Soviet

Viktor Belenko

วิคเตอร์ เบเลนโก้ (Виктор Иванович Беленко) นักบินโซเวียต นำเครื่อง MiG-25 หนีไปญี่ปุ่น เขาเกิดในครอบครัวของชนชั้นแรงงานในเมืองนาลชิก (Nalchik) เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 1947  1965 สำเร็จชั่นมัธยมโดยมีผลการเรียนดี และได้รับรางวัลเหรียญเงิน หลังจากนั้นเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนแพทย์เมืองโอมส์ก (Omsk medical school) ซึ่งระหว่างเรียนได้สมัครเข้าชมรมการบิน DOSAAF 1967 เข้าเรียนที่โรงเรียนการบินทหารในเมืองอาร์มาเวียร์ (Armavir Higher Military Aviation School) 1971 สำเร็จการศึกษา และได้เข้าเป็นครูฝึกนักบินที่โรงเรียนการบินในสตาฟโรโพล (Stavropol Higher Military Aviation School) ต่อมาได้ถูกส่งให้มาประจำการในฐานทัพอากาศ กองบิน 11 ใกล้กับเมืองวลาดิวอสต๊อก   1976 วันจันทร์ 6 กันยายน, เบเลนโก้ นำเครื่องบิน MiG-25 หมายเลข  31 ออกจากสนามชินชุเกียฟก้า (Chuguevka airport) ไปยังฮอคไกโด และลงจอดที่สนามบินคาโคดาเตะ (Khakhodate airport) ของญี่ปุ่น เพื่อขอลี้ภัย สหรัฐอเมริกาอาศััยโอกาสนี้เข้ามาตรวจสอบเครื่อง ​MiG-25 เครื่องบินของโซเวียตถูกถอดเป็นชิ้นเพื่อทำการวิเคราะห์อย่างละเอียด  พฤศจิกายน, ญี่ปุ่นส่งคืนเครื่องบินที่ถูกแยกชิ้นส่วนให้กับโซเวียต เครื่องบินถูกประกอบขึ้นใหม่แต่ว่าไม่ได้นำไปบิน แต่ไปจัดแสดงไว้ที่สถาบันทหารดัวกาฟพิลส์ (Daugavpils Military Aviation School) ในลัตเวีย เบเลนโก้นั้นยื่นขอลี้ภัยไปสหรัฐฯ ซึ่งต่อมาเข้าได้งานทำในเป็นครูฝึกนักบิน แต่งงานกับชาวอเมริกาและมีลูกด้วยกันสามคน  เบเลนโก้ ให้สัมภาษณ์ว่าเมื่อเขามาอยู่สหรัฐฯ เขาประทับใจกับห้างสรรพสินค้า ที่ใหญ่ โอ่อ่า และมีอาหารกระป๋องที่อร่อยมากมายให้เลือก…

0
Read More

Fanni Kaplan

แฟนนิ คาแปลน (Фанни Ефимовна Каплан) ผู้พยายามสังหารเลนิน เธอเกิดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 1890 โดยมีชื่อจริงว่าไฟก้า (Feiga Haimovna Roytblat, Фейга Хаимовна Ройтблат-Каплан) ครอบครัวของเธอเป็นเกษตรกรที่ยากจนในยูเครน  เมื่อตอนเป็นวัยรุ่นคาแปลนได้ร่วมกลุ่มกับผู้มีแนวคิดปฏิวัติ  1906 ระหว่างอยู่ในเคียฟ เธอถูกจับในข้อหาก่อการร้าย เธอพยายามจะสังหารนายพลสุโคมลินอฟ (Kiev Governor-General Sukhomlinov) ผู้ว่าของเคียฟ  เธอถูกตัดสินให้ไปใช้แรงงานในค่ายแรงงานที่เมืองกาตอร์ก้า (Katorga) ไซบีเรีย ซึ่งระหว่างอยู่ในค่ายแรงงานนี้เธอสูญเสียการมองเห็นจนเกือบจะตาบอด 1917 3 มีนาคม​, ได้รับการปล่อยตัวหลังการปฏิวัติกุมภาพันธ์  หลังจากนั้นเธอได้รับการผ่าตัดรักษาดวงตา ทำให้กลับมามองเห็นได้ดีขึ้นแม้จะไม่เป็นปกติ  30 สิงหาคม, เลนิน (Vladimir Lenin) เดินทางไปปราศรัยที่โรงงานมิเชลสัน (Michelson Factory) ในมอสโคว์ ซึ่งเมื่อเลนินกำลังจะกลับ เขาเดินมาที่รถ และได้ยินเสียงคาแปลนเรียก เมื่อเลนินหันมา เธอก็ยิงปืนใส่ที่ตัวเลนิน 3 นัด โดยปืนเบรานิ่ง (Browning, no.150489) โดยกระสุนสองนัดเข้าที่คอและไหล่ แต่อีกนัดหนึ่งผ่านทะลุเสื้อโค๊ทไป  เลนินถูกพาตัวกลับมาที่เครมลิน  คาแปลนให้เหตุผลที่ต้องการสังหารเลนินว่าเป็นเพราะเธอไม่เห็นด้วยที่เลนินและบอลเชวิค พยายามจะยกเลิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (Constituent Assembly) 1918 3 กันยายน, ถูกประหารชีวิตโดยการยิงที่ท้ายทอย โดยผู้ยิงคือปาเวล มาลคอฟ (Pavel Malkov) ร่างของเธอถูกนำใส่ถังน้ำมันและเผาข้างกำแพงเครมลิน   (แต่บางเวอร์ชั่นเล่าว่าเธอถูกส่งไปจำคุกที่โตบอลส์ก (Tobolsk) และถูกประหารที่นั่น , แต่บ้างบอกว่าเธอแค่ถูกจำคุกและเสียชีวิตในปี 1936)  

0
Read More

Maris Liepa

มาริส ไลป้า (Марис-Рудольф Здуардович Лиепа) ไลป้าเกิดเมื่อวันที่  27 กรกฏาคาม 1936 ในริก้า, แล็ตเวีย (Riga, Latvia) สหภาพโซเวียต เขาเป็นลูกคนที่สองของครอบครัว พ่อของเขาชื่อเอ็ดเวิร์ด  (Edward Liepa) เคยเป็นนักร้องโอเปล่า และต่อมาต้องเปลี่ยนมาทำงานเบื้องหลังเวทีให้กับโรงละครแห่งชาติแล็ตเวีย (Latvian Natinonal Opera) เพราะว่าน้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป แม่นั้นชื่อลิลี (Lily) ตอนแรกแม่ของลีป้าต้องการให้ลูกชายเรียนแพทย์ แต่ว่าเขามีสุขภาพไม่ดีตั้งแต่ตอนเล็ก ทำให้เขาไปฝึกโอเปล่า ที่โรงเรียนสอนการเต้นรำริก้า (Riga choreographing School)เพื่อสุขภาพ ลิป้าจึงมีผลงานร่วมการแสดงของคณะโอเปล่าเยาวชนตั้งแต่อายุราว 13 ปีหลายเรื่อง อย่างเช่น Krakowiak, Don Quixote, Romeo and Juliet 1950 ร่วมประชุมสัมนาของสหภาพโรงเรียนสอนการเต้นรำ (All-Union Conference of Choreographic School) ที่จัดขึ้นในมอสโคว์ ซึ่งทำให้เขาถูกจดจำได้จากการแสดงภายในงาน 1953 ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนสอนการเต้นรำมอสโคว์ (Moscow choreographing School) ตามคำเชิญของนิโคไล ตาราซอฟ (Nikolai Tarasov) 1955 สำเร็จการศึกษา pas de deux (Don Quixote) หลังจากนั้นเขากลับไปแสดงในริก้าและเข้าทำงานกับคณะบัลเลย์แล๊ตเวีย (Latvian Opera and Ballet Theatre) ซึ่งในช่วงปลายปีคณะบัลเลต์ได้ไปเปิดการแสดงในมอสโคว์ จนทำให้ลีป้าถูกเชิญให้เข้าทำงานกับคณะของสตานิสลาฟสกี, เนมิโรวิช-แดนเชนโก้ (Moscow Stanislavsky and Nemirovich-Danchenko Theater) 1956…

0
Read More

Andrey Sakharov

อันเดรย์ ชาคารอฟ (Андрей Дмитриевич Сахаров) โนเบลสันติภาพ ปี 1975 เกิดในมอสโคว์ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 1921 พ่อชื่อดมิทรี (Dmitri Ivanovich Sakharov) ทำอาชีพเป็นครูสอนฟิสิกและสอนเปียโน  และแม่ชื่อเยคาเธอริน่า (Yekaterina Alekseyevna Sakharova)  1938 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมอสโคว์ ในคณะฟิสิก ซึ่งระหว่างที่เรียนอยู่เขาได้รับเกรดซี จากอิกอร์ เทมม์ (Igor Tamm) อาจารย์ของเขา ในการอธิบายทฤษฏีสัมพันธภาพของไอสไตน์  1941 เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 นักศึกษาถูกอพยพไปยังเติร์กเมนิสถาน และเขาก็เรียนจบระหว่างอยู่ที่นั้น  หลังจากเรียนจบได้เข้าทำงานที่ห้องทดลองในเมืองอูลยานอฟส์ก (Ulyanovsk)  1943 แต่งงานกับคลาฟเดีย วิไคเรว่า  (Klavdia Alekseyevna Vikhireva) ทั้งคู่มีลูกด้วยกันสามคน 1945 กลับมามอสโคว์หลังจากสงครามยุติ และเข้าเรียนที่สถาบันฟิสิกเลเบเดฟ (Lebedev Physical Institute) 1947 ได้รับปริญญาเอก และช่วงนี้ได้เข้าร่วมทำงานกับโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของโซเวียต ซึ่งโครงการนิวเคลียร์ของโซเวียตอยู่ภายใต้การนำของเคอร์ชาตอฟ (Igor Kurchatov) และเทมม์  1949 29 สิงหาคม, โซเวียตประสบความสำเร็จในการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ RDS-1 (First Lightning, USA Joe-1) เป็นระเบิดนิวเคลียร์แบบฟิสชั่น (Fission) 1950 ชาคารอฟเริ่มมีแนวคิดการพัฒนาระเบิดไฮโดรเจน ซึ่งแนวคิดของเขารู้จักกันในชื่อ Third Idea ในโซเวียต ในขณะที่ซึกสหรัฐก็มีพัฒนาคล้ายๆ กันตามแบบของ Teller-Ulam design ที่ออกแบบโดย ดร.เอ็ดเวิร์ด เทลเลอร์ (Edward Teller) และ…

0
Read More

Konstantin Rokossovsky

คอนสแตนติน โรกอสซอฟสกี (Константин Рокоссовский) เกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 1896 ในเมืองเวลิกี ลูกิ (Velikie Luki) เมืองเล็กๆ ในพัสคอฟ (Pskov) พ่อของเขาชื่อโจเซฟ (Joseph Rokossowski) เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการก่อสร้างทางรถไฟ  มีเชื้อสายโปแลนด์  ส่วนแม่ชื่อ แอนโตนิน่า (Antonina) ชาวเบลารุส มีอาชีพเป็นครู  พื้นเพเป็นคนเบลารุส  หลังจากที่เขาเกิดมาไม่นานครอบครัวก็ย้ายไปอยู่ในวอร์ซอร์ โปแลนด์  1902 เมื่ออายุได้ 5 ปี พ่อของเขาเสียชีวิตในอุบัติเหตุระหว่างทำงาน  ทำให้ครอบครัวมีฐานะที่ลำบากลง และโรกอสซอฟสกีต้องออกจากโรงเรียนซึ่งขณะนั้นเขาเรียนอยู่แค่เกรด 4 แต่ต้องออกมาเพื่อทำงาน 1911 แม่ของเขาเสียชีวิต ทำให้เขาต้องรับหน้าที่เลี้ยงดูน้องสาวชื่อเฮเลน่า (Helena) เพียงลำพัง 1914 เมื่อเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 1 เขาจึงได้สมัครเข้าเป็นทหาร ได้ประจำการณ์ในหน่วยทหารม้าที่ 5 (5th Kargopol Dragoon Regiment, Cavalry Division of 12th  Army) โดยถูกส่งไปรบด้านตะวันตกติดกับโปแลนด์  ซึ่งเขาได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในทหารและมีความเป็นผู้นำสูง เมื่อสิ้นสุดสงครามเขาได้รับเหรียญเซนต์จอร์จ ชั้นที่  4(4th Class, Cross of St. George) เป็นรางวัลในวีรกรรม  1917 หลังการปฏิวัติตุลาคมและเข้าเป็นทหารของกองทัพแดง และมีบทบาทในการรบกับกองทัพขาว โดยเฉพาะการเอาชนะกองทัพที่นำโดยอเล็กซานเดอร์ โกลแช็ก (Alexander Kolchak)  1919  มีนาคม, เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์  1921 เป็นผู้บังคับหน่วยทหารม้าที่ 35 (35th Independent Calvary…

0
Read More

Evgeny Yevtushenko

เยฟเกนี เยฟตูเชนโก้ (Евгений Александрович Евтушенко) กวี ผู้แต่ง Babi Yar เยฟเกนี เกิดในเมืองซิม่า ในเออร์กุตส์ก (Zima, Irkutsk) วันที่ 18 กรกฏาคม 1933 บรรพบุรุษฝ่ายพ่อของเขาเป็นเดิมชาวยูเครน แต่ถูกเนรเทศไปอยู่ในไซบีเรีย พ่อของเขาชื่ออเล็กซานเดอร์ (Aleksandr Rudolfovich Gangnus) เป็นนักธรณีวิทยา และแม่ชื่อซีเนียด้า (Zinaida Ermolaevna Yevtushenko) เป็นนักร้าง 1940 พ่อกับแม่ของเขาแยกทางกัน 1944 เยฟเกนี ,พี่สาวชื่ออีลีน่า (Elena)และแม่ย้ายมาอยู่ในมอสโคว์ 1949 มีบทงานเขียนบทกวีช้ิ้นแรกตีพิมพ์ในหนังสือแม็กกาซีน Soviet Sports   และหลังจากนั้นมีผลงานออกมาเรื่อยๆ ในหลายหนังสือทั้ง KP, Literaturnaya Gazeta, N ovy Mir 1950 ร่วมในทีมสำรวจของพ่อของเขาไปในพื้นที่ในเทือกเขาอัลไตและคาซัคสถาน 1951 เข้าเรียนที่สถาบันวรรณกรรมกอร์กี (Gorky Institute of Literature) ในมอสโคว์ แต่เรียนไม่จบ เขาออกจากการเรียนในปี 1954 1952 มีหนังสือรวมบทกวีเล่มแรกของตัวเองตอนอายุ 19 , ชื่อ The Prospects of the Future (Разведчики грядущего) เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหภาพนักเขียน (Union of Soviet Writers) 1954 แต่งงานครั้งแรกกับเบลล่า (Bella Akhmadulina) 1961 เดินทางไปในหลายประเทศ…

0
Read More

Yuri Kondratyut

ยูริ  วาสิลเยวิช คอนดราตยุก (Юрий Васильевич Кондратюк , Yuri Kondratyuk) ชื่อจริง , อเล็กซานเดอร์ ชาร์เกย์ (Алекса́ндр Игна́тьевич Шарге́й , Alexander Ignatievich Shargey)         ยูริ คอนดราตยุก เกิดในโปลตาว่า (Poltava, Russia Empire, ยูเครน ปัจจุบัน) วันที่  21 มิถุนายน 1897  (9 มิถุนายน O.S.) ในครอบครัวชาวรัสเซีย-เยอรมัน เชื้อสายยิว พ่อของเขาชื่อว่า อิกกาเนียส ชาร์เกย์ (Ignatius Benediktovich Shargey) และแม่ชื่อ ลุดมิล่า (Ludmila Lvovna Shilippenbach)  1896 อิกกาเนียส ระหว่างเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเคียฟ ได้อยู่กินเป็นสามีภรรยากับลุดมิล่า  1897 ลุดมิล่าตั้งท้องยูริ  แต่ระหว่างนั้นมีการประท้วงในเคียฟ และลุดมิล่าได้ร่วมในการประท้วงด้วย เธอถูกจับซึ่งสภาพความเป็นอยู่ในคุกทำให้เธอเกิดความเคลียด และมีอาการป่วยทางจิต  ซึ่งเธอไม่เคยหายจากโรคนี้ 1909 อิกกาเนียส แต่งงานกับ เฮเลน่า (Helena Petrovna Giberman)  1910 14 มีนาคม, เฮเลน่า ให้กำเนิด นิน่า (Nina Ignatievna Shargey)  น้องสาวต่างมารดาของยูริ  อิกกาเนียส เสียชีวิตในช่วงฤดูร้อน หลังเดินทางกลับมาอยู่โปลตาว่าได้ไม่นาน ส่วนลุดมิล่าเสียชีวิตไปก่อนอิกกาเนียสเนื่องจากปัญหาทางจิต ยูริ เข้าเรียนที่โปลตาว่ายิมเนเซียม (Poltava…

0
Read More

Mikhail Yangel

มิคาอิล คูซมิช ยานเกล  (Михаил Кузьмич Янгель) ผู้ออกแบบขีปนาวุธ R-16,  ยานเกล เกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 1911 (7 พฤศจิกายน N.S.) ในหมู่บ้านซูเรียนอฟ เออร์กุตส์ก (Zyryanov village, Irkutsk) ในครอบครัวเกษตรกร พ่อแม่ของยานเกลมีลูกถึง 12  คน พ่อชื่อว่า คุชม่า (Kuzma Lavrentyevich Yangel) และแม่ชื่อ แอนนา ปาฟลอฟน่า (Anna Pavlovna) ตอนเด็กเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนในนิชนิลอิมสกี (Nizhneilimskiy) 1925 ธันวาคม, เข้าเป็นยุวคอมมิวนิสต์ (Komsomol)  1926 หลังจากเรียนจบเกรด 6 ยานเกลเดินทางมาอาศัยอยู่กับพี่ชายชื่อคอนสแตนติน (Constantine) ในมอสโคว์ เขาเข้าเรียนเกรด 7 พร้อมกับทำงานในโรงงานทอผ้าซึ่งผลิตผ้าสำหรับกองทัพ  1931 เข้าเรียนที่สถาบันการบินมอสโคว์ (Moscow Aviation Institute)  1935-1944 แม้ว่าจะกำลังเรียนอยู่ แต่ยานเกลเริ่มเข้าทำงานกับโรงงานออกแบบของนิโคไล โปลิคาร์ปอฟ (KB  Nikolai Polikarpov) ซึ่งเวลานั้นกำลังมีการสร้างเครื่องบินรบแบบใบพัด Polikarpov I-16, I-180, I-185   1937 สำเร็จการศึกษา โดยได้เกียรตินิยม  1938 กุมภาพันธ์, ยานเกลมีโอกาสเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อดูงานการผลิตเครื่องบินในสหรัฐ  1939 พฤษภาคม, แต่งงานกับอิลิน่า สตราเชว่า (Irina Strazheva) อิลิน่าเป็นศาสตร์จารย์อยู่ที่สถาบันการบินมอสโคว์ ทั้งคู่มีลูกด้วยกันสองคน ลุดมิล่า (Lyudmila)…

0
Read More

Viktor Makeyev

วิคเตอร์ เปโตรวิช มาเกเยฟ (Вилтор Петрович Макеев) นักพัฒนาจรวดมิสไซด์แบบยิงจากน้ำ มาเกเยฟ เกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 1924 ในหมู่บ้านชื่อโปรโตโปปอฟ  ในเมืองโคลอมน่า เขตมอสโคว์(Protopopov villager , Kolomna, Moscow region) พ่อของเขาชื่อปีเตอร์ (Peter Ivanovich Makeyev) และแม่ชื่อคลอเดีย (Claudia Vasilyevna) 1939 เริ่มทำงานในโรงงานเครื่องบินแห่งหนึ่งในมอสโคว์ 1941 ช่วงสงครามโลก โรงงงานย้ายไปตั้งในคาซาน (Kazan) ทำให้เขาอพยพไปอยู่ที่นั่นด้วย ซึ่งมาเกเยฟ มีส่วนร่วมในการปรับปรุงเครื่องบิน Pe-2  1942 เข้าเรียนภาคค่ำที่มหาวิทยาลัยคาซาน (Kazan State TEchinical University, A. N. Tupolev)  1944 หลังสงครามโลก เขากลับมายังมอสโคว์ และโอนหน่วยกิจมาเรียนที่สถาบันการบินมอสโคว์ (Moscow Aviation Institute) 1947 ระหว่างที่ยังเรียนอยู่ เขาเข้าทำงานที่ NII-88 (Scientific-Research Institute No.88) ในหน่วย OKB-1 (Energia)   ของโคโลเลฟ (Sergei Kololev) ควบคู่ไปด้วย ซึ่งตอนนั้นกำลังมีการพัฒนาจรวดมิสไซด์ พิสัยใกล้ R-11 และขีปนาวุข้ามทวีปแบบยิงจากทะเล (SLBM) รุ่นแรก R-11FM ซึ่งยังเป็นแบบที่จุดระเบิดเหนือน้ำ   มาเกเยฟ ได้รับทุนจาก NII-88 ให้เข้าเรียนทางวิศวกรรมจรวดชั้นสูงที่บัวแมน (Bauman) 1950 สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมจากบัวแมน…

0
Read More

Ida Kaganovich

ไอด้า คากาโนวิช (Ида Каганович) ผู้สร้างยกทรง (brassiers)  ไอด้า เกิดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 1886  ในมินส์ก (Minsk, Belarus) สหภาพโซเวียต ตอนอายุ 18 ปี ครอบครัวของเธออพยพไปอยู่ที่สหรัฐ ฯ ไอด้า ใช้ชื่อกลางแบบอเมริกัน ว่า โคเฮน (Cohen)  1907 แต่งงานกับวิลเลี่ยม โรเซนธาล (William Rosenthal) …  1921 ไอด้าและวิลเลี่ยม ร่วมกับ อีนิด บิสเซ็ต (Enid Bisset) เปิดห้องเสื้อของตัวเองขึ้นมาในนิวยอร์ค ชื่อ Enid Frocks บนถนนตะวันตกที่ 57 (West 57th St.) ช่วงปี 20s เป็นยุคที่ผู้หญิงนิยมการแต่งตัวด้วยแฟชั่นแบบ Flapper Style ที่คล้ายกับชุดนักบิน และใส่เสื้อกล้ามสำหรับผู้หญิงที่เรียก boyish forms ซึ่งมักจะทำให้หน้าอกของผู้หญิงดูเรียบๆ แบนๆ  ซึ่งบิสเซ้ต ไม่ชอบแฟชั้นนี้ และเธอได้คิดที่จะเปลี่ยนเสื้อกล้ามแบบ boyish forms นี้เสียใหม่ให้มีส่วนของหน้าอกผู้หญิง พวกเขาจึงได้ทำบราเซียร์ ขึ้นมาโดยใช้แก้ว (cup) เป็นแบบในการวัดขนาด จากนั้นยึดสองชิ้นเข้าด้วยกันด้วยยางยึด และนำไปวิลเลี่ยม ซึ่งเป็นช่างเสื้อตัดออกมา ไอด้า เรียกชั้นในนี้ว่า Maiden Form Brassieres ในตอนแรกพวกเขาขายบราเซียร์ไปพร้อมกับชุดเสื้อผ้า แต่ต่อมาลูกค้าได้เรียกร้องให้พวกเขาแยกขายเฉพาะบราเซียร์  1925 โรงงานแห่งแรกของไมเด้นฟอร์ม เปิดขึ้นที่นิวเจอร์ซีย์ (Bayonne,…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!