หยาง กุ้ยเฟย (楊貴妃, Yang Guifei) หรือ หยาง ยูฮวน (楊玉環,Yang Yuhuan)

หยางกุ้ยเฟย เกิดในปี 719 ในจังหวัดยงจี, มณฑลชานสี (Yongji, Shaanxi)  ในรัชสมัยของจักรพรรดิเชียนจง แห่งราชวงศ์ถัง (Emperor Xuanzong of Tang) 

ชื่อจริงของหยางกุ้ยเฟย คื หยาง ยูฮวน (Yang Yuhuan) ส่วนคำว่า กุยเฟย นั้นเป็นชื่อตำแหน่งสูงสุดที่เธอได้รับพระราชทานแต่งตั้งในภายหลัง 

พ่อของหยางกุ้ยเฟย ชื่อหยาง เสียนเหยิน (楊玄琰, Yang Xuanyan) เป็นข้าราชการอยู่ในชูโจว (เชิงตู, มณฑลเสฉวน ในปัจจุบัน) โดยหยางกุ้ยเฟยเป็นลูกคนเล็กในพี่น้องสี่คนที่เป็นผู้หญิงทั้งหมด 

หยางเสียนเหยิน นั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนที่ หยางกุ้ยเฟย ยังเล็ก หยางกุ้ยเฟย จึงได้รับการเลี้ยงดูขึ้นมาโดยลุงของเธอที่ชื่อ หยาง เสียนเจา (楊玄璬, Yang Xuanjiao) ซึ่งเป็นข้าราชการอยู่ในเมืองเหอหนาน (ลั่วหยาง ปัจจุบัน)

733 หยางกุ้ยเฟย ในวัย 14 ปี แต่งงานกับองค์ชาย หลี เหมา (李瑁, Li Mao) องค์ชายแห่งเจ้า (Prince of Shou) ขณะนั้นเจ้าชายมีพระชนษ์ 16 ชันษา ทรงเป็นพระโอรสของจักรพรรดิเชียนจง กับสนมอู๋ (Consort Wu) หลังการแต่งงานหยางกุ้ยเฟย จึงได้รับยศเป็นเจ้าหญิงแห่งเจ้า

737 สนมอู๋ เสียชีวิต ซึ่งสร้างความโศกเศร้าให้กับจักรพรรดิเชียนจงเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังจากนั้นกลายเป็นว่าจักรพรรดิเซียนจงเกิดหลงไหลในหยางกุ้ยเฟย และได้ตัดสินพระทัยจะทำให้นางกลายเป็นสนมของพระองค์เอง 

แต่พระหยางกุ้ยเฟยแต่งงานกับองคชายหลี เหมา อยู่แล้ว จักรพรรดิเซียนจงจึงให้หยางกุ้ยเฟย ไปบวชเป็นชีในลัทธิเต๋า เพื่อหลีกเลี่ยงคำครหา โดยชื่อของหยางกุยเฟย ตอนออกบวช คือ ไทเจน (Taizhen) 

โดยระหว่างที่บวชแม่ชีไทเจนนี้ก็พำนักอยู่ภายในพระบรมมหาราชวัง รอจนกระทั้งจักรพรรดิได้จัดแจงให้องค์ชายหลี เหมา มีชายาใหม่เรียบร้อยแล้วเสียก่อน โดยจักรพรรดิได้ให้องค์ชายหลี เหมา อภิเษกกับบุตรสาวของนายพลเหวย จ้าวชืน (韋昭訓, wei Zhaoxun)

745 หยางกุยเฟย ได้ลาสิกขาและได้รับการแต่งตั้งเป็นสนม โดยได้ยศกุยเฟย (Guifei) ซึ่งเป็นยศสูงสุดของสนมที่ตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อนางโดยเฉพาะ สูงกว่าต่ำแหน่งสูงสุดเดิม ฮู่เฟย (Huifei) ที่เคยเป็นตำแหน่งของสนมอู๋

นอกจากนั้นญาติพี่น้องของหยางกุ้ยเฟย พากันได้ดิบได้ดี โดยได้รับการพระราชทานยศและทรัพย์สินมากมาย โดยแม่ของหยางกุ้ยเฟยซึ่งเสียชีวิตไปแล้วได้รับแต่งตั้งเป็นเลดีแห่งเหลียง (Lady of Liang) และพี่สาวสามคนของหยางกุ้ยเฟยได้รับแต่งตั้งเป็นเลดี่ แห่งฮั่น (Han), เลดี้แห่งเกา (Guo) และเลดี้แห่งฉิน (Qin)

หยาง ฉี (楊錡,Yang Qi) ซึ่งเป็นญาตของหยางกุยเฟย ก็ได้แต่งงานกับเจ้าหญิงไทฮัว (Princess Taihua) เจ้าหญิงซึ่งเกิดกับสนมอู๋  หยาง เซียน (楊銛, Yang Xian) ซึ่งเป็นญาติ และหยาง เชียนกุย (楊玄珪, Yang Xuangui) ที่เป็นลุงก็ได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น

ช่วงเวลานี้เอง หยางกุ้ยเฟย ยังได้นำหยาง เจ้า (楊釗, Yang Zhao) หรือภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น หยาง กั๋วจง (杨国忠,Yang Guozhong) ซึ่งเป็นญาติของนาง เข้ามาทำงานในราชสำนัก 

746 หยางกุยเฟย ได้ทำให้จักรพรรดิเซียนจงไม่พอพระทัย จนจักรพรรดิได้สั่งให้หยางกุยเฟย ออกจากวังไปอยู่กับหยาง เซียน (Yang Xian) ญาติของนาง แต่ในวันนั้นจักรพรรดิก็ทรงกินไม่ได้นอนไม่หลับ และในคืนนั้นก็ทรงส่งขันทีเกา หลีชื่อ (高力士, Gao Lishi) ไปตามนางกลับมา

747 หยางกุยเฟย ได้รับอัน ลู่ชาน (安禄山, An Lushan) ซึ่งเป็นแม่ทัพหนุ่มเชื้อสายตุรกี เป็นบุตรบุญธรรม

750 หยางกุยเฟย ทะเลาะกับจักรพรรดิเชียนจงอีก และนางก็ถูกส่งกลับไปยังบ้านของญาตินางอีกครั้ง ซึ่งเมื่อจักรพรรดิหายโกรธ ก็ทรงต้องเป็นฝ่ายส่งคนไปง้อนางให้กลับมาอีกเช่นเคย

752 หยาง กั๋วจงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยมาก จากการสนับสนุนของหยางกุยเฟย จนทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัครเสนาบดีของจักรวรรดิถังในเวลาไม่นาน

ขณะเดียวกัน อันลู่ซาน ซึ่งเป็นพระโอรสบุญธรรมของหยางกุยเฟย ก็ได้รับการโปรดปราณมากเช่นเดียวกัน เขามีทหารในสังกัดกว่าสองแสนคน

ซึ่งกลายเป็นว่าในเวลาต่อมา อันลู่ซาน กับหยางกั๋วจง เกิดความขัดแย้งกันเองจนกลายเป็นเหตุให้อันลูซานก่อกบฏ

755 ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (An Lushan Rebellion) อันลู่ซาน นำทหารเข้ามาใกล้เมืองหลวงฉางอัน กดดันให้จักรพรรดิเซียนจง แต่งตั้งแม่ทัพใหม่ที่ไม่ใช่ชาวฮัน ถึง 32 คน  ซึ่งจักรพรรดิทรงยอมทำตาม แม้จะได้รับการคัดค้านจากอัครเสนาบดีหยางกั๋วจง

ฤดูหนาว, อันลู่ชาน ก่อกบฏ โดยอ้างว่าได้รับคำสั่งลับจากจักรพรรดิให้ปลดหยาง กั๋วจงจากตำแหน่ง 

ในตอนนี้จักรพรรดิเชียนจง ได้สั่งแม่ทัพ เฟง (Feng Changqing) ไปปกป้องเมืองลั่วหยาง (Luoyang) ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางตะวันออก  และให้แม่ทัพเจา เซียนฉี  (Gao Xianzhi) ไปปกป้องเมืองชาน (Shan commadery) พร้อมกับสั่งให้ประหารเลดี้กัง (Lady Kang) และเลดีหลงยี (Lady Rongyi) ซึ่งเป็นภรรยาของอันลู่ชาน

756 8 มกราคม, กองทัพของอันลู่ชาน ข้ามแม่น้ำเหลืองมา และยึดเมืองเชนหลู (Chenliu) หยิงหยาง (Yingyang) เอาไว้ได้ และไม่นานก็สามารถยึดเมืองลั่วหยางจากแม่ทัพเฟงได้อย่างรวดเร็ว

แต่มาจักรพรรดิเซียนจงได้ตั้งแม่ทัพเจชู ฮั่น (Geshu Han) ให้เป็นผู้นำคนใหม่ในการรบกับอันลู่ชาน

กรกฏาคม, เมื่อกองทัพของเจชู ฮั่น แพ้ให้กับอันลู่ชาน จักรพรรดิเชียนจงและหยางกุยเฟย ก็ได้หนีออกจากเมืองหลวงฉางอันอย่างลับๆ ไปยังเฉิงตู ซึ่งที่นั่นมีหยางกั๋วจงคอยอยู่ก่อนแล้ว

แต่ว่าทหารซึ่งติดตามจักรพรรดิระหว่างการเดินทาง มีความหิวโหย และเมื่อพวกเขาได้รับการดูแลจากหยางกั๋วจงไม่ดี พวกเขาก็โมโหและได้สังหารหยางกั๋วจง ครอบครัวของเขา และอีกทั้งพี่สาวทั้งสามคนของหยางกุยเฟย ก่อนที่จะปิดล้อมที่พำนักของจักรพรรดิ ซึ่งแม้ว่าจักรพรรดิเชียนจงจะเสด็จออกมาจากที่ประทับและสั่งให้เหล่าทหารสลายตัว พวกเขาก็ปฏิเสธ

จักรพรรดิเชียนจงจึงได้ปรีกษากับแม่ทัพเกา ลีชี (Gao Lishi) และแม่ทัพเชน ชวนลี (Chen Xuanli) เพื่อขอคำแนะนำ ซึ่งแม่ทัพเกา ลีชี ได้เสนอให้พระองค์ประหารหยางกุยเฟยเสีย ซึ่งในตอนแรกจักรพรรดิปฏิเสธ แต่ต่อมาก็ต้องทรงยอมรับคำแนะนำ 

หยางกุยเฟยจึงถูกนำไปยังวัดพุทธ และแทงตัวเองจนเสียชีวิต (บางข้อมูลบอกว่าาแขวนคอตาย) ก่อนที่ร่างของนางจะถูกนำมาแสดงต่อหน้าทหารที่ปิดล้อมอยู่ ซึ่งทหารเมื่อได้เห็นศพของหยางกุยเฟยแล้วก็พอใจและยอมสลายตัว 

ร่างของหยางกุยเฟยนั้นถูกฝังไว้ในหมู่บ้านหม่าเว่ย (Mawei, Xianyang, Shaanxi) โดยที่ไม่มีแม้แต่โลงศพจะใส่ ขณะนั้นนางมีอายุ 38 ปี

756 อันลู่ซาน ได้ใช้เมืองลั่วหยางสถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เยี่ยน (燕,Yan) 

757 เจ้าชายลี เฮง (Li Heng) สถาปนาตนเองขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิสูจง (Emperor Suzong) และสามารถยึดชางอันกลับคืนมาได้ ก่อนที่จะเชิญอดีตจักรพรรดิเชียนจงเสด็จกลับมาเมืองหลวง 

เมื่อบ้านเมืองกลับสู่ปกติ อดีตจักรพรรดิเชียนจงก็ทรงส่งขันทีและทหารไปค้นหาศพของหยางกุยเฟยที่เสฉวน เพื่อนำมาประกอบพิธีให้สมพระเกียรติ