อเล็กซานเดอร์ บ๊อกดานอฟ (Александр Александрович Богданов)

ผู้นำกลุ่ม Vpered (Вперёд, “Forward”), ผู้บุกเบิกการศึกษาวิธีการถ่ายโลหิต

บ๊อกดานอฟ เกิดวันที่ 22สิงหาคม1873 ในโซโกลก้า ( Sokolka) ปัจจุบันอยู่ในโปแลนด์ แต่ขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย พ่อของเขาเป็นครูชื่ออว่ามิลินอฟสกี้ (A. A. Malinovsky) โดยที่บ๊อกดานอฟ เป็นลูกคนที่สองในพี่น้องทั้งหมดหกคน 

1892 จบจากตูล่าจิมเนเซีย (Tula Gymnasium) และเข้าเรียนต่อที่คณะวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลมอสโคว์ (Faculty of Physics and Mathematics of Imperial Moscow University)

1894 ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยเพราะไปเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มสหภาพแรงงาน บ๊อกดานอฟนั้นถูกจับและถูกเนรเทศไปยังตูล่า  

1895 บ๊อกดานอฟได้สมัครเข้าเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยคาร์เคฟ (University of Kharkiv) ในยูเครน

1896 เข้าเป็นสมาชิกพรรค RSDLP (Russian Social Democratic Labour Party)

1897 มีผลงานเขียน “Краткийкурсэкономическойнауки / Short Course of Economic Science” โดยใช้นามปากกา A. Bogdanov ซึ่งเลนิน (Vladimir Lenin) มีโอกาสได้อ่านผลงานของเขาและยกย่องว่าเป็นผลงานเขียนเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่เป็นปรากฏการณ์สำคัญ

1899 สำเร็จการศึกษา และหลังจากนั้นไม่นานก็มีผลงานเขียนแนวปรัชญาพิมพ์ออกมาในชื่อ “Основные элементы исторического взгляда на природу / Basic Elements of a Historical View of Nature”

ปีเดียวกันนี้เขาถูกจับอีกครั้ง และถูกขังในเรือนจำที่มอสโคว์นานหกเดือน ก่อนถูกเนรเทศไปยังคาลุก้า (Kaluga) ห่างจากมอสโคว์ไปทางตะวันตก 150 กิโลเมตร ซึ่งที่นี่เขาได้รู้จักกับอนาโตลี  ลูนาชาร์สกี้ (Anatoly Lunarcharsky)  ผู้สนับสนุนแนวคิดมาร์กซิสคนสำคัญอีกคนหนึ่ง ซึ่งต่อมาเขากลายเป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการของรัสเซียโซเวียต (RSFSR) และเขายังแต่งงานกับน้องนาวของบ๊อกดานอฟ ชื่อแอนนา (Anna Alexandrovna Malinovskaya)

ต่อมาไม่นานบ๊อกดานอฟและลูนาชาร์สกี้ถูกเนรเทศต่อไปยังโวล๊อกดา (Vologda) ซึ่งในโวล๊อกดาบ๊อกดานอฟได้ทำงานเป็นแพทย์อยู่ในโรงพยาบาล 

ในโวล๊อกด้า บ๊อกดานอฟได้รู้จักกับอเล็กซานเดอร์ รุดเนฟ (Alexander Rudnev) และกลายเป็นเพื่อนสนิทกับ อีกทั้งบ๊อกดานอฟยังได้แต่งงานกับ

แต่งงานกับนาตาลย่า (NatalyaBogdanovnaKorsak) ซึ่งอายุมากกว่าเขา 8 ปี ซึ่งเธอนั้นทำงานเป็นพยาบาลส่วนตัวคอยดูแลรุดเนฟ 

บ๊อกดานอฟ, รุดเนฟ ร่วมกันก่อตั้งกลุ่มศึกษาลัทธิสังคมนิยมในเมืองตูล่า ซึ่งนอกจากบ๊อกดานอฟ, รุดเนฟ และยังมี อิวาน สเตปานอฟ (Ivan Skvortsov-Stepanov) , อิวาน ซาวีลิเยฟ (Ivan Saveliev)

1903 บ๊อกดานอฟเข้าร่วมกับกลุ่มบอลเชวิค (Bolsheviks) ซึ่งเป็นกลุ่มภายในพรรค RSDLP

1904 ช่วงต้นปีบอลเชวิค ซึ่งอยู่ในสวิสฯ ได้ส่งมาร์ติน เลียดอฟ (Martyn Liadov) มายังรัสเซีย เพื่อหาผู้สนับสนุน ซึ่งเขาได้มาพบกับผู้สนับสนุนที่เมืองทีเวอร์ (Tver) ซึ่งคณะกรรมการของกลุ่มประจำทีเวอร์ได้ส่งบ๊อกดานอฟ เป็นตัวแทนไปยังสวิส 

พฤศจิกายน, บ๊อกดานอฟได้มีโอกาสพบกับเลนิน (Vladimir Lenin) ในเจนีวา ซึ่งการประชุมของบอลเชวิคในสวิสนี้ เพื่อที่จะก่อตั้งพรรคบอลเชวิคขึ้นมาอย่างเป็นทางการ

ธันวาคม, บ๊อกดานอฟกลับมายังรัสเซีย โดยไปอยู่ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งในช่วงเวลานี้ตำแหน่งภายในบอลเชวิคของเขา เป็นรองเพียงแค่เลนิน แต่บ๊อกดานอฟอาจจะมีบทบาทสำคัญต่อพรรคมากกว่าเลนินเพราะเขาเคลื่อนไหวอยู่ภายในรัสเซีย ในขณะเลนินเอาแต่หลบอยู่นอกประเทศ

ปีนี้เขามีผลงานเขียน “Эмпириомонизма /Empiriomonism “ ซึ่งแบ่งเป็น 3 เล่ม ตีพิมพ์ระหว่าง 1904-1906

1905 3 ธันวาคม, ถูกจับ 

1906 27 พฤษภาคม, ได้รับอนุญาตในการประกันตัว แต่ว่าถูกเนรเทศไปยังบีเช็ตส์ก (Bezhetsk) เป็นเวลาสมปี แต่ว่าเขาได้รับอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศได้ ทำให้เขาเดินทางไปยังฟินแลนด์ เพื่อพบกับเลนิน

1907 มิถุนายน, (Tiflis bank robbery) สมาชิกของบอลเชวิคทำการปล้นธนาคารเมืองทิฟลิส เพื่อเป็นเงินทุนสนับสนุนกลุ่ม ซึ่งเลนิน, สตาลิน (Joseph Stalin) และบ๊อกดานอฟ เป็นผู้วางแผนในการปล้นครั้งนี้ ซึ่งการปล้นธนาคารพวกบอลเชวิคได้เงินไปจำนวนมาก แต่มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้กว่า 40 คน

1908 ตีพิมพ์นวนิยาย ชื่อ Red Star ที่พูดถึงการสร้างยูโทเปีย (Utopia) ขึ้นบนดาวอังคาร

ภายในกลุ่มบอลเชวิคเองเกิดการแตกแยก ระหว่างผู้ที่สนับสนุนเลนิน กับผู้ที่สนับสนุนบ๊อกดานอฟ  ผู้ที่สนับสนุนบ๊อกดานอฟ รวมถึงลูนาชาร์สกี้ จึงได้ตั้งกลุ่ม Vpered ขึ้นมาเป็นกลุ่มย่อยภายในบอลเชวิคอีกที

1909 เลนินเขียน Materialism and Empiriocriticism เพื่อโจมตีบ๊อกดานอฟ 

มิถุนายน, สมาชิกกลุ่มบอลเชวิคส่วนใหญ่สนับสนุนเลนินมากกว่าบ๊อกดานอฟ และในการประชุมที่ปารีสก็ได้มีมติไล่บ๊อกดานอฟ ออกจากกลุ่ม 

สิงหาคม, หลักถูกขับออกจากบอลเชวิค บ๊อกดานอฟ เดินทางมายังอิตาลี และได้ร่วมกับแม็กซิม กอร์กี้ (Maxim Gorky) อนาโตลี ลุนาชาร์สกี้ และสมาชิกของวีเปอร์เรด (Vpered)  ในการก่อตั้งโรงเรียนคาปริ (Capri Party School)  เพื่อสอนแนวคิดสังคมนิยมให้กับแรงงานชาวรัสเซียที่นั่น

1910 โรงเรียนคาปริ ถูกย้ายมายังเมืองโบล๊อกน่า (Bologna) ทางตอนเหนือของอิตาลี ซึ่งไม่นานเลนินก็ตั้งโรงเรียน Longjmeau Party School ในลักษณะคล้ายกันขึ้นในปารีส 

1912 บ๊อกดานอฟออกจากกลุ่มวีเปอร์เรด และเลิกสนใจกิจกรรมเกี่ยวกับการปฏิวัติ 

เสนอแนวคิด Tektology : Universal Organization Science 

1913 กลับมายังรัสเซีย หลังจากได้รับการอภัยโทษในวาระโอกาสเฉลิมฉลอง 300 ปีของราชวงศ์โรมานอฟ 

1914 ในสงครามโลก ครั้งที่ 1 บ๊อกดานอฟได้เข้าเป็นแพทย์ทหาร ประจำหน่วยที่ 221st ในสโมเลนส์ก (Smolenk) ภายใต้การบังคับบัญชาของนายพลอเล็กซานเดอร์ แซมโซนอฟ (Alexander Samsonov) 

1918 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยมอสโคว์ และเป็นผู้อำนวยการของสถาบันรัฐศาสตร์สังคมนิยม (Socialist Academy of Social Scienes) 

ก่อตั้งกลุ่มProletkult (Пролеткульт) มีเป้าหมายเพื่อสร้างศิลปะและวัฒนธรรมของชนชั้นกรรมชีพ (Proletarian Culture) ขึ้นมา

1924 บ๊อกดานอฟเริ่มทดลองการถ่ายเลือด ซึ่งเขาถือว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นแรกที่บุกเบิกเกี่ยวกับการถ่ายโลหิต แต่วัตถุประสงค์ของบ๊อกดานอฟคือการหาวิธีทำให้คงความเยาว์วัยหรือความเป็นอมตะเอาไว้ โดยที่มาเรีย อุลยานอฟว่า (Maria Ulyanova) น้องสาวของเลนินก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เป็อาสาสมัครเข้ารับการทดลอง ซึ่งบ๊อกดานอฟก็ทดลองกับตัวเองด้วย ซึ่งเขาอ้างว่าหลังการรับการถ่ายเลือด ทำให้สายตา และร่างกายของเขารู้สึกดีขึ้น คนใกล้ชิดของเขาบอกว่าบ๊อกดานอฟเหมือนกับอ่อนเยาว์ลงราวสิบปี 

1926 ร่วมก่อตั้งสถาบันการถ่ายเลือด (Institute for Blood Transfusion) โดยที่บ๊อกดานอฟรับตำแหน่งผู้อำนวยการคนแรกของสถาบัน สถาบันแห่งนี้ปัจจุบันคือศูนย์วิจัยเลือดแห่งชาติ (National Medical Research Centre for Hematology) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขของรัสเซีย

1928 7เมษายน, เสียชีวิต โดยสาเหตุของการเสียชีวิตส่วนหนึ่งมาจากการที่เขาได้รับการถ่ายเลือดจากนักเรียนของเขาที่มีเชื้อมาลาเลีย (malaria) และวัณโรค (tuberculosis) เข้าไป 

ผลงานเขียน

  • Empiriomonizm (Эмпириомонизм), 1904-1906
  • Red Star, 1908
  • Engineer Menni, 1913