Greece

The Skull of Petralona

หัวกระโหลกแห่งเพตราโลน่า (Σπήλαιο Πετραλώνων) 1959 ในหมู่บ้านเพตราโลน่า (Petralona) จังหวัดชาลคิดิกี้, กรีซ (Chalkidiki, Greece)  คนเลี้ยงแกะท้องถี่นคนหนึ่ง ชื่อ ฟิลลิปอส ชัตซาริดิส (Fillipos Chatzaridis, Φίλιππος Χαντζαρίδης) ซึ่งนำแกะออกไปเลี้ยงตามปกติ และเขาพยายามหาแหล่งน้ำให้กับแกะของเขากิน จนกระทั้งได้ต้อนฝูงแกะไปที่บริเวณเชิงเขาคัตซิก้า (Mount Katsika) ห่างจากหมู่บ้านไปราวหนึ่งกิโลเมตร  ฟิลลิปอส ได้คค้นพบถ้ำแห่งหนึ่งโดยบังเอิญ ซึ่งเป็นถ้ำหินปูน ประกอบไปด้วยห้องหลายห้อง  ความสูงจากพื้นถึงเพดานถ้ำประมาณ 8-10 เมตร ภายในมีหินงอกหินย้อยจำนวนมาก ความยาวของถ้ำประมาณ 2 กิโลเมตร   1960 16 กันยายน,  คริสตอส ซาร์เรียนนิดิส (Christos Sarriannidis) ชาวบ้านอีกคนหนึ่งในเมืองได้ค้นพบโครงหัวกระโหลกของมนุษย์โบราณติดอยู่กับผนังถ้ำ  ทำให้ถ้ำแห่งนี้ได้รับความสนใจจากนักมนุษยวิทยาขึ้นมา 1968 ทีมนักวิจัยนำโดย ดร.เอริส ปัวเลียนอส (Aris Poulianos, Άρης Πουλιανός) นักวิจัยมนุษยวิทยาของ IUAES (UNESCO’s International Union of Anthropological and Ethnological Sciencs)  ได้เริ่มทำการขุดสำรวจภายในถ้ำในปี 1965  ซึ่งเมื่อมีการนำเอากระดูกมนุษย์ที่ค้นพบไปวิเคราะห์ด้วยวิธี สเดรติกราฟี่ (stratigraphy)  เอริสได้ให้ข้อมุลว่ากระดูกมนุษย์ดังกล่าวมีอายุประมาณ 700,000 ปีและน่าจะเป็นกระดูกของมนุษย์โอมินิน (hominin) สายพันธ์หนึ่งที่แตกต่างโฮโม อิเรคตัส (Homo erectus)   ดร.เอริส มีแนวคิดว่ามนุษย์เพตราโลน่านี้มีวิวัฒนาการขึ้นในยุโรป แยกต่างห่างจากโฮโม…

0
Read More

Simonides of Ceos

ซีโมไนเดส แห่ง ซีออส (Σιμωνίδης ο Κείος) Method of Loci สาราณุกรมซูด้า (Suda encyclopedia) ของไบเซนไทน์บอกว่าซีโมไนเดส เกิดในปีโอลิมเปียที่ 56 และมีอายุยืนยาวถึง 89 ปี ก่อนที่จะเสียชีวิตในปีโอลิมเปียที่ 78  ซึ่งนักประวัติศาสตร์สมัยใหม่ระบุช่วงเวลาเอาไว้ระหว่างปี 556-468 BC ซิโมไนเดส เกิดในเมืองลัวลิสตั้งอยู่บนเกาะซีออส (loulis, Ceos) เกาะหนึ่งในหมู่เกาะไซคลาเดส (Cyclades) เขาเป็นลูกของเลฟปรีเปส (Leoprepes) ซิโมไนเดสได้รับการฝึกให้เป็นกวีและนักดนตรีมาตั้งแต่วัยเยาว์ ชาวเกาะในระแวกนี้บูชาเทพอพอลโล เพราะว่าอพอลโลเกิดบนเกาะเดลอส (Delos) เกาะหนึ่งในหมู่เกาะไซคลาเดส  ซิโมไนเดสก็ได้ทำหน้าที่เป็นนักร้องช่วงที่มีพิธีกรรมในวิหารอพอลโลด้วย ต่อมาเขาได้ย้ายมาอยู่ในเอเธนส์ ซึ่งตอนนั้นปกครองโดยเผด็จการชื่อฮิปปาร์ชุส (Hipparchus) แต่ว่าฮิปปาร์ชุสนั้นชอบและสงเสริมงานศิลปะ ซึ่งเป็นโอกาสของซีโมไนเดสในการหาเงิน 514BC ฮิปปาร์ชุส ถูกลอบสังหาร ซีโมไนเดสจึงย้ายมาอยู่ที่เธสซาลี (Thessaly) โดยที่ได้ทำงานรับใช้ให้กับคนในตระกูลสโคปาแด (Scopadae) และอลัวแด (Aleuadae) ซึ่งเป็นสองตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลของเธสซาลี ใน De Oratore เขียนโดยซิเซโร (Cicero) เล่าว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่ซิโมไนเดส ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองชัยชนะในการแข่งม้าโรมัน (chariot race)ของสโคปัส (Scopas)ในคฤหาสน์ของเขา และซิโมไนเดสก็ทำหน้าที่ขับบทกวีเพื่อสรรเสริญสโคปัส แต่ว่าบทกวีของเขากลับสรรเสริญสโคปัสครึ่ง และสรรเสริญ คาสเตอร์กับโพลลักซ์ (Castor and Pollux) อีกครึ่งหนึ่ง คาสเตอร์กับโพลลักซ์นั้นเป็นฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน มีมารดาคือเลด้า (Leda) แต่ว่าคาสเตอร์นั้นพ่อคือทินดาเรียส (Tyndareus) นักรบสปาต้า ส่วนโพลลักซ์นั้นพ่อคือเทพซูส (Zeus) ทั้งสองเป็นนักรบที่เก่งและเป็นอมตะ แต่บางตำนานเล่าว่ามีเพียงโพลลักซ์ที่เป็นอมตะ…

0
Read More

Pyrrho

ฟีร์โร(Πύρρων ο Ηλείος) Skepticism ฟีร์โรเกิดราวปี 365-360 B.C. ในเมืองอีลิส (Elis) เมืองชายฝั่งทะเลไอโอเนียน  พ่อของเขาชื่อเพลียสตาร์ชัส (Pleistarchus)  ไพร์โรมีน้องสาวชื่อฟีลิสต้า (Philista)   แรกเริ่มนั้นไพร์โรเป็นศิลปินเขียนรูปภาพแต่ว่าต่อมาได้เปลี่ยนมาชอบปรัชญา  ไพร์โรได้เรียนหนังสือกับดิโอจิเนส (Diggenes Laetius) , ไบรซัน (Bryson of Achaea) ซึ่งทั้งสองสอนแนวปรัชญาตามแบบโสเครตีส (Socrates) ต่อมาไพร์โรได้มาเรียนกับอนาซาร์ชุส (Anaxarchus) ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของเดโมคริตัส (Demecritus) จากบันทึกของดิโอจิเนส ได้บอกว่าไพร์โรนั้นเป็นศิลปินคนแรกที่ภาพเขียนของเขาถูกนำไปจัดแสดงในงานนิทรรศกาลของเมืองอีลิส ไพร์โรและอนาซาร์ชุสได้มีโอกาสติดตามกองทัพของอเล็กซานเดอร์ (Alexandere the Great) ขณะที่ยกทัพไปอินเดีย ซึ่งเล่ากันว่าเขาได้พูดคุยกับนักปราญช์อินเดียที่ไม่ใส่เสื้อผ้า (Gymnosophists) ซึ่งว่ากันว่าอาจจะทำให้ไพร์โรได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจากอินเดีย เมื่อกลับมายังกรีก เขาจึงได้ตั้งโรงเรียนขึ้นมาใหม่โดยสอนแนวคิดแบบ Skepticism ซึ่งเห็นว่าองค์ความรู้ของมนุษย์นั้นไม่แน่นอนหลายอย่าง ทั้งขึ้นอยู่กับมุมมอง ความรู้อาจจะถูกต้องแค่ในช่วงเวลาหนึ่ง  Skepticism จึงมีความเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะไปถึงความรู้ที่แท้จริง ฟีร์โรสอนว่า เราต้องตั้งคำถามสามข้อ 1. สิ่งนั้นมันคืออะไร-เกิดขึ้นได้อย่างไร 2. สิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร  และ 3. เราควรจะคิดอย่างไรกับสิ่งนั้น  หลังจากตอบคำถามทั้งสามข้อแล้ว ความรู้ที่เราได้คือสิ่งปรากฏให้เราเห็น (things as appear to us) แต่เราก็ยังไม่เข้าใจเนื้อในของสิ่งนั้นอยู่ดี ซึ่งคนอื่นอาจจะเห็นต่างจากที่เราเห็นก็ได้  และเพราะเราไม่สามารถที่จะไปถึงความรู้ที่แท้จริงแน่นอนได้  ความคิดของเราต่อสิ่งนั้น (ตามข้อ 3) จึงควรที่จะปราศจากการตัดสิน (epoche – suspense of judgement) Skepticism เชื่อว่าเป้าหมายสูงสุดของมนุษย์คือ Ataraxia (ความสุขภายใน)…

0
Read More

Aristippus

ริสติปปัส (Aristippus of Cyrene) ผู้ก่อตั้ง Cyrenaica School และปรัชญา Hedonism อริสติปปัส เกิดราวปี c.435 BC ในไซรีน (Cyrene) ซึ่งเป็นเมืองกรีกโบราณ ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศลิเบียปัจจุบัน พ่อของเขาชื่อvเรเตเดส (Aretades) และแม่ชื่อ มิก้า (Mika) อริสติปปัสได้เดินทางมายังกรีซ เพื่อเข้าร่วมงานแข่งขันโอลิมปิก หลังจากนั้นเขาได้กลายเป็นลูกศิษย์ของโสเครตีส (Socrates) ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าเขาได้มีโอกาสพบกับเพลโต้ (Plato) ด้วย เขาเป็นลูกศิษย์คนแรกของโสเครตีสที่เรียกร้องเอาเงินค่าตอบแทนจากการสอนหนังสือ ในขณะที่โสเครตีสนั้นสอนโดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย อริสติปปัสแบ่งเงินที่เขาได้รับส่วนหนึ่งส่งให้กับโสเครตีสด้วย แต่ว่าโสเครติสปฏิเสธที่จะรับเงินโดยให้เหตุผลว่าเงินเป็นปีศาจ อริสติปปัสกับลูกศิษย์คนอื่นของโสเครติสจึงไม่ค่อยถูกกันด้วย อริสติปปัสเชื่อว่าความหมายของการมีชีวิตคือการแสวงหาความสุข (pleasure) ให้มากที่สุด ซึ่งต่างจากโสเครติส ที่ปรัชญาของเขาคือการแสวงหาความจริง อริสติปปัส ชอบใช้ชีวิตที่หรูหรา คำพูดที่อธิบายตัวเองของเขาได้ดีคือ ‘’ข้าครอบครอง, แต่ข้าไม่ได้ถูกครอบครอง (I possess, I am not possessed)’’ โสเครตีส เสียชีวิตในปี 399 BC หลังจากอาจารย์ของเขาเสียชีวิต อริสติปปัสจึงได้เดินทาง เขาเดินทางไปยัง เอจิน่า (Aegina) ซิซิลี (Sicily) และได้เป็นเพื่อนสนิทกับดิโอไนเซียส (Dionysius I of Syracuse, The Tyrant) ซึ่งได้พาเขาเดินทางไปยังโครินท์ (Corinth) และที่โครินท์นี้อริสติปปัสได้มีความสัมพันธ์กับเลียส (Lais of Corinth) เมื่อแก่ชราเขากลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดในไซรีน มีลูกสาวชื่ออรีต (Arete) และหลานชาย ชื่อ อริสติปปัส…

0
Read More

Epictetus

อีพิคเตตัส (Επίκτητος) นักปรัชญา Stoicism  เกิดราวปี c.55 A.D. ในเฮียราโปลิส , ไฟรเกีย (Hierapolis, Phrygia)  ดินแดนของกรีกในเอเชียไมเนอร์ ทางตะวันตกของตุรกีในปัจจุบัน  ต่อมาอีพิคเตตัสได้กลายเป็นทาสของ อีปาโฟรดิตอส (Epaphroditos ) อยู่ในกรุงโรม อีปาโฟรดิตอส นั้นเป็นมหาเศรษฐี เป็นเจ้าของทาสจำนวนมากและยังเป็นเลขาของจักรพรรดิเนโร (Nero) แม้ว่าจะเป็นทาสแต่อีพิคเตตัส ได้รับอนุญาตให้ศึกษาวิชาปรัชญาได้ โดยได้มีโอกาสเรียนกับรูฟัส (Musonius Rufus) นักปราชญ์สายสโตอิค (Stoic) แต่ว่าต่อมาอีพิคเตตัสกลายเป็นคนพิการ ขาของเขาหักคาดว่าน่าจะเกิดจากถูกทำร้ายจากเจ้านาย c.68 A.D. หลังจากจักรพรรดิเนโรสิ้นพระชนษ์ อีพิคเตตัสก็ได้รับอิสระภาพ  เขาจึงเริ่มทำงานสอนปรัชญาอยู่ในโรม c.93 A.D. จักรพรรดิโดมิเตียน (Domitian) ได้สั่งกวาดล้างนักปรัชญาที่มีอยู่ในเมืองทั้งหมด ทำให้อีพิคเตตัสต้องหนีออกจากโรม ไปยังนิโคโปลิส (Nicopolis) ประเทศกรีก และได้เปิดโรงเรียนใหม่ขึ้นที่นั่น   ลูกศิษย์คนสำคัญของอีพิคเตตัสคือฟลาเวียส อาร์เรียน ( Flavius Arrian) ซึ่งได้มาเขียนหนังสือกับอีพิคเตตัสราวปี 108 A.D. อาร์เรียนเป็นคนเขียนหนังสือสองเล่มคือ Discourses และ The Handbook (Enchiridion) ที่ทำให้เราทราบถึงเรื่องราวของอีพิคเตตัส และคำสอนของเขา บางส่วนเชื่อว่าหนังสือสองเล่มนี้เป็นคำสอนของอีพิคเตตัสเอง แต่ว่าอาร์เรียนเป็นผู้บันทึก c.135 A.D. อีพิคเตตัสเสียชีวิตในวัยชรา โดยที่ไม่เคยแต่งงาน

0
Read More

Zeno of Cilium

เซโน่ แห่ง ซิเตียม (Ζήνων ο Κιτιεύς) ผู้ก่อตั้งปรัชญา Stoicism เซโน่เกิดราวปี 334  BC. ในเมืองซิเตียม ในไซปรัส (Cyprus) เป็นลูกชายของพ่อค้าที่มีฐานะร่ำรวย ซีโน่ทำงานค้าขายจนกระทั้งเขาก่อตั้งโรงเรียนของตัวเองขึ้นมาตอนอายุ 42 ปี 311 BC หนังสือ Lives and Opinions of Eminent Philosophers  ของดิโอจีเนส  เลอร์เตียส (Diogenes Laertius) นักประวัติศาสตร์กรีซในศตวรรษที่ 3 บอกว่า เซโน่เดินทางมาเอเธนส์โดยเรือ  เมื่อมาถึงเอเธนส์ได้เดินเรื่อยเปื่อยไปทั่วโมง จนมาถึงร้านขายหนังสือแห่งหนึ่ง เขาก็ได้อ่านงานเขียนของโสเครเตส (Socrates) จนเกิดความประทับใจ  เขาก็ถามพนักงานว่าจะไปหาผู้ชายคนนี้ได้ที่ไหน  พนักงานคนนั้นก็ตอบซีโน่โดยแนะนำให้เขาไปหาเครเตส (Crates of Thebes) นักปรัชญาที่มีชื่อเสียงในเวลานั้นที่มีชีวิตอยู่ เซโน่จึงได้ไปเรียนกับเครเตส มีวันหนึ่งเครเตส ให้เซโน่แบกหม้อดินที่บรรจุซุปไปทั่วตลาด ซึ่งเครเตสสังเกตุได้ว่าเซโน่มีอาการกระดากอาย เมื่อเซโน่เผลอ เครเตสก็ใช้ไม้ตีหม้อดินจนแตก ซุปก็หกรดตัวเซโน่  เซโน่เลยหนีออกจากโรงเรียนของเครเตสมา ต่อมาซีโน่จึงได้ออกจากโรงเรียนของเครเตส แล้วไปเรียนนักปราชญ์คนอื่นอีกหลายคน อาทิ สติลโป (Stilpo) , โครนัส (Diodorus Cronus) 301 BC เซโน่เริ่มสอนหนังสือให้กับคนอื่น โดยใช้พื้นที่บริเวณสโต พอยกาลี (Stoa Poikile) บริเวณหนึ่งของเอเธนส์ที่ใช้จัดแสดงภาพเขียนและศิลปะ  262 BC เซโน่เสียชีวิต โดยดิโอจีเนส บอกว่าซีโนสะดุดเท้าตัวเองแล้วตกจากบันไดหลังจากโรงเรียนที่เขาสอนเลิกเรียน Stoicism, Stoa นั้นตั้งชื่อตาม Stoa…

0
Read More

Gyres of Lydia

ไจเกส แห่ง ลิเดีย (Gyges of Lydia)  กษัตริย์แห่งลิเดีย  ไจเกส เป้นลูกของดัสไซลัส (Dascylus) ต่อมาได้มาทำงานในราชสำนักของกษัตริย์แคนดัวเลส (King Candaules) แห่งลิเดีย (Lydia,  c.680 BC. สถาปนาตัวเองเป็นกษัตริย์แห่งลิเดีย และได้เริ่มราชวงศ์เมิร์มนาด (Mermnad dynasty) ขึ้นมา มีตำนานเล่าขานการขึ้นสู่อำนาจของไจเกส หลากหลาย  หนึ่งในนั้นได้เล่ากันว่า ไจเกสได้ปลงพระชนษ์กษัตริย์แคนดัวเลส และได้อภิเษกกับราชินีของพระองค์ ตามคำบอกเราของนิโคลัส แห่งดามัสกัส (Nicholas of Damacus) เขาบันทึกว่า ไจเกสนั้นเป็นทหารในกองทัพของลิเดีย ฝีมือของเขาเป็นที่ประจักษ์และกลายเป็นคนโปรดของกษัตริย์แคนดัวเลส  แต่ว่าเขาเกิดไปตกหลุมรักเจ้าหญิงทูโด (Princess Tudo) พระธิดาในกษัตริย์อาร์นอสซัส แห่งไมเซีย (King Arnossus of Mysia)  ผู้ซึ่งกษัตริย์แคนดัวเลสกำลังจะอภิเษกด้วย เมื่อแคนดัวเลสรู้ว่าไจเกสมีความต้องการเยี่ยงนั้นจึงรับสั่งให้ลงทัณฑ์ไมเกส แต่ว่าไมเกสชิงลงมือปลงพระชนษ์แคนดัวเลสก่อน ในหนังสือ Rebublic ของพลาโต้ (Plato) ได้เล่าว่าไจเกส นั้นเป็นคนเลี้ยงแกะ ซึ่งเขาได้บังเอิญพบกับแหวนวิเศษซึ่งผู้ใดสวมแหวนนี้เข้าไปแล้วคนอื่นจะไม่สามารถมองเห็นได้ (ภายหลังแหวนี้จึงถูกเรียกว่า Ring of Gyges) ไจเกสจึงสวมแหวนนี้และลักลอบมีความสัมพันธ์กับพระราชินีก่อนที่จะสังหารกษัตริย์แคนดัวเลส เฮโรโดตัส (Herodotus) เล่าว่า ไจเกสสวมแหวนล่องหนแล้วแอบดูพระราชินีขณะที่ทรงเปลี่ยนอาภรณ์ แต่พระราชินีจับได้ว่าไจเกสเห็นพระองค์เปลือยแล้ว พระนางใช้เวลาคิดอยู่หนึ่งวันก่อนจะตัดสินใจให้ไจเกสเลือกว่าจะโดนประหารหรือว่าจะสังหารพระราชาแล้วเป็นกษัตริย์เสียเอง ไจเกสจึงเลือกที่สังหารกษัตริย์แคนดัวเลส หลังจากมีอำนาจ ไจเกสได้ขยายดินแดนลิเดียออกไป โดยนำทหารบุกดินแดนทางตะวันตก และสามารถยึดเมืองโคโลฟอน (Colophon) , ไมล์ตัส (Miletus) และสมีร์น่า (Smyrna) ซึ่งเป็นเมืองของชาวไอโอเนียน (Ionian) เอาไว้ได้  ชาวไอโอเนียนจำนวนมากที่ถูกจับมา…

0
Read More

Galen

กาเลน (Claudius Galenus) กาเลน เกิดในเดือนกันยายน 129  ในเมืองเปอร์กามอน (Pergamom) ในตุรกีปัจจุบัน  พ่อของเขาชื่อเอเลียส นิคอน (Aelius Nicon) เป็นสถาปนิกและนักบวชที่มีฐานะร่ำรวย กาเลนได้รับการศึกษาอย่างดีและเข้มงวดในวัยเด็ก เขาได้ศึกษาปรัญชาแบบอริสดตเติ้ล (Alristotelian)  และอีพิคูรัส (Epicurean) ต่อมา  พ่อของเขาได้เคยฝันว่าเทพแอสเคิ้ลเพียส (Asclepius) เทพแห่งการแพทย์ ได้ปรากฏต่อหน้าของเขาและได้สั่งให้นิคอนสนับสนุนให้ลูกชายเอาดีทางด้านการแพทย์ เมื่ออายุได้ 16 ปี กาเลน เข้าเรียนที่วิหารแอสเคิ้ลเพียอุม (Asclepieum sanctuary) เป็นเวลาสี่ปี โดยครูที่สอนวิชาให้เขา เช่น เอชเรีย (Aeschirion of Pergamon) 148 พ่อของเขาเสียชีวิต กาเลนจึงเริ่มออกเดินทางไปยังเมืองต่างๆ อย่างโฟนิเซีย (Phoenicia), สมีร์น่า (Smyrna) 152 กาเลนได้ออกเดินทางมายังอเล็กซานเดรียในอียิปต์ ซึ่งในอเล็กซานเดรียเขาสามารถศึกษากายวิภาคจากร่างของมนุษย์ได้ แม้ว่าไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากาเลนได้ทำการผ่าดูชิ้นส่วนต่างๆ จากร่างของศพหรือไม่ แต่ในผลงานเขียนของเขาชื่อ On Anatomical Procedures บอกว่ากาเลนได้ใช้ร่างของสัตว์อย่างลิงและหมูในการศึกษาด้วยเช่นกัน กาเลนอาศัยอยู่ในอเล็กซานเดรียกว่า 5 ปี 157 เดินทางกลับมาที่เปอร์กามอน และทำงานเป็นแพทย์รักษาให้พวกนักรบกลาดิเอเตอร์ 162 เกิดควาไม่สงบภายในเมือง ทำให้กาเลนย้ายออกมาและเดินทางไปยังกรุงโรม และทำงานเป็นแพทย์รักษาทหารของโรมัน ซึ่งขณะนั้นเป็นสมัยของจักรพรรดิมาคัส อุเรเลียส (Marcus Aurelius) ซึ่งส่งทหารไปทำสงครามกับชนเผ่ามาร์โคแมนนิ(Marcomanni) 169 เกิดโรคระบาดใหญ่ในกรุงโรม (The Antonine Plague) กาเลนจึงทำหน้าที่เป็นแพทย์ถวายการดูแลจักรพรรดิมาคัส 180 เมื่อจักรพรรดิมาคัส สวรรคต  กาเลนยังคงได้เป็นแพทย์ถวายการรักษาให้กับจักรพรรดิคอมโมดัส…

0
Read More

Aristotle

อริสโตเติ้ล (Αριστοτέλης) อริสโตเติ้ล เกิดในปี 384 BC ในเมืองสตากิร่า , เขตมาซิโดเนีย, กรีซ(Stagira, Macedonia, Greece)  พ่อของเขาชื่อไนโคมาชัส (Nicomachus) เคยเป็นแพทย์ประจำพระองค์ของกษัตริย์อมินตัส แห่งมาเซดอน (King Amyntas of Macedon) จึงเชื่อกันว่าอริสโตเติ้ลใช้ชีวิตในวัยเด็กของเขาภายในพระราชวังมาเซโดเนีย369BC พ่อของอริสโตเติ้ลเสียชีวิต  หลังจากพ่อเสียชีวิตไปแล้วอริสโตเติ้ลอยู่ในการอุปถัมถ์ของโปรซีนัส (Proxenus)367BC เมื่ออริสโตเติ้ลอายุได้ประมาณ 17 ปี เขาถูกส่งมาเรียนหนังสือที่เอเธนส์ อริสโตเติ้ลได้สมัครเข้าเรียนที่อคาเดมี (Academy) ของเพลโต (Plato) 347BC เมื่อเพลโตเสียชีวิต อริสโตเต้ิลจึงออกจากอคาเดมีเพราะว่ามีความขัดแย้งกับสปูซิพปัส (Speusippus) หลานของเพลโตที่สืบทอดอคาเดมีต่อจากเพลโต อริสโตเติ้ลออกจากเอเธนส์ เและได้ติดตามเซโนเครเตส (Xenocrates) ไปยังเมืองแอสซอส (Assos) ในเอเชียไมเนอร์ (Asia Minor) เพื่อทำงานให้กับกษัตริย์เฮอร์เมียส (Hermias of Atarneus) ช่วงเวลาที่เขาสนใจเกี่ยวกับการศึกษาส่ิงมีชีวิตในทะเล บางครั้งเขาใช้เวลาออกเดินทางพร้อมกับลูกศิษย์ชื่อธีโอฟรัสตัส (Theophrastus) ไปยังเกาะเลสบอส (Lesbos island) เพื่อหาข้อมูล ระหว่างนี้อริสโตเติ้ลได้แต่งงานกับไพเธียส (Pythias) พระญาติของกษัติรย์เฮอร์เมียส  พวกเขามีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนโดยที่ลูกสาวมีชื่อเดียวไฟเธียสเช่นเดียวกับแม่345BC เมื่อเฮอร์เมียพ่ายแพ้ในสงครามให้กับเปอร์เซีย อริสโตเติ้ลจึงได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองไมติลีน (Mytilene) บนเกาะเลสบอส 343BC หลังจากกษัตริย์เฮอร์เมียสสวรรคต อริสโตเติ้ลได้รับพระราชสาสน์จากกษัตริย์ฟิลิปที่ 2 แห่งมาเซดอน (Philip II of Macedon) เชิญให้ไปเป็นพระอาจารย์ให้กับพระโอรสของพระองค์ ซึ่งก็คืออเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great) ซึ่งขณะนั้นอเล็กซานเดอร์มีอายุประมาณ 13…

0
Read More

Hesiod

ฮีเซียด (Ησίοδος) ผู้เขียน Works and Days และ Theogony ฮีเซียดเป็นกวีชาวกรีก คาดว่าเขามีชีวิตอยู่ช่วงราวปี 700 ฮีเซียดบอกว่าตัวเขาเองเป็นเกษตรกรอาศัยอยู๋ในโบอีเทีย (Boeotia) ทางตอนกลางของกรีซ พ่อของเขาชื่อไดออส (Dios) มีเชื้อสายเอโอเลี่ยน (Aeolian) มาจากเมืองไคม์ เอโอลิส (Kyme, Aeolis) เมืองทางชายฝั่งในเอเชียไมเนอร์ (Asia Minor) แต่ว่าต่อมาได้ย้ายมาอยู่ในอัสครา, โบอีเทีย (Ascra, Boeotia)  มีที่ดินพื้นเล็กๆ เชิงเขาเฮลิคอน (Mount Helicon) ที่ทำเกษตรกรรม ฮีเซียดเล่าว่าระหว่างที่เขาต้อนแกะขึ้นไปบนเขาเฮลิคอน เขาได้พบกับเทพมุส (Muses)  ธิดาของเทพซูส (Zeus) ซึ่งได้มอบความสามารถในทางกวีให้กับเขา หลังจากพ่อของเขาเสียชีวิต ฮีเซียดมีปัญหากับน้องของเขาชื่อเปอร์เสส (Perses) เรื่องการแบ่งทรัพย์สิน ทำให้ต่อมาเขาตัดสินใจย้ายออกจากอัสครา และภายหลังได้ถูกสังหารที่ไอโน่, โลกรีส (Oinoe, Locris)  ธูไซดิเดส (Thucydides) นักประวัติศาสตร์กรีซ เล่าการเสียชีวิตของเฮเซียดเอาไว้ว่า ฮีเซียดได้ไปที่วิหารเทพเดลฟี่ (Delphi) และฟังคำพยากรณ์ว่าเขาจะเสียชีวิตในเนเมีย (Nemea) โดยฝีมือของนักรบชาวเนเมียน (Nemean)  เฮเซียดกลัวว่าคำทำนายจะเป็นจริงจึงได้เดินทางออกจากเนเมีย ไปยังโลกรีส แต่ว่าเขากลับถูกฆ่าตายใกล้กับวิหารของเทพซูสของชาวเนเมียน (temple of Nemean Zeus) และร่างของเขาถูกฝังที่วิหารแห่งนี้

0
Read More
Yandex.Metrica
Don`t copy text!