Egypt

Nitocris

ไนโตคริส (Νίτωκρις) ในหนังสือ Histories เขียนโดย เฮโรโดตัส (Herodotus, 484 BC-425 BC) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ได้เล่าถึงตำนานฟาโรห์อียิปต์ ไนโตคริส เอาไว้ว่า พระองค์เป็นสตรีสวยและมีพระชนม์ไม่มาก ทรงได้รับสั่งให้มีการสร้างท้องพระโรงสวยงามแห่งหนึ่งขึ้นมาใต้ดิน เมื่อท้องพระโรงสร้างเสร็จ พระองค์ได้ได้เชิญ เหล่าขุนนางและทหารมาร่วมในการฉลองการเปิดท้องพระโรงใหม่ ซึ่งแขกทั้งหมดล้วนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการวางแผนสังหาร พระสวามี(และพี่ชาย) ของพระองค์ เมื่อแขกหรือได้ดื่มกินกันจนเมามาย ไนโตคริสก็ได้สั่งให้มีการปล่อยน้ำเข้ามาในท้องพระโรง จนแขกทั้งหมดเสียชีวิตเพราะจมน้ำหรือไม่ก็ถูกกระแสน้ำพัดจนไหลลงไปในแม่น้ำไนล์  ซึ่งหลังจากทรงแก้แค้นได้สำเร็จ ไนโตคริสก็ปลงพระชนม์พระองค์เอง โดยกระโดดเข้าไปในกองไฟ เพื่อไม่ให้ผู้ใครมาล้างแค้นพระองค์ได้  เรื่องราวของไนโตคริส ซึ่ง มาเนโท (Manetho) นักประวัติศาสตร์กรีกอีกคน ได้เพิ่มเติมเรื่องราวว่าใน Aegyptiaca (Historyo of Egypt) ว่า พระองค์เป็นฟาโรห์ อียิปต์ ที่สวย ผิวกระจ่าง และมีแก้มที่ชมพู ทรงเป็นฟาโรห์ องค์สุดท้ายในราชวงค์ที่ 6 (VI dynasty) ช่วงระหว่าง 2151-2150 BC และเป็นผู้สร้างปิรามิด องค์ที่ 3 ในกีซ่า (Giza) โดยใช้เวลาในการก่อสร้างนาน 12  ปี ซึ่งภายหลังพิสูจน์แล้วว่าปิรามิด องค์ที่ 3 แห่งกีซ่า สร้างโดย ฟาโรห์เมนกัวร่า (Menkaura) ในสมัยราชวงค์ ที่ 4 (IV dynasty)  ในตูริน ปาไปรัส (Turin Papyrus ~ Turin King…

0
Read More

Manetho

มาเนโท (Μανέθων) ผู้เขียน Aegyptiaca เชื่อกันว่าเดิมเขาเป็นชาวเมืองเซเบนนีตอส (Sebennytos) ในอียิปต์โบราณ เขาเป็นคนอียิปต์โดยกำเนิดและใช้ภาษาอียิปต์ มีชีวิตอยู่ในช่วงของราชวงศ์ปโตเลเมียค (Ptolemaic dynasty) ช่วง 300 ปีก่อนศริสต์กาล ข้อมูลเกี่ยวกับมาเนโทนั้นไม่แน่ชัด ส่วนใหญ่ข้อมูลเกี่ยวกับเขาถูกอ้างอิงจากงานเขียนของนักประวัติศาสตร์กรีกและยิว อาทิ โจเซฟัส (Flavius Josephus, 37-100 CE), ยูเซเบียส (Eusebius of Caesarea, 260-339 AD), อฟริแคนัส (Africanus) จากข้อมูลของพลูตาร์ช (Plutarch) มาเนโททำงานรับใช้กษัตริย์พโตเลมี ที่ 1 โซเตอร์  (Ptolemy I Soter, 323-283 BC) ข้อมูลของจอร์จ ซิลเซลลัส (George Syncellus) บอกว่ามาเนโททำงานอยู่ในสมัยของกษัตริย์ปโตเลมี ที่ 2  ฟิลาเดลฟัส (Ptolemy II Philadelphus, 285-246 BC) มาเนโท นั้นเป็นนักประวัติศาสตร์ที่เชื่อกันว่าเขาเป็นผู้เขียน Aegyptiaca (History of Egypt) ให้กับกษัตริย์ปโตเลมี ฟิลาเดลฟัส  จอร์จ ซิลเซลลัส บอกว่า , มาเนโทเป็นนักบวชอยู่ในวิหารของเทพเร (Ra) ในเมืองเฮลิโอโพลิส (Heliopolis) พลูตาร์ช ยังบอกว่า มาเนโทเป็นผู้ริเริ่มลัทธิเซราฟิส (Serapis) ซึ่งบูชาเทพโอซิริส (Osiris) และเทพเอปิส (Apis)  The Sacred…

0
Read More

Omm Sety

โดโรธี เอดี้ (Dorothy Louise Eady) ผู้หญิงซึ่งอ้างว่าเป็นนักบวชในอียิปต์โบราณกลับชาติมาเกิด โดโรธี เกิดวันที่ 16 มกราคม 1904 ในลอนดอน (Blackhearth, London) เป็นลูกคนเดียวของรัวเบน (Reuben Ernest Eady) ช่างตัดเสื้อ และแม่ชื่อคาโรไลน์ (Caroline Mary Frost)  ตอนอายุ 3 ขวบโดโรธีประสบอุบัติเหตุตกจากบันไดจนหมดสติไป ขนาดที่หมอคาดว่าเธอจะไม่มีชีวิตรอด และเธอมีอาการของโรคผิดปกติในการออกเสียงพูด (foreign accent syndrome) แต่แล้วเธอก็ผ่านช่วงเวลาที่วิกฤตมาได้อย่างปาฏิหารย์ ครอบครัวของโดโรธีเป็นแคโธริก เธอจะต้องเข้าโบสถ์เป็นประจำทุกอาทิตย์ตั้งแต่เด็ก มีอยู่วันหนึ่งตอน 4 ขวบ พ่อได้พาโดโรธีไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์  และเธอได้เห็นภาพวิหารของฟาโรห์ เซติ ที่ 1 (Seti I) ฟาโรห์ในราชวงศ์ที่ 19 ของอียิปต์ โดโรธีบอกกับทุกคนว่าที่นั่นคือบ้านของเธอ  เธอล้มลงจูบที่เท้าของรูปปั้นฟาโรห์ และตั้งแต่นั้นมาเธอก็เริ่มเรียนอักษรเฮียโรกริฟห์ ของอียิปต์ ตอนอายุ 15 โดโรธีเล่าถึงความฝันว่าได้พบกับฟาโรห์ เซติ ที่ 1 และพระองค์ช่วยให้ความทรงจำในอดีตของเธอก็กลับมามากขึ้น 1931 โดโรธี แต่งงานกับอีแมน เมกูอิด (Eman Abdul Meguid) ชาวอียิปต์ พวกเขามีลูกชายด้วยกัน ซึ่งเธอก็ตั้งชื่อว่าเซตี้ (Sety) หลังแต่งงานโดโรธีย้ายไปอยู่ในอียิปต์โดยสามีของเธอทำงานเป็นครูสอนภาษา โดโรธีเล่าปูมประวัติของเธอในอียิปต์โบราณ โดยอ้างว่าเธอมีชื่อว่า เบนตรีชีต (Bentreshyt-Harp of Joy) เป็นลูกสาวคนหนึ่งของทหารองครักษ์ของฟาโรห์ เซติ ที่ 1…

0
Read More

Cleopatra Philopator

คลีโอพัตรา ฟิโลปาเตอร์( Κλεοπάτρα Φιλοπάτωρ) คลีโอพัตรา ฟลิโลปาเตอร์ เกิดในตระกูลปโตเลมี หรือ ลากิดอฟ (Ptolemy, Lagidov) ซึ่งเป็นชาวกรีก มาเคโดเนีย (Macedonian Greek) ปโตเลมี ที่ 1 โซเตอร์ (Ptolemy I Soter) ต้นตระกูลนั้นเป็นเพื่อนและเป็นทหารองครักษ์ของอเล็กซานเดอร์มหาราช ซึ่งพระองค์สววรคตในปี 323 BC หลังจากนั้นปโตเลมีได้เข้าปกครองอียิปต์ และประกาศตัวเองเป็นกษัตริย์ในปี 305 BC ซึ่งไม่นานชาวอียิปต์ยอมรับพวกเขาในฐานะฟาโรห์ แต่ว่าภายในราชวงศ์ปโตเลมีนั้น ไม่มีใครพูดภาษาอียิปต์ พวกเขาใช้ภาษากรีกเป็นทางการ และมักจะแต่งงานกันเองภายในเครือญาติ เอกสารที่เล่าถึงประวัติของคลีโอพัตรานั้น ปรากฏอยู่ในงานเขียนของชาวโรมัน พลูตาร์ช (Plutarch), ซูโตเนียส (Suetonius), แอปเปี้ยน (Appian),ดิโอ คัสเซียส ( Dio Cassius), และโจเซฟัส (Josephus) ซึ่งให้ข้อมูลค่อนข้างน้อย 69 BC คลีโอพัตราเกิด ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ในเมืองอเล็กซานเดรีย  เธอเป็นลูกสาวของพโตเลมี ที่ 12 อุเลเตส (Ptolemy XII Auletes) กับมารดาที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นใคร  แต่เชื่อว่าน่าจะเป็น คลีโอพัตรา ที่ 5 ไทรเฟียน่า (Cleopatra V Tryphaena) อุเลเตส กับ ไทรเฟียน่่า นั้นน่าจะเป็นพี่น้อง หรือญาติภายในตระกูลเดียวกัน  คลีโอพัตรา น่าจะเป็นลูกสาวคนที่ 2…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!