General

Eratosthenes

อีราโตสเธเนส (Ερατοσθένης ο Κυρηναίος) Sieve of Eratosthenes  อีราโตสเธเนส เกิดราวปี 276 BC ในไซรีน (Cyrene) ดินแดนที่ก่อตั้งโดยกรีก ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศลิเบีย แต่ขณะนั้นไซรีนเป็นส่วนหนึ่งของกรีก พ่อของเขาชื่ออะเกลออส (Aglaos) เขาเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนในเมืองก่อนที่ต่อมาจะเดินทางไปยังเอเธนส์เพื่อศึกษาต่อ โดยได้มีโอกาสเข้าเรียนนักปราชญ์ที่ดีที่สุดของกรีกหลายท่านในเวลาอย่างนั้น เขาได้เรียนภาษาศาสตร์กับไลซาเนียส (Lysanias of Cyrene), ปรัชญาสโตอิค (Stoicism) กับซีโน่ (Zeno of Citium) และยังได้เรียนกับอาร์เซซิลาอุส (Arcesilaus of Pitane) และกับอริสโต้ (Aristo of Chios)  ความสนใจในปรัชญาของเพลโต (Plato) ทำให้เขาเขียนหนังสือ Platonikos อีราโตสเธเนส ได้เรียนการทำเครื่องปั้นดินเผากับ คัลลิมาชุส (Callimachus) เขียน Chronographies  เขียน Olympia victors ซึ่งรวบรวมประวัติของนักกีฬาที่ชนะที่การแข่งขันโอลิมปิก Catasterisms ซึ่งเขียนเรื่องเกี่ยวกับดาราศาสตร์  ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเดียวของเขาที่หลงเหลืออยู่จนปัจจุบัน 245 BC ได้รับการแต่งตั้งจากฟาโรห์ปโตเลมี ที่ 3 (Ptolemy III Euregetes) ตำแหน่งบรรณารักษ์ของห้องสมุดแห่งอเล็กซานเดรีย (Library of Alexandria)  ซึ่งต่อมาเขาได้มีโอกาสเป็นครูสอนหนังสือให้กับโอรสธิดาของปโตเลมี ที่ 3 รวมถึงปโตเลมี ที่ 4 (Ptolemy IV Philopator)  194 BC เสียชีวิตในอเล็กซาเตรีย ขณะอายุ…

0
Read More

Leonard Adleman

ลีโอนาร์ด อเดลแมน (Leonard Max Adleman, “Len”) ผู้สร้างอัลกอลิทึ่ม RSA (Rivest, Shamir, Adleman) , DNA computing อเดลแมน เกิดวันที่ 31 ธันวาคม 1945 ในซานฟานซิสโก, แคลิฟอร์เนีย พ่อของเขาเป็นยิวที่อพยพมาจากเบลารุส, สหภาพโซเวียต พ่อของเขาเป็นพนักงานธนาคารและเซลล์แมน อเดลแมนมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเคมี หลังจากที่ได้ดูซีรีย์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กเรื่อง “Mr. Wizard”  1968 จบปริญญาตรีทางด้านคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย, เบิร์กเลย์ (University of California, Berkeley)  จากนั้นได้เข้าทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ที่ Bank of America อยู่พักหนึ่งก่อนที่จะกลับเข้าเรียนต่อที่เบิร์กเลย์ 1976 จบปริญญาเอกทางคอมพิวเตอร์และวิศวกรรม โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง Number-Theoretic Aspects of Computational Complexity โดยมีมานูเอล บลัม(Manuel Blum, 1995 Turing Award)  เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ หลังจากเรียนจบ ได้เข้าทำงานที่คณะคณิตศาสตร์ของ MIT ในบอสตัน  และได้มีโอกาสในการทำงานร่วมกับรอน ไรเวสต์ (Ron Rivest) และเอดิ ชามีร์ (Adi Shamir) ซึ่งได้ร่วมกันพัฒนาการเข้ารหัส แบบ RSA กันขึ้นมา   โดยได้แนวความคิดมาจากบทความของ วิทฟิล์ด ดิฟไฟ (Whitfield Diffie) ,มาร์ติน เฮลล์แมน (Martin…

0
Read More

The Nutcracker

บัลเลต์เรื่อง The Nutcracker  ถูกดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง “The Nutcracker and the King of Mice” ของ อี.ที.เอ. ฮอฟฟ์แมน (E. T. A. Hoffman)  โดยมาเรียส เปติปา (Marius Petipa) และเลฟ อิวานอฟ (Lev Ivanov) เขียนบทบัลเลต์ และทไซคอฟสกี้ (Pyotr Tchaikovsky) ทำดนตรีประกอบและเปิดการแสดง ครั้งแรกในปี 1892 เรื่องย่อ ในคืนวันคริสมาสต์อีฟ ครอบครัวของ สามีภรรยาสตาห์ลบวม (Stahlbaum) และคลาร่า (Clara)  ลูกสาวกับน้องชายชื่อฟริตซ์ (Fritz) และแขกได้มารวมตัวกันภายในห้องรับแขกเพื่อที่จะช่วยกันตกแต่งต้นคริสมาสต์ งานปาร์ตี้เป็นไปอย่างสนุกด้วยความรื่นเริงและเสียงดนตรี จนกระทั้งพ่อทูนหัวของคลาร่า ชื่อดรอสเซลเมเยอร์ (Drosselmeyer) เข้ามาในงาน ดรอสเซลเมเยอร์นั้นเป็นช่างทำนาฬิกาและของเล่นที่มีบุคคลิกแปลก จนทำให้ผู้ที่พบเห็นมักจะเกิดอาการกลัว  ซึ่งเป็นประจำทุกปีที่ดรอสเซลเมเยอร์จะมาร่วมงานคริสต์มาสปาร์ตี้ พร้อมกับนำของเล่นที่แปลกและสวยงามมากแจกให้กับเด็กๆ  ซึ่งในคืนนี้ ดรอสเซลเมเยอร์ได้มีตุ๊กตาเต้นได้ขนาดเท่าคนจริง ซึ่งสำหรับคลาร่า ปีนี้ดรอสเซลเมเยอร์ได้ให้ของขวัญเป็น The Nutcracker ตุ๊กตาไม้ในเครื่องแบบทหาร  ตุ๊กตา the nutcracker ทำให้ฟริตซ์เกิดความรู้สึกอิจฉา จนได้แย่งตุ๊กตา the nutcracker มา แล้วก็ทำให้ตุ๊กตาแตกเป็นชิ้นๆ  คลาร่าและครอสเซลเมเยอร์จีงได้เก็บชิ้นส่วนของ the nutcracker มาต่อกันใหม่โดยใช้ผ้าพันแผล และคลาร่าได้พาเอาตุ๊กตาตัวนั้นไปวางไว้ริมห้อง  หลังงานปาร์ตี้ ทุกคนแยกย้ายกลับบ้าน ส่วนคนในบ้านก็เข้านอนกันหมด แต่คลาร่าตื่นขึ้นมาในตอนดึกเพราะกังวลเกี่ยวกับตุ๊กตาของเธอ เธอลงมาดูตุ๊กตาที่เธอตั้งไว้ที่ห้องชั้นล่าง แล้วคลาร่าก็เผลอหลับไปในอ้อมกอดของตุ๊กตา  ทันใดนั้นนาฬิกาในห้องก็ตีบอกเวลาเที่ยงคืน…

0
Read More

Svetlana Zakharova

สเว็ตลาน่า ซาคาโรว่า (Светлана Юрьевна Захарова) นักบัลเลต์ ซาคาโรว่า เกิดวันที่ 10 มิถุนายน 1979 ในเมืองลุตส์ก, ยูเครน, สหภาพโซเวียต (Lutsk, Ukrain, USSR)  พ่อของเธอชื่อยูริ (Yury Zakharov) มีอาชีพเป็นทหาร และแม่ชื่อกาลิน่า (Galina Zakharova) เป็นครู 1989 ตอนอายุ 10 ปี เธอเดินทางออกจากบ้าน เพื่อมาเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนการเต้นรำในเคียฟ  (Kyiv Choreography School) โดยครูคนหนึ่งที่สอนเธอชื่อวาเลเรีย ซูลจิน่า (Valeria Sulegina) 1995 พออายุ 16 ปี ได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศในการแข่งขันบัลเลต์ รางวัล Vaganova-Prix ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ทำให้เธอได้รับโอกาสในการเข้าเรียนที่สถาบันวากาโนว่า (Vaganova Academy) 1996 ได้เข้าเป็นนักบัลเลต์ของคณะบัลเลต์มาริอินสกี้ (Mariinsky theatre) ซึ่งภายในระยะเวลาแค่ปีเดียวเธอก็กลายเป็นนักแสดงเอกของคณะ  1997 ได้รับรางวัล Golden Mask จากการแสดงบัลเลต์เรื่อง Serenade 2002 ได้รับรางวัล Golden Mask อีกครั้งจากบัลเลต์เรื่อง The Sleeping Beauty  2003 ย้ายมาอยู่กับโรงละครบอลชอย (Bolshoi theatre) ในมอสโคว์ 2005 ได้รางวัล Prix Benois de la Danse…

0
Read More

Swan Lake

สวอน เลค (Sworn Lake) บทละครบัลเล่ต์ ประพันธ์โดยทไซคอฟสกี้ (Pyotr Ilyich Tchaikovsky) เปิดการแสดงปฐมทัศน์ในปี 4 มีนาคม 1877 ที่โรงละครบอลชอย (Bolshoi Theatre) ในมอสโคว์ เรื่องย่อ เจ้าชาย ซิกฟรี๊ด (Prince Siegfried) ตกหลุมรักกับเจ้าหญิงสาวชื่อ โอเด็ต (Odette)  ซึ่งเธอนั้นต้องคำสาปของพ่อมดให้ต้องกลายเป็นหงษ์ในเวลากลางวัน และในเวลากลางคืนจะกลับร่างกลายเป็นหญิงสาวรูปงาม  องก์ 1 เจ้าชายซิกฟริ๊ด เดินทางมาถึงยังงานเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระองค์มีพระชนม์ 21 บริบูรณ์ ซึ่งพิธีจัดขึ้นในอุทยานภายในพระราชวัง  ซึ่งเชื้อพระวงศ์และขุนนางต่างกันพาเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งในงานวันนี้ พระราชินีได้พระราชทานหน้าไม้ให้เป็นของขวัญกับเจ้าชาย และทรงรับสั่งว่าจะทรงเตรียมจัดให้มีการอภิเษกในเร็ววัน เจ้าชายซึ่งได้หน้าไม้เป็นของขวัญก็เดินทางาเข้าไปในป่าพร้อมกับพระสหาย องก์ 2  เจ้าชายซิกฟริ๊ด ซึ่งเข้ามาในป่าเพื่อล่าสัตว์พร้อมกับพระสหาย กลับพบว่าพระองค์หลงอยู่ป่าเพียงลำพัง และทรงมาอยู่ใกล้กับทะเลสาบที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง ซึ่งในทะเลสาบมีหงษ์ขาวมากมายกำลังเล่นน้ำ  แต่ว่าเจ้าชายสังเกตุเห็นหงษ์ตัวหนึ่งที่งดงามเป็นพิเศษและยังมีมงกุฏอยู่บนหัวของหงษ์ตัวนั้นด้วย  ไม่นานพระสหายของเจ้าชายก็ตามเจ้าชายมา และได้ช่วยกันจับหงษ์ขาวที่โดดเด่นตัวนั้นเอาไว้ได้  แต่เจ้าชายได้ขอใช้เวลาลำพังกับหงษ์ตัวดังกล่าว  และเมื่อพบค่ำ หงษ์ขาวตัวนั้นก็กลายเป็นหญิงงาม ชื่อโอเด็ต  โอเด็ตได้เล่าให้เจ้าชายฟังเกี่ยวกับแม่มดที่ชั่วร้าย ที่ชื่อว่าฟอน โรธบาร์ต (von Rothbart) ซึ่งอันที่จริงแล้วฟอน โรธบาร์ตเป็นพระอาจารย์ของเจ้าชายเอง  ซึ่งโรธบาร์ตเป็นผู้ที่สาปให้หญิงสาวมากมายต้องกลายเป็นหงษ์ และต้องว่ายอยู่ในทะเลสาปซึ่งเกิดจากน้ำตาของพ่อแม่ของเด็กสาวที่โดนสาปเหล่านั้นที่ต้องร้องไห้เสียใจ โอเด็ตยังได้บอกว่าวิธีเดียวที่จะแก้คำสาปได้คือหญิงสาวจะต้องได้รับความบริสุทธิ์จากคนรักและเขาจะต้องสารภาพรักกับนาง ซึ่งระหว่างที่เจ้าชายจะสารภาพรักกับโอเด็ต  พ่อมดโรธบาร์ตก็ปรากฏตัวขึ้นมาและจับตัวโอเด็ตไป และระหว่างที่เจ้าชายพยายามจะไล่ตาม โรธบาร์ตก็ได้สั่งให้หงษ์ในทะเลสาบพากันเต้นรำเพื่อขัดขวางเจ้าชายเอาไว้ องก์ 3  ในวันถัดมาจากงานเฉลิมฉลอง ก็ได้มีการจัดพิธีดูตัวขึ้นในท้องพระโรง โดยมีเจ้าหญิงรูปงามมากมายเข้าร่วมในงาน แต่ว่าเจ้าชายซึ่งยังคงคิดถึงโอเด็ตไม่หมายปองเจ้าหญิงองค์ใดเลย จนพระราชินีให้สั่งให้เจ้าชายเลือก แต่เมื่อเจ้าชายยังไม่สามารถเลือกเจ้าหญิงองค์ใดได้ พระองค์ก็บรรเทาพระอารมณ์กริ้วของพระราชินีไว้ด้วยการขอเต้นรำกับเจ้าหญิงในงานที่ละพระองค์ ต่อมาทหารประจำท้องพระโรงได้เป่าแตรขึ้นเป็นสัญญาณให้รู้ว่ามีผู้เข้ามาในท้องพระโรงเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งผู้ที่เข้ามาใหม่นั้นคือโรธบาร์ต พระอาจารย์ของเจ้าชาย ซึ่งมาพร้อมกับลูกสาวของเขา…

0
Read More

Giselle

จีเซลล์ (Giselle) โรแมนติกบัลเลต์ ประพันธ์โดยอะโดลฟี อดัม (Adolphe Adam)  เรื่องย่อ จีเซลล์ (Giselle) เป็นหญิงชาวบ้านในชนบท อยู่มาวันหนึ่งอัลเบรชต์, ดยุคแห่งซิเลเซีย (Albrecht, Duke of Silesia) ได้เดินทางผ่านหมู่บ้านของเธอ และเกิดตกหลุมรักจีเซลล์  แต่ว่าทว่าดยุคอัลเบรชต์ นั้นมีคู่หมั่นอยู่แล้ว คือเจ้าหญิงบาทิลเด่ (Princess  Bathilde)  อัลเบรซต์ปิดบังฐานะที่แท้จริง โดยเอาเสื้อผ้า, ดาบและแตร ไปซ่อนเอาไว้ในกระท่อมที่เขาเช่าไว้ แล้วปลอมตัวเป็นชายสามัญชนใช้ชื่อว่าลอยส์ (Loys) เพื่อไปจีบจีเซลล์ ฮิลาเรี่ยน (Hilarion) นายพรานหนุ่มในหมู่บ้าน ซึ่งตกหลุมรักจีเซลล์ พยายามเตือนจีเซลล์ไม่ให้ไว้ใจลอยส์ซึ่งเป็นคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักไม่นาน แต่จีเซลล์ก็ไม่ได้ฟังคำเตือนเพราะ จีเซลล์ตกหลุมรกรอยส์จนหมดหัวใจ เบอร์ธ่า (Bertha) แม่ของจีเซล์จะไม่เห็นด้วยกับความรักของเธอกับลอยส์ เพราะนางเห็นว่าฮิลาเรี่ยนซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันเหมาะสมกว่า นอกจากนั้นจีเซลล์ยังมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง เบอร์ธ่าจึงพยายามห้ามไม่ให้ลูกสาวออกไปเต้นรำกับชายแปลกหน้าในงาน โดยย้ำถึงตำนานของหมู่บ้านที่มักจะมีดวงวิญญาณของหญิงสาวที่เป็นหม้ายปรากฏตัวขึ้นและคอยฆ่าผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้าไปในป่า แต่จีเซลล์ไม่สนใจคำเตือนจากแม่ของเธอ เมื่อถึงวันเทศกาลฉลองการเก็บเกี่ยว ปรากฏว่าเจ้าหญิงบาทิลเด่ได้เดินทางมาร่วมในงานเทศกาลด้วย โดยที่อัลเบรซต์ซึ่งรู้ตัวก่อนจึงได้แอบไปหลบซ่อน  เจ้าหญิงบาทิลเด่ได้มีโอกาสที่จะพบพูดคุยกับจีเซลล์ โดยที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างจีเซลล์กับพระคู่หมั่น เจ้าหญิงบาทิลเด่ประทับใจในความงามและมิตรไมตรีที่ได้จากจีเซลล์ เมื่อเจ้าหญิงบาทิลเด่เสด็จออกจากงาน ลอยส์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง และร่วมเต้นรำกับจีเซลล์ ซึ่งภายในงานจีเซลล์ได้รับเลือกให้รับตำแหน่งราชินีแห่งการเก็บเกี่ยวของงาน  แต่แล้วงานรื่นเริ่งก็ต้องสะดุดลง เมื่อฮิลาเรี่ยนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเครื่องแต่งกายและมีดดาบซึ่งเขาเข้าไปพบในกระท่อมของลอยส์ เมื่อฐานะที่แท้จริงเปิดเผยว่าลอยส์แท้จริงแล้วเป็นดยุคที่สูงศักดิ์ และยังมีคู่หมั่นแล้วอีกด้วย  แต่ลอยส์ยังปากแข็งไม่ยอมรับ ฮิลาเรียนก็ใช้แตรที่เขาพบในกระท่อมด้วยเป่าจนเกิดเสียงดัง ทำให้คณะของเจ้าหญิงที่เพิ่งจะออกจากงานได้ยิน และได้ย้อนกลับมา  เมื่อเจ้าหญิงบาทิลเด่ได้พบกับดยุคอัลเบรซด์ ความจริงทุกอย่างจึงไม่อาจะปฏิเสธได้อีก  จีเซลล์เสียใจมากจนคุ้มคลั่ง เธอเอาแต่เต้นรำจนกระทั้งหัวใจของเธอแตกสลายและเสียชีวิตลงในอ้อมกอดของดยุคอัลเบรซด์   ในคืนต่อมา, ฮิลาเรี่ยน นายพรานหนุ่มซึ่งอาลัยอาวรณ์จีเซลล์อยู่หน้าหลุมฝังศพของนางภายในป่า  จู่ๆ  ก็มีเหล่าภูติพราย (Wilis) ปรากฏตัวขึ้น ซึ่งพรายเหล่านั้นต่างก็เป็นดวงวิญญาณของหญิงสาวที่ถูกคนรักของพวกเธอหักหลังแล้วต้องตรอมใจตาย  โดยที่พรายเหล่านั้นถูกปกครองโดยพรายนางพญาตนหนึ่งที่ชื่อว่าเมอร์ธ่า (Myrtha) นางมีนิสัยดุร้าย…

0
Read More

Red Guards

1966 25 พฤษภาคม, นี่ หยวนซึ (聂元梓/聶元梓, Nie Yuanzi) อาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญาของมหาวิทยาลับปักกิ่ง (Peking University) และเพื่อนของเขาได้ร่วมกัน เขียน ต้าชิเป่า (dazibao ; wall newspaper, หนังสือพิมพ์หรือโปสเตอร์ประกาศที่ติดในที่สาธารณะ โดยออกแบบให้มีตัวอักษรขนาดใหญ่ จึงเรียกว่าเป็น Big-Character Poster) ที่อ้างว่ามหาวิทยาลัยปักกิ่ง ถูกควบคุมโดยพวกกระฎุมพีที่ต่อต้านการปฏิวัติ ซึ่งประธานเหมาได้มาเห็นโปสเตอร์ดังกล่าว และเกิดไอเดียในการใช้โปสเตอร์เป็นเครื่องมือในการปฏิวัติวัฒนธรรม (The Great Proletarian Cultural Revolution ,1966-1976) 29 พฤษภาคม, กลุ่มเรดการ์ด (Red Guard) ถูกตั้งขึ้นครั้งแรกภายในมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแนวหน้าของจีนและอยู่ในปักกิ่ง เป้าหมายของเรดการ์ดคือการปกป้องและกำจัดศัตรูของประธานเหมา ทำให้เกิดกองกำลังเรดการ์ดที่มีแนวคิดรุนแรงในรูปแบบของเยาวชนขึ้นมา โดยประธานเหมาให้ท้ายการเคลื่อนไหวของกลุ่มเรดการ์ด ว่า “การขบถเป็นเรื่องเหมาะสม / to rebel is justified” 1 มิถุนายน, หนังสือพิมพ์ People’s Daily พิมพ์บทความชื่อ “Sweep Away All Monsters and Demons” ของ เฉิน โบด๋า (陈伯达, Chen Boda) ที่กล่าวถึง สี่ล้าสมัย-Four Olds  (Customs, Culture, old Ideas, habits) ได้แก่ ประเพณี,…

0
Read More

💭 Rumi

A sufi holy man was asked what forgiveness is. He said, – it is the fragrance that … when they are crushed. ชายคนหนึ่งถูกถามว่า การให้อภัย คืออะไร  เขาตอบว่า…คือกลิ่นหอมของดอกไม้เวลาถูกขยี้ — Rumi

0
Read More

💭 Edward L. Berneys

The conscious and intelligent manipulation of the organized habits and opinions of the masses is an important element in democratic society. Those who manipulate this unseen mechanism of society constitute an invisible government which is the true ruling power of our country. …We are governed, our minds are molded, our tastes formed, our ideas suggested, largely by men we have never heard of. This is a logical result of the way in which our democratic society is organized. Vast numbers…

0
Read More

💭 Chris Hedges

We’ve bought into the idea that education is about training and “success”, defined monetarily, rather than learning to think critically and to challenge. We should not forget that the true purpose of education is to make minds, not careers. A culture that does not grasp the vital interplay between morality and power, which mistakes management techniques for wisdom, which fails to understand that the measure of a civilization is its compassion, not its speed or ability to consume, condemns itself…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!