German

Lebensborn

The Lebensborn e. V. (eingetragener Verein)  Lebensborn แปลว่า น้ำพุแห่งชีวิต (Fountain of Life) เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์ (Heinrich Himmler) ผู้บัญชาการของหน่วย SS จากการฮิมม์เลอร์ตระหนักถึงปัญหาอัตราการเกิดของประชากรน้อย ทำให้จำนวนชาวเยอรมันลดลงตลอดนับทศวรรษ ฮิมม์เลอร์จึงมีแนวความคิดที่จะส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่หน่วย SS และสมาชิกของพรรคนาซีเยอรมันมีลูกให้มากขึ้น แต่ว่าต้องมีกับผู้หญิงที่เป็นอารยัน (aryan) เท่านั้น เพื่อให้ได้สายพันธ์อารยันบริสุทธิ์ และจะได้นำทารกเหล่านั้นมาปรับปรุงพัฒนาให้มีสายพันธ์ที่ดีขึ้นไปอีก  วันที่ 12 ธันวาคม โครงการ Lebensborn ถูกจัดตั้งขึ้นในฐานะสมาคม (e. V. eingetragener Verein แปลว่า สมาคมจดทะเบียน (registered association)) ในวันที่ 12 ธันวาคม 1935 ซึ่งในปีเดียวกัน ก็มีการออกกฏหมายนูเร็มเบิร์ก (Nuremberg Laws) ออกมาด้วยเพื่อห้ามไม่ให้ชาวเยอรมันไปแต่งงานกับชาวยิว ซึ่งถูกมองว่าเป็นสายพันธ์ที่ด้อยกว่า  Lebensborn นี้จะทำหน้าที่หาผู้หญิงสาวไปเสนอให้กับเจ้าหน้าที่หน่วย SS หรือเจ้าหน้าที่ในกองทัพเยอรมัน เพื่อที่จะให้ผู้หญิงเหล่านี้ตังครรถ์ให้กับพวกเขา โดยที่ทุกอย่างเป็นความลับ ซึ่งคนที่จะมาเป็นพ่อพันธ์ และคนที่จะเป็นแม่พันธ์ จะต้องผ่านการคัดเลือกว่าเป็นสายพันธ์อารยันบริสุทธิ์เสียก่อน เช่น ต้องมีผมสีบรอนซ์ มีนัยตาสีฟ้า  และเมื่อผ่านเกณฑ์การคัดเลือกแล้ว พวกเขาถึงจะมีสิทธิมีลูกด้วยกันได้ แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงแม่พันธ์ในโครงการนี้จะมีลูกโดยที่ไม่ได้แต่งงานกับผู้ชายที่เป็นพ่อพันธ์  และหลังจากเด็กทารกเกิดขึ้นมาแล้ว ก็จะถูกแยกออกมากจากแม่ และส่งให้กับหน่วย SS เพื่อเลี้ยงดู ปลูกฝังแนวความคิดให้  ในปี 1936 สตินโฮริง (Steinhoering) เป็นสถานที่แรกที่จัดสร้าง ไว้สำหรับโครงการ Lebensborn…

0
Read More

Jochen Liedtk

โยเค่น ลิดกี้ (Jochen Liedtke) ผู้เขียนโปรแกรม L3, L4 microkernel ลิดกี้ เกิดวันที่ 26 พฤษภาคม 1953 ในเฮอร์ฟอร์ด, เยอรมัน (Herford, Germany) 1977 จบอนุปริญญาด้านคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบีเลเฟล์ด (Bielefeld University) โดยที่เขาทำปริญญานิพนธ์ด้วยการเขียนคอมไพเลอร์ (compiler) สำหรับภาษา ELAN หลังจากเรียนจบเขายังทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัย และได้ทำการพัฒนา run time environment สำหรับโปรเซสเซอร์ Zilog Z80 ซึ่งเขาตั้งชื่อว่า EUMEL (Extendable Multiuser Microprocessor ELAN System) ซึ่งสนับสนุนการทำงานแบบหลายคำสั่งพร้อมกัน (multi-user multi tasking)  EUMEL เวอร์ชั่นนี้ถูกเรียกว่า L2 ย่อมาจาก Liedtke 2 1980 EUMEL ถูกนำไปใช้กับโปรเซสเซอร์ Zilog Z8000, Motorola 68000 และ Intel 8086 ซึ่ง EUMEL เวอร์ชั่นนี้มีการสร้าง virsual machine เพิ่มเข้าไป เพราะตัวโปรเซสเซอร์เองยังไม่มีระบบในการป้องกันหน่วยความจำ (memory protection) 1984 เข้าทำงานกับ the GMD (Gesellschaft für Mathematik und Datenverarbeitung) สถาบันวิจับคอมพิวเตอร์แห่งชาติของเยอรมัน  1987…

0
Read More

Alfried Krupp von Bohlen und Halbach

อัลเฟรด ครัปป์ (Alfried Krupp von Bohlen and Halbach) อัลเฟรด เกิดวันที่ 13 สิงหาคม 1907 ในเอซเซ่น พ่อของเขาชื่อกุสตาฟ (Gustav von Bohlen und Halbach) และแม่ชือเบอร์ธ่า (Bertha Krupp)  เบอร์ธาเป็นผู้ที่รับช่วงกิจการของ Fridrich Krupp AG มาจากพ่อของเธอ ไฟรดริช ครัปป์ (Friedrich Krupp) ตั้งแต่เธออายุ 16 ปี เพราะพ่อของเธอฆ่าตัวตาย ในปี 1906 หลังถูกสื่อเปิดเผยชีวิตส่วนตัวของเขาว่าเป็นพวกรักร่วมเพศ  Friedrich Krupp AG เป็นกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของเยอรมัน ก่อตั้งในปี 1881 ในธุรกิจเหล็ก ต่อมาได้ ขยายกิจการมาเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องทั้งการผลิตรถยนต์, รถจักร,เรือ และอาวุธ จนกลายเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก  หลังการแต่งงานของกุสตาฟกับเบอร์ธา กุสตาฟได้รับพระราชทานอนุญาตจากกษัตริย์วิลเฮล์ม ที่ 2 (Kaiser Wihelm II) ในการใช้นามสกุล Krupp ได้  อัลเฟรดเป็นลูกคนโต  โดยมีพี่น้องอีก 7 คน 1928 อัลเฟรดจบจากจิมเนเซียมในเมือง (ปัจจุบันเป็นโรงเรียนเกอเธ่ (Goethe School)) และได้เข้าเรียนด้านวัสดุศาสตร์เกี่ยวกับเหล็กที่ในมหาวิทยาลัยเทคนิคเบอร์ลิน, มิวนิค และอาเช่น (Aachen) 1930 ยาลมาร์ แช๊ชต์ (Hjalmar Schacht) ได้ชักชวนให้กุสตาฟและอัลเฟรด…

0
Read More

Hortst Feitel

ฮอร์สต์ ฟีสเทล (Horst Feistel) Lucifer cipher, Feistel network, DES (Data Encryption Standard) ฟีสเทล เกิดวันที่ 30 มกราคม 1915 ในเบอร์ลิน, เยอรมัน พ่อของเขาชื่อริชาร์ด (Richard Feistel) และแม่ชื่อเฮเลน่า (Helena Freudenreich Feistel)  1934 23 มีนาคม, ฟีสเทลขึ้นเรือโดยสารเพื่อเดินทางมาอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ  ก่อนหน้านี้ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ไดเประกาศแผนการที่จะสร้างสมรรถนะทางการทหารของกองทัพเยอรมันขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นการละเมิดสนธิสัญญาแวร์ซายส์ (Versailles Treaty) และประกาศของฮิตเลอร์จะทำให้ฟีสเทลของถูกเกณฑ์เป็นทหาร 2 ปี ป้าของฟีสเทล ซึ่งแต่งงานกับชาวสวิส และอาศัยอยู่ในซูริส จึงได้แนะนำเขาให้อออกจากเยอรมันก่อนที่จะต้องเป็นทหาร 1937 จบปริญญาเอกจากเอ็มไอที ( Massachusetts Institute of Technology) ทางด้านฟิสิกส์  1941 ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ฟิสเทลถูกรัฐบาลสหรัฐฯ กักบริเวณเอาไว้แต่ภายในบ้าน เพราะความที่เขาเป็นชาวเยอรมันทำให้เขาอยู่ในข่ายถูกต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นสายลับ 1942 จบปริญญาโทจากฮาร์วาร์ด (Harvard) ทางด้านฟิสิกส์ 1944 31 มกราคม, ได้รับสัญชาติอเมริกัน และต่อมาก็ได้รับใบอนุญาตให้เข้าทำงานกับศูนย์วิจัยของกองทัพอากาศในแคมบริดจ์ (U.S. Air Force Cambridge Research Center, AFCRC) ได้  1945 แต่งงานกับลีโอน่า (Leona Gage) …

0
Read More

Georg Cantor

เกออร์ค แคนเตอร์ (Georg Ferdinand Ludwig Philipp Cantor) ผู้คิด Set theory แคนเตอร์ เกิดวันที่ 3 มีนาคม 1845 (19 กุมภาพันธ์ O.S.) ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, จักรวรรดิรัสเซีย พ่อของเขาชื่อเกออร์ค วัลเดอร์มาร์ แคนเตอร์ (Georg Waldermar Cantor,1814-1863) มีอาชีพเป็นพ่อค้าที่มีฐานะร่ำรวยอยู่ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และต่อมาได้เป็นโบรกเกอร์ในตลาดหลักทรัพย์ของเมือง  ส่วนแม่ชื่อว่ามาเรีย แอนนา โบห์ม (Maria Anna Böhm, 1819-1896)  เธอเป็นหลานของโจเซฟ โบห์ม (Joseph Böhm) นักไวโอลีนที่มีชื่อของรัสเซีย  แคนเตอร์เป็นลูกชายคนโตในพี่น้องทั้งหมดหกคน แคนเตอร์ถูกเลี้ยงมาสแบบโปรแตสแตนต์ เหมือนกับพ่อ แม้ว่าแม่ของเขาจะเป็นโรมันแคโธริก วัยเด็กของเขาเรียนหนังสืออยูกับบ้าน และได้รับการถ่ายถอดการเล่นไวโอลีนจากพ่อและแม่ จนแคนเตอร์เป็นนักไวโอลีนที่มีฝีมือสูงคนหนึ่ง  1853 เข้าโรงเรียนประถมเซนต์ปีเตอร์ (Saint Peter’s School)  1856 เมื่อแคนเตอร์อายุ 11 ปี ครอบครัวย้ายมาอยู่ในเยอรมัน เพราะผู้เป็นพ่อมีอาการป่วยและต้องหาสภาพแวดล้อมที่มีอากาศอบอุ่นกว่า โดยไปอาศัยอยู่ที่เมืองไวสบาเดน (Wiesbaden) ก่อนที่ต่อมาจะย้ายไปอยู่ในแฟรงเฟิร์ต  และแคนเตอร์ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมประจำในดาร์มสแตดต์ (Darmstadt) 1860 เขาจบมัธยมโดยมีผลการเรียนดีเยี่ยมโดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์  โดยเฉพาะตรีโกณมิติ  หลังจบมัธยม แคนเตอร์เข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยฮอเฮอร์ (Höhere Gewerbeschule Darmstadt, ปัจจุบันเป็น Technische Universität Darmstadt) ทางด้านวิศกรรมศาสตร์ตามความต้องการของบิดา 1862 หลังจากโน้มน้าวให้พ่ออนุญาตให้เขาเรียนทางด้านคณิตศาสตร์ได้แล้ว แคนเตอร์ได้ย้ายมาเรียนที่วิทยาลัยโพลีเทคนิคในซูริค (Polytechnic…

0
Read More

Max Horkheimer

แม็กซ์ ฮอร์กไคเมอร์ (Max Horkheimer) Critical Theory, ผู้ร่วมก่อตั้ง Frankfurt School แม็กซ์ เกิดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1895 ในสตุ๊ตการ์ท, เวิร์ตเต็มเบิร์ก, เยอรมัน (Stuttgart, Württemberg, Germany) พ่อชื่อว่าโมริตซ์ (Moritz Horkheimer) และแม่ชื่อบาเบ็ตต้า (Babetta Lauchheimer) ครอบครัวของพวกเขาเป็นยิวที่มีฐานะร่ำรวยจากการทำโรงงานทอผ้า 1910 ตอนอายุ 15 ปี แม็กซ์ออกจากโรงเรียนเพื่อมาช่วยธุรกิจของที่บ้าน 1917 ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 เขาถูกเกณฑ์เป็นทหารในกองทัพเยอรมัน 1919 เขาถูกปลดออกจากกองทัพเพราะปัญหาสุขภาพ หลังจากนั้นจึงได้สมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมิวนิค (Munich University)  แต่ว่าระหว่างเรียนเขาก็ถูกทางการจับตัวขังคุกเพราะความเข้าใจผิดกับนักเขียนและนักปฏิวัติเอิร์น โทลเลอร์ (Ernst Tolller)  หลังจากถูกปล่อยตัวเขาก็ย้ายไปอยู่ในแฟรงเฟิร์ต (Frankfurt am Main) ซึ่งที่นี่เขาได้พบกับธีโอดอร์ อดอร์โน่ (Theodor Adorno) และได้เรียยนจิตวิทยาและปรัชญากับฮันส์ คอร์เนเลียส (Hans Cornelius) 1925 จบปริญญาเอก โดยเขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง The Antinomy of Teleological Judgement (Zur Antinomie der teleologischen Urteilskraft)  หลังจากเรียนจบก็ทำงานเป็นผู้ช่วยของฮันส์อยู่สามปี  1926 แต่งงานกับโรส (Rose Christine Riekher, “Maidon”) ซึ่งเป็นเลขาส่วนตัวของพ่อของเขา และมีอายุมากกว่าแม็กซ์แปดปี…

0
Read More

Thomas J. Watson

โทมัส จอห์น วัตสัน (Thomas John Watson Sr.) วัตสัน เกิดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1874 ในแคมป์เบลล์, นิวยอร์ค (Campbell, NY)  พ่อของเขาชื่อโทมัส (Thomas Watson) และแม่ชื่อเจน (Jane Fulton White) เป็นครู วัตสันเป็นลูกคนสุดท้องในพี่น้องห้าคนและเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียว พี่สาวของเขาชื่อ Effie, Jennie , Emma และ Louella  บ้านของเขาทำธุรกิจค้าไม้ และมีฟาร์มของครอบครัวอยู่ในแคมป์เบลล์ตะวันออก ซึ่งวัตสันเติบโตขึ้นมาในฟาร์มของครอบครัว ช่วงปี 1870s เร่ิมเรียนที่โรงเรียนหมายเลข 5 (District School Number Five)  และต่อมาได้เข้าเรียนที่สถาบันแอ๊ดดิสัน (Addison Academy)  1891 ตอนอายุ 18 ออกจากโรงเรียน และเริ่มทำงานเป็นสมุหบัญชีในตลาดคลาเรนซ์ ริสลีย์ (Clarence Risley’s Market) ที่เพนต์โพสต์ (Painted Post, NY)  ต่อมาได้มาเป็นเซลขายเครื่องดนตรี (ส่วนใหญ่เป็นเปียโนและออร์แกน) ที่ร้านของวิลเลี่ยม บรอนสัน (William Bronson) และเป็นเซลขายจักรเย็บผ้ากับบริษัท Wheeler and Wilcox อยู่ช่วงหนึ่งสั้นๆ 1895 มาทำงานเป็นเซลล์แมนให้กับบริษัท NCR (National Cash Register Company) ซึ่งขายเครื่องบันทึกเงินสด 1908 ได้เลื่อนตำแหน่งจนการเป็นกรรมการของ…

0
Read More

Rumpelstiltskin

Rumpelstiltskin ชาวนาฐานะยากจนคนหนึ่ง ใฝ่ฝันที่จะมีเงินทองและอำนาจ เขาจึงได้เข้าไปยังพระราชวังและโกหกให้พระราชาฟังว่าลูกสาวของเขาสามารถที่จะทอฟางข้าวให้กลายเป็นทองคำได้  พระราชาได้ฟังดังนั้นก็สั่งให้ชาวนาพาลูกสาวของชาวนาไปขังไว้ในหอคอย พระราชาตรัสสั่งให้นางทอฟางข้าวให้เป็นทองคำให้เสร็จภายในคืนนี้ หากนางไม่สามารถทำได้ตามที่พ่อของนางพูดไว้ นางและพ่อจะถูกประหารชีวิต ในตอนกลางคืน ลูกสาวของชาวนาซึ่งอยู่ภายในหอคอยอย่างสิ้นหวัง ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีพรายรูปร่างเล็กปรากฏตัวขึ้น  พรายตัวเล็กช่วยทอฟางข้าวให้กลายเป็นทองคำจนเต็มหอคอย โดยของแลกเพียงสร้อยคอที่ลูกสาวชาวนาสวมอยู่เท่านั้น เมื่อถึงตอนเช้า พระราชาเห็นว่ามีทองคำอยู่เต็มหอคอย คืนถัดมาพระองค์จึงนำหญิงสาวไปขังไว้ในหอคอยที่ใหญ่ขึ้น และสั่งให้นางทอทองคำจากฟางข้าวขึ้นมาอีกให้เต็มหอคอยก่อนรุ่งเช้า ในคืนนี้พรายก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาช่วยหญิงสาวปั่นฟางข้าวให้กลายเป็นทองคำจนเต็มหอคอย โดยแลกกับแหวนที่เธอสวมอยู่เท่านั้น พอรุ่งเช้า พระราชามาพบทองคำเต็มห้อง พระองค์ก็รับสั่งให้ย้ายหญิงสาวไปยังหอคอยที่ใหญ่ที่สุดที่เต็มไปด้วยฟางข้าว ทรงรับสั่งว่าถ้านางทำให้ฟางข้าวเป็นทองคำได้ก่อนรุ่งสางของพรุ่งนี้ พระราชาจะอภิเษกสมรถกับนาง แต่ว่าถ้านางทำไม่ได้ นางจะต้องถูกประหารพร้อมกับพ่อของนาง พอถึงเวลากลางคืน พรายปรากฏตัวขึ้น แต่ว่าคราวนี้หญิงสาวไม่มีสิ่งของใดๆ เหลืออยู่ติดตัวเพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากพราย พรายจึงขอให้นางสัญญาว่าจะมอบสิ่งๆ หนึ่งอะไรก็ได้ให้กับมัน หลังจากที่มันช่วยทอทองคำขึ้นมา  หญิงสาวไม่มีทางเลือกจึงรับปาก เมื่อพรายช่วยสร้าทองคำจนเต็มหอคอย มันก็บอกสิ่งที่มันต้องการ นั่นคือ …มันจะขอลูกชายคนแรกที่เกิดจากหญิงสาวกับพระราชา…แล้วพรายก็หายตัว ไป เวลาผ่านไป พระราชาและหญิงสาวลูกชาวนาได้แต่งงานและในวันที่นางให้กำเนิดพระโอรส พรายก็ปรากฏตัวขึ้นมา เพื่อที่จะทวงคำสัญญา หญิงสาวอ้อนวอนขอความเห็นใจให้พรายยอมละเว้นลูกของเธอ จนกระทั่งพรายใจอ่อน … พรายยืนข้อเสนอว่าภายในเวลาสามวัน หากหญิงสาวสามารถบอกได้ว่ามันชื่ออะไร มันก็จะละเว้นไม่เอาเด็กไป … หญิงสาวพยายามเดาชื่อของพรายอยู่นับไม่ถ้วนแต่ว่าก็ไม่สามารถเดาได้ถูกต้อง จนในวันสุดท้าย หญิงสาวแอบเข้าไปในป่า จนกระทั้งไปพบกับกระท่อมของพราย ที่กำลังเต้นรำอยู่ด้วยความดีใจ ว่ามันจะต้องเป็นฝ่ายชนะในเกมเดิมพันกับนาง พรายเต้นรำไปพร้อมกับร้องเพลงที่มันแต่งขึ้น “คืนนี้, คืนนี้ แผนของข้าจะสำเร็จ , พรุ้งนี้ พรุ้งนี้ เด็กจะเป็นของข้า, ราชินีโง่ไม่มีทางชนะ, เพราะข้าคือ Rumpelstiltskin” เมื่อหญิงสาวได้ยินชื่อของพราย ก็รีบกลับไปยังพระราชวังและรอให้พรายมาพบ ซึ่งเมื่อพรายมาพบ นางก็สามารถบอกชื่อของพรายได้ถูกต้อง ทำให้พรายโกรธและก็ได้วิ่งหายไปไม่กลับมาปรากฏตัวอีกเลย

0
Read More

Ludwig Boltzmann

ลุดวิก โบลต์ซมันน์ (Ludwig Eduard Boltzmann)  โบลต์ซมันน์ เกิดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1844 ในเวียนนา, จักรวรรดิออสเตรีย (Vienna, Austrian Empire)  พ่อของเขาชื่อลุดวิก จอร์แดน (Ludwig Georg Boltzmann) เป็นเจ้าหน้าที่ภาษี ส่วนแม่ชื่อแคเธอริน่า (Maria Katharine Pauernfeind) ปู่ของเขาก๊อตตไฟรด์ (Gottfried Ludwig Boltzmann) เป็นช่างนาฬิกาที่ย้ายจากเบอร์ลินมาอยู่ในเวียนนา วัยเด็กโบลต์ซมันน์เรียนหนังสืออยู่กับบ้าน ก่อนที่จะเข้าเรียนระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนในลินซ์ (Linz, Upper Austria)  1859 พ่อของเขาเสียชีวิต ตอนที่เขาอายุ 15 ปี  1863 เข้าเรียนฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเวียนนา (University of Vienna)  1866 จบปริญญาเอก โดยมี ศจ.โจเซฟ สเตฟาน (Josef Stefan) เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา โบลต์ซมันน์ทำวิทยานิพน์เกี่ยวกับพลังงานสถิตย์ของก๊าซ (Kinetic theory of gases) 1867 เริ่มทำงานเป็นอาจารย์เลคเชอร์ และเป็นผู้ช่วยของ ศจ.โจเซฟ สเตฟาน 1869 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยกราซ (University of Graz) ช่วงปีนี้เขายังใช้เวลาหลายเดือนในการทำงานร่วมกับโรเบิร์ต บันเซ่น (Robert Bunsen) และโคนิกสเบอเกอร์ (Königsberger)  ในไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg)  1871 ใช้เวลาหลายเดือนทำงานใกล้ชิดกับเคริชฮอฟฟ (Gustav Kirchhoff)…

0
Read More

Emmy Noether

เอมาไล เอ็มมี่ โนเทอร์ (Amalie Emmy Noether) Abstract algebra, Noether’s Theorem เอ็มมี่ เกิดวันที่ 23 มีนาคม 1882 ในเออร์แลนเจ้น, บาวาเรีย (Erlangen, Bavaria, German Empire)  ครอบครัวของเธอมีเชื้อสายยิว  พ่อชื่อแม็กซ์ (Max Noether) ครอบครัวของเขามีธุรกิจค้าส่งสินค้า แต่ว่าแม็กซ์เองป่วยด้วยโรคโปลิโอตั้งแต่เล็ก เมื่อโตขึ้นเขาเป็นศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ในมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก (University of Heidelberg) มีผลงานสำคัญคือทฤษฏี Brill-Noether Theory ร่วมกับอเล็กซานเดอร์ บริลล์ (Alexander von Brill) แม่ของเอ็มมี่ชื่ออมาเลีย (Amalia Kaufmann)  เอ็มมี่เป็นลูกคนโตของครอบครัวในพี่น้องทั้งหมดสี่คน โดยน้องชื่ออัลเฟรด (Alfred, b.1883) ฟริตซ์ Fritz Noether, b.1884) และกุสตลาฟ (Gustav Robert, b.1880) เอ็มมี่จบการศึกษาจาก Höhere Töchter Schule  1900 ได้รับใบอนุญาตให้เป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสในโรงเรียนสตรีได้ แต่ว่าเอ็มมี่ตัดสินใจสมัครเข้าเรียนคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเออร์แลนเจ้น (University of Erlangen) โดยที่เธอเป็นเพียงหนึ่งในสองคนของนักเรียนที่เป็นผู้หญิงของมหาวิทยาลัยในขณะนั้น และไม่ได้รับสถานะนักเรียนเต็มตัว การเข้าฟังเลคเซอร์แต่ละครั้งเธอจะต้องได้รับอนุญาตจากอาจารย์ที่สอนว่าจะให้นั่งฟังเลคเชอร์ได้หรือไม่ 1903 เอ็มมี่ใช้เวลาช่วงซัมเมอร์ไปฟังเลคเชอร์ที่มหาวิทยาลัยก๊อตตินเจ้น (University of Göttingen) โดยมีเดวิด ฮิลเบิร์ต (David Hilbert) เฟลิกซ์ เคลียน (Felix Klein) เฮอร์แมนน์…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!