Spy

Venona Project

โครงการ VENONA เร่ิมต้นขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1943 โดย Army Signal Intelligence Service (SIS)  ซึ่งเป็นหน่วยงานข่าวกรองทางสัญญาณของกองทัพสหรัฐฯ​ ก่อนที่จะมีการตั้ง National Security Agency (NSA) ขึ้นมา  โดยในตอนเริ่มต้น VENONA เป็นหน่วยงานขนาดเล็ก ที่มีหน้าที่ในการจับสัญญาณสื่อสารทางการทูตของสหภาพโซเวียต และนำมาถอดรหัส ถึงข้อมูลที่ได้รับมาจะถูกส่งไปให้กับหน่วย SIS ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเวอร์จิเนีย  ซึ่งสำนักงานที่นึ่ถูกเรียกว่า “Arlington Hall” โดยที่ผู้อำนวยการคนแรกของ VENONA คือ จีน เกรบีล (Gene Grabeel) SIS นั้นได้ทำการว่าจ้างครูทางด้านภาษาหลายสิบคนจากทั่วสหรัฐฯ หลังจากที่ญี่ปุ่นได้โจมตีฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่อ่าวเพิร์ล ฮาร์เบอร์ (Pearl Harbor)  ครูที่ร่วมงานกับโครงการนี้ตั้งแต่ต้น อาทิ   แมร์ดิธ การ์ดเนอร์ (Meredith Gardner) ซึ่งเป็นอาจารย์ด้านภาษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลับอาร์ก้อน (University of Akron) การ์ดเนอร์ สามารถพูดได้หลายภาษาทั้งฝรั่งเศส, เยอรมัน, กรีก, อิตาลี, ญี่ปุ่น, ลาติน, สเปน และรัสเซีย   เฟอร์ดินัน คูเดิร์ต (Ferdinand Coudert) เป็นผู้เชี่ยวชาญกลุ่มภาษาสลาวิค และสามารถใช้ภาษาฝรั่งเศส, เยอรมัน, ญี่ปุ่นได้  วิลเลี่ยม สมิท (Major William B.S. Smith) เชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศสและภาษาบรีตัน…

0
Read More

Yakov Serebryansky

ยาคอฟ เซียร์เบอร์ยานสกี้ (Яков Исаакович Серебрянский) สายลับ ผู้สร้างเครื่อข่าย Uncle Yasha’s group ยาคอฟ เกิดวันที่ 29 พฤศจิกายน 1891 ในมินส์ก (Minsk) ครอบครัวของเขาเป็นยิวที่มีฐานะยากจน พ่อมมีชื่อว่าไอแซ็ค (Isaac หรือ Itska Serebryansky) ทำงานเป็นเสมียรอยู่ในโรงงานน้ำตาล  1908 จบมัธยม ซึ่งระหว่างเรียนเขาได้เป็นสมาชิกของกลุ่ม Revolutionaries Maximalists (Союз социалистов-революционеров-максималистов) ซึ่งเป็นกลุ่มฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง ที่ถูกขับออกจากพรรค SRs (Socialist-Revolutionaries Party) ตั้งแต่ปี 1906 1909 ยาคอฟถูกจับเพราะถูกต้องสงสัยว่ามีส่วนในการสังหารผู้คุมเรือนจำในมินส์ก และยังครอบครองเอกสารที่ทางการสังห้าม  ทำให้เขาต้องติดคุกเปผ็นเวลาหนึ่งปี  หลังจากออกจากคุกแล้ว เขาก็ไปทำงานอยู่ในเมืองวิเต็บส์ก (Vitebsk) โดยเป็นช่างอยู่ในโรงงานไฟฟ้า  1912 ถูกเกณฑ์เป็นทหาร โดยส่งไปอยู่ในหน่วยทหารราบที่ 122 ตามบอฟ (122nd Tambov regiment) ในเมืองคาร์เคียฟ (Kharkiv)  1914 ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 เขาถูกส่งไปรบในแนวรบด้านตะวันตก กับหน่วย 105 โอเรนเบิร์ก (105th Orenburg regiment)  ซึ่งทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างที่รัสเซียพยายามจะบุกเข้าไปในตะวันออกของปรัสเซีย  ยาคอฟถูกส่งตัวเข้าไปรักษาพยายามบาล และหลังจากรักษาตัวจนหายแล้ว เขาก็ถูกปลดออกจากกองทัพ 1915 ไปทำงานเป็นช่างซ่อมบำรุงเครื่องขุดเจาะน้ำมันในเมืองบากู (Baku) 1917 หลังการปฏิวัติกุมภาพันธ์ (February revolution) ในรัสเซีย ยาคอฟได้เคลื่อนไหวไปกับกลุ่มสมาชิกของพรรค…

0
Read More

Duško Popov

ดุชโก้ โปปอฟ (Duško Maladoroff Popov) สายลับ MI6 รหัสว่า (Tricycle)เชื่อกันว่าเขาคือต้นแบบของสายลับเจมส์ บอนด์ (James Bond) ในนิยายของเอียน เฟรมมิ่ง (Ian Fleming)  โปปอฟ เกิดวันนี้ 10 กรกฏาคม 1912 ในติเตล, ออสเตรีย-ฮังการี (Titel, Austro-Hungary) ปัจจุบันเมืองที่เขาเกิดอยู่ในประเทศเซอร์เบีย ครอบครัวของเขามีฐานะในระดับมหาเศรษฐี เขาเป็นลูกชายคนที่สองจากพี่น้องผู้ชายสามคนของครอบครัว พ่อของเขาชื่อมิโลราด (Milorad Popov) ส่วนแม่ชื่อโซร่า (Zora Popov)  ครอบครัวของเขาประกอบอาชีพทั้งะนาคาร, โรงงาน, เหมืองแร่ และธุรกิจค้าปลีก ซึ่งความร่ำรวยนี้เริ่มมาโดยปู่โอเมอร์ (Omer Popov) หลังจากโปปอฟเกิดไม่นาน พ่อก็พาครอบครัวย้ายจากติเตล มาอยู่ในดุบรอฟนิก (Dubrovnik)  1918 ออสเตรีย-ฮังการี ล่มสลายและแตกออกเป็นประเทศเล็กๆ  1924 ตอนอายุ 12 เข้าเรียนที่โรงเรียนในปารีส  1929 เข้าเรียนที่อีเวลล์ คาสเทิล (Ewell Castle)  ในเซอร์เรย์, อังกฤษ (Surrey, England)  แต่ว่าเรียนได้เพียงสี่เดือนก็ถูกเชิญออกจากโรงเรียน เพราะเขาชอบแหกกฏโรงเรียน ถูกจับได้ว่าแอบสูบบุหรี่ ทำร้ายครูและเพื่อนร่วมชั้น  หลังจากนั้นโปปอฟจึงย้ายมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมฮอช (Lycée Hoche) ในเมืองแวร์ซาย, ฝรั่งเศส 1930 เข้าเรียนกฏหมายที่มหาวิทยาลัยเบลเกรด (University of Belgrade)  1934 เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยไฟร์บูร์ก (University of Freiburg)…

0
Read More

Stakeknife

“Stakeknife” เป็นโค๊ดเนมของสายลับอังกฤษ ซึ่งแฝงตัวเข้าไปเป็นในกลุ่ม IRA ได้สำเร็จ จนได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังแบ่งแยกไอร์แลนด์  (Irish Republican Army, IRA)  โดยเขาได้รับตำแห่นงเป็นหัวหน้ากองกำลังความมั่นคงภายใน Internal Security Unit (ISU) หรือฉายากลุ่ม “the nutting squad” ของ IRA ในกรุงเบลฟาสต์ (Belfast) ตำแหน่งของเขาทำให้เขามีอำนาจที่จะสังหารสมาชิกของ IRA ด้วยกันได้หากว่ามีใครที่ต้องสงสัยว่าเป็นคนทรยศ โดยที่หน่วยของเขาจะใช้วิธีในการทรมานผู้ต้องสงสัยเพื่อให้รับสารภาพ  ในปี 2003 Stakeknife ถูกระบุว่าคือ เฟรดดี สแค๊ปปาติคคิ (Freddie Scappaticci) ชายวัย 73 ปี โดยสื่อหลายสำนัก เฟรดดี้ ถูกระบุเริ่มทำงานให้กับอังกฤษช่วงปี 1978 โดยเริ่มเป็นสายลับให้กับหน่วย Royal Ulster Constabulary (RUC)  2 ปีก่อนที่จะมีการตั้งหน่วย Force Research Unit (FRU) ขึ้นมาในปี 1980 ซึ่ง FRU เป็นหน่วยงานภายใต้ Intelligence Corps อีกทีหนึ่ง  แต่ว่าเจ้าตัวให้การปฏิเสธว่าไม่ใช่ Stakeknife และไม่ได้เป็นสายลับสองหน้าให้กับอังกฤษด้วย  Stakeknife ถือเป็นสายลับที่ทรงคุณค่าให้กับกองทัพอังกฤษ เขาถูกยกย่อยว่าเป็น “the jewel in the crown, the golden egg” (อัญมณีบนมงกุญ และไข่ทองคำ” เขามีบทบาทในช่วงระหว่างปี 1969-1997…

0
Read More

Virginia Hall

เวอร์จิเนีย ฮอล์ล (Virginia Hall Goilliot) สายลับอเมริกัน OSS ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 เวอร์จิเนีย เกิดวันที่ 6 เมษายน 1906 ในบัลติมอร์, แมรี่แลนด์ ครอบครัวของเธอมีฐานะร่ำรวย พ่อของเธอชื่อเอ็ดวิน (Edwin Lee Hall) เป็นนายธนาคารและมีธุรกิจโรงภาพยนต์ และแม่ชื่อบาร์บาร่า (Barbara Virginia Hammel)  1924 จบจากโรงเรียนโรแลนด์ ปาร์ก (Roland Park Country School) หลังจากนั้นเข้าเรียนที่แรดคลิฟฟ์ คอลเลจ (Radcliffe College, ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของฮาร์วาร์ด) ระหว่างที่เรียนนั้นเธอเป็นหัวหน้าชั้น และทำหนังสือพิมพ์ของดรงเรียน ทั้งยังเป็นนักกีฬาฮ๊อกกี้  1925 ย้ายมาเรียนที่บาร์นาร์ด คอลเลจ (Barnard College ) ในแมนฮัตตัน ทางด้านภาษาฝรั่งเศส อิตาลี และเยอรมัน นอกจากนั้นเธอยังพอเข้าในภาษารัสเซ๊ยด้วย แต่เวอร์จิเนียไม่ได้เรียนจบจากบาร์นาร์ด คอลเลจ เพราะว่าเธอปฏิเสธที่จะเข้าสอบในเทอมสุดท้าย 1926 เข้าเรียนที่  Ecole Libre des sciences Politiques ในฝรั่งเศส 1927 ย้ายมาเรียนที่ Konsular Akademic ในเวียนนาทางด้านภาษาฝรั่งเศสและเศรษฐศาสตร์  1929 กรกฏาคม,​กลับมาอยู่บ้านที่แมรี่แลนด์  ไม่นานก่อนที่ทางบ้านของเธอจะเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ เมื่อตลาดหุ้นวอล์สตรีทตกลงอย่างหนัก (Wall Street crash 1929) ซึ่งทำให้ธุรกิจด้านการเงินของครอบครัวประสบปัญหา ซึ่งเมื่อเจอกับวิกฤตพวกเขาก็ได้ย้ายไปอยู่ในฟาร์ม Boxhorn…

0
Read More

Rudolf Roessler

รูดอล์ฟ โรสสเลอร์ ผู้ก่อตั้ง Lucy spy ring  รูดอล์ฟ เกิดวันที่ 22 พฤศจิกายน 1897 คัฟเบอเรน, บาวาเรีย (Kaufbeuren, Bavaria) พ่อของเขาเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้  1914 เมื่อเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 1 รูดอล์ฟถูกเกณฑ์เข้าเป็นทหารในกองทัพเยอรมัน  หลังจากปลดประจำการณ์จากกองทัพเขาได้เข้าเรียนทางด้านศาสนวิทยาในอ๊อกสเบิร์ก (Augsburg) —- เมื่อเรียนหนังสือจบ ได้เข้าทำงานกับหนังสือพิมพ์อ๊อกสเบิร์กโพสต์ (Augsburg Post Zeitung) ซึ่งต่อต้านนาซีเยอรมัน  1933 ย้ายมาอยู่ในลูเซิร์น (Lucerne) สวิสเซอร์แลนด์ พร้อมกับภรรยาของเขาที่ชื่อ โอลก้า (Olga)  และได้เปิดกิจการสำนักพิมพ์เล็กๆ ขึ้นมา  ชื่อว่า Vita Novi ซึ่งสำนักพิมพ์ประสบความสำเร็จพอสมควรทำให้เขามีเงินทุนในการเดินทางไปเยอรมัน และยังคงติดต่อกับนายทหารและนักการเมืองเยอรมันอยู่ ทำให้เขามีแหล่งข่าวที่ให้ข้อมูลเชื่อถือได้  โดยเมื่อเขาได้รับข้อมูลมา ก็จะส่งกลับไปสวิสฯ ผ่านเครื่อข่ายของเขา ก่อนที่จะส่งให้กับประเทศที่สาม ซึ่งหนึ่งในผู้ทำงานให้กับโรสสเลอร์ คือ ซาเวียร์ ชไนเปอร์ (Xavier Schneiper)  ซึ่งเธอเป็นคอมมิวนิสต์และเป็นสมาชิกของเครื่อข่ายใต้ดินที่ชื่อ Bureau Ha  1941 ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 รูดอล์ฟ ร่วมกับรูดอล์ฟ เกิร์สดอฟ (Rudolf von Gersdof) และฟริตซ์ ไทเล่ (Fritz Thiele) ทำสถานีวิทยุขึ้นมาโดยใช้ชื่อ Lucy  ซึ่งย่อมาจาก Lucerne  ซึ่งการทำสถานีวิทยุและผ่านการเป็นทหารมาก่อน ทำให้เขาสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากแหล่งข่าวระดับสูง และยังสามารถดักจับสัญญาณจาก Oberkommando…

0
Read More

Operation Ivy Bells

Operation Ivy Bells เป็นความริเริ่มโดยอดีตนายทหารเรือ กัปตัน เจมส์ แบรดลีย์ (James Bradley) ซึ่งเคยประจำการณ์ในเรือดำน้ำช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 และทำงานด้านข่าวกรองใต้ทะเล ในปี 1971 แบรดลีย์ เกิดแนวคิดที่จะดักฟังสายเคเบิ้ลใต้ทะเลของโซเวียต เขา, กองทัพเรือ และ NSA (National Security Agency) ตัดสินใจเลือกพื้นที่บริเวณทะเลโอค๊อตส์ก เพราะว่าเป็นฐานทัพสำคัญของโซเวียตในมหาสมุทรแปซิฟิก ฐานทัพเรือเปโตรปาฟลอฟส์ก ซึ่งอยู่บนเกาะคัมชัตก้า (Kamchatka) จึงน่าจะมีสายเคเบิ้ลเชื่อกับศูนย์บัญชาการที่วลาดิวอสต๊อก (Vladivostok) บริเวณดังกล่าวยังถูกจำกัดไม่ให้พลเรือนเข้าไปและมีการลาดตระเวณอย่างเข้มงวด และในทะเลยังมีเครื่องดักฟังสัญญาณเสียงใต้น้ำด้วย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพื้นที่นี้จึงน่าจะมีความสำคัญมาก แบรดลีย์ได้เลือกเรือดำน้ำนิวเคลียร์ฮาลิบัต (Halibut nuclear submarine, SSGN-587) นำในปฏิบัติการณ์นี้ ซึ่งยังประกอบด้วยเรือดำน้ำอื่นๆ อีกหลายลำ  จุดเด่นของเรือดำน้ำฮาลิบัตคือระบบขับเคลื่อนมีความเงียบเป็นพิเศษ และยังมีการติดตั้งเรือดำน้ำกู้ภัยขนาดเล็ก DSRV’s (deep-submergence rescue vehicles) เพื่ออำพรางว่าฮาลิบัตเป็นเพียงเรือกู้ภัยใต้น้ำขนาดเล็ก และมีการปล่อยข่าวลวงว่าสหรัฐฯ ส่งเรือดำน้ำเข้าไปเพื่อค้นหาจรวดมิสไซด์ SS-N-12 Sandbox ของโซเวียตที่หล่นลงในทะเล ขณะที่นักประดาน้ำเอง ก็ต้องมีระบบช่วยหายใจแบบใหม่ที่จะทำให้สามารถประดาน้ำลึกราว 400 ฟุตได้ อาทิ ถังอากาศ มีการเปลี่ยนส่วนผสมของอากาศใหม่ เป็น ฮีเลียมและอ๊อกซิเจน แทนไนโตรเจนและอ๊อกซิเจน ฤดูร้อนปี 1972 ไม่นานก่อนที่จะมีการลงนานในข้อตกลงควบคุมขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ SALT 1 (Strategic Arms Limitations Treaty) ระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพโซเวียต เรือดำน้ำนิวเคลียร์ฮาลิบัต ใต้การบังคับบัญชากของกัปตันจอห์น แม็คนิช (Captain John…

0
Read More

Eli Cohen

อีลิยาฮู โคเฮน (אֱלִיָּהוּ בֵּן שָׁאוּל כֹּהֵן, Eliyahu Ben-Shaul Cohen)  สายลับอิสราเอลที่ทำงานในซีเรีย โคเฮน เกิดวันที่ 26 ธันวาคม 1924 ในอเล็กซานเดรีย, อียิปต์ ครอบครัวของเขาเป็นยิวที่สนับสนุนไซออนนิสต์ โคเฮนเข้าเรียนในโรงเรียนของยิวในอเล็กซานเดรีย หลังจากรเรียนจบมัธยมเขาก็สมัครเข้าเรียนวิศวกรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยอเล็กซานเดรีย (Alexandria University) ซึ่งระหว่างที่เรียนอยู่เขาได้เข้าร่วมในการประท้วงต่อต้านการปกครองอียิปต์โดยอังกฤษด้วย  1949 เมื่ออิสราเอลประกาศก่อตั้งประเทศ ครอบครัวของเขาก็ย้ายมาอยู่ในอิสราเอล 1954 (Lavon Affair), เชื่อกันว่าโคเฮนน่ามีส่วนร่วมในปฏิบัติลาวอนของอิสราเอล ในการสร้างสถานะการณ์โจมตีชาวอียิปต์, อเมริกา และอังกฤษ แล้วโทษว่าเป็นฝีมือของกลุ่มหัวรุนแรงเพื่อที่จะให้อังกฤษยังคงนโยบายในการยึดคลองสุเอซเอาไว้ต่อไป แตว่าไม่นานในปีนี้โคเฮนถูกจับโดยเจ้าหน้าที่ตำรวของอียิปต์โดยถูกตั้งข้อหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งโคเฮนถูกขังคุกไว้ระหว่างการต่อสู้คดี แต่ว่าเขาหลบหนีออกมาได้ 1956 หลังวิกฤตคลองสุเอซ (Suez Crisis) โคเฮนถูกเนรเทศออกจากอียิปต์พร้อมชาวยิวอื่นๆ อีกหลายพันคนไปยังอิสราเอล 1957 8 กุมภาพันธ์, โคเฮนเดินทางมาถึงอิสราเอล และไม่กี่วันต่อมาเขาได้งานในหน่วยข่าวกรองของกองทัพอิสราเอล 1959 แต่งงานกับนาเดีย (Nadia Majald) ผู้อพยพเชื้อสายอิรัก-ยิว พวกเขามีลูกด้วยกันสามคน 1961 ถูกส่งไปยังอาร์เจนติน่า ในฐานะนักธุรกิจซีเรียที่มีฐานะมั่งคั่ง ชื่อคาเมล ทาเบต (Kamel Amin Thaabet) เขามีเชื้อสายยิว-อาร์เจนติน่า และทำธุรกิจทอผ้า โดยระหว่างนี้เขาได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Comunidades หนังสือพิมพ์ของยิว โดยนาตาลิโอ สเตียเนอร์ (Natalie Steiner)  หน้าที่ของโคเฮนในอาเจนติน่าคือการแทรกซึมเข้าไปในสังคมของชาวอาหรับ, และชาวซีเรียในบูโนส ไอเรส ซึ่งความสำเร็จอย่างหนึ่งของปฏิบัติการในอาร์เจนติน่า คือการที่ทำให้โคเฮนได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากนายพลเอมนิ ฮาฟิซ (Amin Hafiz)…

0
Read More

George Blake

จอร์จ เบล็ค (George Blake) สายลับ เบล็ค เกิดวันที่ 11 พฤศจิกายน 1922 ในรอตเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์ (Rotterdam, Netherlands) เขามีชื่อจริงว่าจอร์จ บีฮาร์ (George Behar) พ่อของเบล็คเป็นชาวอียิปต์ที่มีเชื้อยิว ชื่ออัลเบิร์ต (Albert Behar) เคยทำงานเป็นทหารให้กองทัพอังกฤษในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 เขาจึงตั้งชื่อลูกว่าจอร์จ ตามชื่อพระนามกษัตริย์จอร์จ ที่ 5 ของอังกฤษส่วนแม่เป็นชาวเนอร์แลนด์ 1936 พ่อของเบล็คเสียชีวิต หลังจากนั้นเบล็คจึงถูกส่งให้ไปอาศัยอยู่กับญาติในอียิปต์ เขาจึงเข้าโรงเรียนที่สอนด้วยภาษาอังกฤษในกรุงไคโร ระหว่างอยู่ในอียิปต์เขาใกล้ชิดกับญาติของเขาคนหนึ่ง คือ เฮนรี่ (Henri Curiel) ซึ่งแก่กว่าเขาเป็นสิบปี เฮนรี่เป็นผู้นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์และต่อมาเฮนรี่เป็นแกนนำของกลุ่ม Democratic Movement for National Liberation ซึ่งเป็นองค์กรของผู้นิยมคอมมิวนิสต์ เฮนรี่ มีอิทธิพลทำให้เบล็คชอบแนวคิดแบบซ้ายไปด้วย 1940 ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 เมื่อนาซีเยอรมันบุกเนเธอร์แลนด์ แม่และพี่สาวน้องสาวของเขาได้หนีไปยังอังกฤษแต่ว่าเบล็คในวัยเพียงแค่ 17 ปี ได้กลับมายังเนเธอร์แลนด์และได้เข้าร่วมกับกองกำลังที่ต่อต้านนาซี 1942 เบล็คพยายามเดินทางมายังอังกฤษ โดยต้องลักลอบเดินทางผ่านฝรั่งเศสซึ่งตอนนั้นอยู่ภายใต้การยึดครองของนาซี และยังต้องผ่านสเปนและเบลเยี่ยมด้วย 1943 มกราคมเบล็คเดินทางมาถึงอังกฤษ และมีโอกาสได้พบกับแม่ของเขาในอังกฤษ ซึ่งแม่ได้เปลี่ยนนามสกุลจาก Behar เป็น Blake   ไม่นานเบล็คได้อาสาสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพเรือของอังกฤษ 1944 สิงหาคม, เบล็คถูกย้ายไปทำงานในหน่วยสายลับของอังกฤษ (British Secret Interligence Service)  หรือที่รู้จักในชื่อ MI6…

0
Read More

Benjamin Tallmadge

เบนจามิน ทอล์แมดจ์ (Benjamin Tallmadge)  หัวหน้าสายลับ  Culper ring เบนจามิน เกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1754 ในบรู๊กฮาเว่น บนเกาะลองไอส์แลนด์ นิวยอร์ค (Brookhaven,  Long Island, New York)  พ่อของเขาชื่อเบนจามิน (Rev. Benjamin Tallmadge) และแม่ชื่อซูซานน่าห์ (Susannah Smith)  พ่อกับแม่ของเขาแต่งงานกันในปี 1750  , ปู่ของเขาเป็นชาวอังกฤษที่อพยพเข้ามาอยู่ในนิวยอร์ค ส่วนพ่อนั้นเกิดในสหรัฐฯ   เบนจามินเป็นลูกชายคนที่สอง ในบรรดาพี่น้องผู้ชายทั้งหมดห้าคน  1768 21 เมษายน, แม่ของเขาเสียชีวิต 1769 เบนจามินเข้าเรียนที่เยลคอลเลจ (Yale College) ซึ่งเขามีโอกาสได้เรียนภาษาลาตินและกรีก เขายังเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับนาธาน เฮล (Nathan Hale) สายลับอีกคนหนึ่งในช่วงการปฏิวัติอเมริกา 1770 พ่อของเขาแต่งงานใหม่กับซิปโปราห์ (Zipporah Strong) แต่ว่าไม่มีลูกด้วยกัน  1773 สำเร็จการศึกษา หลังจากนั้นได้เข้าทำงานที่โรงเรียนมัธยมเวเธอฟิล์ด (Weathersfield High School) ในคอนเนคติคัต (Connecticut) 1776 สมัครเข้าเป็นทหารในคอนเนคติคัต โดยได้ยศร้อยโท 27 สิงหาคม, ได้มีโอกาสรบในสมรภูมิบนเกาะลองไอส์แลนด์ (battle of Long Island) ซึ่ง่ในสมรภูมินี้อังกฤษสามารถยึดเกาะเอาไว้ได้  ธันวาคม, ได้เลือนยศเป็นร้อยเอก ประจำหน่วย 2nd Regiment of Light…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!