General

Swan Lake

สวอน เลค (Sworn Lake) บทละครบัลเล่ต์ ประพันธ์โดยทไซคอฟสกี้ (Pyotr Ilyich Tchaikovsky) เปิดการแสดงปฐมทัศน์ในปี 4 มีนาคม 1877 ที่โรงละครบอลชอย (Bolshoi Theatre) ในมอสโคว์ เรื่องย่อ เจ้าชาย ซิกฟรี๊ด (Prince Siegfried) ตกหลุมรักกับเจ้าหญิงสาวชื่อ โอเด็ต (Odette)  ซึ่งเธอนั้นต้องคำสาปของพ่อมดให้ต้องกลายเป็นหงษ์ในเวลากลางวัน และในเวลากลางคืนจะกลับร่างกลายเป็นหญิงสาวรูปงาม  องก์ 1 เจ้าชายซิกฟริ๊ด เดินทางมาถึงยังงานเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระองค์มีพระชนม์ 21 บริบูรณ์ ซึ่งพิธีจัดขึ้นในอุทยานภายในพระราชวัง  ซึ่งเชื้อพระวงศ์และขุนนางต่างกันพาเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งในงานวันนี้ พระราชินีได้พระราชทานหน้าไม้ให้เป็นของขวัญกับเจ้าชาย และทรงรับสั่งว่าจะทรงเตรียมจัดให้มีการอภิเษกในเร็ววัน เจ้าชายซึ่งได้หน้าไม้เป็นของขวัญก็เดินทางาเข้าไปในป่าพร้อมกับพระสหาย องก์ 2  เจ้าชายซิกฟริ๊ด ซึ่งเข้ามาในป่าเพื่อล่าสัตว์พร้อมกับพระสหาย กลับพบว่าพระองค์หลงอยู่ป่าเพียงลำพัง และทรงมาอยู่ใกล้กับทะเลสาบที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง ซึ่งในทะเลสาบมีหงษ์ขาวมากมายกำลังเล่นน้ำ  แต่ว่าเจ้าชายสังเกตุเห็นหงษ์ตัวหนึ่งที่งดงามเป็นพิเศษและยังมีมงกุฏอยู่บนหัวของหงษ์ตัวนั้นด้วย  ไม่นานพระสหายของเจ้าชายก็ตามเจ้าชายมา และได้ช่วยกันจับหงษ์ขาวที่โดดเด่นตัวนั้นเอาไว้ได้  แต่เจ้าชายได้ขอใช้เวลาลำพังกับหงษ์ตัวดังกล่าว  และเมื่อพบค่ำ หงษ์ขาวตัวนั้นก็กลายเป็นหญิงงาม ชื่อโอเด็ต  โอเด็ตได้เล่าให้เจ้าชายฟังเกี่ยวกับแม่มดที่ชั่วร้าย ที่ชื่อว่าฟอน โรธบาร์ต (von Rothbart) ซึ่งอันที่จริงแล้วฟอน โรธบาร์ตเป็นพระอาจารย์ของเจ้าชายเอง  ซึ่งโรธบาร์ตเป็นผู้ที่สาปให้หญิงสาวมากมายต้องกลายเป็นหงษ์ และต้องว่ายอยู่ในทะเลสาปซึ่งเกิดจากน้ำตาของพ่อแม่ของเด็กสาวที่โดนสาปเหล่านั้นที่ต้องร้องไห้เสียใจ โอเด็ตยังได้บอกว่าวิธีเดียวที่จะแก้คำสาปได้คือหญิงสาวจะต้องได้รับความบริสุทธิ์จากคนรักและเขาจะต้องสารภาพรักกับนาง ซึ่งระหว่างที่เจ้าชายจะสารภาพรักกับโอเด็ต  พ่อมดโรธบาร์ตก็ปรากฏตัวขึ้นมาและจับตัวโอเด็ตไป และระหว่างที่เจ้าชายพยายามจะไล่ตาม โรธบาร์ตก็ได้สั่งให้หงษ์ในทะเลสาบพากันเต้นรำเพื่อขัดขวางเจ้าชายเอาไว้ องก์ 3  ในวันถัดมาจากงานเฉลิมฉลอง ก็ได้มีการจัดพิธีดูตัวขึ้นในท้องพระโรง โดยมีเจ้าหญิงรูปงามมากมายเข้าร่วมในงาน แต่ว่าเจ้าชายซึ่งยังคงคิดถึงโอเด็ตไม่หมายปองเจ้าหญิงองค์ใดเลย จนพระราชินีให้สั่งให้เจ้าชายเลือก แต่เมื่อเจ้าชายยังไม่สามารถเลือกเจ้าหญิงองค์ใดได้ พระองค์ก็บรรเทาพระอารมณ์กริ้วของพระราชินีไว้ด้วยการขอเต้นรำกับเจ้าหญิงในงานที่ละพระองค์ ต่อมาทหารประจำท้องพระโรงได้เป่าแตรขึ้นเป็นสัญญาณให้รู้ว่ามีผู้เข้ามาในท้องพระโรงเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งผู้ที่เข้ามาใหม่นั้นคือโรธบาร์ต พระอาจารย์ของเจ้าชาย ซึ่งมาพร้อมกับลูกสาวของเขา…

0
Read More

Giselle

จีเซลล์ (Giselle) โรแมนติกบัลเลต์ ประพันธ์โดยอะโดลฟี อดัม (Adolphe Adam)  เรื่องย่อ จีเซลล์ (Giselle) เป็นหญิงชาวบ้านในชนบท อยู่มาวันหนึ่งอัลเบรชต์, ดยุคแห่งซิเลเซีย (Albrecht, Duke of Silesia) ได้เดินทางผ่านหมู่บ้านของเธอ และเกิดตกหลุมรักจีเซลล์  แต่ว่าทว่าดยุคอัลเบรชต์ นั้นมีคู่หมั่นอยู่แล้ว คือเจ้าหญิงบาทิลเด่ (Princess  Bathilde)  อัลเบรซต์ปิดบังฐานะที่แท้จริง โดยเอาเสื้อผ้า, ดาบและแตร ไปซ่อนเอาไว้ในกระท่อมที่เขาเช่าไว้ แล้วปลอมตัวเป็นชายสามัญชนใช้ชื่อว่าลอยส์ (Loys) เพื่อไปจีบจีเซลล์ ฮิลาเรี่ยน (Hilarion) นายพรานหนุ่มในหมู่บ้าน ซึ่งตกหลุมรักจีเซลล์ พยายามเตือนจีเซลล์ไม่ให้ไว้ใจลอยส์ซึ่งเป็นคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักไม่นาน แต่จีเซลล์ก็ไม่ได้ฟังคำเตือนเพราะ จีเซลล์ตกหลุมรกรอยส์จนหมดหัวใจ เบอร์ธ่า (Bertha) แม่ของจีเซล์จะไม่เห็นด้วยกับความรักของเธอกับลอยส์ เพราะนางเห็นว่าฮิลาเรี่ยนซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันเหมาะสมกว่า นอกจากนั้นจีเซลล์ยังมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง เบอร์ธ่าจึงพยายามห้ามไม่ให้ลูกสาวออกไปเต้นรำกับชายแปลกหน้าในงาน โดยย้ำถึงตำนานของหมู่บ้านที่มักจะมีดวงวิญญาณของหญิงสาวที่เป็นหม้ายปรากฏตัวขึ้นและคอยฆ่าผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้าไปในป่า แต่จีเซลล์ไม่สนใจคำเตือนจากแม่ของเธอ เมื่อถึงวันเทศกาลฉลองการเก็บเกี่ยว ปรากฏว่าเจ้าหญิงบาทิลเด่ได้เดินทางมาร่วมในงานเทศกาลด้วย โดยที่อัลเบรซต์ซึ่งรู้ตัวก่อนจึงได้แอบไปหลบซ่อน  เจ้าหญิงบาทิลเด่ได้มีโอกาสที่จะพบพูดคุยกับจีเซลล์ โดยที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างจีเซลล์กับพระคู่หมั่น เจ้าหญิงบาทิลเด่ประทับใจในความงามและมิตรไมตรีที่ได้จากจีเซลล์ เมื่อเจ้าหญิงบาทิลเด่เสด็จออกจากงาน ลอยส์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง และร่วมเต้นรำกับจีเซลล์ ซึ่งภายในงานจีเซลล์ได้รับเลือกให้รับตำแหน่งราชินีแห่งการเก็บเกี่ยวของงาน  แต่แล้วงานรื่นเริ่งก็ต้องสะดุดลง เมื่อฮิลาเรี่ยนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเครื่องแต่งกายและมีดดาบซึ่งเขาเข้าไปพบในกระท่อมของลอยส์ เมื่อฐานะที่แท้จริงเปิดเผยว่าลอยส์แท้จริงแล้วเป็นดยุคที่สูงศักดิ์ และยังมีคู่หมั่นแล้วอีกด้วย  แต่ลอยส์ยังปากแข็งไม่ยอมรับ ฮิลาเรียนก็ใช้แตรที่เขาพบในกระท่อมด้วยเป่าจนเกิดเสียงดัง ทำให้คณะของเจ้าหญิงที่เพิ่งจะออกจากงานได้ยิน และได้ย้อนกลับมา  เมื่อเจ้าหญิงบาทิลเด่ได้พบกับดยุคอัลเบรซด์ ความจริงทุกอย่างจึงไม่อาจะปฏิเสธได้อีก  จีเซลล์เสียใจมากจนคุ้มคลั่ง เธอเอาแต่เต้นรำจนกระทั้งหัวใจของเธอแตกสลายและเสียชีวิตลงในอ้อมกอดของดยุคอัลเบรซด์   ในคืนต่อมา, ฮิลาเรี่ยน นายพรานหนุ่มซึ่งอาลัยอาวรณ์จีเซลล์อยู่หน้าหลุมฝังศพของนางภายในป่า  จู่ๆ  ก็มีเหล่าภูติพราย (Wilis) ปรากฏตัวขึ้น ซึ่งพรายเหล่านั้นต่างก็เป็นดวงวิญญาณของหญิงสาวที่ถูกคนรักของพวกเธอหักหลังแล้วต้องตรอมใจตาย  โดยที่พรายเหล่านั้นถูกปกครองโดยพรายนางพญาตนหนึ่งที่ชื่อว่าเมอร์ธ่า (Myrtha) นางมีนิสัยดุร้าย…

0
Read More

Red Guards

1966 25 พฤษภาคม, นี่ หยวนซึ (聂元梓/聶元梓, Nie Yuanzi) อาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญาของมหาวิทยาลับปักกิ่ง (Peking University) และเพื่อนของเขาได้ร่วมกัน เขียน ต้าชิเป่า (dazibao ; wall newspaper, หนังสือพิมพ์หรือโปสเตอร์ประกาศที่ติดในที่สาธารณะ โดยออกแบบให้มีตัวอักษรขนาดใหญ่ จึงเรียกว่าเป็น Big-Character Poster) ที่อ้างว่ามหาวิทยาลัยปักกิ่ง ถูกควบคุมโดยพวกกระฎุมพีที่ต่อต้านการปฏิวัติ ซึ่งประธานเหมาได้มาเห็นโปสเตอร์ดังกล่าว และเกิดไอเดียในการใช้โปสเตอร์เป็นเครื่องมือในการปฏิวัติวัฒนธรรม (The Great Proletarian Cultural Revolution ,1966-1976) 29 พฤษภาคม, กลุ่มเรดการ์ด (Red Guard) ถูกตั้งขึ้นครั้งแรกภายในมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแนวหน้าของจีนและอยู่ในปักกิ่ง เป้าหมายของเรดการ์ดคือการปกป้องและกำจัดศัตรูของประธานเหมา ทำให้เกิดกองกำลังเรดการ์ดที่มีแนวคิดรุนแรงในรูปแบบของเยาวชนขึ้นมา โดยประธานเหมาให้ท้ายการเคลื่อนไหวของกลุ่มเรดการ์ด ว่า “การขบถเป็นเรื่องเหมาะสม / to rebel is justified” 1 มิถุนายน, หนังสือพิมพ์ People’s Daily พิมพ์บทความชื่อ “Sweep Away All Monsters and Demons” ของ เฉิน โบด๋า (陈伯达, Chen Boda) ที่กล่าวถึง สี่ล้าสมัย-Four Olds  (Customs, Culture, old Ideas, habits) ได้แก่ ประเพณี,…

0
Read More

💭 Rumi

A sufi holy man was asked what forgiveness is. He said, – it is the fragrance that … when they are crushed. ชายคนหนึ่งถูกถามว่า การให้อภัย คืออะไร  เขาตอบว่า…คือกลิ่นหอมของดอกไม้เวลาถูกขยี้ — Rumi

0
Read More

💭 Edward L. Berneys

The conscious and intelligent manipulation of the organized habits and opinions of the masses is an important element in democratic society. Those who manipulate this unseen mechanism of society constitute an invisible government which is the true ruling power of our country. …We are governed, our minds are molded, our tastes formed, our ideas suggested, largely by men we have never heard of. This is a logical result of the way in which our democratic society is organized. Vast numbers…

0
Read More

💭 Chris Hedges

We’ve bought into the idea that education is about training and “success”, defined monetarily, rather than learning to think critically and to challenge. We should not forget that the true purpose of education is to make minds, not careers. A culture that does not grasp the vital interplay between morality and power, which mistakes management techniques for wisdom, which fails to understand that the measure of a civilization is its compassion, not its speed or ability to consume, condemns itself…

0
Read More

💭 J.K. Rowling

It is our choices, Harry, that show what we truly are, far more than our abilities. สิ่งที่เราเลือก มันแสดงส่ิงที่เราเป็น, ยิ่งไปกว่าความสามารถใดๆ ที่เรามี ― J.K. Rowling, Harry Potter and the Chamber of Secrets

0
Read More

💭 Alexis de Tocqueville

Nothing is more wonderful than the art of being free, but nothing is harder to learn how to use than freedom. ไม่มีศาสตร์อะไรดีเท่าเสรีภาพ, แต่ก็ไม่มีอะไรยากที่จะเรียนรู้เท่ากับการใช้เสรีภาพ ― Alexis de Tocqueville, Democracy in America

0
Read More

💭 Frank Zappa

A mind is like a parachute. It doesn’t work if it is not open. ใจก็เหมือนกับร่มชูชีพ ถ้ามันไม่เปิดมันก็ไม่ทำงาน ― Frank Zappa

0
Read More

Dead Hand

Perimetr (Периметр) Mertvaya Ruka  (Мёртвая Рука) ธันวาคม 2018ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ (Donal Trump) ของสหรัฐฯ ประกาศถอนตัวจากสนธิสัญญาควบคุมขีปนาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (Intermediate-Range and Shorter-Range Nuclear Forces Treaty)  สนธิสัญญาดังกล่าว ทำขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และโซเวียต ในปี 1987 ในสมัยของประธานาธิบดีเรแกน (Ronal Reagan) และประธานาธิบดีกอร์บาเชฟ (Mikhail Gorbachev)  โดยตกลงห้ามการพัฒนาขีปนาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (500-1000 กิโลเมตร) ที่ยิงจากพื้นดิน   แต่ไม่รวมขีปนาวุธที่ยิงขึ้นจากเรือรบในทะเล การถอนตัวของสหรัฐฯ จากสนธิสัญญา INF ทำให้รัสเซียวิตกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในยุโรปอีกครั้ง ซึ่งสามารถโจมตีมอสโคว์ได้เพียงเวลาไม่กี่นาที ในขณะที่โอกาสตอบโต้ของรัสเซียในกรณีทีถูกโจมตีก่อนนั้นเป็นไปได้ยาก เพราะระยะทางที่ห่างกันมาก และกรณีรัสเซียถูกโจมตีก่อน ก็อาจจะสูญเสียระบบการบัญชาการในระดับสูงไป มีข่าวลือว่ามอสโคว์กลับมาพิจารณาการใช้ระบบตอบโต้ในกรณีฉุกเฉินที่เรียกว่า Perimetr หรือ หรือถูกเรียกว่า Dead Hand ตามชื่อหนังสือที่เขียนโดยฮาโรล์ด โคลีย์ (Harold Coyle) Dead Hand เป็นระบบซึ่งเชื่อว่าเคยมีอยู่ในช่วงสงครามเย็น วาเลรี ยาไรนิช (Valery Yarynich) อดีตนายพันในกองทัพมิสไซด์ยุทธศาสตร์ (Strategic Missile Forces) ซึ่งอ้างว่าเขาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา Dead Hand ได้ให้ข้อมุลว่า โซเวียตสร้าง Dead Hand ราวปี 1974 โดยแรกเริ่มที่จะใช้มิสไซด์ MR-UR-100 (15A15) ก่อนที่ต่อมาหลังปี…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!