Scotland

John Napier

จอห์น เนเปียร์ (John Napier of Merchiston)  ผู้ค้นพบ Logarithm  เนเปียร์ เกิดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1550 ในอีดินเบิร์ก, สก๊อตแลนด์ (Edinburgh, Scotland) พ่อของเขาคือเซอร์อาร์ชิบัลด์ (Sir Archibald Napier)  เขาเป็นเจ้าของปราสาทเมอร์ชิสตัน (Merchiston castle) ส่วนแม่ชื่อจาเน็ต (Janet Bothwell)  เนเปียร์เกิดมาตอนที่พ่อของเขามีอายุแค่ 16 ปี 1563 เมื่อเนเปียร์อายุ 13 ปี เขาถูกส่งเข้าเรียนที่เซนต์ซัลเวเตอร์คอลเลจ, มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์ (St.Salvator’s Colloege, St. Andrews) แต่ว่าเขาเรียนอยู่ไม่นานก็ลาออก โดยมีเป้าหมายที่จะเดินทางไปเรียนในยุโรป แต่ว่าไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตในช่วงที่เขาเรียนหนังสือในยุโรป แต่ก็คาดว่าเขาน่าจะได้ไปเรียนในฝรั่งเศสและอิตาลี 1571 ตอนอายุ 21 ปี เขาก็เดินทางกลับมาสก็อตแลนด์ เพื่อเข้าร่วมงานแต่งงานครั้งที่สองของบิดา 1572 แต่งงานกับอลิซาเบธ (Elizabeth Stirling) ขณะนั้นเธออายุ 16 ปี  พวกเขามีลูกด้วยกันสองคน 1574 ซื้อปราสาทแห่งหนึ่งในการ์ตเนสส์ (Gartness) และพาภรรยาของเขามาอยุ่ที่นี่ โดยเขานั้นให้ความสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินของตัวเอง ขณะเดียวกับก็เป็นผู้ที่มีความศรัทธาในศาสนา ไสยศาสตร์และการเล่นแร่แปรธาตุ ในขณะที่เขาศึกษาคณิตศาสตร์เป็นเพียงงานอดิเรก แต่เขากลายเป็นนักคณิตศาสตร์ที่โด่งดังในยุคของเขา มีผลงานอย่าง ล๊อคการิทึ่ม, Napier’s analogies, Napier’s bones 1579 อลิซาเบธภรรยาของเขาเสียชีวิต เนเปียร์จึงได้แต่งงานใหม่กับแอ็กเนส (Agnes Chisholm) ซึ่งพวกเขามีลูกด้วยกันสิบคน 1594…

0
Read More

Robert Fortune

โรเบิร์ต ฟอร์จูน (Robert Fortune)  รู้จักในฐานะ ผู้ขโมยชาจากจีน โรเบิร์ต เกิดวันที่ 16 กันยายน 1812  ในเคลเลาะ, เบอร์วิกค์ไชร์, สก็อตแลนด์ (Kellogg, Berwickshire, Scotland) 1840 เขาทำงานในศูนย์ศึกษาพฤษศาสตร์อีดินเบิร์ก (Royal Botanic Garden Edinburgh) 1842 ย้ายมาได้มาทำงานกับสมาคมการเพาะพันธ์ผักและผลไม้ (Royal Horticultural Society of London, RHS) ในลอนดอน ไม่กี่เดือนต่อมาหลังจากมีการทำสนธิสัญญานานกิง (Treaty of Nanjing 1842) โรเบิร์ตถูกทางสมาคม RHS ส่งไปยังประเทศจีนเพื่อรวบรวมพันธ์พืช 1846 เขาเดินทางกลับอังกฤษ และได้พิมพ์หนังสือ Three Years ออกมา โดยบอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตของเขาไปยังมณฑลทางเหนือของจีน 1848 โรเบิร์ตได้รับการว่าจ้างจากบริษัทอีสต์อินเดีย (Brithish East India Company) ให้นำพันธ์ชา (Camellian sinensis) ออกจากประเทศจีนไปปลูกยังอินเดีย  โรเบิร์ตลักลอบนำพันธ์ชากว่า 20,000 ต้นและเมล็ดชาซึ่งขณะนั้นเป็นพืชหวงห้ามออกจากจีน  แล้วนำไปปลูกไว้ในดาร์จีลิง (Darjeeling) ในอินเดีย นอกจากนั้นเขายังจ้างแรงงานชาวจีนที่เชี่ยวชาญการผลิตใบชามายังอินเดีย  1852 เขียน A Journey to the Tea Countries of China 1853 ได้เดินทางไปจีนอีกครั้งจนกระทั้ง 1856 1857 เขียน A…

0
Read More

James Clerk Maxwell

เจมส์ แม็กซ์เวลล์ (James Clerk Maxwell) แม็กซ์เวลล์ เกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 1831 ในอีดินบูร์ก, สก็อตแลนด์ (Edinburgh, Scotland) พ่อของเขาชื่อจอห์น (John Clerk Maxwell of Middlebie) เป็นนักกฏหมาย  และเป็นเจ้าของที่ดินในมิดเดิลบี้ (Middlebie estate) ตระกูลคล๊าร์ก แห่งเพนิคูก (Clerk of Penicuik) เป็นตระกูลของบารอนของสก๊อตแลนด์ จอห์น คล๊าร์ก เป็นน้องชายของบารอน ที่ 6 แห่ง เพนิคูก , จอห์น เป็นผู้เติมคำว่า Maxwell เข้าไปเพิ่มหลังนามสกุลเดิม  ส่วนแม่ของแม็กซ์เวลล์ชื่อฟรานเซส เคย์ (Frances Cay) 1833 ครอบครัวของเขาย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ตั้งชื่อว่าเกล็นแลร์ (Glenlair) สร้างขึ้นในมิดเดิ้ลบี้ 1839 แม่เสียชีวิตตอนที่แม็กซ์เวลล์อายุ 8 ปี ด้วยสาเหตุจากโรคมะเร็งลำไส้ 1841 แม็กซ์เวลล์ย้ายมาอยู่ที่บ้านของป้าอิสเบลล่า (Isabella) พี่สาวของพ่อของเขา และได้เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมอีดินบูร์กอะคาเดมี (Edinburgh Academy)  ที่โรงเรียนนี้สอนวิชาภาษาลาติน, กรีก และวรรณกรรมโรมันให้แก่เขา ระหว่างที่เรียนอยู่ที่นี่เขายังเป็นเพื่อนกับเลวิส แคมป์เบลล์ (Lewis Campbell) ซึ่งภายหลังเป็นนักปรัชญาและเป็นผู้เขียนชีวประวัติของแม็กซ์เวลล์  1846 มีผลงานเขียนทางวิชาการชิ้นแรก “On the description of Oval Curves and those having…

0
Read More

Harry McGurk

แฮร์รี่ แม็คเจิร์ก (Harry McGurk) ผู้ค้นพบ McGurk effect แม็คเจิร์ก เกิดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1936 ในกลาสโกว, สก็อตแลนด์ (Glasgow, Scotland) หลังจากเข้ารับการฝึกที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว (University of Glasgow) ได้ทำงานเป็นพนักงานศาลด้านกฏหมายอาญาในอีดินเบิร์ก (Edinburgh)  ไม่นานเขาแต่งงานกับเบตตี้ (Betty Hannah) หลังแต่งงาน เบตตี้ได้ถูกทางโบสถ์สก๊อตแลนด์ส่งไปทำงานในไนจีเรีย เพื่อให้ดูแลโรงเรียนและโรงพยาบาลเป็นเวลาสองปี แม็คเจิร์กได้เดินทางไปด้วย หลังจากกลับจากไนจีเรีย แม็คเจิร์กได้รับทุนให้เข้าเรียนที่วิทยาลัยนิวแบ๊ตเทิ้ล (Newbattle College) แต่ว่าต่อมาได้ย้ายมาเรียนจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยสตราชไคลด์ (University of Stratchclyde) จนจบปริญญาเอก ระหว่างนี้เขาทำงานศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการการรับรู้ของเด็กทารก ต่อมาได้มาทำวิจัยที่ปริ้นตัน (Princeton University) ในสหรัฐฯ  และต่อมาได้มาสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเซอร์เรย์ (University of Surrey) ระหว่างนี้ แม็คเจิร์ก และผู้ช่วยของเขา ชื่อจอห์น แม็คโดนัล (John MacDonald) ทดลองศึกษาว่าเด็กทารกเรียนรู้การพูดได้อย่างไรในแต่ละช่วงวัยที่กำลังพัฒนา การทดลองของพวกเขา เช่น พวกเขาใช้วิธีบันทึกเสียงและภาพของแม่เด็กเอาไว้ และนำภาพไปของแม่เด็กและเสียงไปวางไว้ในตำแหน่งที่ต่างกัน   นอกจากนั้นพวกเขายังทดลองพากษ์เสียงคำว่า “ดา (da)” เข้าไปแทนเสียงของภาพที่พูดว่า “กา (ga)”  และเมื่อดูภาพรูปและเสียงที่ไม่ตรงกัน ปรากฏว่าคนฟังได้ยินเสียงเป็นอีกคำหนึ่งว่า “บา (ba)” ซึ่งปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า McGurk Effect 1976 แม็คเจิร์ก และแม็คโดนัล เขียนรายงานการค้นพบ McGurk Effect  ของเขาในเอกสารรายงาน…

0
Read More

Charles Lyell

ชาร์ล ไรเอล์ล (Sir Charles Lyell) ผู้เขียน Principles of Geology ชาร์ล เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1797 ในสก๊อตแลนด์ พ่อของเขามีชื่อเดียวกับเขา มีอาชีพเป็นนักกฏหมายและนักพฤษศาสตร์  ส่วนแม่ชื่อฟรานเซส (Frances Smith)  ชาร์ลเป็นลูกคนโตในพี่น้องทั้งหมดสิบคน ครอบครัวของเขามีฐานะร่ำรวย  เมื่อชาร์ลอายุราวสี่ปี ครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ในแฮมพ์เชียร์ (Hampshire) ทางใต้ของอังกฤษ  1816 เข้าเรียนที่เอ็กซีเตอร์คอลเลจ, อ๊อกฟอร์ด (Exeter College, Oxford) ด้านวรรณกรรมคลาสสิค ช่วงเวลานี้ชาร์ลเกิดความสนใจในวิชาภูมิศาสตร์หลังจากได้อ่านหนังสือ Introduction to the geology ของโรเบิร์ต เบกเวล์ล (Robert Bakewell) 1819 จบปริญญาตรี 1821 ได้รับปริญญาโทสาขาศิลปะ 1820 เข้าฝึกงานด้านกฏหมายที่ลินคอล์นอิน (Lincoln’s Inn)  1822 เขียนงานค้นคว้าเรื่อง On a recent formation of freshwater limestone in Forfarshire  1823 ได้รับเลือกให้ทำงานกับสภาคมนักภูมิศาสตร์ (Geological Society) 1830 Principles of Geology เป็นผลงานเขียนเล่มแรกของเขา และเล่มสำคัญที่สุดที่สร้างชื่อเสียงให้เขา ซึ่งเขาสนับสนุนทฤษฏี Uniformitarianism ของเจมส์ ฮัตตัน (James Hutton, 1727-1797) เรื่องการเปลี่ยนๆ ทางธรณีวิทยาของโลกซึ่งเป็นกระบวนการที่เป็นไปอย่างช้าๆ…

0
Read More

David Hume

เดวิด ฮูม (David Hume) ผุ้เขียน A Treatise of Human Nature ฮูม เกิดในอีดินเบิร์ก, สก๊อตแลนด์ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 1711 พ่อของเขาชื่อโจเซฟ ฮูม (Joseph Home) และแม่ชื่อแคทเธอรีน ฟาลโคเนอร์ (Katherine Falconer) ฮูมมีพี่ชายหนึ่งคนและน้องสาวหนึ่งคน  ฮูมใช้ชีวิตวัยเด็กส่วนใหญ่ในไนน์เวล์ล (Ninewells) ในบ้านของครอบครัวที่อยู่ใกล้กับแม่น้ำวิทแอดเดอร์ (Whitadder River)  1713 ตอนที่ฮูมอายุได้ 2 ขวบพ่อของเขาก็เสียชีวิต ฮูมเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอีเดนเบิร์ก (University of Edinburgh) ช่วงที่มีอายุระหว่าง 10-12 ปี ซึ่งเร็วกว่าเกณฑ์ในขณะนั้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กวัย 14 ปี โดยที่ครอบครัวของเขาหวังจะให้ฮูมเป็นนักกฏหมาย แต่เขากลับสนใจวิชาปรัญชา และยังเลือกเรียนภาษาลาติน กรีก ประวัติศาสตร์และวรรณกรรมด้วย หลังจากเขาเรียนจบเขาได้ทำงานเป็นเสมียรในบริษัทที่นำเข้าน้ำตาล แต่ว่าไม่นานก็เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้เขาออกจากงานแะเดินทางไปฝรั่งเศส  1734 เร่ิมเขียน A Treatise of Human Nature ฮูมเขียน Treatiseนี้เสร็จราวปี 1736 เมื่อเขาอายุเพียง 26 ปี ปีนี้เขาเปลี่ยนการสะกดนามสกุลจากเดิม “Home” เป็น “Hume” เพราะว่าคำว่า “Home” ออกเสียง “ฮูม” ตามสำเนียงสก๊อต แต่ไม่ใช่ในอังกฤษ 1737 เดินทางกลับอังกฤษ เพื่อหาทางตีพิมพ์ Treatise …

0
Read More

Conan Doyle

อาเธอร์ โคนัน ดอยล์  (Arthur Ignatius Conan Doyle) ดอยล์ เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 1859 ในเมืองอีดินเบิร์ก สก็อตแลนด์ (Edinburgh, Scotland) ในครอบครัวชาวไอริช แคโธลิก พ่อของเขาชื่อชาร์ล (Charles Altamont Doyle) ส่วนแม่ชื่อมารี โฟเลย์ (Mary Foley)  ชาร์ลนั้นเป็นนักวาดภาพ แต่ว่าเขาไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพทำให้กลายเป็นคนติดเหล้า  ชื่อ Conan ที่อยู่ในชื่อของดอยล์ เชื่อกันว่าเป็นชื่อของ มิเชล ดอย์ล (Michel Conan) พ่ออุปถัมภ์ของเขาในวันที่รับศีล  1868 ตอนดอยล์อายุ 9 ขวบ สมาชิกคนหนึ่งในตระกูลที่มีฐานะดี ได้ส่งให้เขาเรียนหนังสือ ดอยล์เริ่มเรียนปรับพื้นฐานที่ Hodder Place  1870 มาเรียนต่อที่วิทยาลัยสโตนีเฮิร์ส (Stonyhurst College) 1875 เข้าเรียนที่ Stella Matutina ในออสเตรีย 1876 เข้าเรียนด้านการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยอีดินเบิร์ก (Edinburgh Universtiy) ระหว่างที่เรียนหนังสืออยู่ได้เร่ิมเขียนนิยายสั้น 1879 กันยายน, มีผลงานเขียนที่ถูกพิมพ์ครั้งแรกเรื่อง The Mystery of Sassasa Valley  และยังเขียนบทความวิทยาศาสตร์เรื่อง Gelsemuim as a Poison ลงในวารสารการแพทย์ของอังกฤษ British Medical Journal 1880 ก่อนจะเรียนจบได้รับการว่าจ้างให้เป็นแพทย์ประจำเรือล่าปลาวาฬ Hope of Peterheead ซึ่งเป็นเรือที่แล่นไปหาปลาวาฬในแถบกรีนแลนด์และอาร์คติก…

0
Read More

Adam Smith

อดัม สมิธ (Adam Smith)   ผู้แต่ง The Wealth of Nations อดัม สมิธ เกิดในเกิร์กคาลดี้ (Kirkcaldy) ของสก็อตแลนด์ (Edinburgh, Scotland) วันเกิดที่แท้จริงของเขานั้นไม่ปรากฏ แต่ว่าเขาเข้าพิธีแบ๊พติสในวันที่ 5 มิถุนายน 1723 พ่อของเขามีชื่อเดียวกับลูก คือชื่อ อดัม สมิธ(Adam Smith) มีอาชีพเป็นทนายความ และแม่ของเขาชื่อมาร์กาเร็ต ดักกลาส (Margaret Douglas) พ่อของอดัม สมิธ เสียชีวิตไปก่อนที่เขาจะเกิด 2 เดือน  ทำให้เขาเติบโตมากับแม่  , ตอนอายุได้ 4 ขวบอดัม สมิทถูกพวกยิปซีลักพาตัวไป แต่ว่าลุงของเขาสามารถช่วยนำตัวกลับมาได้  1729 เข้าเรียนที่ Burgh School of Kirkcaldy ซึ่งที่นี่เขาได้เรียนภาษาลาติน ประวัติศาสตร์ และคณิตศาสตร์ 1737 พออายุได้ 14 ปี อดัม อดัม สมิธมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ (Glasgow Universtiy) โดยเลือกเรียนทางด้านปรัญชาว่าด้วยศีลธรรม (moral philosophy) อาจารย์ของอดัม สมิธคนหนึ่งที่เขารักมาก ชื่อว่า ฟรานซิส ฮัตเชสัน (Francis Hutcheson) ซึ่งอดัม สมิธตั้งฉายาท่านว่า ที่จะไม่มีวันลืม(The Never to be forgotten) 1740  ได้รับทุนเข้าเรียนที่วิทยาลัยบอลลอล์ มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด  (Bollionl…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!