babylon

Hammurabi

ฮัมมูราบี กษัตริย์องค์ที่ 6 ของราชวงศ์บาบิโลน , มีชื่อเสียงจากการตรากฏหมายฮัมมูราบี (Code of Hammurabi)  เนื่องจากเวลาในประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ชัดเจน นักประวัติศาสตร์ได้มีการเสนอช่วงเวลาที่ฮัมมูราบี ทรงเริ่มขึ้นครองราชย์ออกมาเป็น 3 แบบที่ต่างกัน โดยเรียกว่าเป็น High, Middle และ Low โดยนับเวลาตั้งแต่ขึ้นครองราชย์  ในปี 1848, 1792, 1728 ตามลำดับ  จาก “Middle”  (Chronology of the ancient Near East) ฮัมมูราบี ประสูตรปี 1810 ก่อนศริสต์กาล  พระองค์เป็นชาวอโมไรต์ (Amorites) ชนพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งในซีเรียซึ่งพูดภาษาเซไมต์ (Semitic language)   ฮัมมูราบีเป็นโอรสของกษัตริย์ ซิน-มูบัลลิต (Sin-Muballit) กษัตริย์แห่งบาบิโลน โดยไม่ปรากฏว่าพระมารดาชื่ออะไร ,   พระองค์มีพระขนิษฐาชื่ออิลตานิ (Iltani) ซึ่งต่อมาฮัมมูราบีแต่งตั้งให้พระนางไปดูแลวิหารซามาส (temple of Samas) ชื่อฮัมมูราบี เป็นชื่อแบบชาวอโมไรต์ แต่ยังเป็นที่ถกเถียงในหมู่นักวิชาการ บางคนอ่านว่า “Hammu-rabi” ที่แปลว่า “Ancestor is great” (ผู้มีบรรพบุรุษที่ยิ่งใหญ่)  ในขณะที่นักวิชาการอีกส่วนหนึ่งอ่านว่า “Hammu-Rapi” ที่แปลว่า “Ancestor-Healer” 1792 BC ฮัมมูราบี ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระราชบิดา ขณะมีพระชน 18 พรรษา บาบิโลนขณะนั้นเป็นเพียงดินแดนเล็กๆ ที่ประกอบขึ้นจากเมือง ซิปปาร์…

0
Read More

YBC 7289

YBC 7289 เป็นชิ้นส่วนดินเผา ที่พบทางตอนใต้ของอิรัก โดยเป็นดินเผาที่สร้างขึ้นในยุคบาบิโลน (Babylon) ราว 1,900-1,700 ปีก่อนศริสต์กาล  YBC 7289 ถูกบริจาคให้กับมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ตั้งแต่ปี 1909  โดย เจ.พี มอร์แกน (J. Pierpont Morgan)  YBC 7289 ถูกสร้างขึ้นโดยการเขียนข้อความลงไปในดินเหนียวด้วยของแหลม โดยบันทึกตาราง และอักขระภาพ (cuneiform)  ผู้ที่สามารถถอดความสำคัญของ YBC 7289 ได้คือ นักประวัติศาสตร์ อ๊อตโต้ นอยจ์เบาร์ (Otto Neugebauer) และ อับบราฮัม แซ็ค (Abraham Sachs) ในหนังสือ “Mathematical Cuneiform Texts” ที่พิมพ์ในปี 1945 ความมหัศจรรย์ของ YBC 7289 คือตารางที่แสดงอยู่บนผิวหน้าของมันและตัวเลขที่ระบบเอาไว้ โดยการใช้ตัวเลขฐาน 60 (sexagesimal) เป็นการแสดงค่าของ สแควร์รูท 2 (square root 2)  โดยใช้สี่เหลี่ยมจตุรัสหนึ่งหน่วย (unit square) ซึ่งค่ารูท 2 นั้นถูกต้อง

0
Read More

Nebuchadnezzar II

เนบูชัดเนซซาร์ ที่ 2 (Nebuchadnezzar II, Nabu-kudurri-usur II ) กษัติรย์แห่งบาบิโลน ผู้สร้างสวนลอยบาบิโลน, ผู้ทำลายวิหารโซโลมอน เนบูชัดเนซซาร์ ประสูตรราวปี 634 BC ทรงเป็นพระโอรสองค์โตของกษัตริย์เนบูโพลัซซาร์ (Nabopolassar, Nabu-apla-user, 626-605 BC) ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ปกครองบาบิโลน (Neo-Babylonian, 626-539) หรือรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่าอาณาจักรชาลเดียน (Chaldean Empire) ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงรัฐบริวารของอาณาจักรแอสซีเรีย (Neo-Assyria, 911-616) 627 BC หลังจากกษัตริย์แอสเชอร์บานิปาล (Assurbanipal) ของแอสซีเรีย สวรรคตลง อาณาจักรแอสซีเรีย ก็ตกอยู่ในความวุ่นวาย เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น  นายพลซินชุมุลิชีร์ (Sin-shumu-lishir) ของแอสซีเรียได้ก่อกบฏประกาศตัวเป็นกษัตริย์ของแอสซีเรียและบาบิโลน แต่ว่าถูกต่อต้านจากนายพลแอสเฮอร์อีติลอิลานี (Ashur-etil-ilani) ซึ่งภักดีกับราชวงศ์เดิม ซึ่งนายพลทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน ชาวเผ่าบาบิโลน ก็อพยพจากเลแวนต์ (Levant, บริเวณซีเรีย, อิสราเอล, อิรัก) มาตั้งรกรากใหม่บริเวณตะวันออกของเมโสโปเตเมีย (Mesopotamia) โดยที่ชาวบาบิโลนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนเนบูโพลัซซาร์ เนบูโพลัซซาร์ จึงได้รับการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมบรมกษัตริย์ของราชวงศ์ ลำดับที่ 11 ของบาบิโลน ( 11th dynasty of Babylon) 623 BC ในการรบที่นิปเปอร์ (Nippur) นายพลซินชุมุลิชีร์ สามารถสังหารนายพลอีติลอิลานีลงได้ และประกาศตนเป็นกษัตริย์ของแอสซีเรีย หลังจากนั้นได้ส่งกองทัพบุกบาบิโลน เพื่อยึดดินแดนคืนจากเนบูโพลัซซาร์ แต่ว่าทหารของแอสซีเรียใช้เวลากว่า 7 ปี ก็ยังไม่สามารถยึดดินแดนที่อยู่ในครอบครองของเนบูโพลัซซาร์ได้ เพราะในแอสซีเรียเองก็มีสงครามภายใน  619 BC…

0
Read More

Semiramis

ราชินีเซมิรามิส เป็นราชินีในกษัตริย์ไนนัส (King Ninus) แห่งอาณาจักแอสซีเรีย (Assyria)  ตำนานเล่าว่านางเกิดในตระกูลที่เก่าแก่ที่มีชื่อเสียง เป็นธิดาของเทพีอตาร์กาติส (Goddess Atargatis หรือ Derketo) เทพีแห่งมัจฉา กับมนุษย์ผู้ชายที่เป็นชาวซีเรีย แต่เมื่ออตาร์กาติสคลอดเซมิรามิส นางก็ได้สังหารสามีของนาง แล้วทิ้งเซมิรามิสไป  ฝูงนกพิราบมาพบจึงได้ทำเซมิรามิสที่ยังเป็นทารกมาเลี้ยงไว้ในทะเลทราย จนกระทั้งคนเลี้ยงแกะ ชื่อซิมมัส (Simmas)  ได้ผ่านมาเจอ จึงได้นำนางไปเลี้ยง ซิมมัสนั้นทำงานเป็นคนเลี้ยงแกะอยู่ในวัง  เมื่อโตขึ้นเซมิรามิสได้แต่งงานกับนายพลเมโนเนส (Menones หรือ Menon) ซึ่งเป็นนายพลคนหนึ่งของกษัตริย์ไนนัส นางให้กำเนิดบุตรชายฝาแฝด ชื่อ Hydapes และ Hyapates   แต่ว่าต่อมากษัตริย์ไนนัสได้หลงรักเซมิรามิสซึ่งนอกจากความสวยแล้วยังฉลาด และกล้าหาญ นางออกรบพร้อมกับเมโนเนส และช่วยให้ยึดอาณาจักรแบกเทรีย (Bactria) มาได้ พระองค์จึงบีบบังคับจนกระทั้งนายพลเมโนเมสได้ฆ่าตัวตาย  เซมิรามิสจึงได้เข้าพิธีอภิเษกกับกษัตริย์ไนนัส  ซึ่งไม่นานได้ให้กำเนิดพระโอรสชื่อนินยาส (Ninyas)  แต่ว่าต่อมานางได้ทำรัฐประหารและประหารกษัตริย์ไนนัส ภายในการปกครองของราชินีเซมิรามิส ที่ยาวนานกว่า  42 ปี นางได้ปรับปรุงกองทัพจนเข้มแข็ง ทำการรื้อฟื้นอาณาจักรบาบิโลน (Babylon) ทำถนนไปยังเอ็กบาตาน่า (Ecbatana)  เมืองหลวงเก่าของอาณาจักรมีเดีย  (Media) และได้สร้างพระราชวังขึ้นแห่งหนึ่งที่เมืองนี้ ขยายอาณาจักรเข้าไปถึงอียิปต์และลิเบียบางส่วน และมายังเอเชีย จนสามารถรบชนะกองทัพของกษัตริย์สตาบรอเบท (King Stabrobates) แห่งอินเดียบริเวณริมแม่น้ำอินดุส แต่ว่าเซมิรามิสถูกหลอกโดยอินเดียได้มอบช้างปลอมให้เป็นของขวัญ ซึ่งนางเข้าใจว่าเป็นช้าง แต่แล้วกองทัพอินเดียก็ได้ส่งกองทัพช้างมารบกับเธอ จนกองทัพของเซมิรามิสต้องถอยหนีกลับมา หลังจากนางกลับมาจากการรบ นางได้สละบัลลังค์และมอบอำนาจให้กับเจ้าชายนินยาส (Ninyas) พระโอรส  ในอาร์เมเนียเล่าว่า เซมิรามิสได้หลงรักกษัตริย์เอร่า (Ara the Beautiful of Armenia) จึงได้เสนอที่จะอภิเษกกับกษัตริย์เอร่า…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!