cia

Venona Project

โครงการ VENONA เร่ิมต้นขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1943 โดย Army Signal Intelligence Service (SIS)  ซึ่งเป็นหน่วยงานข่าวกรองทางสัญญาณของกองทัพสหรัฐฯ​ ก่อนที่จะมีการตั้ง National Security Agency (NSA) ขึ้นมา  โดยในตอนเริ่มต้น VENONA เป็นหน่วยงานขนาดเล็ก ที่มีหน้าที่ในการจับสัญญาณสื่อสารทางการทูตของสหภาพโซเวียต และนำมาถอดรหัส ถึงข้อมูลที่ได้รับมาจะถูกส่งไปให้กับหน่วย SIS ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเวอร์จิเนีย  ซึ่งสำนักงานที่นึ่ถูกเรียกว่า “Arlington Hall” โดยที่ผู้อำนวยการคนแรกของ VENONA คือ จีน เกรบีล (Gene Grabeel) SIS นั้นได้ทำการว่าจ้างครูทางด้านภาษาหลายสิบคนจากทั่วสหรัฐฯ หลังจากที่ญี่ปุ่นได้โจมตีฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่อ่าวเพิร์ล ฮาร์เบอร์ (Pearl Harbor)  ครูที่ร่วมงานกับโครงการนี้ตั้งแต่ต้น อาทิ   แมร์ดิธ การ์ดเนอร์ (Meredith Gardner) ซึ่งเป็นอาจารย์ด้านภาษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลับอาร์ก้อน (University of Akron) การ์ดเนอร์ สามารถพูดได้หลายภาษาทั้งฝรั่งเศส, เยอรมัน, กรีก, อิตาลี, ญี่ปุ่น, ลาติน, สเปน และรัสเซีย   เฟอร์ดินัน คูเดิร์ต (Ferdinand Coudert) เป็นผู้เชี่ยวชาญกลุ่มภาษาสลาวิค และสามารถใช้ภาษาฝรั่งเศส, เยอรมัน, ญี่ปุ่นได้  วิลเลี่ยม สมิท (Major William B.S. Smith) เชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศสและภาษาบรีตัน…

0
Read More

Sidney Gottlieb

ซิดนีย์ ก๊อตต์เลี๊ยบ (Sidney Gottlieb) นักวิทยาศาสตร์หัวหน้าโครงการ MK-Ultra  ของ CIA งานวิจัยของเขาเกี่ยวกับการใช้ยาเสพติด อย่าง LSD ในการควบคุมจิตใจของเหยื่อ ซิดนีย์ เกิดวันที่ 3 สิงหาคม 1918 ในบร็องซ์, นิวยอร์ก (Bronx, NY) ชื่อจริงตอนเกิดของเขาคือ โจเซฟ ชิลเดอร์ (Joseph Scheider)   พ่อของเขาเป็นผู้อพยพเชื้อสายยิวจากฮังการี ชื่อหลุยส์ (Louis Gottieb) ซึ่งเปิดร้านขายเสื้อผ้าน และแม่ชื่อแฟนนี่ (Fanny Gottlieb) ซิดนีย์เป็นลูกคนสุดท้องในพี่น้องทั้งหมดสี่คน  1936 จบจากโรงเรียนมัธยมเจมส์ มอนโร (James Monroe High School) และได้สมัครเข้าเรียนต่อที่ซิตี้ คอลเลจ นิวยอร์ค (City College of New York) ในนิวยอร์ค ซึ่งซิดนีย์ได้เรียนฟรีเพราะเขามีผลการเรียนดีมาก ในวิชาคณิตศาสตร์, ฟิสิสก์และเคมี นอกจากนั้นยังลงเรียนในวิชาเกียวกับการพูดในที่สาธารณะ และวิชาดนตรีด้วย  1937 แต่อย่างไรก็ดี ซิดนีย์อยากที่จะเรียนทางด้านเกษตรชีวภาพมากกว่า ทำให้เขาส่งใบสมัครขอโอนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิล-เมดิสัน (University of Wisconsin-Madison) ซึ่งมีชื่อเสียงในสาขานี้ แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่ซิดนีย์จะโอนย้ายไปเรียนที่ ม.วิสคอนซิลได้ เข้าต้องเข้าเรียนในคอร์สเสริมก่อนที่วิทยาลัยอาร์คันซัส (Arkansan Polytechnic College) ซึ่งปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยอาร์คันซัส (Arkansas Tech University) โดยเขาได้ลงเรียนทางด้าน พฤกษศาสตร์, เคมีชีวภาพ การอนุรักษ์ดิน ป่าไม้…

0
Read More

William Colby

วิลเลี่ยม อี. โควบี้ (William Egan Colby) ผู้อำนวยการของ CIA  ระหว่างปี 1973-1976 ผู้ดำเนินโครงการฟีนิกซ์ (Phoenix Program) ในช่วงสงครามเวียดนาม โคลบี้ โคลบี้  เกิดวันที่ 4 มกราคม 1920 ในเซนต์พอล, มิเนโซตา (Saint Paul, Minesota) สหรัฐฯ  พ่อของเขาชื่อเอลบริดจ์ (Elbridge Colby) ซึ่งเป็นผู้อพยพมาจากอังกฤษ มีอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่ทหารและเป็นศาสตราจารย์ด้านภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัย ส่วนแม่ชื่อมาร์กาเร็ต (Margaret Mary Egan)  ครอบครัวเธอเป็นชาวไอริช ซึ่งอาศัยและทำธุรกิจอยู่ในเซนต์พอล เข้าเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนมัธยมเบอร์ลิงตัน (Burlington High School) ในเบอร์ลิงตัน, เวอร์มอนต์ (Burlington, Vermont)  เข้าเรียนที่พริ้นตัน (Princeton University) ด้านรัฐศาสตร์ 1941 จบปริญญาตรี โดยที่ทำวิทยานิพนธ์หัวเรื่อง “Surrender – French Policy toward the Spanish Civil War” หลังจากนั้นได้สมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งเขาได้รับยศร้อยโท ประจำอยู่ในกองกำลังร่มชูชีพ 1943 ย้ายมาอยู่กับหน่วยข่าวกรอง OSS (Office of Strategic services) ซึ่งเป็นหน่วยนข่าวกรองของสหรัฐฯ ก่อนที่จะมีการตั้ง CIA ขึ้นมา 1944 (Operation Jedburgh) ถูกส่งเข้าไปในฝรั่งเศสเขตที่นาซีเยอรมันยึดเอาไว้ ซึ่งตามแผน…

0
Read More

MK-ULTRA

MK-ULTRA เป็นโครงการวิจัยเพื่อควบคุมจิตและพฤติกรรมของมนุษย์ (mind control program) ของ CIA  ผ่านงานวิจัยหลากหลายวิธีการ ทั้งการใช้สารเคมี, สารชีวภาพ, สารกัมมันตรังสี โดยหวังว่า สารทางจิตเวช (psychoactive chemicals) เหล่านี้จะทำให้เหยื่ออยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถจะควบคุมตัวเองได้ หรือตกอยู่ภายใต้การควบคุมของ CIA โครงการ MK-ULTRA นี้ดำเนินการภายใต้สำนักงานวิจัยวิทยาศาสตร์ (Office of Scientific Intelligence) ของ CIA ร่วมกับศูนย์วิจัยอาวุธชีวภาพของกองทัพสหรัฐฯ (United States Army Biological Warfare Laboratories) โครงการ MK-ULTRA ยังพยายามพัฒายาต่อต้านการถูกสอบสวน (anti-interrogation) เพื่อป้องกันสายลับที่อาจจะถูกจับไปสอบสวนโดยสหภาพโซเวียต หรือฝ่ายตรงข้าม จุดเริ่มของ MK-ULTRA ตามสมมุติฐานของ สตีเฟน คินเซอร์ (Stephen Kinzer) นักเขียน บอกว่า โครงการนี้ทำต่อมาตั้งแต่สงครามโลก โดยอเมริการับเอานักวิทยาศาสตร์ของนาซีและญี่ปุ่นที่ทำการทดลองหาวิธีควบคุมจิตใจของมนุษย์อยู่แล้วกับเชลยในค่ายกักกัน โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์ของนาซี ได้มีการทดลองใช้สารเมสคาไลน์ (mescaline) กับนักโทษในค่ายกักกันดาชัว (Dachau) พอสิ้นสงคราม สหรัฐฯ ได้นำนักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นมาไว้ที่ฟอร์ด เดตริคก์ (Fort Detrick) ในรัฐแมรีแลนด์เพื่อทำงานวิจัยต่อมา MK-ULTRA เป็นโครงการสืบทอดมาจากโครงการ MK-OFTEN ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น MK-SEARCH ในปี 1964 ซึ่งถูกยกเลิกไปก่อนหน้าเพราะว่า ยาหรือสารเคมีที่วิจัยในตอนนั้น ให้ผลไม่แน่นอน  ซึ่งจากหนังสือ Secrets and Lies (2007) ของกอร์ดอน โธมัส…

0
Read More

Virginia Hall

เวอร์จิเนีย ฮอล์ล (Virginia Hall Goilliot) สายลับอเมริกัน OSS ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 เวอร์จิเนีย เกิดวันที่ 6 เมษายน 1906 ในบัลติมอร์, แมรี่แลนด์ ครอบครัวของเธอมีฐานะร่ำรวย พ่อของเธอชื่อเอ็ดวิน (Edwin Lee Hall) เป็นนายธนาคารและมีธุรกิจโรงภาพยนต์ และแม่ชื่อบาร์บาร่า (Barbara Virginia Hammel)  1924 จบจากโรงเรียนโรแลนด์ ปาร์ก (Roland Park Country School) หลังจากนั้นเข้าเรียนที่แรดคลิฟฟ์ คอลเลจ (Radcliffe College, ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของฮาร์วาร์ด) ระหว่างที่เรียนนั้นเธอเป็นหัวหน้าชั้น และทำหนังสือพิมพ์ของดรงเรียน ทั้งยังเป็นนักกีฬาฮ๊อกกี้  1925 ย้ายมาเรียนที่บาร์นาร์ด คอลเลจ (Barnard College ) ในแมนฮัตตัน ทางด้านภาษาฝรั่งเศส อิตาลี และเยอรมัน นอกจากนั้นเธอยังพอเข้าในภาษารัสเซ๊ยด้วย แต่เวอร์จิเนียไม่ได้เรียนจบจากบาร์นาร์ด คอลเลจ เพราะว่าเธอปฏิเสธที่จะเข้าสอบในเทอมสุดท้าย 1926 เข้าเรียนที่  Ecole Libre des sciences Politiques ในฝรั่งเศส 1927 ย้ายมาเรียนที่ Konsular Akademic ในเวียนนาทางด้านภาษาฝรั่งเศสและเศรษฐศาสตร์  1929 กรกฏาคม,​กลับมาอยู่บ้านที่แมรี่แลนด์  ไม่นานก่อนที่ทางบ้านของเธอจะเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ เมื่อตลาดหุ้นวอล์สตรีทตกลงอย่างหนัก (Wall Street crash 1929) ซึ่งทำให้ธุรกิจด้านการเงินของครอบครัวประสบปัญหา ซึ่งเมื่อเจอกับวิกฤตพวกเขาก็ได้ย้ายไปอยู่ในฟาร์ม Boxhorn…

0
Read More

Wilbur Owings Hogue

วิลเบอร์ โอวิง “ด๊อค” ฮ๊อก (Wilbur Owings “Dock” Hogue) สายลับ OSS อ๊อก เกิดวันที่ 23 กันยายน 1909 ในเอด้าเคาน์ทรี, รัฐไอดาโฮ (Ada Country, Idaho, USA)  เขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมโยธา 1939 2  สิงหาคม, อัลเบิร์ต ไอสไตน์ (Albert Einstein) ลงชื่อในจดหมายที่เขียนถึงประธานาธิบดี รูสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt) โดยเนื้อหาในจดหมายเตือนถึงความเป็นไปได้ที่นาซีเยอรมันค้นคว้าอาวุธชนิดใหม่อย่างระเบิดปรมาณู ไอสไตน์ยังได้แนะนำว่าแหล่งแร่ยูเรเนียมที่ดีที่สุดในโลกอยู่ในเบลเยี่ยมคองโก (Belgian Congo , *คองโกขณะนั้นเป็นเมืองขึ้นของเบลเยี่ยม)  ที่เหมืองชินโกล็อบเว่ (Shinkolobwe mine) ซึ่งแร่ยูเรเนียมในสหรัฐฯ นันมีความเข้มข้นของยูเรเนียมอีอกไซด์ (Uranium Oxide) อยู่ที่ 0.03% ในขณะที่แร่จะคองโกนั้นมีความเข้มข้นของยูเรเนียมอ๊อกไซด์ถึง 75% พฤศจิกายน, รูสเวลต์ได้ตั้งคณะกรรมาธิการที่ปรึกษาเกี่ยวกับยูเรเนียม (Advisory Committee on Uranium) 1942 สหรัฐเริ่มโครงการแมนฮัตตัน (the Manhattan Project) โดยที่นายพลโกลฟ์ (General Leslie Groves) ดำรงตำแหน่งหัวหน้าโครงการแมนฮัตตัน  นายพลโกลฟ์ได้สั่งให้หน่วย OSS (Office of strategic Office *องค์กรก่อนที่จะกลายมาเป็น CIA) ทำหน้าที่ในการเอาแร่ยูเรเนียมจากเหมืองชินโกล๊อบเว่ ในเบลเยี่ยมคองโก กลับมาสหรัฐฯ​ และป้องกันนาซีเยอรมันไม่ให้เข้าถึงแหล่งแร่ยูเรเนียม  1943…

0
Read More

Adolf Tolkachev

อดอล์ฟ โตลกาเชฟ (Адольф Георгиевич Толкачёв) วิศวกรรัสเซียที่ขายข้อมูลลับทางทหารให้กับซีไอเอ โตลกาเชฟ เกิดวันที่ 6 มกราคม 1927 ในอัคตูบินส์ก, คาซัคสถานโซเวียต (Akyubinsk, Kazakhstan SSR) แต่ว่าพออายุได้สองปีครอบครัวของเขาก็ย้ายมาอยู่ในมอสโคว์ 1948 เข้าเรียนที่สถาบันคาร์คอฟโพลีเทคนิค (Kharkov Polytechnic Institute) ทางด้านวิศวกรรมวิทยุ 1954 สำเร็จการศึกษา หลังจากนั้นเขาได้เข้าทำงานกับสถาบันวิจัย NIIR (Scientific Research Institute of Radio Building) ในมอสโคว์ โดยเขาเป็นเจ้าหน้าระดับผู้นำในการอกแบบระบบ ได้รับผลตอบแทนสูง กว่า 350 รูเบิ้ลต่อเดือน ซึ่งขณะนั้นเงินเดือนเฉลี่ยในโซเวียตอยู่ที่ 120 รูเบิ้ล  1957 แต่งงาน ภรรยาของโตลกาเชฟชื่อ นาตาเลีย (Natalia Ivanova Kuzmina, b.1935) เป็นวิศวกรอิเล็กทรอนิสก์และทำงานที่เดียวกับเขา พวกเขามีลูกด้วยกันคนหนึ่งชื่อโอเล็ก (Oleg, b.1966)  1976 โตลกาเชฟเริ่มติดต่อกับสถานทูตสหรัฐฯ โดยการทิ้งโน๊ตเอาไว้ที่รถของเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ซึ่งที่ตั้งสถานทูตสหรัฐฯ อยู่ห่างจากอพาร์ตเม้นที่เขาพักเพียงแค่ 400 เมตร ทำให้ไม่มีคนสงสัย โตลกาเชฟ อ้างว่าเขาทรยศต่อประเทศของเขาเพราะว่าพ่อแม่ของภรรยาของเขาได้รับการลงโทษทารุณกรรมในสมัยของสตาลิน (Joseph Stalin) ก่อนที่จะได้รับอิสรภาพในปี 1955 แต่หลังจากนั้นไม่นานพ่อก็เสียชีวิต และเขายังได้รับอิทธิพลจากงานเขียนของโซลเซนิตซิน (Aleksandr Solzhenitsyn) และซาคารอฟ (Sakharov)  ระยะแรกโตลกาเชฟได้รับกล้องขนาดเล็กจาก CIA สำหรับใช้ถ่ายเอกสารลับ แต่ว่ากล้องมีข้อจำกัดในการทำงานในที่มีแสงน้อยและระยะโฟกัส ภายหลังโตลกาเชฟจึงร้องขอกล้อง Pentax…

0
Read More

Wild Bill Donovan

ผู้อำนวยการของ OSS (Office of Strategic Services)  วิลล์ เกิดวันที่ 1 มกราคม 1883 ในบัฟฟาโล่, นิวยอร์ค (Buffalo, New York) พ่อของเขาชื่อทิมโมธี (Timothy P. Donovan) และแม่ชื่อแอนนา (Anna Letitia Lennon) ทั้งพ่อและแม่เป็นลูกของผู้อพยพจากไอแลนด์ วิลล์เป็นลูกคนโตในพี่น้องห้าคน เขามีน้องชายและน้องสาวอย่างละสองคน  เข้าเรียนที่เซนต์โจเซฟ (St.Joseph’s Collegiate Institute) โดยระหว่างเรียเขาเป็นนักกิจกรรมและนักกีฬาฟุตบอล เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยไนแองการ่า (Niagara University) ทางด้านนิติศาสตร์  ย้ายมาเรียนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) ระหว่างนี้เขาได้เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม Phi Kappa Psi  1905 จบปริญญาตรีศิลปศาสตร์ แต่ว่ายังคงศึกษาต่อระดับสูงในโรงเรียนกฏหมายโคลัมเบีย (Columbia law School) ของมหาวิทยาลัย ซึ่งทีนี่เขาได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกกับรูสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt)  1907 ได้ปริญญาตรีทางด้านนิติศาสตร์ 1909 กลับมาอยู่ที่บัฟฟาโล่ และเข้าทำงานที่สำนักงานกฏหมาย Love & Keating 1911 ร่วมกับเพื่อนของเขาชื่อแบรดลีย์ (Bradley Goodyear) เปิดสำนักงานกฏหมายขึ้นมาเป็นของตัวเอง 1912 วิลล์ มีส่วนร่วมในการก่อตั้งหน่วยทหารม้า New York National Guard ซึ่งถูกส่งไปประจำการณ์บริเวณพรหมแดนสหรัฐฯ กับเม็กซิโก ในเหตุการณ์ที่เรียกว่า Poncho Villa Expedition…

0
Read More

George Blake

จอร์จ เบล็ค (George Blake) สายลับ เบล็ค เกิดวันที่ 11 พฤศจิกายน 1922 ในรอตเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์ (Rotterdam, Netherlands) เขามีชื่อจริงว่าจอร์จ บีฮาร์ (George Behar) พ่อของเบล็คเป็นชาวอียิปต์ที่มีเชื้อยิว ชื่ออัลเบิร์ต (Albert Behar) เคยทำงานเป็นทหารให้กองทัพอังกฤษในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 เขาจึงตั้งชื่อลูกว่าจอร์จ ตามชื่อพระนามกษัตริย์จอร์จ ที่ 5 ของอังกฤษส่วนแม่เป็นชาวเนอร์แลนด์ 1936 พ่อของเบล็คเสียชีวิต หลังจากนั้นเบล็คจึงถูกส่งให้ไปอาศัยอยู่กับญาติในอียิปต์ เขาจึงเข้าโรงเรียนที่สอนด้วยภาษาอังกฤษในกรุงไคโร ระหว่างอยู่ในอียิปต์เขาใกล้ชิดกับญาติของเขาคนหนึ่ง คือ เฮนรี่ (Henri Curiel) ซึ่งแก่กว่าเขาเป็นสิบปี เฮนรี่เป็นผู้นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์และต่อมาเฮนรี่เป็นแกนนำของกลุ่ม Democratic Movement for National Liberation ซึ่งเป็นองค์กรของผู้นิยมคอมมิวนิสต์ เฮนรี่ มีอิทธิพลทำให้เบล็คชอบแนวคิดแบบซ้ายไปด้วย 1940 ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 เมื่อนาซีเยอรมันบุกเนเธอร์แลนด์ แม่และพี่สาวน้องสาวของเขาได้หนีไปยังอังกฤษแต่ว่าเบล็คในวัยเพียงแค่ 17 ปี ได้กลับมายังเนเธอร์แลนด์และได้เข้าร่วมกับกองกำลังที่ต่อต้านนาซี 1942 เบล็คพยายามเดินทางมายังอังกฤษ โดยต้องลักลอบเดินทางผ่านฝรั่งเศสซึ่งตอนนั้นอยู่ภายใต้การยึดครองของนาซี และยังต้องผ่านสเปนและเบลเยี่ยมด้วย 1943 มกราคมเบล็คเดินทางมาถึงอังกฤษ และมีโอกาสได้พบกับแม่ของเขาในอังกฤษ ซึ่งแม่ได้เปลี่ยนนามสกุลจาก Behar เป็น Blake   ไม่นานเบล็คได้อาสาสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพเรือของอังกฤษ 1944 สิงหาคม, เบล็คถูกย้ายไปทำงานในหน่วยสายลับของอังกฤษ (British Secret Interligence Service)  หรือที่รู้จักในชื่อ MI6…

0
Read More

Project Azorian

โครงการอโซเรียน (Project Azorian) โครงการลับในการกู้ซากเรือดำน้ำ K-129 ของสหภาพโซเวียต โดยซีไอเอ  1968 : K-129 จม ในปี 1968 เรือดำน้ำ K-129 ของสหภาพโซเวียตจมลงในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยที่สหภาพโซเวียตได้พยายามค้นหาตำแหน่งที่จมของเรือดำน้ำแล้วแต่ไม่สำเร็จ  อเมริกาจึงได้แอบนำเดินการค้นหาเรือดำน้ำนี้อย่างลับๆ จนกระทั้งสามารถพบตำแหน่งที่จมของเรือดำน้ำได้ ซีไอเอได้วางแผนที่จะกู้ซากเรือดำน้ำนี้ขึ้นมา เพื่อศึกษาเทคโนโลยีทั้งการสร้างเรือดำน้ำและอาวุธนิวเคลียร์ของสหภาพโซเวียต เรือดำน้ำ K-129 นี้จมอยู่ในน่านน้ำสากล ที่ระดับความลึก 4.9 กิโลเมตร ซีไอเอได้วางแผนปกปิดการกู้ซากเรือดำน้ำนี้โดยใช้ โอเวิร์ด ฮิจห์ (Howard Hughes) มหาเศรษฐีด้านการบินของสหรัฐฯ เป็นฉากบังหน้า ว่าฮิจห์ กำลังจะทำโครงการทำเหมืองแร่แมงกานีสใต้ทะเล และได้สร้างเรือขุด Glomar Explorer ขนาดมหึมาขึ้นมาเพื่อกาลนี้   เรือดำน้ำ K-129 เป็นเรือดำน้ำชั้นกอล์ฟ 2 (Golf II-Class) เรือดำน้ำดีเซล ที่บรรทุกขีปนาวุธนิวเคลียร์ SS-N-4 จำนวน 3 ลูก  เรือลำนี้ปกติแล้วจะประจำการณ์อยู่ที่ฐานทัพเรือเปโตรปาฟลอฟส์ก (Petropavlovsk) ในคัมชัตก้า (Kamchatka) ระหว่างที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นนั้น เรือ K-129 ถูกส่งออกไปลาดตระเวณในมหาสุทรแปซิฟิกตอนเหนือตามปกติ  1968, กรกฏาคม : Operation Sand Dollar  หสหรัฐฯ เห็นความผิดปกติของความเคลื่อนไหวของกองทัพเรือโซเวียตที่ใช้ในการค้นหาเรือดำน้ำนี้ และสามารถประเมินได้ว่าโซเวียตกำลังค้นหาเรือดำน้ำที่จมลง แต่หลังจากโซเวียตใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เพื่อหาเรือดำน้ำที่จมลงแต่ล้มเหลว กองทัพเรือโซเวียตก็ได้หยุดปฏิบัติการณ์ไป  กองทัพเรือสหรัฐฯ จึงเริ่มปฏิบัติการณ์แซนด์ดอลล่าห์เพื่อการค้นหาเรือดำน้ำของโซเวียต โดยใช้เรือดำน้ำ USS Halibut จากฮาวาย และข้อมูลจาก SOSUS…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!