France

Paris Commune

ปารีส คอมมูน (Commune de Paris) ฝ่ายนิยมสังคมนิยมยกย่องว่า ปารีส คอมมูน เป็นการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ครั้งแรกในยุโรป คาร์ล มาร์กซ์ (Karl Marx) ยกย่องเหตุการณ์และการต่อสู้ของชาวปารีส กลุ่มหัวรุนแรง และกองกำลังติดอาวุธในปารีส คอมมูน ว่าเป็น “dictatorship of the proletariat (ยุคเปลี่ยนผ่านจากประชาธิปไตยไปสู่คอมมิวนิสต์)”  ปารีส คอมมูน เป็นรูปแบบการปกครองตนเอง ซึ่งเกิดขึ้นในกรุงปารีส นำโดยโดยกลุ่มหัวรุนแรง นีโอ-จาโคบิน (Neo-Jacobins) อนาธิปไตย (Anarchists) และพวกสังคมนิยม (Sociailists) ซึ่งปารีส คอมมูนมีอายุ 72 วันระหว่างวันที่ 18 มีนาคม 1871 -28 พฤษภาคม 1871 เป็นผลจากสงครามระหว่างปรัสเซีย-ฝรั่งเศส (France-Prussia War, 19 กรกฏาคม 1870-28 มกราคม 1871) ซึ่งอ๊อตโต้ ฟอน บิสมาร์ค (Otto von Bismarck) ได้พยายามรวมสหพันธรัฐเยอรมันเหนือ (North German Confederation) เข้ากับสี่รัฐเยอรมันทางใต้ คือ บาวาเรีย (Bavaria) เวิร์ตเตมเบิร์ก (Württemberg) บาเดน (Baden) และเฮซเซ่-ดารมสแต๊ดต์ (Hesse-Darmstadt) ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐอิสระ แต่ว่าฝรั่งเศสไม่เห็นด้วยเพราะจะทำให้เยอรมันแข็งแกร่ง 19 กรกฏาคม 1870 นโปเลียน ที่ 3…

0
Read More

France and Rwandan Genocide

ฝรั่งเศส กับการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ในรวันดา  รวันดา เคยเป็นเมืองขึ้นของเยอรมัน ในช่วงศตวรรษที่ 19 ระหว่างปี 1897 จนกระทั้งหลังสงครามโลก ครั้งที่ 1 ในปี 1918 ก็กลายเป็นประเทศใต้การดูแลของเบลเยี่ยม ตาความตกลงขององค์การสันนิตบาตชาติ (League of Nations)  ซึ่งช่วงเวลาที่เบลเยี่ยมดูแลอยู่นั้นฝ่ายชนเชื้อสายทัดซี (Tutsi) ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ ที่มีประชากรราว 15% มีอำนาจในการปกครอง และฝ่ายชาวฮูตู (Hutu) ซึ่งมีประชากร 85% กลายเป็นพลเมืองชั้นสอง ซึ่งภายใต้การปกครองของทั้งเยอมันและเบลเยี่ยมนำระบบการแบ่งแยกและปกครองมาใช้ ทำให้ชนสองเชื้อชาตินี้มีความแปลกแยกกันมาก  ฝ่ายทัดซีนั้นได้รับการดูแลที่ดีกว่าและได้รับการศึกษาแบบตะวันตก นอกจากนั้นเบลเยียมยังเอาระบบบัตรประชาชน ที่แยกเชื้อชาติสองฝ่ายชัดเจนมาใช้ในปี 1933  ชาวฮูตูในเวลานั้นส่วนใหญ่กลายเป็นแรงงานทาสที่อยู่ในที่ดินของชาวทัดซีที่มีฐานะดีกว่า  1957 ฝ่ายฮูตู มีการตั้งพรรค PARMEHUTU (Party for the Emancipation of the Hutus) เพื่อหวังปลดปล่อยตัวเอง 1959 (Hutu revolution 1959) ฝ่ายคนเชื้อสายฮูตู (Hutu) ลุกขั้นมาปฏิวัติต่อต้านเบลเยี่ยมและชาวทัดซี   และเมื่อฮูตูได้ขึ้นมามีอำนาจในประเทศ ทำให้ชาวทัดซีกว่า 300,000 คน ต้องลี้ภัยไปประเทศบูรุนดี (Burundi) ซึ่งอยู่ใต้การปกครองของเบลเยี่ยมเช่นกัน  1962 1 กรกฏาคม, รวันดาได้รับเอกราช ชาวฮูตู ได้สถาปนาสาธารณรัฐขึ้นมา และได้ประธานาธิบดีกรีกอร์ เคยิบานดา (Gregoire Kayibanda)  แต่ว่าสงครามระหว่างฮูตูกับทัดซียังดำเนินต่อไป  1963-1965 จากสงครามกลางเมืองระหว่างฮูตูและทัดซี ประมาณว่าคนเชื้อสายทัดซีครึ่งหนึ่งต้องอพยพกลายเป็นผู้ลี้ภัยไปอาศัยในประเทศเพื่อนบ้าน  1972 เกิดการปฏิวัติ และนายพลจูเวนัล…

0
Read More

Adolphe Adam

อะโดลฟี่ อดัม  (Adolphe Charles Adam) นักประพันธ์ดนตรีฝรั่งเศส ผู้สร้างบัลเลต์เรื่อง Giselle, Le Corsaire อดัม เกิดวันที่ 24 กรกฏาคม 1803 ในปารีส, ฝรั่งเศส พ่อของเขาชื่อฌอห์น-หลุยส์ (Jean-Louis Adam) เป็นนักประพันธ์ดนตรีที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส ทั้งยังเป็นศาสตราจารย์สอนอยู่ที่สถาบันดนตรีปารีส (Paris Conservatoire) ส่วนแม่คืออลิซาเบธ-ชาล๊อตต์ (Elizebeth-Charlotte-Jeanne)   แต่ว่าพ่อของเขาไม่ได้สนับสนุนให้ลูกชายเจริญรอยตามเขาในเส้นทางสายดนตรี แม้ว่าอดัมจะมีความต้องการที่จะเอาดีทางด้านดนตรีก็ตาม ทำให้อดัมต้องไปเรียนดนตรีอย่างลับๆ กับเฟอร์ดินัน เฮโรล์ด (Ferdinand Herold) ซึ่งเป็นเพื่อนกับพ่อของเขา  1821 เมื่ออดัมอายุ 17 ปี พ่อของเขาก็ใจอ่อน และยอมให้เขาเข้าเรียนที่สถาบันดนตรีปารีส โดยได้มีโอกาสเรียนกับฟรานซิส โบลดู (François-Adrien Boieldieu) ศิลปินที่ได้ชื่อว่าเป็นโมสาร์ทแห่งฝรั่งเศส ระหว่างเรียนอดับยังเป็นนักกลองทิมปานี (timpani) ประจำวงออเคสตร้าของสถาบัน 1825 ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในยุโรป ก็ได้รู้จักกับยูจีน สคริป (Eugene Scribe) ในเจนีว่า ซึ่งทั้งสองคนได้ร่วมงานกันในการทำโอเปล่า 1829 Pierre et Catherine แต่งงานกับนักแสดงชื่อซาร่า (Sara Lescot) พวกเขามีลูกด้วยกันคนหนึ่งชือเอเดรียน (Adrien Leopold Adam)  1830 เกิดการปฏิวัติ (July Revolution) ในฝรั่งเศส ทำให้อดัมย้ายไปอยู่ในลอนดอน  1833 เดินทางกลับมาฝรั่งเศสอีกครั้ง  1834 โอเปล่าเรื่อง Le Chalet…

0
Read More

Leon Walras

ลีออง วอลรัส (Marie-Esprit-Léon Walras)  Walrasian Theory (general equilibrium theory), marginal theory of value วอลรัส เกิดวันที่ 16 ธันวาคม 1834  ในนอร์มังดี, ฝรั่งเศส พ่อของเขาชื่อออกัสเต้ (Auguste Walras) เป็นผู้บริหารโรงเรียนและเป็นครูสอนทางด้านปรัชญาและเป็นนักเศรษฐศาสตร์ และแม่ชื่อหลุยส์ (Louise Aline de Saints Beuve)  วอลรัสเป็นลูกคนโตในพี่น้องทั้งหมดสี่คน 1844 เข้าเรียนในวิทยาลัยในเมืองคืน (Cean)  1853 หลังจากจบมัธยมเขาพยายามสอบเข้าที่ École Polytechnique อยู่สองหนแต่ว่าสอบไม่ผ่าน 1854 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเหมืองแร่ ENSMP (École des mines de Paris) ทางด้านวิศวกรรม แต่ว่าเขาเรียนหนังสือที่ ENSMP ได้หนึ่งปีก็ลาออก 1858 พิมพ์นวนิยาย Francis Sauveur 1859 ทำงานเป็นนักข่าวให้กับวารสาร Journal of Economists และ The Press  1860 เขาเริ่มทำวารสาร Journal does Economistes ซึ่งเขาได้พิมพ์ผลงานเขียน Paradoxes Economiques ลงในวารสารนี้ 1865 ลีออน เซย์ (Leon Say) เพื่อนของเขาซึ่งต่อมาได้เป็นรัฐมนตรีคลัง ได้ตั้งให้วอลรัสเป็นกรรมการในบอร์ดของธนาคาร และพวกเขาได้ร่วมกันทำวารสารธุรกิจ…

0
Read More

Jacques Derrida

แฌ็ค เดอร์ริด้า (Jacques Derrida)  Deconstruction แฌ็ค เกิดวันที่ 15 กรกฏาคม 1930 ในเอล แบร์, อัลจีเรีย (El Biar, Algeria) ขณะนั้นเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ครอบครัวของเขาเชื้อสายยิว (Sephardic Jew) พ่อของเขาชื่ออารอน (Haim Aaron Prosper Charles Derrida) และแม่ชื่อซัลตาน่า (Georgette Sultana Esther Safar) แฌ็คเป็นลูกคนที่สามในพี่น้องห้าคน  1942 เขาเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนครั้งแรก แต่ว่าเรียนได้ไม่นานก็ถูกไล่ออก เนื่องจากรัฐบาลฝรั่งเศสในอัลจีเรียมีนโยบายที่ต่อต้านยิว ทำให้เขาต้องย้ายโรงเรียนไปเรียนที่แห่งใหม่ที่เป็นโรงเรียนเฉพาะของยิว 1949 เดินทางมาฝรั่งเศสและเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมหลุยส์ เลอ แกรนด์ (Lycée Louis-le-Grand) 1952 เข้าเรียนที่ ENS (École Normale Supérieure) ซึ่งเป็นการสอบเข้าเรียนที่นี่ครั้งที่ 2 หลังจากเขาสอบพลาดในครั้งแรก 1956 จบปริญญาโททางด้านปรัชญา  1957 เข้าเรียนที่ฮาร์วาร์ด (Harvard University)  แต่งงานกับมาร์กูไรต์ (Marguerite Aucouturier) นักจิตวิเคราะห์ ช่วงเวลานี้เกิดสงครามเพื่อเอกราชของอัลจีเรีย (Algerian War of Independence, 1954-1962) แฌ็คได้งานสอนหนังสือให้กับลูกๆ ของทหารในกองทัพฝรั่งเศส ซึ่งเขาทำหน้าที่สอนภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษ 1960 สอนหนังสือที่ซอร์โบนน์ (Sorbonne) 1963 ย้ายมาสอนที่ ENS 1965 มีผลงานเขียนตีพิมพ์ลงในแม็กกาซีน Tel…

0
Read More

Pierre de Fermat

ปิแอร์ เดอ เฟร์มัต (Pierre de Fermat) เฟอร์มัต เกิดราวปี 1607-1608 ในเมืองบัวม็อง (Beaumont de Lomagne) ทางตอนใต้ของฝั่งเศส พ่อของเขาชื่อโดมินิก (Dominique Fermat)  เป็นพ่อค้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ที่มีฐานะร่ำรวย และแม่ชื่อว่าแคร์ (Claire de Long)  มาจากครอบครัวชนชั้นสูงที่มีฐานะ เธอเสียชีวิตตอนที่เฟอร์มัตอายุได้เจ็ดขวบ ไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับการศึกษาของเฟร์มัต แต่คาดว่าเขาได้เข้าเรียนที่นาแวร์คอลเลจ (College de Navarre) โดยเฟร์มัตมีความสามารถในการพูดได้ถึงหกภาษา ได้แก่ฝรั่งเศส, ลาติ, อ๊อคคิตัน (Occitan), กรีก, อิตาลีและสเปน 1623 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยออร์ลีน (University of Orleans) ทางด้านกฏหมาย 1626 จบปริญญาตรีตอนอายุเพียง 18 ปี  หลังจากนั้นได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองบอร์ด๊อกซ์ (Bordeaux)  และได้เริ่มทำงานในศาล  ช่วงเวลานี้เขาได้รู้จักกับอีเตียน (Etienne d’Espagnet) ซึ่งเป็นคนที่เก็บหนังสือมีค่าเอาไว้จำนวนมากในห้องสมุดของตัวเอง และเฟร์มัตได้อ่านผลงานของเวียต้า (Francisco’s Vièta) นักคณิตศาสตร์ฝรั่งเศส เกี่ยวกับพีชคณิต 1628 พ่อของเขาเสียชีวิต 1629 มีผลงานสำคัญชิ้นแรกในด้านคณิตศาสตร์คือการหาค่า maxima, minima, และ tangents เขายังช่วยฟื้นฟูผลงานเขียน De Locis Planil ของอพอลโล่เนียส (Apollonius)  1630 ได้ตำแหน่งในศาลสูงของตูลูซ (Parlement de Toulouse)   เฟร์มัตเขาอยู่ในตำแหน่งจนกระทั้งเสียชีวิต ซึ่งหลังจากได้ตำแหน่งเขาเปลี่ยนนามสกุลมาใช้…

0
Read More

Antoine de Saint-Exupéry

อ็องตวน เดอ เซงเตซูปีรี (Antoine Marie Jean-Baptiste Roger,  comte de Saint-Exupery) เซงเตซูปีรี เกิดวันที่ 29 มิถุนายน 1900 ในลีอง, ฝรั่งเศส (Lyon, France) ในครอบครัวชนชั้นสูงที่นับถือแคโธริก พ่อของเขาชื่อฌอน เดอ เซงเตซูปีรี (Viscount Jean de Saint Exupery) และแม่ชื่อมาเรีย (Viscountress Marie de Fonscolombe)  เซงเตซูปีรีเป็นลูกคนที่สามในพี่น้องห้าคน  เขาใช้ชีวิตวัยเด็กอยู่ในปราสาท Saint-Maurice-de-Remens และเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนเยซูอิตในมองกี (Montgre) และที่เลอ แมน (Le Mans)  1904 พ่อของเขาเสียชีวิตเพราะอาการเส้นเลือดในสมองแตกตอนที่เขาอายุได้ 4 ขวบ ซึ่งหลังจากพ่อเสียชีวิตครอบครัวของเขาก็มีฐานะยากลำบาก 1915 เข้าเรียนที่เซนต์จอห์นคอลเลจ (Marianist College Villa St.Jean) โรงเรียนประจำในสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งระหว่างเรียนที่เซนต์จอห์นคอลเลจน้องชายของเขาเสียชีวิตจากการระบาดของไข้รูห์มาติก (rheumatic fever)  ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1  1917 ออกจากโรงเรียนเพราะว่าผลการเรียนไม่ดี แต่ได้พยายามสมัครเข้าเรียนที่สถาบันกองทัพเรือ (Naval Academy) แต่ว่าสอบไม่ผ่านสองครั้ง เข้าเรียนที่ École des Beaux-Arts ในทางด้านสถาปัตยกรรม แต่ว่าเขาเรียนได้แค่ 15 เดือนก็ลาออก  1921 เข้าเป็นทหาร สังกัดหน่วยทหารม้า ที่ 2 (2nd…

0
Read More

Michel Jouvet

มิเชล จัวเวต (Michel Jouvet) นักวิจัยเกี่ยวกับความฝัน,  REM sleep มิเชล เกิดวันที่ 16 พฤศจิกายน 1925 ในจูร่า, ฝรั่งเศส (Lons-Lee-Saunier, Jura, France) พ่อของเขาเป็นแพทย์ ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 มิเชลเคยร่วมรบกับฝ่ายต่อต้านนาซี มิเชลมีความสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับมนุษยวิทยา (anthropology) แต่ว่าพ่อของเขาอยากให้เขาเรียนทางแพทย์ มิเชบจึงได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลีอง (University of Lyon) 1951 จบแพทย์ 1954 เดินทางมาแคลิฟอร์เนีย และได้ได้ทำงานวิจัยมากวน (H.W. Magoun) ศัลยแพทย์ระบบประสาท ซึ่ง มากวน และโมรัซซี (Giuseppe Moruzzi) เป็นผู้ที่สามารถระบุตำแหน่งของสมองที่รับหน้าที่ควบคุมการนอนหลับได้ 1956 มิเชลกลับมาอยู่ฝรั่งเศส และศึกษาปริญญาเอกจนจบ 1959 เขาทำการทดลองหลายครั้งเพื่อศึกษากับการเกิดความฝันและอาการผีอำ (อัมพาตชั่วคราวระหว่างการหลับ) ที่เกิดขึ้นกับแมว ระหว่างการเกิด REM sleep ซึ่งเขาอธิบายว่า REM sleep เกิดจากการทำงานของสมองส่วน pontine tegmentum และอาการอัมพาตชั่วคราวระหว่างเกิด REM sleep นั้นเป็นผลจากการไม่ทำงานของสมองส่วน medulla oblongata  เขายังเรียก REM sleep ว่าเป็น Paradox of Sleep เพราะแม้นว่าสมองจะยังคงทำงานอยู่แต่ส่วนอื่นๆ ของร่างกายกลับหยุดยิ่ง  มิเชลเรียกพฤติกรรมของแมวระหว่างการฝันว่า “oneiric behavior” ซึ่งช่วยยืนยันว่าแมวสามารถฝันได้  1961 มิเชล…

0
Read More

Stanislas Dehaene

สตานิสลาส ดิเฮน์ (Stanislas Dehaene)  ผู้เขียน The Number Sense, Reading in the Brain ดิเฮน์ เกิดวันที่ 12 พฤษภาคม 1965 ในรัวเบ็กซ์, ฝรั่งเศส (Roubaix, France)  1984 เข้าเรียนทางด้านคณิตศาสตร์อีโคล โนร์แมล์ (École Normale Supérieure) ในปารีส จนกระทั้งปี 1989 1985 จบปริญญาโททางด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยปารีส ที่ 6 (Pierre and Marie Curie University~ Paris VI)  หลังจากได้อ่านหนังสือ Neuronal Man: Tie Biology of The Mind ของ ฌอห์น-ปิแอร์ (Jean-Pierre Changeux) ดีเฮเน่ ก็กลับเข้ามาเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ระบบประสาทและสรีระศาสตร์ 1989 จบปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์สมอง จาก EHESS (École des Hautes Études en Sciences Sociales) ในปารีส โดยฌาคส์ เมห์เลอร์ (Jacques Mehler) เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา  หลังจากนั้นได้ทำงานเป็นนักวิจัยที่ INSERM (French National Institute of Health…

0
Read More

Jean-Baptiste Lamarck

ฌอห์น-แบ๊พติสเต้ ลามาร์ค (Jean-Baptiste Pierre Antoine de Monet, Chevalier de Lamarck) Lamarckism ลามาร์ค เกิดวันที่ 1 สิงหาคม 1744 ในบาเซนติน (Bazentin) หมู่บ้านทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ลามาร์คเป็นลูกคนสุดท้องในพี่น้องทั้งหมด 11 คน พ่อของเขาชื่อฟิลิปเป้ (Philippe Jacques de Monet de Lamarck) เป็นทหาร ส่วนแม่ชื่อมาเรีย (Maria-Française  de Fontaine de Chuignolles) ครอบครัวของเขาเป็นขุนนางเก่าแก่มาหลายชั่วคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหาร แต่ว่าฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวย 1756 ลามาร์คเข้าเรียนที่โรงเรียนเยซูอิต (Jesuit seminary) ในเอเมียน (Amiens) 1757 เกิดสงครามปอมเรเนียน (Pomeranian War, 1757-1762) 1760 พ่อของเขาเสียชีวิต 1761 เขาออกจากการเรียนกลางคันเพื่อเข้าร่วมในกองทัพฝรั่งเศสซึ่งกำลังต่อสู้กับปรัสเซีย  1763 เมื่อสงครามยุติลง ลามาร์คได้ทำงานทำอยู่ในค่ายทหารทางตอนใต้ของฝรั่งเศส 1768 เขาต้องลาออกจากการเป็นทหารหลังจากประสบอุบัติเหตุ  หลังจากนั้นลามาร์คได้ไปทำงานเป็นเสมียรอยู่ในธนาคารในปารีสอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะสมัครเข้าเรียนทางด้านการแพทย์และพฤษศาสตร์กับเบอร์นาร์ด เดอ จุซซู (Bernard de Jussieu) , แอนโตเน่ (Antoine-Laurent de Jussieu)  1778 เขียนหนังสือ Florence Francaise หนังสือเกี่ยวกับพันธุ์พืชของฝรั่งเศส ซึ่งหลังจากหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์แล้ว ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง ทำให้ลามาร์คก็ได้รับการสนับสนุนจากเคานต์แห่งบุฟฟ่อน (Georges-Louis Leclerc,…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!