General

Karl Popper

คาร์ล ป๊อปเปอร์ (Sir Karl Raimund Popper)  ผู้เขียน The Open Society and It’s Enemies  ป๊อปเปอร์ เกิดวันที่ 28 กรกฏาคม 1902 ในเวียนนา, ออสเตรีย-ฮังการี  บรรพบุรุษของเขาเป็นยิว แต่ว่าตั้งแต่รุ่นปู่ของป๊อปเปอร์ได้เปลี่ยนมานับถือนิกายรูเธอรัน (Lutheranism)  พ่อของเขาชื่อว่าไซม่อน (Simon Siegmund Carl Popper) เป็นทนายความ ส่วนแม่ชื่อว่าเจนนี่ (Jenny Schiff) ครอบครัวของพวกเขาจัดเป็นผู้ที่มีฐานะดี  ป๊อปเปอร์เข้าเรียนหนังสือที่เรียลจิมเนเซียม (Realgymnasium)  จนกระทั้งอายุ 16 ปี  1918 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเวียนนา (Vienna University)  1919 เขามีความสนใจแนวคิดแบบมาร์กซิสต์ ทำให้เขาเข้าเป็ฯสมาชิกของพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยออสเตรีย (Social Democratic Workers’Party of Austria, SPO)  15 มิถุนายน, มีการเดินขบวนประท้วงบนถนนฮอร์ลกาซซ์ (Horlgasse street) ซึ่งปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำนวจได้ใช้กำลังสลายการชุมนุม และทำให้สมาชิกพรรค SPO ซึ่งเป็นสหายของป๊อปเปอร์เสียชีวิตไป 8 คน หลังเหตุการณ์รุนแรงผ่านพ้นไป ป๊อปเปอร์เริ่มมองแนวคิดมาร์กซิส ในมุมมองใหม่ เขาเริ่มเห็นความเป็นวิทยาศาสตร์เทียมของประวัติศาสตร์วัตถุนิยม (Marxism pseudoscience)  เขาจึงทิ้งแนวคิดแบบมาร์กซ์ โดยหันไปสนใจทางด้านจิตวิเคราห์ของฟรอยด์ (Freud) และแอ๊ดเลอร์ (Adler)  1925 เข้าเรียนที่วิทยาลัยครู (Pädagogisches Institut) ทางด้านปรัชญาและจิตวิทยา 1928 จบปริญญาเอกด้านจิตวิทยา…

0
Read More

Popol Vuh

โปโปล วูห์ (Popol Vuh) ถูกเปรียบเสมือนเป็นคัมภีร์ไบเบิ้ลของชาวมายา (Maya) เพราะเล่าเรื่องราวการถือกำเนิดของชาวมายา  โปโปล วูห์ ถูกเขียนด้วยภาษาคิเช (K’iche’) ซึ่งเป็นภาษาของชนเผ่าเคอิช ชาวเผ่ามายาซึ่งอาศัยอยู่บริเวณที่ราบสูงในกัวเตมาลา (Guatemala) ปัจจุบัน คำว่าโปโปล วูห์ ถูกแปลว่า Book of the Community, Book of People, Book of the Council  เขียนขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 (ปี 1554-1558) ช่วงสเปนเข้าไปล่าอาณานิคม โปโปล วูห์ จึงถูกเขียนขึ้นมาด้วยตัวอักษรลาติน ชาวมายาไม่ได้มองหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือศักดิ์สิทธ์ แต่ว่ามันเป็นเอกสารสำคัญที่เป็นเอกสารของอดีตกาล  ในปี 1701 บาทหลวงโดมินิกัน (Dominican Order) ฟรานซิสโก้ ซีมาเนซ (Francisco Ximénez)  ได้เดินทางมายังเมืองซานโต โตมัส ชิชิคาสเตนันโก้ (Santo Tomás Chichicastenango) ในกัวเตมาลา และได้แปลโปโปล วูห์ไว้เป็นภาษาสเปน  และผลงานแปลของบาทหลวงซีมาเนซอยู่ในความครอบครองของนิกายโดมินิกัน 1829 นายพลฟรานซิโก้ โมราซาน (Francisco Morazan) ได้ขับไล่นักบวชออกจากพื้นที่ ทำให้ผลงานของบาทหลวงซีมาเนซ ถูกเปลี่ยนมือหลายครั้งจนกระทั้งไปอยู่ในการดูแลของมหาวิทยาลัยซาน คาร์ลอส (Universidad de San Carlos)  1854 โมริตซ์ แว็กเนอร์ (Moritz Wagner) และคาร์ล เฌอร์เซอร์ (Carl Scherzer)…

0
Read More

Tấm Cám

ตั๋ม กับ กั๋ม (Tấm Cám) นิทานพื้นบ้านเวียดนาม ตั๋มกับกั๋มเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน  โดยตั๋ม (ข้าว) เป็นพี่สาว ส่วนกั๋ม (รำข้าว) เป็นน้องสาว  ตั๋มนั้นกำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเล็ก พ่อของเธอจึงได้แต่งงานใหม่กับแม่ของกั๋ม แต่ว่าต่อมาพ่อของเธอก็เสียชีวิต ทำให้ตั๋มต้องอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยง  แม่ของตั๋มนั้นเป็นคนที่ดุ ใจร้าย และมักใช้งานตั๋มให้ทำงานบ้านทุกอย่าง ในขณะที่กั๋มลูกสาวแท้ๆ ของเธอเองไม่ต้องทำอะไรเลย  อยู่มาวันหนึ่ง แม่เลี้ยงได้ใช้ให้ตั๋ม และลูกสาวของเธอ ออกไปจับกุ้งในนา โดยที่สัญญาว่าจะให้เสื้อแดงชุดใหม่เป็นการตอบแทน สำหรับใครก็ตามที่จับกุ้งมาได้มากที่สุด  ซึ่งเมื่อถึงเวลาจับกุ้ง ตั๋มก็ใช้เวลาไม่นานในการที่จะจับกุ้งในเต็มตะกร้า แต่ว่ากั๋มเอาแต่เล่นอยู่ในน้ำ  ซึ่งเมื่อถึงเวลาเย็นและพวกเธอต้องกลับบ้าน กั๋มได้วางแผนที่จะแย่งเอากุ้งในตะกร้าของตั๋มมา โดยออกอุบายบอกให้ตั๋มเดินไปล้างผมและตัวในแม่น้ำให้สะอาดเสียก่อนที่จะกลับบ้าน มิเช่นนั้นแม่ของเธอจะโกรธเอา ตั๋มก็เห้นตามนั้น จึงได้ลงไปในแม่น้ำเพื่อล้างตัว ซึ่งกั๋มได้อาศัยจังหวะนี้เอากุ้งจากตะกร้าของตั๋มมาเป็นของเธอเอง แล้วรีบกลับบ้านไป  เมื่อตั๋มขึ้นมาจากน้ำแล้วเห็นว่ากุ้งของเธอหายไปหมดตะกร้า เธอก็เสียใจจนร้องไห้ แต่แล้วก็มีชายชราคนหนึ่ง (But) เดินมาหาเธอ และได้ถามเธอว่าเธอร้องไห้เสียใจเรื่องอะไร ตั๋มจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง ชายชราคนนั้นบอกให้ตั๋มหยุดร้องไห้ และบอกให้ตรวจดูในตะกร้าของเธอว่ามีสิ่งใดเหลืออยู่บ้าง ซึ่งตั๋มพบว่าภายในตะกร้านั้นมีปลาตัวเล็กๆ ยังคงติดอยู่ในตะกร้า   ชายชราบอกให้ตั๋มนำปลาตัวนั้นกลับไปเลี้ยงในบ่อที่บ้านของเธอ แล้วเลี้ยงมันด้วยข้าว พร้อมกับให้ท่องคาถา Bống bống bang bang Lên ăn cơm vàng cơm bạc nhà ta Chớ ăn cơm hẩm cháo hoa nhà người O goby, o goby Go up…

0
Read More

Michael Graziano

ไมเคิ้ล กราเซียโน่ (Michael Steven Anthony Graziano) Attention Schema Theory กราเซียโน่ เกิดในปี 1967 ในบริดจ์พอร์ต, คอนเนคติคัต (Bridgeport, Connecticut)  1989 จบปริญญาตรีศิลปะศาสตร์ สาขาจิตวิทยาจากพริ้นตั้น (Princeton University)  หลังจากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่ MIT ทางด้านสมองและค๊อกนิทีฟ (Brain and Cognitive Science)  1991 จบปริญญาโท และกลับมาต่อปริญญาเอกที่พริ้นตั้น 1996 จบปริญญาเอกสาขาวิทยาศาสตร์นิวรอนและจิตวิทยา 2007 ได้ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำคณะจิตวิทยา 2013 เขียน Consciousness and the Social Brain ซึ่งเขาได้เสนอทฤษฏี Attention Schema Theory (AST)   2017 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ สาขาจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์นิวรอน 2018 เขียน The Spaces Between Us : A Story of Neuroscience, Evolution and Human Nature 2019 เขียน Rethinking Consciousness : A Scientific Theory of Subjective Experience

0
Read More

Acambaro figures

หุ่นดินเผาอแคมเบโร่ (Acambaro figures) ตุ๊กตาดินเผาอแคมเบโร่ ถูกค้นพบในเดือน กรกฏาคม 1944 ในเมืองอแคมปาโร,​ เม็กซิโก (Acambaro, Guanajuato,  Mexico) ซึ่งดินเผาเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกับไดโนเสาร์หลากหลายพันธ์ ทำให้เกิดทฤษฏีหรือความเชื่อกันว่า มนุษย์และไดโนเสาร์ในอยู่ร่วมกันมาก่อนในยุคสมัยหนึ่ง วัลเดมาร์ จูลส์รุด (Walderma Julsrud) ชาวเยอรมันซึ่งอาศัยอยู่ในเม็กซิโก โดยมีเปิดร้านค้าเล็กเล็กๆ อยู่ในอแคมปาโร  เป็นผู้ค้นพบดินเผาดังกล่าว บริเวณเชิงเขาในอแคมปาโร เขาบอกว่าตอนนั้นเขานั่งอยู่บนหลังม้าแต่รู้สึกเหมือนกับว่าม้าได้เหยียบอะไรบางอย่าง ซึ่งเขาประหลาดใจมากที่ดินเผามีรูปร่างคล้ายกับไดโนเสาร์ เขาจึงได้ว่าจ้างแรงงานให้มาขุดพื้นที่บริเวณรอบๆ เพิ่มขึ้น และปรากฏว่ามีดินเผากว่า 33,000 ชิ้นที่ค้นพบ 1947 วัลเดมาร์ เขียนรายงานชื่อ Enigmas del Pasado  1952 ชาร์ล นิเปโซ(Charles DiPeso) นักโบราณคดีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิอเมไรน์ด (Amerindian Foundation) ในสหรัฐฯ​ ได้รับหน้าที่ในการตรวจสอบงดินเผาดังกล่าว ซึ่งผลการทดสอบของนิเปโซ เขาสรุปว่ามันเป็นของปลอม หรือเป็นของที่สร้างขึ้นโดยคนท้องถิ่นในพื้นที่ 1969 Museum’s Appled Science Center for Archaeology (MASCA) เริ่มใช้เทคนิคใหม่ที่เรียกว่า Thermoluminescence (TL) ในการทดสอบดินเผา ซึ่งผลการทดสอบปรากฏว่าดินเผามีอายุย้อนกลับไปราวปี 2500 BC 1976 แกรี่ คาร์ริแว (Gary W. Carriveau) และมาร์ก ฮั่น (Mark C. Han) ทำการทดสอบตุ๊กตาดินเผาด้วยวิธี TL อีกครั้ง ซึ่งผลออกมาว่าดินเผาถูกเผาที่อุณภูมิระหว่าง 450-650…

0
Read More

Edward Snowden

เอ็ดเวิร์ด โจเซฟ สโนว์เดน (Edward Joseph Snowden) สโนว์เดน เกิดวันที่ 21 มิถุนายน 1983  ในอลิซาเบธ ซิตี้, นอร์ธ คาโรไลน่า ( Elizabeth City, NOrth Carolina, US) พ่อของเขาชื่อลอนนี่ (Lonnie Snowden) เป็นเจ้าหน้าลาดตระเวณชายฝั่งสหรัฐฯ ส่วนแม่ชื่ออลิซาเบธ (Elizabeth Wendy Barrett) เป็นเจ้าหน้าที่กฏหมายอยู่ในศาลประจำเขตแมรี่แลนด์ สโนว์เดนเรียนมัธยมที่โรงเรียนมัธยมอะรันเดล (Arundel High School) ช่วงที่เรียนมัธยมปลายสโนว์มีอาการป่วยด้วยโรคลมชัก จนต้องหยุดเรียนนานเกือบปี  1999 ครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ในรัฐแมรี่แลนด์ (Ellicott City, Maryland)  และสโนว์เดนได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยแอนน์ อะรันเดล (Anne Arundel Community College) ในสาขาคอมพิวเตอร์ ซึ่งเพื่อนๆ เรียกเขาว่า เอ็ดดี้ (Eddie)  2001 พ่อและแม่ของเขาแยกทางกัน ช่วงเวลานี้สโนว์เดนยุดพักการเรียนเอาไว้ก่อน   2004 พฤษภาคม-กันยายน, สโนว์เดนเข้าเป็นทหารในกองทัพสหรัฐฯ โดยในเวลานั้นเขามีความต้องการที่จะเข้าไปรบในสงครามอิรัก โดยมีอุดมการณ์ที่ต้องการปลดปลอยประชาชนที่เขาคิดว่ากำลังถูกกดขี่ แต่ว่าสโนว์เดนต้องออกจากการเป็นทหารเพราะว่าได้รับอุบัติเหตุจนทำให้กระดูกขาทั้งสองข้างแตกระหว่างการฝึก หลังจากนั้นเขาจึงได้กลับเข้าเรียนในวิทยาลัยแอนน์ อะรันเดล  อีกคร้ังเป็นเวลาหนึ่งปี ซึ่งทางวิทยาลัยไม่รู้ว่าสโนว์เดนได้เข้าทำงานกับ NSA และได้งานแรกๆ ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลการวิจัยของศูนย์วิจัยด้านภาษาของมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ (The University of Maryland Center for Advanced Study of Language,  CASL)…

0
Read More

Barbara Liskov

บาร์บาร่า ลิสกอฟ (Barbara Liskov) ACM Turing 2008 บาร์บาร่า เดิมชื่อ บาร์บาร่า ฮูเบอร์แมน (Barbara Jane Huberman) เกิดวันที่ 7 พฤศจิกายน 1939 ในซานฟรานซิสโก, แคลิฟอร์เนีย พ่อของเธอชื่อโมเซส (Moses Huberman) และแม่ชื่อเจน (Jane Dickhoff) บาร์บาร่าเป็นลูกคนโตในพี่น้องทั้งหมดสี่คน  1961 จบปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (University of California, Berkeley) หลังจากเรียนจบได้เข้าทำงานที่บริษัทไมทรี (Mitre Corporation) ซึ่งเธอได้ทำงานเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม 1962 ย้ายมาทำงานที่ฮาร์วาร์ด (Harward) โดยได้ทำงานเขียนโปรแกรมเพื่อแปรภาษาของมนุษย์ 1968 จบปริญญาเอกทางด้านคอมพิวเตอร์จากสแตนฟอร์ด (Stanford University)  ซึ่งเธอได้เขียนวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับโปรแกรหมากรุก “Computer program to play chess endgames” โดยที่มีจอห์น แม็คคาร์ธี (John McCarthy) เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา บาร์บาร่าถือเป็นผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่จบปริญญาเอกในสาขาคอมพิวเตอร์ หลังจากเรียนจบเธอได้แต่งงานกับนาธาน (Nathan Liskov) และได้กลับมาทำงาน บ.ไมทรี โดยได้ทำงานในส่วนของการออกแบบคอมพิวเตอร์และเขียนโปรแกรมระบบปฏิบัติการณ์  ซึ่งบาร์บาร่าได้ใช้คอมพิวเตอร์ Interdata Model 3 ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงชุดคำสั่งได้โดยการตั้ง ไมโครโค๊ด (microcode) ได้ ในการทดลองสร้างคอมพิวเตอร์ของเธอเองขึ้นมาชื่อ “Venus Computer” และได้เขียนระบบปฏิบัติการณ์ “Venus operation system” ขึ้นมาควบคุม…

0
Read More

John Stewart Bell

จอห์น สจ๊วต เบลล์ (John Stewart Bell) Bell’s Theorem (Bell’s inequalities) เบลล์ เกิดวันที่ 28 มิถุนายน 1928 ในไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) พ่อของเขาชื่อจอห์น (John) และแม่ชื่อแอนนี่ (Annie) ครอบครัวของเขามีฐานะยากจน เบลล์มีพี่สาวหนึ่งคน และน้องชายอีกสองคน  1944 จบมัธยมจากโรงเรียนเทคนิคเบลฟาส์ต (Belfast Technical High School)  หลังจากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยควีน (Queen’s University of Belfast) 1948 จบปริญญาตรีทางด้านฟิสิกส์จาก ม.ควีน 1949 จบปริญญาตรีใบที่สองด้านคณิตศาสตร์ฟิสิกส์ จาก ม.ควีน หลังจากนั้นได้เข้าทำงานที่ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ที่ฮาร์เวลล์ (Atomic Energy Research Estabishment, Harwell) แต่ไม่นานก็ถูกส่งไปที่เมลเวิร์ฯ (Malvern) เพื่อร่วมกับทีมวิจัยในการสร้างเครื่องเร่งอนุภาค (accelerator)  1954 แต่งงานกับแมรี่ โรสส์ (Mary Ross) นักฟิสิกส์ชาวสกีอต 1956 จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม (University of Birmingham) 1960 ย้ายมาทำงานที่ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ยุโรป หรือ  CERN ในเจนี่วา, สวิสฯ  1963 ลาออกจาก CERN และมาทำงานที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) 1964 เขียนงานวิจัย เรื่อง “On…

0
Read More

Vsevolod Burtsev

ซีโวล็อด บูร์เชฟ (Всеволод Сергеевич Бурцев) ผู้สร้างซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ Elbrus เบิร์ตเชฟ เกิดวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1927 ในมอสโคว์, สหภาพโซเวียต  พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิตในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2  1950 จบวิศวกรรมศาสตร์จากสถาบันวิศวกรรมพลังงานมอสโคว์ (Moscow Power Engineering Institute, www.mpei.ru) สถาบันเลเบเดฟ (Lebedev Institue of Precision Mechanics and Computer Engineering) โดยเป็นหนึ่งในเก้านักเรียนที่เรียนเก่งที่สุดของรุ่น  ทำให้เขาได้รับเชิญจากเลเบเดฟ (Sergey A. Lebedev) ให้เข้าร่วมในโครงการพัฒนาคอมพิวเตอร์ BESM เมนเฟรมของโซเวียต ที่สถาบันเลเบเดฟ (Lebedev Institute of Precision Mechanics and Computer Engineering, lPMCE) 1953 เข้าทำงานที่ NII-17 (Vega Radio Engineering Corporation, Vega.su)  เพื่อพัฒนาเรดาห์สำหรับส่งสัญญาณวิทยุ 1956 ร่วมในทีมสร้างคอมพิวเตอร์ Diana-1, Diana-2 คอมพิวเตอร์ซึ่งใช้เพื่อวิเคราห์สัญญาณวิทยุ และเส้นทางการบิน  ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเรดาห์ Р-30 “Khrustal” 1955 ช่วงปี 50s เขายังได้รับแต่งตั้งจากเลเบเดฟ ให้เป็นหัวหน้าโครงการพัฒนาซุปเปอร์คอมพิวเตอร์สำหรับโครงการระบบมิสไซด์ต่อต้านขีปนาวุธของโซเวียต ซึ่งทำให้เกิดระบบต่อต้านขีปนาวุธ System “A” ของโซเวียตขึ้นมา ซึ่งเป็นรุ่นทดสอบ  ที่มีการใช้คอมพิวเตอร์…

0
Read More

Sergei Kovalev

เซอร์เกย์ โกวาเลฟ (Сергей Никитич Ковалёв)  นักออกแบบเรือดำน้ำ โกวาเลฟ เกิดวันที่ 15 สิงหาคม 1919 ในเปโตรกราด, สหภาพโซเวียต (Petrograd, USSR) พ่อของเขาชื่อนิกิต้า (Nikita Nazarovich Kovalev) เป็นทหารในกองทัพเรือรัสเซีย และแม่ชื่ออนาสตาเซีย (Anastasia Ivanovna) เธอมาจากครอบครัวเกษตรกรรมในยูเครน โกวาเลฟมีน้องสาวคนหนึ่งชื่อมาริน่า (Marina)  1937 เข้าเรียนที่สถาบันการต่อเรือเลนินการ์ด (Leningrad shipbuilding Institute)  1942 ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 เขาต้องอพยพหนีสงครามไปยังเมืองเปอร์เชวัลส์ก (Przhevalsk)  1943 จบการศึกษาจากสถาบันการต่อเรือนิโคลาเยฟ (Nikolaev Shipbuilding Institute)  หลังจากนั้นได้เข้าทำงานที่โรงงานออกแบบเรือ TsKB-18 หรือโรงงานรูบิน (Rubin Design Bureau, ckb-Rubin.ru) ซึ่งในช่วงสงครามนั้น เขาได้ร่วมทำงานในโครงการออกแบบเรือดำน้ำ Project 608 1944 แต่งงานกับทามาร่า (Tamara Vasilyevna Urvacheva) ซึ่งเธอทำงานเป็นช่างเทคนิคอยู่ที่ศูนย์วิจับการต่อเรือครีลอฟ (Krylov shibuilding Research Institute, TsNII-45) ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน 1945 หลังสงครามโลก TsKB-18 ได้ย้ายกลับมาอยู่ในเลนินกราด และได้เริ่มีการสร้างเรือดำน้ำแบบดีเซล-ไฟฟ้า ขนาดกลาง Project 613 (Whiskey class) และเรือดำน้ำขนาดใหญ่ Project 611 ขึ้นมา 1947…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!