💭 Rudeness is the weak man’s imitation of strength.
การหยาบคายคือสิ่งที่คนอ่อนแอเข้าใจว่าเป็นความแข็งแกร่ง
— Edmund Burke

Svante Pääbo

สเฟนตี พาโบ (Svante Pääbo) ผู้กู้คืน mitochondrial DNA (mtDNA) ของ Neanderthal , ค้นพบ Homo Denisona , และ FOXP2 (ยีนภาษา) พาโบ เกิดวันที่ 20 เมษายน 1955 ในสต๊อกโฮล์ม, สวีเดน แม่ของชื่อคาริน (Karin Pääbo) เป็นนักเคมีชาวเอสโตเนีย  ส่วนพ่อของเขาชื่อซูน เบิร์กสตรอม (Sune Bergström) เป็นนักชีวเคมี รางวัลโนเบลทางการแพทย์ ในปี 1982 พาโบถูกเลี้ยงดูขึ้นมาโดยมารดา เพราะว่าพ่อของเขามีภรรยาอยู่แล้วตอนที่มีความสัมพันธ์กับแม่ของพาโบ พาโบมีความสนใจเกี่ยวกับโบราณคดีมาตั้งแต่ยังเล็ก ตอนอายุ 13 ปีแม่พาเขาเดินทางไปอียิปต์ ทำให้เด็กชายพาโบมีความฝันที่จะโตขึ้นมาเป็นอินเดียน่า โจนส์ (Indiana Jones)  แต่เพราะว่าต่อมาพ่อของเขาได้รับรางวัลโนเบลทางการแพทย์ ทำให้พาโบหันเหมาจากโบราณคดีมาเรียนแพทย์แทน  1981 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอุปป์ศาลา (Uppsala Universtiy) ทางการแพทย์ 1984 พาโบได้รับตัวอย่างเนื้อเยื่อโบราณจากโครงกระดูกมัมมีจากพิพิธภัณฑ์ของเยอรมัน และเขาได้พยายามที่จะแยก DNA ออกมาจากเนื้อเยื่อดังกล่าว ซึ่งในเวลานั้นนักวิทยาศาสตร์ส่วนมากเชื่อว่า DNA ควรจะต้องถูกทำลายไปหมดแล้วด้วยระยะเวลาที่ยาวนานขนาดนั้น  แต่ว่าพาโบได้ตีพิมพ์งานวิจัยของเขาลงในวารสาร East German  ว่าเขาค้นพบว่ามี DNA คงเหลืออยู่ในโครงกระดูกมัมมีบางชิ้น ซึ่งต่อมางานวิจัยของเขาถูกพิมพ์ซ้ำโดยนิตยสาร Nature หนึ่งในผู้ที่อ่านงานวิจัยของพาโบ คือ อัลเลน วิลสัน (Allan Wilson) นักชีวโมลิกุลของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (University of California,…

0
Read More

Out of Africa

มีสองสมมติฐานหลักเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของมนุษย์สมัยใหม่ ได้แก่ the Out of Africa (OOA) hypothesis และ the multiregional evolution (MRE) hypothesis  ซึ่งทั้งสองสมมติฐาน นี้มีจุดเหมือนกัน คือ ยอมรับว่า Homo erectus นั้นกำเนิดขึ้นในแอฟริกา ก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังเอเชียและยุโรป ประมาณ 1 ล้านปีก่อน แต่ว่าสองสมมติฐานนี้มีความแตกต่างกันตรงที่สมมติฐานแรก OOA เชื่อว่า การอพยพออกจากแอฟริกา ครั้งที่ 2 (second wave of migration out of Africa) เพิ่งเกิดขึ้นประมาณ 100,000 ปีก่อน และได้เข้ามาแทนที่มนุษย์โบราณอย่างสมบูรณ์ แต่สมมุติฐาน ที่ 2 MRE เชื่อว่ามนุษย์ยุคใหม่เกิดขึ้นอย่างอิสระในหลายจุดภูมิภาค และมีการแลกเปลี่ยนยีนกันไปมาในหมู่ประชากรกินเวลาหลายล้านปี นับตั้งแต่ยุคของ Homo erectus ที่เดินทางออกมาครั้งแรก (the trellis theory) OOA นี้ได้ไอเดียมาจากแนวคิดของ ชาร์ล ดาร์วิน (Charles Darwin) ซึ่งเขาเขียนเอาวไว้ในหนังสือ The Descent of Man ปี 1871 ของเขา ดาร์วินเสนอแนวคิดว่าสิ่งมีชีวิตอาจจะมีวิวัฒนาการมาจากจุลชีพเดียวกัน และเขายังเสนอว่า ลิงชิมแปนซี กอริลล่า และมนุษย์อาจจะมีบรรพบุรุษร่วมกัน และดาร์วินคิดว่า Dryopithecus ซึ่งเป็นกระดูกของลิงโบราณ ค้นพบในปี 1856 อาจจะเป็นต้นกำเนิดของลิงไม่มีหาง…

0
Read More

Linear B

Linear B 1878 Linear B ถูกค้นพบที่คอสซอส บนเกาะครีต (Knossos, Crete Island) โดยนักธุรกิจและนักค้าวัตถุโบราณชาวกรีก ชื่อไมนอส คาลาไรรินอส (Minos Kalokairinos)  1895 เซอร์ อาร์เธอร์ อีวานส์ (Sir Arthur Evans) ได้เห็นวัตถุโบราณชิ้นหนึ่งที่เอรักไลออน (Herakleion) ซึ่งอาจจะเป็นวัตถุโบราณชุดเดียวกับที่ไมนอส ขุดขึ้นมา 1900 เซอร์อาร์เธอร์ ได้ลงมือขุดสำรวจทางโบราณคดีด้วยตัวเองในพื้นที่เดียวกับที่ไมนอสได้ขุดสำรวจเอาไว้ ซึ่งเซอรือาร์เธอร์ได้คน้พบวัตถุโบราณอีกหลายพันชิ้น ซึ่งหลายชิ้นมีการสลักที่คล้ายข้อความเอาไว้ ซึ่งในเวลานั้น ไม่มีใครสามารถอ่านข้อความที่สลักอยู่บน Linear B ได้ แต่เซอร์อีวาน มีทฤษฏีของตัวเองว่าเป็นภาษาของมิโนอัน (Minoan) ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์กับกรีก 1936 เซอร์อาเธอร์ได้จัดนิทรรศกาลแสดงวัตถุโบราณที่ขุดขึ้นมาจากคอสซอส ที่เบอร์ลิงตันเฮาร์ (Burlington House) ในลอนดอน ซึ่งขณะนี้เซอร์อาเธอร์มีอายุ 85 ปีแล้ว  เวนทริส (Michael Ventris) เด็กวัย 14 ปี ซึ่งต่อมาเป็นถูกถอดข้อความของ Linear B ก็ได้เข้าชมนิทรรศกาลครั้งนี้ด้วย และมีความปรารถนาที่จะถอดข้อความบน Linear B มาตั้งแต่นั้น 1939 มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุอีกจำนวนมากในไพลอส (Pylos) ซึ่งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ของกรีซ ซึ่งวัตถุโบราณนี้มีภาษาแบบ Linear B เขียนอยู่ ทำให้เซอร์อาร์เธอร์ประหลาดใจมาก เพราะเดิมเขาคิดว่าเป็นภาษาเฉพาะที่ใช้อยู่บนเกาะครีตเท่านั้น  1940 เวนทริส ในวัย 18 ปี มีบทควมเรื่อง Introducing…

0
Read More

Michael Ventris

ไมเคิ้ล เวนทริส (Michael George Ventris) ผู้ถอดรหัส Linear B ร่วมกับ จอห์น แชดวิก (John Chadwick) เวนทริส เกิดวันที่ 12 กรกฏาคม 1922 เฮิร์ตฟอร์ดไชร์, อังกฤษ (Hertfordshire, England)  ในครอบครัวที่เป็นทหารมาหลายรุ่น พ่อของเขาชื่อเอ็ดเวิร์ด (Edward Freancis Vereker Ventris)  เคยเป็นพันโทในกองทัพอินเดีย แต่ว่าลาออกมาก่อนเพราะว่าปัญหาสุขภาพ ส่วนแม่ชื่อแอนนา (Anna Dorothea Janasz) เธอมาจากครอบครัวยิวโปแลนด์ที่มีฐานะร่ำรวย วัยเด็กของเวนทริสเขาเติบโตขึ้นมาในสวิสแลนด์ เพราะว่าพ่อพาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่นี่ เพื่อที่เขาจะได้พักผ่อนรักษาสุขภาพในสถานที่ที่มีอากาศดี  เวนทริสเริ่มเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนในเมืองสต๊าด (Gstaad) ซึ่งที่โรงเรียนสอนเป็นภาษาฝรั่งเศสและเยอรมัน ทำให้เวนทริสสามารถใช้ได้หลายภาษาอย่างเชี่ยวชาญมาตั้งแต่เด็ก เพราะที่บ้านแม่ก็พูดกับเขาเป็นภาษาโปแลนด์  1931 ครอบครัวย้ายกลับมาอยู่ในอังกฤษ  และเวนทริสได้เข้าเรียนที่โรงเรียนบิคเลย์ฮิลล์ (Bickley Hill School) ในเมืองสโตว์ (Stowe)  1935 พ่อกับแม่ของเขาแยกทางกัน โดยที่เวนทริสได้อาศัยอยู่กับมารดา  เวนทริสได้รับทุนให้เข้าเรียนต่อที่สโตว์สคูล (Stowe School) ซึ่งเขาเลือกเรียนทางด้านภาษาลาตินและกรีกโบราณ 1938 พ่อของเขาเสียชีวิต  1939 เมื่อเยอรมันบุกโปแลนด์ ทำให้แม่ของเขาประสบปัญหาทางการเงิน เมื่อรายได้ของเธอที่มาจากอสังหาริมทรัพย์ในโปแลนด์หายไป และปีต่อมาเธอยังสูญเสียบิดาด้วย ทำให้เธอมีอาการเครียดและติดยากล่อมประสาทบาร์บิทูเรต (barbiturates)  แต่เวนทริสได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวของนวม กาโบ (Naum Gabo) ศิลปินชาวรัสเซีย ที่เป็นเพื่อนกับครอบครัวเขา ได้พาเวนทริสไปอยู่ในการอุปการะ  เวนทริสได้เข้าเรียนด้านสถาปัตยกรรมที่โรงเรียนของสมาคมสถาปนิก (Architectural Association School of Architecture)…

0
Read More

John Chadwick

จอห์น ชัดวิก (John Chadwick) ผู้ถอดรหัส Linear B ร่วมกับ ไมเคิ้ล เวนทริส (Michael Ventris)  ชัดวิก เกิดวันที่ 21 พฤษภาคม 1920 ในอีสต์ ชีน, ริชม่อน อัพออน เธมส์ , อังกฤษ (East Sheen, Richmond-upon-Thames, UK) ชัดวิก จบการศึกษาชั้นมัธยมจากเซนต์พอล (St. Pual’s School) และจบปริญญาจากคอร์ปัส คริสตี้ คอลเลจ, แคมบริดจ์ (Corpus Christi College, Cambridge) เขาเป็นทหารในกองทัพเรือของอังกฤษในช่วงสงคราม โลก ครั้งที่ 2  1942 ถูกย้ายมาอยู่ในหน่วยงสายลับของกองทัพเรือ ซึ่งมีฐานอยู่ที่ฐานทัพไนล์ (HMS Nile) ในเมืองอเล็กซานเดรีย, อียิปต์ โดยทำหน้าที่ถอดรหัสข้อมูลข้อมูลระดับล่างของกองทัพเรืออิตาลี 1944 ถูกย้ายมาอยู่ที่เบลตช์ลีย์ ปาร์ก (Bletchley Park) ซึ่งได้ฝึกภาษาญี่ปุ่นเพื่อทำงานถอดรหัสการสื่อสารระหว่างกองทัพเรือญี่ปุ่นในเบลเยี่ยมและเบอร์ลิน 1945 หลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 เขากลับไปเรียนหนังสือต่อที่คอร์ปัส คริสตี้ ทางด้านอักษรศาสตร์ 1947 แต่งงานกับโจแอน (Joan Hill) และมีลูกด้วยกันคนหนึ่งชื่อแคมเดน (Camden Chadwick)  1950 พิมพ์ผลงานเขียนเล่มแรก The Medical Works of Hippocrates…

0
Read More

Hortst Feitel

ฮอร์สต์ ฟีสเทล (Horst Feistel) Lucifer cipher, Feistel network, DES (Data Encryption Standard) ฟีสเทล เกิดวันที่ 30 มกราคม 1915 ในเบอร์ลิน, เยอรมัน พ่อของเขาชื่อริชาร์ด (Richard Feistel) และแม่ชื่อเฮเลน่า (Helena Freudenreich Feistel)  1934 23 มีนาคม, ฟีสเทลขึ้นเรือโดยสารเพื่อเดินทางมาอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ  ก่อนหน้านี้ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ไดเประกาศแผนการที่จะสร้างสมรรถนะทางการทหารของกองทัพเยอรมันขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นการละเมิดสนธิสัญญาแวร์ซายส์ (Versailles Treaty) และประกาศของฮิตเลอร์จะทำให้ฟีสเทลของถูกเกณฑ์เป็นทหาร 2 ปี ป้าของฟีสเทล ซึ่งแต่งงานกับชาวสวิส และอาศัยอยู่ในซูริส จึงได้แนะนำเขาให้อออกจากเยอรมันก่อนที่จะต้องเป็นทหาร 1937 จบปริญญาเอกจากเอ็มไอที ( Massachusetts Institute of Technology) ทางด้านฟิสิกส์  1941 ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ฟิสเทลถูกรัฐบาลสหรัฐฯ กักบริเวณเอาไว้แต่ภายในบ้าน เพราะความที่เขาเป็นชาวเยอรมันทำให้เขาอยู่ในข่ายถูกต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นสายลับ 1942 จบปริญญาโทจากฮาร์วาร์ด (Harvard) ทางด้านฟิสิกส์ 1944 31 มกราคม, ได้รับสัญชาติอเมริกัน และต่อมาก็ได้รับใบอนุญาตให้เข้าทำงานกับศูนย์วิจัยของกองทัพอากาศในแคมบริดจ์ (U.S. Air Force Cambridge Research Center, AFCRC) ได้  1945 แต่งงานกับลีโอน่า (Leona Gage) …

0
Read More

Steven Pinker

สตีเว่น ฟิงเกอร์ (Steven Arthur Pinker)  นักจิตวิทยาที่วิจัยเกี่ยวกับจิตสำนึก, ภาษา  มีชื่อเสียงจากงานวิจัยเกี่ยวกัยแนวคิด computational theory of mind และ Evolutionnary psychology ฟิงเกอร์ เกิดวันที่ 18 กันยายน 1954 ในมอนทรีออล, ควีเบค, แคนนาดา ในครอบครัวที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก พ่อของเขาชื่อแฮร์รี่ (Harry Pinker) มีอาชีพเป็นทนายความ และแม่ชื่อโรสลิน (Roslyn Wiesenfeld) ครอบครัวของเขาเป็นยิว โดยรุ่นของปู่ย่าเป็นชาวยิวที่อพยพมากจากโปแลนด์และโรมาเนียตั้งแต่ปี 1926 ฟิงเกอร์มีน้องสองคน ชื่อโรเบิร์ต (Robert) และซูซาน (Susan)  1973 จบจากดอว์สันคอลเลจ (Dawson Collge)  1976 จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแม็คกิลล์ (McGill University) ทางด้านจิตวิทยา 1979 จบปริญญาเอกจากฮาร์วาร์ด (Harvard) สาขาจิตวิทยาการทดลอง ซึ่งหลังจากเรียนจบได้ทำงานวิจัยอยู่ที่เอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology)  1981 ได้ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์และทำงานสอนหนังสือที่สแตนฟอร์ด (Stanford University)   1980 แต่งงานกับแนนซี่ (Nancy Etcoff) 1982 มาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่เอ็มไอที ในคณะวิทยาศาสตร์สมองและจิตสำนึก ซึ่งฟิงเกอร์ยังได้ตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการร่วมของศูนย์ศึกษาวิทยาศาสตร์จิตสำนึก (Center of Cognitive science) ระหว่างปี 1985-1994 และเป็นผู้อำนวยการของศูย์ศึกษาระบบประสาทเกี่ยวกับจิตสำนึก (Center for Cognitive…

0
Read More

Salvador Dali

ซัลเวดอร์ ดาลิ (Salvador Domingo Felipe Jacinto Dali i Domenech, Marquis of Dali de Pubol) ดาลิ เกิดวันที่ 11 พฤษภาคม 1904 เมืองฟิกูเรียส, คาตาโลเนีย, สเปน (Figueres, Catalonia, Spain)  พ่อของเขาชื่อซัลวาดอร์ ราฟาเอล (Salvador Rafael Aniceto Dali Cusi, 1872-1950) เป็นนักกฏหมาย ส่วนแม่ชื่อเฟลิป้า (Felipa Domenech Ferres, 1874-1921) ดาลิมีพี่ชายที่เกิดก่อนเขาอยู่คนหนึ่งซึ่งมีชื่อเดียวกันกับเขา แต่ว่าพี่ชายเสียชีวิตตั้งแต่ตอนอายุสองขวบ ก่อนดาลิเกิดเพียงแค่เก้าเดือน  และเขามีน้องสาวชื่อแอนนา มาเรีย (Anna Maria, b. 1908)  ดาลิเริ่มเข้าโรงเรียนตอนอายุ 4 ปี ในโรงเรียนของเมืองฟิกูเรียส แต่เพราะว่าเขาไม่ตั้งใจเรียน พ่อของเขาจึงย้ายเขาไปเรียนในโรงเรียนเอกชนที่เข้มงวดกว่าและสอนด้วยภาษาฝรั่งเศส ครอบครัวของดาลิมักจะใช้เวลาช่วงฤดูร้อนมาอยู่ที่บ้านพักในเมืองคาดาเกส (Cadagues) ซึ่งที่นี่ทำให้ดาลิได้เรียนการวาดรูปกับรามอน ปิชอต (Ramon Pichot) ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกัน ปิชอตเป็นจิตรกรที่วาดภาพแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ (Impressionism) เป็น 1916 เข้าเรียนภาคค่ำที่โรงเรียนศิลปะประจำเมือง (Municipal Drawing School of Figueres) 1919 มีผลงานจัดแสดงร่วมกับกลุ่มศิลปินท้องถิ่นในโรงภาพยนต์ประจำเมือง 1921 แม่ของเขาเสียชีวิต และพ่อได้แต่งงานใหม่กับน้องสาวของแม่ในปีถัดมา 1922 เข้าเรียนที่สถาบันศิลปะซาน เฟอร์นันโด (San…

0
Read More

Georg Cantor

เกออร์ค แคนเตอร์ (Georg Ferdinand Ludwig Philipp Cantor) ผู้คิด Set theory แคนเตอร์ เกิดวันที่ 3 มีนาคม 1845 (19 กุมภาพันธ์ O.S.) ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, จักรวรรดิรัสเซีย พ่อของเขาชื่อเกออร์ค วัลเดอร์มาร์ แคนเตอร์ (Georg Waldermar Cantor,1814-1863) มีอาชีพเป็นพ่อค้าที่มีฐานะร่ำรวยอยู่ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และต่อมาได้เป็นโบรกเกอร์ในตลาดหลักทรัพย์ของเมือง  ส่วนแม่ชื่อว่ามาเรีย แอนนา โบห์ม (Maria Anna Böhm, 1819-1896)  เธอเป็นหลานของโจเซฟ โบห์ม (Joseph Böhm) นักไวโอลีนที่มีชื่อของรัสเซีย  แคนเตอร์เป็นลูกชายคนโตในพี่น้องทั้งหมดหกคน แคนเตอร์ถูกเลี้ยงมาสแบบโปรแตสแตนต์ เหมือนกับพ่อ แม้ว่าแม่ของเขาจะเป็นโรมันแคโธริก วัยเด็กของเขาเรียนหนังสืออยูกับบ้าน และได้รับการถ่ายถอดการเล่นไวโอลีนจากพ่อและแม่ จนแคนเตอร์เป็นนักไวโอลีนที่มีฝีมือสูงคนหนึ่ง  1853 เข้าโรงเรียนประถมเซนต์ปีเตอร์ (Saint Peter’s School)  1856 เมื่อแคนเตอร์อายุ 11 ปี ครอบครัวย้ายมาอยู่ในเยอรมัน เพราะผู้เป็นพ่อมีอาการป่วยและต้องหาสภาพแวดล้อมที่มีอากาศอบอุ่นกว่า โดยไปอาศัยอยู่ที่เมืองไวสบาเดน (Wiesbaden) ก่อนที่ต่อมาจะย้ายไปอยู่ในแฟรงเฟิร์ต  และแคนเตอร์ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมประจำในดาร์มสแตดต์ (Darmstadt) 1860 เขาจบมัธยมโดยมีผลการเรียนดีเยี่ยมโดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์  โดยเฉพาะตรีโกณมิติ  หลังจบมัธยม แคนเตอร์เข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยฮอเฮอร์ (Höhere Gewerbeschule Darmstadt, ปัจจุบันเป็น Technische Universität Darmstadt) ทางด้านวิศกรรมศาสตร์ตามความต้องการของบิดา 1862 หลังจากโน้มน้าวให้พ่ออนุญาตให้เขาเรียนทางด้านคณิตศาสตร์ได้แล้ว แคนเตอร์ได้ย้ายมาเรียนที่วิทยาลัยโพลีเทคนิคในซูริค (Polytechnic…

0
Read More

V. N. Shamov

วลาดิมีร์ ชามอฟ (Владимар Николаевич Шамов) ผู้บุกเบิกการให้เลือดให้สหภาพโซเวียต, ผู้ทดลองการถ่ายเลือดจากศพ ชามอฟ เกิดวันที่ 22 พฤษภาคม 1882 ในเมนเซลินส์ก (Menzelinsk, Tatarstan, Russia Empire) ในครอบครัวของครู  1908 จบการศึกษษจากสถาบันการแพทย์ทหาร (Military Medical Academy)  ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 1911 จบปริญญาเอก โดยที่เขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง “the importance of physical methods for surgery of malignant tumors”  1913 เดินทางไปดูงานในอังกฤษและสหรัฐฯ  1914 เข้าทำงานที่คลีนิกของ เซอร์เกย์ เฟโดรอฟ (Sergei Fedorov) 1919 20 พฤศจิกายน, ชามอฟ ได้ทดลองการถ่ายเลือดระหว่างคนกรุ๊ปเลือดเดียวกันเป็นครั้งแรกในโซเวียต โดยใช้ห้องผ่าตัดของสถาบันการแพทย์ทหาร 1923 ได้รับตำแหน่งหัวหน้าแผนกผ่าตัดย่อยของสถาบันแพทย์คาร์กอฟ (Kharkov Medical Institute) เป็นหัวหน้าคลีนิกผ่าตัดของสถาบันทดลองทางการแพทย์ยูเครน (Ukrainian Institute of Experimental Medicine)   และเป็นผู้อำนวยการสถาบันโรคเลือดและการถ่ายเลือดยูเครน (Ukrainian Institute of Hematology and Blood Transfusion)  1928 ทำการทดลองถ่ายเลือดจากศพได้เป็นผลสำเร็จ  1930 ก่อตั้งสถานบันการถ่ายเลือดและการผ่าตัดฉุกเฉิน (World Institute of blood transfusion…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!