ฝรั่งเศส กับการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ในรวันดา  รวันดา เคยเป็นเมืองขึ้นของเยอรมัน ในช่วงศตวรรษที่ 19 ระหว่างปี 1897 จนกระทั้งหลังสงครามโลก ครั้งที่ 1 ในปี 1918 ก็กลายเป็นประเทศใต้การดูแลของเบลเยี่ยม ตาความตกลงขององค์การสันนิตบาตชาติ (League of Nations)  ซึ่งช่วงเวลาที่เบลเยี่ยมดูแลอยู่นั้นฝ่ายชนเชื้อสายทัดซี (Tutsi) ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ ที่มีประชากรราว 15% มีอำนาจในการปกครอง และฝ่ายชาวฮูตู (Hutu) ซึ่งมีประชากร 85% กลายเป็นพลเมืองชั้นสอง ซึ่งภายใต้การปกครองของทั้งเยอมันและเบลเยี่ยมนำระบบการแบ่งแยกและปกครองมาใช้ ทำให้ชนสองเชื้อชาตินี้มีความแปลกแยกกันมาก  ฝ่ายทัดซีนั้นได้รับการดูแลที่ดีกว่าและได้รับการศึกษาแบบตะวันตก นอกจากนั้นเบลเยียมยังเอาระบบบัตรประชาชน ที่แยกเชื้อชาติสองฝ่ายชัดเจนมาใช้ในปี 1933  ชาวฮูตูในเวลานั้นส่วนใหญ่กลายเป็นแรงงานทาสที่อยู่ในที่ดินของชาวทัดซีที่มีฐานะดีกว่า  1957 ฝ่ายฮูตู มีการตั้งพรรค PARMEHUTU (Party for the Emancipation of the Hutus) เพื่อหวังปลดปล่อยตัวเอง 1959 (Hutu revolution 1959) ฝ่ายคนเชื้อสายฮูตู (Hutu) ลุกขั้นมาปฏิวัติต่อต้านเบลเยี่ยมและชาวทัดซี   และเมื่อฮูตูได้ขึ้นมามีอำนาจในประเทศ ทำให้ชาวทัดซีกว่า 300,000 คน ต้องลี้ภัยไปประเทศบูรุนดี (Burundi) ซึ่งอยู่ใต้การปกครองของเบลเยี่ยมเช่นกัน  1962 1 กรกฏาคม, รวันดาได้รับเอกราช ชาวฮูตู ได้สถาปนาสาธารณรัฐขึ้นมา และได้ประธานาธิบดีกรีกอร์ เคยิบานดา (Gregoire Kayibanda)  แต่ว่าสงครามระหว่างฮูตูกับทัดซียังดำเนินต่อไป  1963-1965 จากสงครามกลางเมืองระหว่างฮูตูและทัดซี ประมาณว่าคนเชื้อสายทัดซีครึ่งหนึ่งต้องอพยพกลายเป็นผู้ลี้ภัยไปอาศัยในประเทศเพื่อนบ้าน  1972 เกิดการปฏิวัติ และนายพลจูเวนัล…