกระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างนี้คล๊ากก็ไม่ได้ละทิ้งความสนใจเกี่ยวกับวิทยาาศาสตร์ เขาเข้าเป็นสมาชิกสมาคม British Interplanetary Society (BIS) ซึ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่สนับสนุนการพัฒนาจรวดและการสำรวจอวกาศ นอกจากนั้นคล๊ากยังได้เข้าเป็นสมาชิกของสมาคม Association of Sci-fi hobbyyists 1941 เมื่อสงครามโลก ครั้งที่ 1 เริ่มต้นขึ้น เขาถูกเกณฑ์เป็นทหารในกองทัพอากาศ โดยไปอยู๋ในแผนกที่ควบคุมระบบเรดาห์ ซึ่งคอยให้แนะนำกับนักบินในสภาพอากาศต่างๆ  1945 ในบทความของคล๊ากชื่อ “Extra-Terrestrial Relays” ซึ่งพิมพ์ในแม็กกาซีน Wireless World คล๊ากได้เสนอแนวคิดการสร้างดาวเทียม สำหรับส่งสัญญาณวิทยุและสัญญาณโทรทัศน์ไปทั่วโลก  ซึ่งใช้เวลาอีกกว่า 2 ทศวรรษกว่าที่แนวคิดของคล๊ากจะเป็นจริง 1946 หลังสงครามเขาได้รับทุนให้เข้าเรียนที่คิงคอลเลจ (King’s…

0
Read More

JADC2

Joint All-Domain Command and Control (JADC2), JADC2 คืออะไร JAPC2 เป็นแนวความคิดของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Department of Defense) ที่จะสร้างระบบซึ่งรวมเอาสัญญาณ เซ็นเซอร์ต่างๆ ของกองทัพทั้งหมด ทั้ง กองทัพอากาศ, กองทัพบก, มารีน, กองทัพเรือ, และกองทัพอวกาศ เข้าเป็นเครือข่ายเดียว หรือเรียกว่าเป็นอินเตอร์เน็ตสรรพสิ่งของกองทัพ (internet of militar things) ซึ่งในปัจจุบันนี้ระบบของกองทัพแต่ละส่วนมีการพัฒนาในแบบต่างคนต่างทำ ทำให้เกิดปัญหาการเข้ากันไม่ได้ของระบบ แตว่ากระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ประเมินว่าสงครามในอนาคตมีความต้องการการตัดสินใจในเวลาที่รวดเร็มา อาจจะเป็นเวลาแค่ชั่วโมง, นาที, หรือวินาที ซึ่งระบบที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถที่จะรองรับกับสถานะการณ์ในอนาคตได้  JADC2 ถูกวางไว้ว่าเป็นระบบที่ทำงานคล้ายกับระบบเคลาด์ (cloud-like environment) เพื่อที่กองทัพต่างๆ จะได้แชร์ข้อมูลสำคัญ อย่างข้อมูลสอดแนม, ข้อมูลสังเกตุการณ์ ร่วมกันผ่านเครื่อข่ายสื่อสารหลายเครือข่าย เพื่อที่จะทำให้กระบวนการตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด โดยระบบยังจะช่วยให้การแนะนำหรือกำหนดแผนการณ์และเป้าหมายที่จะตอบโด้อย่างเหมาะสมไปพร้อมกัน ความแตกต่างของ JADC2 กับ A2/AD (Anti Access/Area denial) ความแตกต่างชัดเจนอย่างหนึ่งตามความต้องการของกระทรวงกลาโหม คือ ต้องการระบบทำงานได้รวดเร็วและมีข้อมูลครอบคลุมมากที่สุด กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เห็นว่าระบบอย่าง Air and Space Operation Centers, E-8C Joint Surveillance หรือ E-3 Airborne Warning and Control System นั้นยังทำงานได้ไม่รวดเร็วเพียวพอ  สถาปัตยกรรมของ JADCS2 ที่สหรัฐฯ ต้องการนั้นจะต้องประกอบไปด้วย 4…

0
Read More

Alfred Aho

อัลเฟรด เอโฮ (Alfred Vaino Aho) Turing Award 2020 เอโอ เกิดวันที่ 9 สิงหาคม 1941 ในออนโตริโอ, แคนนาดา  1963 จบปริญญาตรีฟิสิกส์วิศวกรรม จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต้ (University of Toronto)  1965 จบปริญญาโท 1967 จบปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยพริ้นตั้น (Princeton) โดยที่วิทยานิพนธ์ของเอโฮ เขาได้บุกเบิกการสร้าง Indexed grammar และ nested-stack automation หลังจากเรียนจบได้เข้าทำงานวิจัยที่เบลล์แล็ป (Bell Labs) ซึ่งเขามี่ส่วนร่วมในทีมที่พัฒนา UNIX ขึ้นมา เอโฮได้มีส่วนในการพัฒนาคำสั่ง grep (egrep และ fgrep) ซึ่งเป็นคำสั่งในการค้นหาคำของ Unix  โดยเฉพาะคำสั่ง fgrep นั้น ถูกเรียกอีกอย่างหนึ่งกว่า Aho-Corasick algorithm เพื่อยกย่องเอโฮ และมากาเร็ต โคราซิก (Margaret J. Corasick)  1974 ร่วมกับจอห์น ฮอฟครอฟต์ (John Hopcroft) เขียน Design and Analysis of Computer Algorithms 1977 เขียน Principles of Compiler Design ซึ่งหนังสือเล่มนี้ถูกเรียกว่าหนังสือมังกรเขียว (the green…

0
Read More

Sir Lawrence Freedman

ลอว์เรนซ์ ฟรีดแมน (Sir Lawrence David Freedman) ผู้เขียน Strategy ฟรีดแมน เกิดวันที่ 7 ธันวาคม 1948 ไทน์เมาท์ (Tynemouth, England) พ่อของเขาเป็นทหาร เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนประถมวิตเลย์ เบย์ (Whitley Bay Grammar School)  จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยวิคตอเรียนแมนเชสเตอร์ (Viictoria University of Manchester) และปริญญาตรีด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยยอร์ก(University of York)  1961 เป็นอาจารย์พาร์ทไทม์ที่เบลลิโอลคอลเลจ (Balliol College, Oxford) จนถึงปี 1974 1975 จบปริญญาเอกจากและจากนัฟฟิล์ด คอลเลจ, อ๊อกฟอร์ด (Nuffield college, Oxford) โดยที่ทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “The Definition of the Soviet threat in the making of weapons and strategic for the United States” หลังจากเรียนจบเขาทำงานวิจัยอยู่ที่นัฟฟิล์ด คอลเลจ และที่สถาบันยุทธศาสตร์ศึกษา (International Institute of Strategic Studies, IISS) 1976 มาทำงานอยู่ที่สถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Royal Institute of Internation Affairs) 1997…

0
Read More

Vitalik Buterin

วิตาลิค บูตาริน (Виталик Буторин) ผู้สร้าง Ethereum (cryptocurrency)  วิตาลิค เกิดวันที่ 31 มกราคม 1994 ในโคลอมน่า,มอสโคว์, รัสเซีย (Kolomna, Russia) พ่อของเขาชื่อดมิทรี (Dmitry Buterin) เขาเป็นโปรแกรมเมอร์และนักธุรกิจ เคยทำงานอยู่ในภาคการธนาคาร ดมิทรีนั้เป็นเกิดในเชชเนีย ส่วนแม่ชื่อนาตาเลีย (Natalia Ameline Chistyakova) เป็นนักเศรษฐศาสตร์ 2000 เมื่อบูเตรินอายุ 6 ปี ครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ที่แคนาดาบูเตรินเรียนหนังสือเก่งตั้งแต่ยังเล็ก เขาเรียนในห้องเด็กที่มีพรสวรรค์พิเศษทางด้านคตณิตศาสตร์ เขาชอบกระต่ายมากในตอนเด็ก จนเขาสร้างสารานุกรมกระต่ายขึ้นมาโดยใช้มาโคร (macro) ของโปรแกรมเอ็กเซล (Excel)  ซึ่งพอขึ้นชั้น ป.3 เขาก็ได้ถูกจัดให้เรียนในห้องของเด็กที่มีพรสวรรค์พิเศษ  ระดับมัธยมบูตารินเรียนที่โรงเรียนอเบลาร์ด (Abelard School) ในโตรอน 2011 เขาเริ่มเขียนคอลัมน์ลงในเว็บไซด์ Bitcoin Weekly ได้ค่าตอบแทนเป็นบิตคอย 5 เหรียญต่อบทความ  แต่ไม่นานเว็บไซด์ได้ปิดตัวลง  แต่บูตารินได้รับการติดต่อจากแฟนคลับที่ชอบอ่านคอลัมน์ของเขา ชื่อมิไฮ อลิซี (Mihai Alisi) ชาวโรมันเนีย มิไฮได้ชวนวิตาลิคไปเริ่มทำแม็กกาซีน Bitcoin Magazine ด้วยกัน วิตาลิคจึงเขียนคอลัมน์ลงใน Bitcoin magazine ซึ่งพิมพ์ออกมาในรูปแบบหนังสือแม็กกาซีนและแบบดิจิตอล 2012 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู (Waterloo University)  ทางด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งระหว่างที่เรียนบูตารินได้เข้าไปช่วยทำงานให้กับเอียน โกล์ดเบิร์ก (Ian Goldberg) ซึ่งโกล์ดเบิร์กเป็นหนึ่งในผู้พัฒนา OTR (Off-the-Record Messaging)…

0
Read More

Biopreparat

ไบโอพรีพาราท (Биопрепарат) ไบโอพรีพาราท เป็นเครือข่ายของห้องวิจัยและสถาบันทางด้านชีวภาพและเคมีของสหภาพโซเวียต เพื่อค้นคว้าวิจัยอาวุธชีวภาพ ก่อตั้งในปี 1973 โดยการริเริ่มของยูริ ออฟชินนิกอฟ (Yuri Ovchinnikov) ผู้อำนวยการองสถาบันเคมีชีวอินทรีย์ (Institue of Bioorganic Chemistry) และศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมอสโคว์ (Moscow State University) เขายังเป็นรองประธานของสถาบันวิทยาศาสตร์โซเวียต (Soviet Academy of Science)   ออฟชินนิกอฟ นั้นสามารถโน้มน้าวให้ลีโอนิด เบรฟเนฟ (Leonid Breazhev) ผู้นำสหภาพโซเวีตตขณะนั้น สนับสนุนการวิจัยอาวุธชีวภาพเพื่อใช้ในกรณีจำเป็น การตั้งไบโอพรีพาราทนี้ ขัดต่อสนธิสัญญาควบคุมอาวุธชีวภาพ (Biological Weapons Convention) ที่สหภาพโซเวียตให้การรับรองในปี 1972  ไบโอพรีพาราทจึงต้องเป็นองค์กรที่ทำงานอย่างลับๆ  1979 เมษายน, เกิดการระบาดของโรคแอนแทร็กซ์ ในเมืองสเวิร์ดลอฟส์ก (Sverdlovsk) ของสหภาพโซเวียต ทำให้ประชาชนเสียชีวิต 105 คน ซึ่งที่เมืองนี้เป็นที่ตั้งห้องวิจัยแห่งหนึ่งของไบโอพรีพาราท  โดยห้องวิจัยที่เป็นสาเหตุให้แอนแทร็กซ์หลุดออกมาคือ Compound 19 ที่ระบบกรองอากาศเกิดขัดข้อง 1980 13 กุมภาพันธ์, หนังสือพิมพ์ Bild Zeitung ของเยอรมัน ได้ตีพิมพ์ข่าวเหตุการณ์การระบาดของเชื้อแอนแทร็กซ์ในสเวิร์ดลอฟส์ก  ซึ่งสหภาพโซเวียตปฏิเสธข้อมูลของหนังสือพิมพ์โดยอ้างว่าการระบาดของแอนแทร็กมีสาเหตุมาจากเนื้อกระป๋องที่เสื่อมคุณภาพ และข้อมูลของตะวันตกเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ 1989 วลาดิมีร์ ปาเซชนิก (Vladimir Pasechnik, 1937-2001) นักชีววิทยาที่ทำงานให้กับไบโอพรีพาราทได้หนีไปยังอังกฤษ และได้เปิดเผยความลับของโครงการวิจัยอาวุธชีวภาพของสหภาพโซเวียตให้ตะวันตกได้รับรู้ ซึ่งข้อมูลที่ปาเซชนิกให้นั้น ทำให้ทราบว่าโครงการอาวุธชีวภาพของสหภาพโซเวียตนั้นใหญ่กว่าที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ หรืออังกฤษประเมินเอาไว้กว่าสิบเท่า 1992 ดร.คาเนตจัน อลิเบกอฟ (Kanatjan…

0
Read More

Sima Qian

ซือหม่า เชียน (司马迁) ผู้เขียน Records of the Grand Historian (史記,(Shiji)) ซือหม่า เชียน เกิดประมาณ 145 BC  ในเส้าฝังยี่ (Zuopingyi, Shaanxi) ในมณฑลชานฉีปัจจุบัน  ขณะนั้นเป็นรัชสมัยของจักรวรรดิวู่ (Emperor Wu) แห่งราชวงศ์ฮั่น (Han dynasty)  พ่อของเขาชื่อ ซือหม่า ถัน (司馬談, Sima Tan) เป็นโหราจารย์/นักประวัติศาสตร์ (太史, Taisai, ชื่อตำแหน่งคือ ไท่ชิ) ซึ่งเป็นตำแหน่งระดับล่างในราชสำนัก หน้าที่หลักคือการคำนวณปฏิทิน ตามเสด็จและจดบันทึกหมายเหตุประจำวัน ซือหม่า ถัน นั้นมีความใฝ่ฝันที่จะเขียนบันทึกประวัติศาสตร์จีนอย่างสัมบูรณ์ให้สำเร็จ แต่ว่าเขานั้นเสียชีวิตไปก่อน โดยที่ได้เขียนโครงร่างคร่าวๆ เอาไว้  ซึ่งก่อนจะเสียชีวิตเขาก็ได้มอบปณิธานนี้ต่อให้กับซือหม่า เชียน ให้เป็นผู้สานต่อภารกิจ 126 BC   ซือหม่า เชียน ได้ออกเดินทางพเนจรไปตามเมืองต่างๆ ในประเทศ และประเทศใกล้เคียง  122 BC   แต่งงาน และมีลูกสาวหนึ่งคน  110 BC   ซือหม่า เชียน และพ่อของเขาติดสอยห้อยตาม กองทัพที่ส่งไปปราบปรามชนเผ่าเร่ร่อนในพื้นที่ดินแดนทางตะวันตกของฮั่น ซึ่งหลังจากกลับมาจากภาระกิจซือหม่า ถัน ก็ล้มป่วย ก่อนตายเขาจึงได้สั่งเสียให้ซือหม่า เชียน เขียนบันทึกประวัติศาสตร์ตามความตั้งใจของเขาให้เสร็จ 107 BC   ซื่อหม่า เชียน ได้รับตำแหน่งเป็นไท่ชิ…

0
Read More

Paul Otlet

พอล อ๊อตเล็ต (Paul Marie Ghislain Otlet)  ผู้สร้าง Universal Decimal Classification, The Mandaneum, ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวิทยาศาสตร์สารสนเทศ (information science) พอล เกิดวันที่ 23 สิงหาคม 1868 ในบรัสเซล, เบลเยี่ยม พ่อของเขาชื่อเอ็ดดูอาร์ด (Edouard Otlet) และแม่ชื่อมาเรีย (Maria Van Mons) อ๊อตเล็ตนั้นเป็นลูกคนแรกของครอบครัว ซึ่งครอบครัวของพวกเขามีฐานะร่ำรวยจากการค้าขายรถรางที่ส่งออกไปทั่วโลก  พอลนั้นเรียนหนังสืออยู่กับบ้านโดยที่จ้างครูมาสอน จนกระทั้งถึงอายุ 11 ปี 1871 แม่ของเขาเสียชีวิต ขณะที่อายุ 24 ปี และตอนนั้นพอลมีอายุเพียง 3 ขวบ  1874 เมื่อธุรกิจของครอบครัวเริ่มมีปัญหา ทำให้พ่อพาครอบครัวย้ายไปอยู่ในปารีส และพอลได้เข้าเรียนในระบบโรงเรียนครั้งแรกเมื่ออยู่ในปารีส โดยเขาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนของเยซูอิด 1877 ครอบครัวย้ายกลับมาบรัสเซล และพอลได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยเซนต์มิเชล (Collège Saint-Michel) 1890 จบปริญญาด้านกฏหมาย จากมหาวิทยาลัยเสรีภาพบรัสเซลล์ (Université libre de Bruxelles) ซึ่งหลังจากเรียนจบเขาได้ทำงานเป็นเสมียรในสำนักงานกฏหมายของเอ็ดมอนด์ ปิคาร์ด (Edmond Picard) ซึ่งเป็นเพื่อนกับพ่อของเขา แต่ว่าไม่นานเขาก็มีความสนใจงานด้านกฏหมายที่ทำน้อยลง และเกิดความสนใจด้านบรรณารักษ์ศาสตร์ (bibliography)  9 ธันวาคม, แต่งงานกับเฟอร์นันเด้ โกลเนอร์ (Fernande Gloner) ซึ่งต่อมาพวกเขามีลูกด้วยกันสองคนชื่อ มาร์เซล (Marcel) แลฌอน (Jean)  1891…

0
Read More

The Dispilio Tablet

แผ่นกระดานแห่งดิสปิลิโอ (Πινακίδα του Δισπηλιού, Dispilio  Tablet)  ภาษาเขียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ? วิชาโบราณคดีที่ยอมรับกันทั่วไปส่วนใหญ่จะบอกว่า ภาษาเขียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเป็นภาษาคุเนฟอร์ม (Cuneiform) ของชาวสุเมเรียน (Semerian) ในดินแดนเมโสโปเตเมีย (Mesopotamia) ในประเทศอิรักปัจจุบัน ซึ่งภาษาคุเนฟอร์มมีอายุราว 3,000 ปีก่อนคริสต์กาล กระดานแห่งดิสปิลิโอ ถูกค้นพบในปี 1932 บริเวณทะเลสาบดิสปิลิโอ (Dispilio Lake) ในเมืองคาสโตเรีย (Kastoria) ตอนเหนือของกรีซ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีมนุษย์อาศัยอยู่นานแล้ว ย้อนกลับไปได้จนถึงยุคนีโอลิธิค (Neolithoc, 10,000-4,500 BC) ซึ่งมีการขุดค้นพบวัตถุโบราณจำนวนหลายชิ้นจากพื้นที่มาก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว  ทั้งถ้วยชามเซรามิค, กระดูก, เมล็ดพันธ์พืช ผู้ค้นพบกระดานแห่งดิสปิลิโอ คือ ศาสตราจารย์อะโตนิออส  คีราโมปัวลอส (Αντώνιος Κεραμόπουλος, Antonios Keramopoulos) แห่งมหาวิทยาลัยอริสโตเต้ิล (Aristotle University of Thessaloniki)  ลักษณะของกระดานแห่งดิสปิลิโอ นี้เป็นแผ่นไม้ ซึ่งมีตัวอักษาสลักอยู่ จากการตรวจสอบด้วยวิธีคาร์บอน 14 (Carbon 14 method) พบว่ามีอายุระหว่าง 5000-4000 BC  อย่างไรก็ตามตัวอักษรที่ปรากฏบนกระดานแห่งดิสปิลิโอนี้ยังไม่สามารถถอดความหมายได้ ทำให้นักโบราณคดีบางส่วนมองว่ามันเป็นสัญลักษณ์หรือภาพเขียน ไม่ใช้ตัวอักษร

0
Read More

Nikolai Gamaleya

นิโคไล กามาเลย่า (Николай Фёдорович Гамалея) นักวิทยาศาสตร์ซึ่งบุกเบิกสาขาจุลชีวและวัคซีนในสหภาพโซเวียต ชื่อของเขาถูกนำมาตั้งชื่อสถาบันกามาเลย่า (The Gamaleya National Center of Epidemiology and Microbiology) สถาบันซึ่งพัฒนาวัคซีนสปุตนิก วี (Sputnik V)  กามาเลย่า เกิดวันที่ 17 (5 O.S.) กุมภาพันธ์ 1859 ในโอเดสสา (Odessa) พ่อของเขาเป็นอดีตนายทหาร ชื่อฟีโอดอร์ (Fyodor Mikhailovich Gamaleya)  กามาเลย่านั้นเป็นลูกคนสุดท้องในพี่น้องทั้งหมด 12 คน  1876 เข้าเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยโอเดสสา (Odessa University) 1880 จบการศึกษา และจากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่สถาบันแพทย์ทหารในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (S.M. Kirov Military Medical Academy)  1883 จบจากสถาบันแพทย์ทหาร  1885 ได้มีโอกาสไปทำงานในห้องทดลองของหลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) ในปารีส 1886 เมื่อกลับมารัสเซีย เขาก็ได้ร่วมกับอิลย่า เมชนิกอฟ (Ilya Mechnikov) นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลในเวลาต่อมา และศาสตราจารย์ยาคอฟ (Yakov Yulievich Bardakh) ในการตั้งห้องวิจัยแบคทีเรีย (The Odessa bacteriological station) ขึ้นภายในมหาวิทยาลัยโนโวรัสเซีย (Novorossiya University) เพื่อพัฒนาวัคซีนสำหรับป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (rabie)  ก่อนที่ต่อมาจะมีการขยายไปวิจัยวัคซีนสำหรับโรคอื่น ๆ อาทิ…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!