cia

Virginia Hall

เวอร์จิเนีย ฮอล์ล (Virginia Hall Goilliot) สายลับอเมริกัน OSS ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 เวอร์จิเนีย เกิดวันที่ 6 เมษายน 1906 ในบัลติมอร์, แมรี่แลนด์ ครอบครัวของเธอมีฐานะร่ำรวย พ่อของเธอชื่อเอ็ดวิน (Edwin Lee Hall) เป็นนายธนาคารและมีธุรกิจโรงภาพยนต์ และแม่ชื่อบาร์บาร่า (Barbara Virginia Hammel)  1924 จบจากโรงเรียนโรแลนด์ ปาร์ก (Roland Park Country School) หลังจากนั้นเข้าเรียนที่แรดคลิฟฟ์ คอลเลจ (Radcliffe College, ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของฮาร์วาร์ด) ระหว่างที่เรียนนั้นเธอเป็นหัวหน้าชั้น และทำหนังสือพิมพ์ของดรงเรียน ทั้งยังเป็นนักกีฬาฮ๊อกกี้  1925 ย้ายมาเรียนที่บาร์นาร์ด คอลเลจ (Barnard College ) ในแมนฮัตตัน ทางด้านภาษาฝรั่งเศส อิตาลี และเยอรมัน นอกจากนั้นเธอยังพอเข้าในภาษารัสเซ๊ยด้วย แต่เวอร์จิเนียไม่ได้เรียนจบจากบาร์นาร์ด คอลเลจ เพราะว่าเธอปฏิเสธที่จะเข้าสอบในเทอมสุดท้าย 1926 เข้าเรียนที่  Ecole Libre des sciences Politiques ในฝรั่งเศส 1927 ย้ายมาเรียนที่ Konsular Akademic ในเวียนนาทางด้านภาษาฝรั่งเศสและเศรษฐศาสตร์  1929 กรกฏาคม,​กลับมาอยู่บ้านที่แมรี่แลนด์  ไม่นานก่อนที่ทางบ้านของเธอจะเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ เมื่อตลาดหุ้นวอล์สตรีทตกลงอย่างหนัก (Wall Street crash 1929) ซึ่งทำให้ธุรกิจด้านการเงินของครอบครัวประสบปัญหา ซึ่งเมื่อเจอกับวิกฤตพวกเขาก็ได้ย้ายไปอยู่ในฟาร์ม Boxhorn…

0
Read More

Wilbur Owings Hogue

วิลเบอร์ โอวิง “ด๊อค” ฮ๊อก (Wilbur Owings “Dock” Hogue) สายลับ OSS อ๊อก เกิดวันที่ 23 กันยายน 1909 ในเอด้าเคาน์ทรี, รัฐไอดาโฮ (Ada Country, Idaho, USA)  เขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมโยธา 1939 2  สิงหาคม, อัลเบิร์ต ไอสไตน์ (Albert Einstein) ลงชื่อในจดหมายที่เขียนถึงประธานาธิบดี รูสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt) โดยเนื้อหาในจดหมายเตือนถึงความเป็นไปได้ที่นาซีเยอรมันค้นคว้าอาวุธชนิดใหม่อย่างระเบิดปรมาณู ไอสไตน์ยังได้แนะนำว่าแหล่งแร่ยูเรเนียมที่ดีที่สุดในโลกอยู่ในเบลเยี่ยมคองโก (Belgian Congo , *คองโกขณะนั้นเป็นเมืองขึ้นของเบลเยี่ยม)  ที่เหมืองชินโกล็อบเว่ (Shinkolobwe mine) ซึ่งแร่ยูเรเนียมในสหรัฐฯ นันมีความเข้มข้นของยูเรเนียมอีอกไซด์ (Uranium Oxide) อยู่ที่ 0.03% ในขณะที่แร่จะคองโกนั้นมีความเข้มข้นของยูเรเนียมอ๊อกไซด์ถึง 75% พฤศจิกายน, รูสเวลต์ได้ตั้งคณะกรรมาธิการที่ปรึกษาเกี่ยวกับยูเรเนียม (Advisory Committee on Uranium) 1942 สหรัฐเริ่มโครงการแมนฮัตตัน (the Manhattan Project) โดยที่นายพลโกลฟ์ (General Leslie Groves) ดำรงตำแหน่งหัวหน้าโครงการแมนฮัตตัน  นายพลโกลฟ์ได้สั่งให้หน่วย OSS (Office of strategic Office *องค์กรก่อนที่จะกลายมาเป็น CIA) ทำหน้าที่ในการเอาแร่ยูเรเนียมจากเหมืองชินโกล๊อบเว่ ในเบลเยี่ยมคองโก กลับมาสหรัฐฯ​ และป้องกันนาซีเยอรมันไม่ให้เข้าถึงแหล่งแร่ยูเรเนียม  1943…

0
Read More

Adolf Tolkachev

อดอล์ฟ โตลกาเชฟ (Адольф Георгиевич Толкачёв) วิศวกรรัสเซียที่ขายข้อมูลลับทางทหารให้กับซีไอเอ โตลกาเชฟ เกิดวันที่ 6 มกราคม 1927 ในอัคตูบินส์ก, คาซัคสถานโซเวียต (Akyubinsk, Kazakhstan SSR) แต่ว่าพออายุได้สองปีครอบครัวของเขาก็ย้ายมาอยู่ในมอสโคว์ 1948 เข้าเรียนที่สถาบันคาร์คอฟโพลีเทคนิค (Kharkov Polytechnic Institute) ทางด้านวิศวกรรมวิทยุ 1954 สำเร็จการศึกษา หลังจากนั้นเขาได้เข้าทำงานกับสถาบันวิจัย NIIR (Scientific Research Institute of Radio Building) ในมอสโคว์ โดยเขาเป็นเจ้าหน้าระดับผู้นำในการอกแบบระบบ ได้รับผลตอบแทนสูง กว่า 350 รูเบิ้ลต่อเดือน ซึ่งขณะนั้นเงินเดือนเฉลี่ยในโซเวียตอยู่ที่ 120 รูเบิ้ล  1957 แต่งงาน ภรรยาของโตลกาเชฟชื่อ นาตาเลีย (Natalia Ivanova Kuzmina, b.1935) เป็นวิศวกรอิเล็กทรอนิสก์และทำงานที่เดียวกับเขา พวกเขามีลูกด้วยกันคนหนึ่งชื่อโอเล็ก (Oleg, b.1966)  1976 โตลกาเชฟเริ่มติดต่อกับสถานทูตสหรัฐฯ โดยการทิ้งโน๊ตเอาไว้ที่รถของเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ซึ่งที่ตั้งสถานทูตสหรัฐฯ อยู่ห่างจากอพาร์ตเม้นที่เขาพักเพียงแค่ 400 เมตร ทำให้ไม่มีคนสงสัย โตลกาเชฟ อ้างว่าเขาทรยศต่อประเทศของเขาเพราะว่าพ่อแม่ของภรรยาของเขาได้รับการลงโทษทารุณกรรมในสมัยของสตาลิน (Joseph Stalin) ก่อนที่จะได้รับอิสรภาพในปี 1955 แต่หลังจากนั้นไม่นานพ่อก็เสียชีวิต และเขายังได้รับอิทธิพลจากงานเขียนของโซลเซนิตซิน (Aleksandr Solzhenitsyn) และซาคารอฟ (Sakharov)  ระยะแรกโตลกาเชฟได้รับกล้องขนาดเล็กจาก CIA สำหรับใช้ถ่ายเอกสารลับ แต่ว่ากล้องมีข้อจำกัดในการทำงานในที่มีแสงน้อยและระยะโฟกัส ภายหลังโตลกาเชฟจึงร้องขอกล้อง Pentax…

0
Read More

Wild Bill Donovan

ผู้อำนวยการของ OSS (Office of Strategic Services)  วิลล์ เกิดวันที่ 1 มกราคม 1883 ในบัฟฟาโล่, นิวยอร์ค (Buffalo, New York) พ่อของเขาชื่อทิมโมธี (Timothy P. Donovan) และแม่ชื่อแอนนา (Anna Letitia Lennon) ทั้งพ่อและแม่เป็นลูกของผู้อพยพจากไอแลนด์ วิลล์เป็นลูกคนโตในพี่น้องห้าคน เขามีน้องชายและน้องสาวอย่างละสองคน  เข้าเรียนที่เซนต์โจเซฟ (St.Joseph’s Collegiate Institute) โดยระหว่างเรียเขาเป็นนักกิจกรรมและนักกีฬาฟุตบอล เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยไนแองการ่า (Niagara University) ทางด้านนิติศาสตร์  ย้ายมาเรียนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) ระหว่างนี้เขาได้เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม Phi Kappa Psi  1905 จบปริญญาตรีศิลปศาสตร์ แต่ว่ายังคงศึกษาต่อระดับสูงในโรงเรียนกฏหมายโคลัมเบีย (Columbia law School) ของมหาวิทยาลัย ซึ่งทีนี่เขาได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกกับรูสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt)  1907 ได้ปริญญาตรีทางด้านนิติศาสตร์ 1909 กลับมาอยู่ที่บัฟฟาโล่ และเข้าทำงานที่สำนักงานกฏหมาย Love & Keating 1911 ร่วมกับเพื่อนของเขาชื่อแบรดลีย์ (Bradley Goodyear) เปิดสำนักงานกฏหมายขึ้นมาเป็นของตัวเอง 1912 วิลล์ มีส่วนร่วมในการก่อตั้งหน่วยทหารม้า New York National Guard ซึ่งถูกส่งไปประจำการณ์บริเวณพรหมแดนสหรัฐฯ กับเม็กซิโก ในเหตุการณ์ที่เรียกว่า Poncho Villa Expedition…

0
Read More

George Blake

จอร์จ เบล็ค (George Blake) สายลับ เบล็ค เกิดวันที่ 11 พฤศจิกายน 1922 ในรอตเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์ (Rotterdam, Netherlands) เขามีชื่อจริงว่าจอร์จ บีฮาร์ (George Behar) พ่อของเบล็คเป็นชาวอียิปต์ที่มีเชื้อยิว ชื่ออัลเบิร์ต (Albert Behar) เคยทำงานเป็นทหารให้กองทัพอังกฤษในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 เขาจึงตั้งชื่อลูกว่าจอร์จ ตามชื่อพระนามกษัตริย์จอร์จ ที่ 5 ของอังกฤษส่วนแม่เป็นชาวเนอร์แลนด์ 1936 พ่อของเบล็คเสียชีวิต หลังจากนั้นเบล็คจึงถูกส่งให้ไปอาศัยอยู่กับญาติในอียิปต์ เขาจึงเข้าโรงเรียนที่สอนด้วยภาษาอังกฤษในกรุงไคโร ระหว่างอยู่ในอียิปต์เขาใกล้ชิดกับญาติของเขาคนหนึ่ง คือ เฮนรี่ (Henri Curiel) ซึ่งแก่กว่าเขาเป็นสิบปี เฮนรี่เป็นผู้นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์และต่อมาเฮนรี่เป็นแกนนำของกลุ่ม Democratic Movement for National Liberation ซึ่งเป็นองค์กรของผู้นิยมคอมมิวนิสต์ เฮนรี่ มีอิทธิพลทำให้เบล็คชอบแนวคิดแบบซ้ายไปด้วย 1940 ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 เมื่อนาซีเยอรมันบุกเนเธอร์แลนด์ แม่และพี่สาวน้องสาวของเขาได้หนีไปยังอังกฤษแต่ว่าเบล็คในวัยเพียงแค่ 17 ปี ได้กลับมายังเนเธอร์แลนด์และได้เข้าร่วมกับกองกำลังที่ต่อต้านนาซี 1942 เบล็คพยายามเดินทางมายังอังกฤษ โดยต้องลักลอบเดินทางผ่านฝรั่งเศสซึ่งตอนนั้นอยู่ภายใต้การยึดครองของนาซี และยังต้องผ่านสเปนและเบลเยี่ยมด้วย 1943 มกราคมเบล็คเดินทางมาถึงอังกฤษ และมีโอกาสได้พบกับแม่ของเขาในอังกฤษ ซึ่งแม่ได้เปลี่ยนนามสกุลจาก Behar เป็น Blake   ไม่นานเบล็คได้อาสาสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพเรือของอังกฤษ 1944 สิงหาคม, เบล็คถูกย้ายไปทำงานในหน่วยสายลับของอังกฤษ (British Secret Interligence Service)  หรือที่รู้จักในชื่อ MI6…

0
Read More

Project Azorian

โครงการอโซเรียน (Project Azorian) โครงการลับในการกู้ซากเรือดำน้ำ K-129 ของสหภาพโซเวียต โดยซีไอเอ  1968 : K-129 จม ในปี 1968 เรือดำน้ำ K-129 ของสหภาพโซเวียตจมลงในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยที่สหภาพโซเวียตได้พยายามค้นหาตำแหน่งที่จมของเรือดำน้ำแล้วแต่ไม่สำเร็จ  อเมริกาจึงได้แอบนำเดินการค้นหาเรือดำน้ำนี้อย่างลับๆ จนกระทั้งสามารถพบตำแหน่งที่จมของเรือดำน้ำได้ ซีไอเอได้วางแผนที่จะกู้ซากเรือดำน้ำนี้ขึ้นมา เพื่อศึกษาเทคโนโลยีทั้งการสร้างเรือดำน้ำและอาวุธนิวเคลียร์ของสหภาพโซเวียต เรือดำน้ำ K-129 นี้จมอยู่ในน่านน้ำสากล ที่ระดับความลึก 4.9 กิโลเมตร ซีไอเอได้วางแผนปกปิดการกู้ซากเรือดำน้ำนี้โดยใช้ โอเวิร์ด ฮิจห์ (Howard Hughes) มหาเศรษฐีด้านการบินของสหรัฐฯ เป็นฉากบังหน้า ว่าฮิจห์ กำลังจะทำโครงการทำเหมืองแร่แมงกานีสใต้ทะเล และได้สร้างเรือขุด Glomar Explorer ขนาดมหึมาขึ้นมาเพื่อกาลนี้   เรือดำน้ำ K-129 เป็นเรือดำน้ำชั้นกอล์ฟ 2 (Golf II-Class) เรือดำน้ำดีเซล ที่บรรทุกขีปนาวุธนิวเคลียร์ SS-N-4 จำนวน 3 ลูก  เรือลำนี้ปกติแล้วจะประจำการณ์อยู่ที่ฐานทัพเรือเปโตรปาฟลอฟส์ก (Petropavlovsk) ในคัมชัตก้า (Kamchatka) ระหว่างที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นนั้น เรือ K-129 ถูกส่งออกไปลาดตระเวณในมหาสุทรแปซิฟิกตอนเหนือตามปกติ  1968, กรกฏาคม : Operation Sand Dollar  หสหรัฐฯ เห็นความผิดปกติของความเคลื่อนไหวของกองทัพเรือโซเวียตที่ใช้ในการค้นหาเรือดำน้ำนี้ และสามารถประเมินได้ว่าโซเวียตกำลังค้นหาเรือดำน้ำที่จมลง แต่หลังจากโซเวียตใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เพื่อหาเรือดำน้ำที่จมลงแต่ล้มเหลว กองทัพเรือโซเวียตก็ได้หยุดปฏิบัติการณ์ไป  กองทัพเรือสหรัฐฯ จึงเริ่มปฏิบัติการณ์แซนด์ดอลล่าห์เพื่อการค้นหาเรือดำน้ำของโซเวียต โดยใช้เรือดำน้ำ USS Halibut จากฮาวาย และข้อมูลจาก SOSUS…

0
Read More

Reinhard Gehlen

ไรน์ฮาร์ด เกห์เลน (Reinhard Gehlen) ผู้ตั้งหน่วยข่าวกรอง The Org ( Gehlen organization) เกห์เลน เกิดเมื่อวันที่  3 เมษายน 1902 ในเอร์เฟิร์ต, เยอรมัน (Erfurt, German Empire) พ่อของเขาชื่อวอลเทอร์ (Walther) อดีตนายทหารที่ต่อมาเปิดร้านขายหนังสืออยู่ในเบรสลอ (Breslau~Wroclaw) ซึ่งเกห์เลนเติบโตขึ้นมาในเมืองนี้  ส่วนแม่ชื่อแคทเธอรีน่า (Katharina van Vaernewyk) 1908 เข้าเรียนที่จิมเนเซียมในเบรสลอ  1920 จบการศึกษาพื้นฐาน และได้เข้าทำงานกับกองทัพ (Reichswehr) 1931 แต่งงานกับเวอร์ต้า (Werta von Skiblitz-Kurzbach) พวกเขามีลูกด้วยกันสี่คน 1935 เข้าเรียนที่ German Staff College (War Academy) ในเบอร์ลิน โดยขณะนั้นเขามียศชั้นกัปตัน 1939 ได้เลื่อนยสเป็นร้อยเอก ก่อนที่เกห์เลน จะถูกส่งเข้าร่วมกับหน่วยทหารราบในชุดที่นาซีส่งไปบุกโปแลนด์  1940 ถูกย้ายมาเป็นทหารผู้ช่วยของจอมพลวอลเตอร์ (Field Marshal Walther von Brauchitsch) และต่อมาได้ย้ายมาเป็นผู้ช่วยของนายพล ฟรานซ์ ฮอลเดอร์  (General Franz Halder) 1941 ถูกส่งไปทำงานในหน่วย FHO (Fremde Heere Ost / Foreign Armies East) ซึ่งเป็นหน่วยงานข่าวกรอง ทำงานอยู่ในแนวรบด้านตะวันออก 1942…

0
Read More

Nikola Tesla

นิโคล่า เทสล่า (Никола Тесла)  บิดาแห่งวิศวกรรมไฟฟ้า เทสล่าเกิดเมื่อวันที่  10 กรกฏาคม 1856  ในจักรวรรดิออสเตรีย (Austrian Empire, 1804-1867) ในหมู่บ้านสมิลิจาน (Smilijan village) หมู่บ้านแห่งนี้ปัจจุบันอยู่ในประเทศโครเอเทีย  แต่ว่าพ่อแม่ของเทสล่า นั้นเป็นคนเชื้อสายเซอร์เบีย  , พ่อชื่อว่าบาทหลวง มิลูติน เทสล่า (Milutin Tesla) เป็นพระในศาสนาคริสต์นิกายเซอร์เบียออโธดอกซ์ , แม่ชื่อว่า ดูก้า (Duka Mandic) เธอเป็นลูกสาวของบาทหลวงในนิกายเซอร์เบียออโธดอกซ์เช่นกัน ดูก้า เป็นหญิงสาวที่ฉลาดมีความจำดี ซึ่งเธอไม่ได้เรียนหนังสือแต่ว่าสามารถจดจำบทกวีต่างๆ ของเซอร์เบียได้เป็นอย่างดี  เทสล่าเป็นลูกคนที่สี่ ในพี่น้องห้าคน  1862 ครอบครัวย้ายมาอยู่ที่เมือง Gospic ที่เมืองนี้เทสล่าได้เข้าเรียนที่โรงเรียน Higher Real Gymnasium ใน Karlovac โดยเขาสามารถเรียนจบได้ในเวลาสามปี จากหลักสูตรปกติสี่ปี  และมีความสามารถด้านคณิตศาสตร์ที่ดีกว่าเด็กๆ ในชั้นเดียวกัน เทสล่านั้นสามารถพูดภาษาต่างๆ ได้มากถึง 8 ภาษา ทั้งอังกฤษ , เชค, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อังการี, อิตาลี และลาติน  ว่ากันว่าเขามีความจำแบบโฟโตกราฟฟี (eidetic memory) และเป็นคนที่นอนน้อยกว่าวันละสองชั่วโมง 1873 เฃาติดเชื้ออหิวาต์ (Cholera) และต้องรักษาเป็นเวลากว่า 9 เดือน 1875 เข้าเรียนที่สถาบันโพลีเทคนิค (Austrian Polytechnic Institute) ตั้งอยู่ในเมืองกราซ (Graz) ขาเลือกเรียนทางด้านวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แต่ว่าเขาเรียนอยู่ราวสามปีก็ไม่ได้เรียนต่อ… …

0
Read More

Kim Philby

คิม ฟิล์บี้ (Harold Adrian Russell Philby, Ким Филби) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ SIS , 1 ใน Cambridge Spies เขาเกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 1912 อัมบาลา,รัฐปัญจาบ (ในอินเดีย) ,บริติช อินเดีย   เขาเป็นลูกชายของ Harry St. John Bridger Phiby (หรือ Jack Phiby หรือ Sheikh Abdullah) เซนต์จอห์น เกิดในบริติส ศรีลังกา เขาทำงานให้ Indian Civil Service (รัฐบาลที่ปกครองบริติช อินเดีย แต่งตั้งโดยอังกฤษ) และยังเคยทำงานเป็นสายลับให้ MI6 ต่อมาได้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม แต่งงานกับหญิงชาวซาอุ อาศัยอยู่ท่ามกลางชนเผ่าเบดูอิน และได้เป็นที่ปรึกษาให้กับกษัตริย์ซาอุ Ibn Saud ชื่อเล่นว่า Kim เป็นชื่อที่พ่อของเขาตั้งให้ตามตัวละครในนวนิยายของคิปลิง (Rudyard Kipling) เขาเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนอัลโดร ( Aldro prep school) ในอังกฤษ ก่อนที่จะเข้าเรียนระดับมัธยมที่เวสต์มินสเตอร์  1928 เข้าเรียนต่อที่ไตรนิตี คอลเลจ์ (Trinity College) มหาวิทยาลัยแคมบริจ ด้านประวัติศาสตร์ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเรียนเศรษฐศาสตร์ ระหว่างเรียนเขาเข้าร่วมกับชมรมสังคมนิยมแห่งแคมบริจด้วย 1933 เรียนจบจากมหาวิทยาลัย โดยได้ปริญญาด้านเศรษฐศาสตร์  ไม่นานหลังจากเรียนจบเข้าได้แต่งงานกับ Maurice Dobb ซึ่งเธอได้แนะนำเขาให้รู้จักกับ…

0
Read More

Felix Dzerzhinsky

เฟริก ดเซอร์ซินสกี (Феликс Эдмундович Дзержинский) ผู้ก่อตั้งหน่วยตำรวจลับ เชก้า (ЧК) เขาเกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 1877 เกิดในเมืองดเซอร์ชิโนโว (Dzerzhinovo) อยู่ใกล้เมืองมินสก์ เมืองหลวงของเบลารุสปัจจุบัน บิดาของเขามีเชื้อสายโปแลนด์ มีฐานะร่ำรวย ชื่อเอ็ดมุนด์ (Edmund-Rufin Dzerzhinsky,Эдмунд Иосифович Дзержинский . ) จบจากมหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์เบิร์กและทำงานเป็นครูอยู่ในเมืองตากานร็อก (Taganrog)  ในปี 1882 เอ็ดมุนต์ เสียชีวิต  เฟริก เติบโตมาในบ้านที่เข้มงวด ครอบครัวของเขาเป็นแคธอริก ตอนที่เฟริมีอายุได้ 16 ปี เคยคิดที่จะเป็นนักบวช แต่ว่าสมาชิกในบ้านไม่เห็นด้วย เฟริกนั้นมีความสามารถในการพูด ภาษารัสเซีย โปแลนด์ และฮิบรุ ได้อย่างดี 1887 เข้าเรียนที่ิโรงเรียนในกรุงวิลเนียส (Vilnius, ลิธัวเนีย)  เขาเป็นเพื่อนนักเรียนกันกับโจเซฟ ปิลซุดสกี (Jozef Pilsudski) รัฐบุรุษของโปแลนด์ 1895 เพียงแค่สองเดือนก่อนที่จะเรียนจบ เขากลับถูกไล่ออก เพราะว่าเคลื่อนไหวสนับสนุนการปฏิวัติ ทำให้เขาออกมาเคลื่อนไหวกับกลุ่มนิยมลัทธิมาร์กอย่างจริงจัง และร่วมกับสหภาพแรงงาน 1896 เขาเป็นคนหนึ่งใน 15 คนที่เข้าร่วมการประชุมพรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งลิธัวเนีย (Lithuanian Social Democratic Party) ครั้งแรก และเข้าร่วมการประชุมพรรคครั้งที่ 2 ในปีถัดมา ซึ่งเฟริค นั้นไม่สนับสนุนการตั้งเป็นประเทศ แต่ว่าต้องการให้ลิธัวเนียเป็นเขตปกครองตัวเอง 1897 เขาถูกส่งตัวไปยังเมืองคอฟโน่ (Kovno) เพื่อพยายามจัดให้มีการประท้วงของแรงงานทำรองเท้าในเมือง นั้นทำให้เขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ ถูกขังไว้ในคุกที่คอฟโน่นี้เกือบปี ก่อนถูกส่งตัวไปยังไซบีเรีย โดยถูกคำสั่งเนรเทศเป็นเวลา 3 ปี ก่อนที่จะหลบหนีออกมาได้ ในปี 1900, หลังจากนั้นได้เดินทางไปยังกรุงเบอร์ลิน…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!