world war II

Duško Popov

ดุชโก้ โปปอฟ (Duško Maladoroff Popov) สายลับ MI6 รหัสว่า (Tricycle)เชื่อกันว่าเขาคือต้นแบบของสายลับเจมส์ บอนด์ (James Bond) ในนิยายของเอียน เฟรมมิ่ง (Ian Fleming)  โปปอฟ เกิดวันนี้ 10 กรกฏาคม 1912 ในติเตล, ออสเตรีย-ฮังการี (Titel, Austro-Hungary) ปัจจุบันเมืองที่เขาเกิดอยู่ในประเทศเซอร์เบีย ครอบครัวของเขามีฐานะในระดับมหาเศรษฐี เขาเป็นลูกชายคนที่สองจากพี่น้องผู้ชายสามคนของครอบครัว พ่อของเขาชื่อมิโลราด (Milorad Popov) ส่วนแม่ชื่อโซร่า (Zora Popov)  ครอบครัวของเขาประกอบอาชีพทั้งะนาคาร, โรงงาน, เหมืองแร่ และธุรกิจค้าปลีก ซึ่งความร่ำรวยนี้เริ่มมาโดยปู่โอเมอร์ (Omer Popov) หลังจากโปปอฟเกิดไม่นาน พ่อก็พาครอบครัวย้ายจากติเตล มาอยู่ในดุบรอฟนิก (Dubrovnik)  1918 ออสเตรีย-ฮังการี ล่มสลายและแตกออกเป็นประเทศเล็กๆ  1924 ตอนอายุ 12 เข้าเรียนที่โรงเรียนในปารีส  1929 เข้าเรียนที่อีเวลล์ คาสเทิล (Ewell Castle)  ในเซอร์เรย์, อังกฤษ (Surrey, England)  แต่ว่าเรียนได้เพียงสี่เดือนก็ถูกเชิญออกจากโรงเรียน เพราะเขาชอบแหกกฏโรงเรียน ถูกจับได้ว่าแอบสูบบุหรี่ ทำร้ายครูและเพื่อนร่วมชั้น  หลังจากนั้นโปปอฟจึงย้ายมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมฮอช (Lycée Hoche) ในเมืองแวร์ซาย, ฝรั่งเศส 1930 เข้าเรียนกฏหมายที่มหาวิทยาลัยเบลเกรด (University of Belgrade)  1934 เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยไฟร์บูร์ก (University of Freiburg)…

0
Read More

Chester W. Nimitz

เชสเตอร์ นิมิตซ์ (Chester William Nimitz, Sr.) ผู้บัญชาการกองทัพเรือสหรัฐฯ ในแปซิฟิก ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 นิมิตซ์ เกิดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1885, ในรัฐเท็กซัส ครอบครัวของเขามีเชื้อสายเยอรมัน ปู่ของเขาชื่อคาร์ล (Karl Heinrich Nimitz ภายหลังเป็นเป็น Charles Henry) เป็นอดีตลูกเรือในเรือสินค้าเยอรมันและทำธุรกิจโรงแรมเล็กๆ อยู่ในเท็กซัส พ่อของนิมิตซ์ชื่อเชสเตอร์ (Chester Bernhardt Nimitz) ทำธุรกิจค้าปศุสัตว์และแม่ชื่อแอนนา (Anna Josephine Henke)  พ่อของนิมิตซ์เสียชีวิตก่อนที่เขาจะเกิดหกเดือนจากอาการโรครูมาติกที่กล้ามเนื้อหัวใจ นิมิตซ์ถูกเลี้ยงดูขึ้นมาโดยอยู่กับแม่และปู่ นิมิตซ์เรียนหนังสือที่โรงเรียนมัธยมไตวี่ (Tivy High School) 1890 แม่ของนิมิตซ์แต่งงานอีกครั้งกับวิลเลี่ยม (William) ซึ่งเป็นน้องชายของสามีเก่าเธอที่เสียชีวิต และมีลูกด้วยกันอีกสองคน  1901 เข้าเรียนที่สถาบันการทหารเรือ (States Naval Academy) โดยก่อนหน้านั้นเขาตั้งใจที่จะสมัครเรียนที่เวสต์ พอยต์ (Military Academy , West Point) แต่พบว่าไม่มีตำแหน่งว่าง และเขาได้รับคำแนะนำจากเจมส์ สเลย์เดน (James L. Slayden) สมาชิกสภาขณะนั้นให้ย้ายไปเรียนนายเรือแทน 1905 จบการศึกษา โดยมีผลการเรียนดีมาก เขาสอบได้เป็นอันดับเจ็ดจากนักเรียน 114 คน  และหลังจากนั้นได้ถูกส่งไปประจำอยู่บนเรือรบโอไฮโอ (Ohio battleship) ในซาน ฟรานซิสโก  1906 ย้ายมาประจำกับเรือรบบัลติมอร์ (USS Baltimore) …

0
Read More

Vyacheslav Molotov

วยาเชสลาฟ โมโลตอฟ (Вячеслав Михайлович Молотов) นักการเมือง สมาชิกพรรคบอลเชวิค ที่เรืองอำนาจในสมัยสตาลิน แต่ถูกปลดออกจากตำแหน่งในสมัยของครุสเชฟ โมโลตอฟ มีชื่อจริงเมื่อแรกเกิดว่า  วยาเชสลาฟ สเกรยบิน (Vyacheslav Mikhailovich Skryabin, Вячеслав Михайлович Скрябин) เขาเกิดในวันที่  9 มีนาคม 1890 ในหมู่บ้านกุการ์ก้า  (Kukarka) เขตคีรอฟ (Kirov Oblast)  พ่อของเขาเป็นเสมียรในร้านขายของ ชื่อ มิคาอิล สเกรยบิน (Михаил Прохорович Скрябин) ปู่ของโมโลตอฟ ชื่อ โฟฮอฟ เนย์โมวิช( Прохор Наумович) เคยเป็นทาสมาก่อน แม่ของเขา แอนนา เนโบกาติโกว่า (Анна Яковлевна Небогатикова ) มาจากครอบครัวพ่อค้าที่มีฐานะปานกลาง ตอนเด็ก โมโลตอฟ ชอบเล่นไวโอลิน และเขียนบทกวี 1902 โมโลตอฟ และพี่ชาย เข้าเรียนหนังสือชั้นมัธยมในโรงเรียนที่คาซาน เป็นการเข้าเรียนในระบบโรงเรียนจริงๆ ครั้งแรก ระหว่างที่เรียนหนังสือนั้นเขาก็เริ่มสนใจวรรณกรรมของลัทธิมาร์กซิส  ระหว่างอยู่ที่โรงเรียนเขามีเพื่อนสนิทที่ร่ำรวยชื่อ วิคเตอร์ ทีโฮมีร์โนวิม ( Виктором Тихомирновым) ซึ่งวิคเตอร์ เข้าเป็นสมาชิกพรรค RSDLP ก่อนเขาปีหนึ่ง ก่อนที่จะชักช่วนให้โมโลตอฟ สมัครด้วย 1906 เข้าเป็นสมาชิกพรรค RSDLP (Russian Social Democratic Labour Party)  และเขาได้เลือกฉายา โมโลตอฟ มาเป็นชื่อเรียกตัวเองแทน โดย โมโลตอฟ (Молотов)  แปลว่า “ค้อน” เขาเป็นคนที่ทุ่มเทในการทำงานมาก…

0
Read More

Yakov Pavlov

ยาคอฟ ฟีโดโมวิช ปาฟลอฟ (Яков Федотович Павлов) นายทหารผู้ได้รับรางวัลฮีโร่แห่งสหภาพโซเวียต จากการปกป้องอาคารหลังหนึ่งในสตาลินกราด ระหว่างสงครามโลก ปาฟลอฟ เกิดที่หมุ่บ้านเกรสโตวาย่า (Krestovaya village) ในเขตนอฟโกรอด ปีที่เขาเกิดนั้นเป็นช่วงเวลาของการปฏิวัติพอดี เขาเกิดวันที่ 4 ตุลาคม 1917 เขาเข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนในหมู่บ้าน และเมื่อเรียนจบชั้นมัธยม ก็ทำงานอยู่เป็นเกษตรกร จนกระทั้ง 1938 ไ้ดเข้าเป็นทหารในกองทัพแดง เมื่อเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 2 เขาถูกส่งตัวไปยังยูเครน เป็นทหารหน่วยแรกที่ประทะกับเยอรมันและต้องหนีร่นออกมา 1942 กรกฏาคม เขาเดินทางมาถึงเมืองสตาลินการ์ด ถูกส่งตัวไปยังหน่วยทหารการ์ดปืนไรเฟิ้ล ที่ 13 ภายใต้นายพลอเล็กซานเดอร์ โรดิมเซฟ (Gen. Aleksandr Rodimtsev) ในตอนแรกทำการรบอยู่บริเวณชานเมืองของสตาลินการ์ด พอช่วงเดือนกรกฏาคมก็ย้ายมาอยู่ในบริเวณ Kamyshin ซึ่งเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้คุมหน่วยปืนกลอัตโนมัติ ที่ 7 เมื่อถึงคืนวันที่ 27 กันยายน 1942 อพาร์ตเมนต์สี่ชั้นแห่งหนึ่งใกล้กับจตุรัสถูกเยอรมันโจมตี ปาฟลอฟ ซึ่งตอนนั้นมียศเป็นเพียงจ่าสิบ (Sergeant) จึงได้รับคำสั่งให้ไปยังอาคารดังกล่าว พร้อมกับทหารอีกสามนาย คือ เชอร์โนโกโลวอม,กลุสเชนโก,อเล็กซานโดรอฟ (Chernokolovom,Glusshenko,Alexandrov,(Черноголовом, Глущенко,Александровым) )ซึ่งพวกเขาทั้งหมดสามารถขับไล่ทหารเยอรมันและยึดอาคารดังกล่าวไว้ได้ ต่อมาอาคารดังกล่าวจึงถูกใช้เป็นที่มั่นสำคัญในการรบ มีการส่งกำลังพลมาเพิ่มเป็น 24 คน พวกเขาให้อพาร์ตเม้นท์เป็นที่มั่นในการรบกับเยอรมันยาวนานกว่าสองเดือน ถึงเดือนพฤศจิกายน กองทัพแดงจึงได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีกลับ ปาพลอฟ ได้รับบาดเจ็บในคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน ระหว่างการรบนี้และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล อย่างไรเสียกองทัพโซเวียตก็ขับไล่นาซีออกไปได้จากสตาลินการ์ดในที่สุด อาคารหลังนี้จึงถูกเรียกว่าเป็นบ้านของปาฟลอฟ Pavlov’s House 1945 27…

0
Read More

Victory Banner over the Reichstag

29 เมษายน  1945 ทหารโซเวียต พยายามเข้ายึดอาคารรัฐสภา ไรช์สแท็ก ของนาซี ในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งวันนั้นยังคงมีทหารเยอรมันกว่าพันนายยังคงต่อสู้อยู่ ภายใน … มิคาอิล เยโกรอฟ , และ เมลิตัน กานตาเรีย สองนายทหารหนุ่มผู้เป็นสัญลักษณ์ชัยชนะของโซเวียตเหนือนาซีเยอรมัน ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาทั้งสองเป็นผู้ชูธงชาติโซเวียต เหนือตึกไรช์สแท็ก (Reichstag) ในกรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 30 เมษายน 1945 และรูปถ่ายในวันนั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ และภาพที่ถูกจดจำได้มากที่สุดรูปหนึ่งของโลก เมลิตัน กานตาเรีย (Мулитон Варламович Кантария , Meliton Kantaria) เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 1920 ที่เมืองเจวาริ (Jvari) ในครอบครัวเกษตรกรในจอร์เจีย เขาทำงานในนารวมมาจนกระทั้งเข้าเป็นทหารกับกองทัพแดงในปี 1940 และปีต่อมาก็เกิดสงครามโลก เขาทำงานเป็นหน่วยข่าวกรองให้กับหน่วยทหาร ภายหลังสงคราม กานตาเรีย เดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด ทำงานในไร่ ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่เมืองสุคุมิ (Sukhumi) เมืองหลวงของประเทศอับคาเซีย โดยทำงานเป็นผู้จัดการร้านค้า 1947   เขาเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ในปี และได้เป็นสมาชิกสภาในเขตปกครองตัวเองอับคาเซีย ในสมัยนั้น 1993 แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างอับคาเซีย และจอร์เจีย ทำให้เขาย้ายไปยังกรุงทบิลิซี ก่อนที่สุดท้ายจะย้ายมามอสโคว์ แต่ว่าสองเดือนหลังจากมายังมอสโคว์ เขาก็เสียชีวิต ในวันที่ 27 ธันวาคม 1993 ร่างของเขาถูกนำกลับไปฝังที่บ้านเกิดในเจวาริ มิคาอิล เยโกรอฟ (Михаил Алексеевич Егоров, Mikhail Yegorov) เกิดในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตสโมเลนส์ก เขาจบการศึกษาพื้นฐานและทำงานอยู่ในฟาร์มเช่นกัน ซึ่งเมืองที่เขาอยู่ถูกนาซีบุกมายึดไว้ ทำให้เขาเข้าเป็นทหารในเดือนธันวาคม ปี 1944เยโกรอฟ หลังสงครามเข้าทำงานให้กับโรงงานผลิตนม และเสียชีวิตในวันที่ 20 มิถุนายน 1975 จากอุบัติเหตุทางรถยนต์…

0
Read More

Alexandr Matrosov

อเล็กซานเดอร์ มาโตรสอฟ (Алексфндр Матвеевич Матросов) นายทหาร วีรบุรุษแห่งโซเวียต ในสงครามโลกครั้งที่  2 เขาเสียชีวิตในสงคราม เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1924 ในเมือง ดนิโปรเปโตรฟส์ก (Dnepropetrovsk) ประวัติของเขานั้นค่อนข้างคลุมเครือ แต่ว่าข้อมูลทางการบอกว่า พ่อของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเล็ก เขาจึงเติบโตมาแบบเด็กกำพร้า ต่อมาเป็นแรงงานในค่ายทหารที่เมือง Ufa พฤศจิกายน 1942 เขาสมัครเข้าเป็นทหารอาสารในกองทัพบกของโซเวียต ในวันที่  22 กุมภาพันธ์ เขาต่อสู้อยู่ในหมู่บ้านเชอร์นุชกี ( Chernushki) ใกล้กับพัสกอฟ (Pskov) เขาเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อขวางกระสุนปืนกลที่ยิงออกมาจากป้อมยิงปืนกลอัตโนมัติ (machine gun pillbox) และหยุดการทำงานของเครื่องยิงปื เพื่อให้หน่วยของเขาสามารถเคลื่อนที่ไปได้ หลังจากนั้นสหายของเขาจึงมีชัยในการรบครั้งนั้น 19 มิถุนายน 1943 มาโตรสอฟ ได้รับรางวัล The Hero of the Soviet Union แม้ว่าจะเสียชีวิตไปแล้ว ประวัติของเขาที่ไม่เป็นทางการ บอกว่าชื่อจริงของเขาคือ ชากีร์ยาน มูฮัมเมตยานอฟ (Shakiryan Yunosovich Muhamedyanov ,Шакирьян Юнусович Мухамедьянов) และไม่เกิดในดนิโปรเปโตรฟส์ก แต่เป้นหมู่บบ้านเล็ก ๆ ชื่อ คุนักเบียโว่ (Kunakbaevo) ใน บัชกิเรีย (Bashkiria) นอกจากนั้น ชากีร์ยาน เขาเป็นลูกของชายพิการคนหนึ่งกับหญิงสาวที่สวยที่สุดในหมู่บ้าน แต่ว่ามารดาของเขาเสียชีวิตหลังเขาเกิดได้ไม่นาน พ่อจึงได้แต่งงานใหม่ อีก 2 ครั้ง โดยที่ครอบครัวมีฐานะยากจน และเขาเข้ากับแม่เลี้ยงไม่ได้จึงได้หนีออกจากบ้าน พเนจรไปทั่วแบบเด็กเรร่อน ก่อนที่จะมาอยู่ที่สถานดูแลเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!