Soviet

Yuri Drozdov

ยูริ โดรซดอฟ (Юрий Иванович Дроздов) ผู้ก่อตั้งหน่วย Vympel โดรซดอฟ เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 1925  ในมินส์ (Minsk), สหภาพโซเวียต  พ่อของอิวาน (Ivan Drozdov) เขาเคยเป็นทหารในกองทัพของ่พระเจ้าซาร์ แต่ว่าช่วงการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ได้เลือกที่จะอยู่ข้างฝ่ายบอลเชวิค ส่วนแม่ชื่ออนาสตาเซีย (Anastasia Kuzminichna Pankevich) 1944 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนทหารปืนใหญ่เลนินกราด (1st Leningrad artillery school) ซึ่งยังเป็นช่วงเวลาของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เขาเองหลังเรียนจบได้เข้าร่วมในการบุกกรุงเบอร์ลิน และเมื่อจบสงครามเขาก็ได้ติดยศเป็นพันโท 1945 หลังสงครามโลกยุติ เขาแต่งงานกับลุดมิล่า (Lyudmila Yudenich) ซึ่งทั้งคู่เกิดในปีเดียวกัน เธอเกิดในคาลินิน (Kalinin) แต่ว่าช่วงสงครามในเป็นผู้ช่วยในโรงพยาบาลสนาม ทำให้ทั้งคู่ได้พบกัน พวกเขามีลูกด้วยกันสองคนยูริ (Yuri Drozdov) และอเล็กซานเดอร์ (Alexander) 1954 เข้าเรียนที่สถาบันภาษาต่างประเทศของกองทัพ (Military Institute of foreign languages) โดยเลือกเรียนภาษาเยอรมัน 1956 จบจากสถาบันภาษา หลังจากนั้นได้เริ่มทำงานกับ KGB  1957 เขาถูกส่งไปเยอรมันเป็นครั้งแรก เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาเยอรมัน ในปี 1957 นี้ โซเวียตสูญเสียสายลับมือดีคนหนึ่งไป เมื่อรูดอล์ฟ เอเบล (Rudolf Abel) สายลับซึ่งถูกส่งไปหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ถูกเอฟบีไอ จับตัวเอาไว้ได้ ต่อมาถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาสามสิบปี ระหว่างอยู่ในคุกเอเบลไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับโซเวียต มีเพียงครอบครัวของเขาเท่านั้นที่เขาเขียนจดหมายไปหาได้ ช่วงเวลานี้โดรซดอฟ จึงไได้รับบทเป็นญาติของเอเบลชาวเยอรมันชื่อ…

0
Read More

Afghan War (1979-1989)

Soviet in Afghan War  1969 กลุ่มมุสลิมหัวรุ่นแรง ประกาศว่าต้องการที่จะสร้างอัฟกานิสถานให้เป็นรัฐอิสลามอย่างแท้จริง ปากีสถานในสมัยของประธานาธิบดีซัลฟิการ์ บุตโต (Zulfikar Ali Bhutto) ก็ได้ให้ความช่วยเหลือในการก่อตั้งกลุ่ม Jamayat-E-Islami  โดยมีอาจารย์นักศึกษาของมหาวิทยาลัยคาบูล (Kabul University) อย่าง กุลบุดดิน เฮ็กมัตยาร์ (Gulbuddin Hekmatyar), เบอร์ฮานุดดิน รับบานี (Burhanuddin Rabbani) , อับดุล เซย์ยาฟ ( Abdul Sayyaf) เป็นแกนนำ 1973 17 กรกฏาคม, อดีตนายกรัฐมนตรีโมฮัมเหม็ด เดาอุ๊ด (Mohammed Daoud) ของอัฟกานิสถาน ก่อการปฏิวัติ โค่นล้มการปกครองของกษัตริย์โมฮัมเหม็ด ซาไฮร์ (King Mohammed Zahir)  , อัฟกานิสถานจึงกลายสถานะเป็นสาธารณรัฐ  ประธานาธิบดีเดาอุ๊ด นั้นปกครองบ้านเมืองแบบเผด็จการ เขาพยายามจะทำการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศขนานใหญ่ แต่ว่าจบลงด้วยความล้มเหลว ขณะเดียวกันพรรคการเมืองนิยมลัทธิมาร์กซ PDPA (People’s Democratic Party of Afghanistan) นำโดยนูร์ มูฮัมหมัด ตารากิ (Nur Muhammad Taraki) และบาบรัค คาร์มาล  (Babrak Karmal) ไ้ด้รับความนิยมสูงขึ้นในประเทศ  แต่พรรค PDPA นั้นไม่สนับสนุนเดาอุ๊ด, เดาอุ๊ตสั่งให้มีการปราบปรามสมาชิกของพรรค PDDA  และยังพยายามจับตัวสมาชิกของกลุ่ม Jamayat-e Islami ด้วย…

0
Read More

Stanislav Voronin

สตานิสลาฟ โวโรนิน (Станислав Николаевич Воронин) โวโรนิน เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 1930 ในเมืองยาโลสลาฟ (Yaroslavl)  1954 สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการต่อเรือเลนินกราด (Leningrad Shipbuiding Institute) ในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล หลังจากนั้นได้เข้าทำงานในศูนย์วิจัยฟิสิก (All-Russian Research Institute of Experimental Physics, VNIIEF หรือ Arzamas-16) ในเมืองซารอฟ, เขตนิชนี นอฟโกรอด (Sarov, Nizhny Novgorod)  เขาร่วมในโครงการพัฒนาจรวด R-7 ขีปนาวุธข้ามทวีป รุ่นแรกของสหภาพโซเวียตที่สามารถยิงไปได้ไกลถึงสหรัฐฯ  1960 ได้รับรางวัล Lenin Prize จากโครงการจรวด R-7 หลังจากโครงการ R-7 แล้ว โวโรนินได้มีส่วนในการพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์ และอาวุธหลายชนิดอย่างโครงการพัฒนาตอร์ปิโด T-5 และ ASBZO , มิสไซด์ K-10,X-22,P-5,P-6,P-20,  R-5, R-11(Scud) 1979 ได้รับรางวัล State Prize 1991 ได้รับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบ (Chief Designer)  ของ อาร์ซามัส-16 2009 10 สิงหาคม, เสียชีวิตภายในศูนย์วิจัยอาร์ซามัส-16 

0
Read More

Svetlana Alexeivich

สเว็ตลาน่า อเล็กซีวิช (Сьвятлана Алексіевіч) โนเบลวรรณกรรม 2015 เธอเกิดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 1948 ในเมืองอิวาโน่-ฟรานกอฟส์ก (Ivano-Frankovsk) ตะวันตกของยูเครน, สหภาพโซเวียต พ่อของเธอเป็นชาวเบลารุส ส่วนแม่เป็นชาวยูเครน  หลังจากพ่อของเธอออกจากกองทัพแล้ว ครอบครัวได้ย้ายกลับมาอยู่ในเบลารุส ซึ่งพ่อและแม่ของเธอได้ทำงานเป็นครูอยู่ที่นี่  1965 หลังจากเรียนหนังสือจบมัธยมปลาย เธอเริ่มทำงานเป็นครูสอนวิชาประวัติศาสตร์และภาษาเยอรมัน  1966 ทำงานเป็นนักข่าวให้กับหนึ่งสือพิมพ์ท้องถิ่นในเมืองนาโรฟล์ (Narovl, Gomel Region) 1967 เข้าเรียนสาขาสื่อสารมวลชลที่มหาวิทยาลัยเบลารุส (Belarussian State University) 1972 หลังจากเรียนจบได้ไปทำงานอยู่ในเมืองเบเรซ่า (Beresa, Brest Region) ใกล้กับโปแลนด์ ซึ่งเธอทำงานให้กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น แต่ขณะเดียวกันก็สอนหนังสือให้เด็กๆ ที่โรงเรียนในเมืองด้วย  ต่อมาเธอกลับมาอยู่ที่มินส์ก (Minsk) ทำงานให้กับหนังสือพิมพ์ Sel’skaja Gazeta 1976 ทำงานให้กับหนังสือแม็กกาซีนวรรณกรรม Neman 1983 เธอเขียนหนังสือเรื่อง The Unwomanly Face of the War เสร็จ แต่ว่าส่งไปทำสำนักพิมพ์นานกว่าสองปีก็ไม่ได้รับการตีพิมพ์ หนังสือเป็นเรื่องราวกึ่งสารคดีจากการสัมภาษณ์ผู้หญิงซึ่งผ่านช่วงเวลาในสงครามโลก ครั้งที่ 2  1985 The Unwomanly Face of the War ได้รับอนุญาตให้ตีพิมพ์ได้ ช่วงนโยบายเปเรสทรอยก้า (Petestroika) ของกอร์บาเชฟ (Mikhail Gorbachev)  1986 เธอได้รับรางวัลยุวเลนิน (The State Lenin…

0
Read More

Valentine Glushko

วาเลนติน กลุชโก้ (Валентин Петрович Глушко) กลุ๊ชโก้ เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 1908 (20 สิงหาคม O.S.) เกิดในโอเดสสา, ยูเครน, จักรวรรดิรัสเซีย (Odessa, Russia Empire)  1919 เข้าเรียนที่โรงเรียนเทคนิคโอเดสสา (Odessa trade school) ระหว่างที่เรียนหนังสืออยู่นี้เขาได้อ่านหนังสือของจูน เวิร์ล (Jules Verne) เรื่อง From Guns to the Moon และ Around  the Moon จึงทำให้เขาสนใจจะทำงานด้านนี้ และเขายังได้แรงบันดาลใจจากงานเขียนของคอนสแตนติน ไซคอฟสกี (Konstantin Tsiolkovsky) จนกระทั้งตั้งชมรมขึ้นมราเพื่อศึกษางานของไชคอฟสกีโดยเฉพาะ 1923 กลุซโก้เขียนจดหมายถึงไซคอฟสกี ซึ่งต่อมาไซคอฟสกีเขียนตอบ โดยจดหมายส่งเสริมให้เขามีความมุ่งมั่นที่จะทำงานบุกเบิกอวกาศมากขึ้นไปอีก 1924 หลังจากเรียนจบได้เข้าทำงานในโรงงานผลิตอุปกรณ์ไฮโดรลิค เขามีผลงานเขียน เรื่อง The Issues of exploitation of the planets (Проблема эксплуатации планет) ซึ่งพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์และแม็กกาซีน ,  The conquest of the Moon by the Earth (Завоевание Землёй Луны) และเรื่อง  The station outside the…

0
Read More

Andrei Gromyko

แอนเดรย โกรมีโก้ (Андрей Андреевич Громыко) รัฐมนตรีต่างประเทศโซเวียต 1957-1985 โกรมีโก้ เกิดเมื่อวันที่ 18 กรกฏาคม  1909 (5 กรกฏาคม OS) ในหมู่บ้านสตาเรียโกรมีกิ  (Starrya Gramyki) ในเบลารุส, จักรวรรดิรัสเซีย  ตามธรรมเนียมของคนในหมู่บ้านที่มักจะใช้ชื่อนามสกุลที่สัมพันธ์กับชื่อหมู่บ้าน จึงเป็นที่มาของชื่อสกุลโกรมีโก้ ตามชื่อหมู่บ้าน ครอบครัวมีฐานะยากจน พ่อของชื่อแอนเดรย (Angrei Matveyevich) ทำงานรับจ้างตามโรงงาน แต่เคยออกรบในช่วงสงครามระหว่างรัสเซียและญี่ปุ่น (Russia-Japanese war, 1904) ส่วนแม่ชื่อโอลก้า (Olga Javgenyevna) เป็นเกษตรกร  1914 เมื่อเยอรมันโจมตีรัสเซียในสงครามโลก ครั้งที่ 1 พ่อของเขาออกไปรบอีกครั้งหนึ่ง และได้กลับบ้านเมื่อเกิดการปฏิวัติและรัสเซียถอนตัวออกจากสงคราม 1917 เมื่อเกิดการปฏิวัติตุลาคมไม่นาน เขาได้เข้าเป็นสมาชิกของยุวคอมมิวนิสต์  โกมิโก้เรียนหนังสือระดับประถมที่โรงเรียนเมืองโกเมล (Gomel)  และต่อย้ายมาเรียนในโรงเรียนเทคนิคที่เมืองโบริสอฟ (Borisov)  เมืองอุตสาหกรรมในเบลารุสเวลานั้น 1933 ย้ายมาอยู่ในมินส์ก (Minsk) และเข้าศึกษาต่อคณะเศรษฐศาสตร์การเกษตร ที่มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์แห่งมินส์ (Minsk Economic Institute) 1936 ย้ายมาอยู่ทางตะวันออกของมอสโคว์ เขาทำงานเป็นนักวิจัยให้กับ Soviet Academy of Sciences โดยโกมีโก้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเศรษฐกิจของสหรัฐฯ  ภรรยาของโกรมิโก้ชื่อลิเดีย (Lydia Dmitrievna Grinevich) เป็นลูกสาวของเกษตกรจากมินส์ก พวกเขามีลูกด้วยกันสองคนชื่ออนาโตลี (Anatoly) และ อีมิเลีย (Emilia) 1939 ได้รับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายกิจการเกี่ยวกับสหรัฐฯ ของกระทรวงการต่างประเทศ  1…

0
Read More

Pyoter Wrangel

ปีเตอร์ แวงเจล (Пётр Николаевич Врангель) หนึ่งในผู้นำกองทัพขาว แวงเจล เกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 1878 ในเมืองมุกุไลอี, เขตกอฟโน่ (Mukuliai, Kovno Governorate)  ในจักรวรรดิรัสเซีย ปัจจุบันเป็นเมืองซาราไซ (Zarazai) ประเทศแลตเวีย พ่อของแวงเจล ชื่อ นิโคไลย์ (Nikolay Egorovich) เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของเหมืองทองคำ ตระกูลของเขามีเชื้อสายเยอรมันบอลติค เป็นตระกูลเก่าแก่ที่มักทำงานในในกองทัพต่างๆ ของยุโรป แวงเจล เป็นญาติห่างๆ กับเฟอร์ดินัน แวงเจล (Ferdiannd von Wrangel) นักเดินเรือสำรวจทวีปอาร์คติก 1896 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเทคนิครอสตอฟ (Rostov Technical High School) และเข้าเรียนต่อที่สถาบันวิศวกรรมเหมืองแร่ (Institute of Mining Engieering) ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 1901 จบวิศวกรรม และได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนทหารนิโคไล (Nikolaev Cavalry School)  1902 ออกจากกองทัพและได้เดินทางไปยังไซบีเรียเพื่อดูแลธุรกิจเหมืองของครอบครัว 1904 แวงเจลอาสาสมัครเข้าเป็นทหารอีกครั้งเมื่อเกิดสงครามระหว่างญี่ปุ่นกับรัสเซีย โดยแวงเจลเข้าร่วมในกองทหารม้าของคอสแซ็คที่ 2 (2nd Regiment of Trans-Baikahl Cossack Corps) ที่ลำตระเวณบริเวณพื้นที่แถบไบคาล แวงเจลได้รับเหรีญรางวัล St. Anna และ St.Stanislav ชั้นที่ 3 เป็นการสดุดีในวีรกรรมของเขาในสงคราม 1906 เมื่อสงครามสิ้นสุดแวงเจลยังคงอยู่ในกองทัพต่อไป เขาถูกส่งตัวไปยังกองทหารประจำฟินแลนด์…

0
Read More

Sergei Tumansky

เซอร์เกย์ ตุแมนสกี้ (Сургей Константинович Туманский)  OKB-300 (Tumansky Design Bureau)  เซอร์เกย์ เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 1901 (8 พฤษภาคม OS) ในกรุงมินส์ก (Minsk) ส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซียในขณะนั้น  1922 จบด้านเครื่องกลจากโรงเรียนเทคนิคทางทหารของกองทัพอากาศในกรุงเปโตรกราด (Petrograd military-technical school) 1931 จบจากสถาบันการบินซูคอฟสกี (Zhukovsky Air Force Engineering Academy) หลังจากนั้นได้เข้าทำงานที่สถาบันวิจัยเครื่องยนต์อากาศยาน CIAM (www.ciam.ru) ช่วงปี 30s มีผลงานการออกแบบเครื่องยนต์อย่าง Tumansky M-87 ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็น M-88 ให้สามารถทำงานได้ในความสูงที่มากขึ้น ซึ่งนำไปใช้กับเครื่องบินอิล-4 (Ilyushin il-4) เครื่องบินทิ้งระเบิดของโซเวียตในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2  1941 เป็นผู้อำนวยการของสถาบันวิจัยการบิน LII (www.lii.ru) ในช่วงเวลานี้มีผลงานการสร้างเครื่องยนต์ R11-300 (Р11Ф-300) เป็นเครื่องยนต์ไอพ่นที่นำไปติดตั้งใช้กับเครื่องบิน MiG-21 บางลำ, เครื่อง Su-15 และ เครื่องบินสอดแนม Yak-25RV 1943 มาทำงานที่ OKB-300 โดยเป็นรองหัวหน้าฝ่ายออกแบบ 1945 ได้รับรางวัล USSR State Prize 1955 ได้ตำแหน่งผู้อำนวยการของ OKB-300 และเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบเครื่องยนต์ 1957 ได้รับรางวัล Hero…

0
Read More

Wolf Messing

วูล์ฟ เมสซิ่ง (Вольф Григорьевич Мессинг) เมสซิ่ง เกิดเมื่อวันที่ 10 กันยายน 1899 ในหมู่บ้านโกรา กัลวาเรีย (Gora Galwaria) ทางตะวันออกของกรุงวอร์ซอว์, โปแลนด์ ซึ่งในขณะนั้นเมืองดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย  ครอบครัวของเขามีเชื้อสายยิว พ่อแม่ของเขาต้องการให้เขาเป็นครูสอนศาสนา แต่ว่าเมื่อโตขึ้นเขาได้ตัดสินใจขึ้นรถไฟหนีออกจากบ้าน โดยมุ่งหน้าไปยังเบอร์ลิน แต่ว่าเขาไม่มีเงินที่จะซื้อตั๋วรถไฟ เมื่อนายตรวจเดินมาเขาก็พยายามจะหลบอยู่ใต้เก้าอี้นั่ง แต่เขาก็ยังถูกจับได้อยู่ดี เมสซิ่งจึงได้ส่งเศษกระดาษหนังสือพิมพ์ให้นายตรวจแทน ปรากฏว่านายตรวจต่อว่าเขาว่า “ในเมื่อมีตั๋วอยู่แล้ว จะหลบทำไม” นั่นทำให้เมสซิ่งรู้ว่าเขามีพลังพิเศษบางอย่างเป็นครั้งแรก เมื่อมาอยู่ในเบอร์ลินเขาทำงานรับจ้างจิปาทะเพื่อประทังชีวิต จนกระทั้งเมื่อได้งานในคณะละครสัตว์โดยเขาทำการแสดงเป็นผู้วิเศษที่มีอำนาจในการอ่านจิต ทำนายอนาคต  เมสซิ่งอ้างว่าได้มีโอกาสพบกับไอสไตน์ (Alber Einstein) และฟรอย์ด (Sigmund Freud) ระหว่างที่พวกเขาอยู่ในเวียนนา  นอกจากนั้นยังเคยพบกับคานธี (Mahatma Gandhi) ด้วย ช่วงปี 1930s เมื่อฮิตเลอร์มีอำนาจในเยอรมัน เมสซิ่งจึงได้เดินทางกลับโปแลนด์ เมสซิ่งได้ทำนายเกี่ยวกับฮิตเลอร์เอาไว้ว่า “ถ้าเขาทำสงครามกับตะวันออก ฮิตเลอร์จะต้องตาย” ซึ่งคำทำนายนี้ทำให้เมสซิ่งถูกนาซีตั้งค่าหัวเป็นเงิน 200,000 มาร์ก จนเมื่อนาซียึดโปแลนด์แล้ว เมสซิ่งได้ถูกเกสตาโปจับกุมตัว 1939 เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มต้นขึ้น เขาได้หนีมายังสหภาพโซเวียต โดยบางคนเชื่อว่าเขาใช้พลังพิเศษทำให้หลบหนีออกมาจากคุกของนาซีได้  ในโซเวียต เมสซิ่งเริ่มแสดงความสามารถในการอ่านจิต แต่ว่าขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของทีมโฆษณาชวนเชื่อ และต่อมาได้ทำงานเป็นนักเวทมนต์อยู่ในคณะละครสัตว์ พ่อและพี่น้องของเขาเสียชีวิตไปในช่วงสงครามโลกนี้ภายในค่ายกักกันในวอร์ซอร์ 1940s เล่ากันว่าเขามีโอกาสได้พบกับสตาลิน และสตาลินได้ทดสอบเขา โดยให้เขาเดินเข้าไปเอาเงินในธนาคารออกมา 1 แสนรูเบิ้ล โดยที่เขาไม่มีบัญชีอยู่ในธนาคารนั้นเลย แต่ปรากฏว่าพนักงานกับให้เงินเขาออกมา หลังจากนั้นเมสซิ่งได้ร่วมทำงานกับ NKVD (ตำรวจ)  1943 เขามาอาศัยอยู่ในเมืองโนโวซิเบิร์ก  ภรรยาของเขาชื่อไอด้า…

0
Read More

Rudolf Abel

รูดอล์ฟ เอเบล (Rudolf Abel, Рудолья Иванович Абель)     สายลับ เกิดเมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 1903 ใน อังกฤษ (Newcastle-upon-Tyne) ชื่อจริงคือ วิลเลี่ยม ฟิชเชอร์ (William Genrikhovich Fisher, Вильям Генрихович Фишер) พ่อของเขาชื่อเฮนริช (Heinrich Fisher) ซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์เชื้อสายเยอรมันจากรัสเซีย เฮนริชเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติต่อต้านซาร์ จนต้องหนีออกจากรัสเซียมาอยู่ในอังกฤษตั้งแต่ปี 1901 เขาเริ่มเรียนหนังสือในสก๊อตแลนด์ โดยสามารถพูดได้ถึงหกภาษา ได้แก่ รัสเซีย, ยิดดิช, เยอรมัน, โปแลนด์, อังกฤษ  1920 ครอบครัวของเขาย้ายกลับมาอยู่ในสหภาพโซเวียต เขาเริ่มทำงานเป็นพนักงานแปลให้กับองค์การโคมินเทิร์น ก่อนที่ต่อมาจะสมัครเข้าเรียนในสถาบันศิลปะมอสโคว์ (VHUTEMAS) 1924 สมัครเข้าเป็นทหารเกณฑ์ และถูกส่งไปอยู่ในหน่วยงานเกี่ยวกับวิทยุ 1927 7 เมษายน, แต่งานกับเยเลน่า เลเบเดว่า (Elena Lebedeva) นักดนตรีฮาร์ฟ  พวกเขามีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนชื่อเยเวลีน (Evelyn, b.1929) ปีนี้ได้เข้าทำงานศูนย์วิจัยด้านวิทยุของ OGPU และถูกส่งไปทำงานในหลายประเทศในยุโรปโดยใช้งานวิทยุบังหน้า  1938 ถูกปลดจากตำแหน่งใน NKVD ในสมัยของเบเรีย (Beria)  1940s ช่วงสงครามโลก ถูกส่งไปหาข้อมูลในแนวรบด้านเยอรมัน 1946 กลับเข้ามาทำงานกับ KGB  1947 เดินทางเข้าฝรั่งเศสอย่างผิดกฏหมาย โดยใช้พาสสปอร์ตชื่อแอนดริว กาโยติส (Andrew Kayotis)…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!