Psychology

Sidney Gottlieb

ซิดนีย์ ก๊อตต์เลี๊ยบ (Sidney Gottlieb) นักวิทยาศาสตร์หัวหน้าโครงการ MK-Ultra  ของ CIA งานวิจัยของเขาเกี่ยวกับการใช้ยาเสพติด อย่าง LSD ในการควบคุมจิตใจของเหยื่อ ซิดนีย์ เกิดวันที่ 3 สิงหาคม 1918 ในบร็องซ์, นิวยอร์ก (Bronx, NY) ชื่อจริงตอนเกิดของเขาคือ โจเซฟ ชิลเดอร์ (Joseph Scheider)   พ่อของเขาเป็นผู้อพยพเชื้อสายยิวจากฮังการี ชื่อหลุยส์ (Louis Gottieb) ซึ่งเปิดร้านขายเสื้อผ้าน และแม่ชื่อแฟนนี่ (Fanny Gottlieb) ซิดนีย์เป็นลูกคนสุดท้องในพี่น้องทั้งหมดสี่คน  1936 จบจากโรงเรียนมัธยมเจมส์ มอนโร (James Monroe High School) และได้สมัครเข้าเรียนต่อที่ซิตี้ คอลเลจ นิวยอร์ค (City College of New York) ในนิวยอร์ค ซึ่งซิดนีย์ได้เรียนฟรีเพราะเขามีผลการเรียนดีมาก ในวิชาคณิตศาสตร์, ฟิสิสก์และเคมี นอกจากนั้นยังลงเรียนในวิชาเกียวกับการพูดในที่สาธารณะ และวิชาดนตรีด้วย  1937 แต่อย่างไรก็ดี ซิดนีย์อยากที่จะเรียนทางด้านเกษตรชีวภาพมากกว่า ทำให้เขาส่งใบสมัครขอโอนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิล-เมดิสัน (University of Wisconsin-Madison) ซึ่งมีชื่อเสียงในสาขานี้ แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่ซิดนีย์จะโอนย้ายไปเรียนที่ ม.วิสคอนซิลได้ เข้าต้องเข้าเรียนในคอร์สเสริมก่อนที่วิทยาลัยอาร์คันซัส (Arkansan Polytechnic College) ซึ่งปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยอาร์คันซัส (Arkansas Tech University) โดยเขาได้ลงเรียนทางด้าน พฤกษศาสตร์, เคมีชีวภาพ การอนุรักษ์ดิน ป่าไม้…

0
Read More

Wild Boy of Aveyron

เด็กป่าแห่งอเวย์รอน (Wild Boy of Aveyron) ถูกพบภายในป่าในเซนต์-เซอร์นิน-เซอร์-แรนซ์ (Saint-Sernin-Sur-Rance) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสในปี 1800 ขณะนั้นเขามีอายุประมาณ 12 ปี ซึ่งคาดกันว่าเขาน่าจะอาศัยอยู่ในป่ามานานหลายปีแล้ว เพราะมีรายงานผู้พบเห็นเด็กคนนี้ในปี 1794 และในปี 1797 เด็กก็ถูกจับที่เมืองทาร์น (Tarn) และเอามาฝากให้กับหญิงม่ายคนหนึ่งเลี้ยงเอาไว้ แต่ว่าราวหนึ่งสัปดาห์เด็กก็สามารถหลบหนีกลับเข้าไปในป่าอีก ในปี 1800  เด็กถูกชาวบ้านที่อเวย์รอนจับตัวเอาไว้ได้ ร่างกายของเด็กไม่ได้สวมอะไร เขายังพูดไม่ได้  ไม่กินอะไรนอกจากผัก เดินสี่ขาเหมือนสุนับ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าเด็กหูหนวกและเป็นใบ้ด้วย ชาวบ้านจึงปฏิบัติกับเด็กคนนี้เหมือนกับสุนัข ล่ามเขาเอาไว้นอกบ้าน ต่อมารัฐบาลท้องถิ่นได้ส่งเด็กให้ไปอยู่ในความดูแลของ โรเช่-แอมโบรส ซิเคิร์ด (Roche‐Ambroise Cucurron Sicard) ผู้อำนวยการของสถาบันคนหูหนวก-ตาบอก (Institute for Deaf-Mutes) ในเมืองพริส (Ppris)  นอกจากนั้นคณะกรรมการที่นำโดยฟิลิปเป่ ไพน์ (Philippe Pine) นักจิตเวช ยังเข้ามาศึกษาเด็กคนนี้ด้วย พวกเขาพยายามสอนภาษาฝรั่งเศสพื้นฐานให้กับเด็ก ซึ่งเด็กมีสัญญาณที่ก้าวหน้าบ้าง แต่ก็ยังมีพฤติกรรมก้าวร้าว, ไฮเปอร์ และไม่แสดงความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ต่อมาคณะกรรมการได้สรุปว่าเด็กคนนี้โง่มาก และไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ แต่ว่าหมอหนุ่มวัย 25 ปีชื่อ  ฌ็อง มาร์ค อิตาร์ด  (Jean-Marc Gaspard Itar) ได้นำเด็กมาดูแล หมออิตาร์ดพยายามท้าทายบทสรุปของคณะกรรมการ โดยหมอิตาร์ดตั้งชื่อให้กับเด็กคนนี้ว่าวิคเตอร์ (Victor)   หลังจากอยู่กับหมออิตาร์ดได้หกเดือน หมออิตาร์ดเห็นว่าวิคเตอร์มีพัฒนาการที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอีกเล็กน้อย และหมออิตาร์ดก็พยายามหาวิธีที่จะสอนให้วิคเตอร์ได้เรียนภาษาของมนุษย์ โดยหมออิตาร์ดและผู้ช่วยของเขา มาดามเกอริน (Madame Guerin) ได้เริ่มฝึกประสาทสัมผัสของวิคเตอร์ให้รู้จัก พื้นฐานทั่วๆ ไป…

0
Read More

Cognitive Dissonance

Cognitive Dissonance (disharmony) คือความขัดแย้งภายในจิตสำนึกจากการรับรู้ข้อมูลใหม่ ที่ขัดแย้งกับ ความคิด, ความเชื่อเดิม, ข้อมูลเดิม ซึ่งทำให้เกิดความเครียดขึ้นภายในจิตใจ ลีออน เฟสตินเจอร์ (Leon Festinger)เป็นผู้เสนอแนวคิดนี้ปี 1957 ในหนังสือ A Theory of Cognitive Dissonance เฟสตินเจอร์ บอกว่ามนุษย์เราเมื่อเกิดความขัดแย้งภายในความคิดของตัวเองแล้ว จะเกิดความเครียด พวกเขาจึงจะหาวิธีที่จะปรับความคิด เพื่อลดความขัดแย้งภายในนี้ลง โดยทำให้เกิดความเข้ากันได้ (consonance หรือ harmony) โดยวิธี เช่น เมื่อเราชอบกินโดนัท แต่ได้ข้อมูลมาว่าโดนัททำให้อ้วย  1. ปรับพฤติกรรม หรือความคิดเดิม ไปยอมรับข้อมูลความคิดชุดใหม่ (ฉันจะเลิกกินโดนัท) 2. ปรับพฤติกรรม หรือความคิดเดิม ให้เข้ากันได้กับข้อมูลความคิดชุดใหม่ โดยลดความขัดแย้ง (ฉันจะกินโดนัทได้ แต่ต้องลดปริมาณลง) 3. ปรับพฤติกรรม หรือความคิดเดิม  ให้เข้ากันได้กับข้อมูลใหม่ โดยเพิ่มเหตุผลหรือพฤติกรรมใหม่เข้าไป (ฉันจะกินโดนัทได้ แต่ต้องหมั่นออกกำลังกาย) 4. ปฏิเสธข้อมูลความคิดชุดใหม่ไปเลย (ไม่ใช่โดนัทที่ทำให้อ้วน ถ้าโดนัทนั้นไม่มีน้ำตาลสูง) เฟสตินเจอร์ ทำการศึกษาทฤษฏีของเขาโดยศึกษาผู้ที่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของลัทธิ (cult) หนึ่ง ที่สมาชิกมีความเชื่อว่าวันโลกาวินาศจะมาถึง พวกเขาจึงขายทรัพย์สินที่มีอยู่ทุกอย่างพร้อมลาออกจากงาน แต่ว่าเมื่อวันที่ทำนายเอาไว้มาถึงและไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรงเกิดขึ้นเลย  เฟสตินเจอร์ก็สังเกตุปฏิกริยาของสมาชิกเหล่านั้น สมาชิกบางคนรู้ตัวเองว่าถูกหลอกและได้ลาออกจากลัทธิไป ในขณะที่สมาชิกจำนวนไม่น้อย ยังคงศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อลัทธิ โดยตีความเหตุการณ์โดยให้เหตุผลใหม่ว่าเป็นเพราะความศรัทธาของพวกเขาทำให้ภัยพิบัติไม่เกิดขึ้น

0
Read More

MK-ULTRA

MK-ULTRA เป็นโครงการวิจัยเพื่อควบคุมจิตและพฤติกรรมของมนุษย์ (mind control program) ของ CIA  ผ่านงานวิจัยหลากหลายวิธีการ ทั้งการใช้สารเคมี, สารชีวภาพ, สารกัมมันตรังสี โดยหวังว่า สารทางจิตเวช (psychoactive chemicals) เหล่านี้จะทำให้เหยื่ออยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถจะควบคุมตัวเองได้ หรือตกอยู่ภายใต้การควบคุมของ CIA โครงการ MK-ULTRA นี้ดำเนินการภายใต้สำนักงานวิจัยวิทยาศาสตร์ (Office of Scientific Intelligence) ของ CIA ร่วมกับศูนย์วิจัยอาวุธชีวภาพของกองทัพสหรัฐฯ (United States Army Biological Warfare Laboratories) โครงการ MK-ULTRA ยังพยายามพัฒายาต่อต้านการถูกสอบสวน (anti-interrogation) เพื่อป้องกันสายลับที่อาจจะถูกจับไปสอบสวนโดยสหภาพโซเวียต หรือฝ่ายตรงข้าม จุดเริ่มของ MK-ULTRA ตามสมมุติฐานของ สตีเฟน คินเซอร์ (Stephen Kinzer) นักเขียน บอกว่า โครงการนี้ทำต่อมาตั้งแต่สงครามโลก โดยอเมริการับเอานักวิทยาศาสตร์ของนาซีและญี่ปุ่นที่ทำการทดลองหาวิธีควบคุมจิตใจของมนุษย์อยู่แล้วกับเชลยในค่ายกักกัน โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์ของนาซี ได้มีการทดลองใช้สารเมสคาไลน์ (mescaline) กับนักโทษในค่ายกักกันดาชัว (Dachau) พอสิ้นสงคราม สหรัฐฯ ได้นำนักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นมาไว้ที่ฟอร์ด เดตริคก์ (Fort Detrick) ในรัฐแมรีแลนด์เพื่อทำงานวิจัยต่อมา MK-ULTRA เป็นโครงการสืบทอดมาจากโครงการ MK-OFTEN ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น MK-SEARCH ในปี 1964 ซึ่งถูกยกเลิกไปก่อนหน้าเพราะว่า ยาหรือสารเคมีที่วิจัยในตอนนั้น ให้ผลไม่แน่นอน  ซึ่งจากหนังสือ Secrets and Lies (2007) ของกอร์ดอน โธมัส…

0
Read More

The Availability Heuristic

We aren’t good at estimating frequency, so we base it how available things are to our mind พวกเราไม่ได้มีความสามารถดีขนาดนั้นประมาณความถี่, พวกเราแค่อาศัยสิ่งที่โผล่ขึ้นมาในหัวขณะนั้นในการตัดสิน The Availability Heuristic (การหยิบความคิดที่โผล่ขึ้นมาในแว๊บแรกในการตัดสินใจ) เทอมศัพท์ถูกนิยามขึ้นในปี 1973 โดยนักจิตวิทยารางวัลโนเบล 2 ท่าน คือ เดเนียล คาห์เนมัน (Daniel Kahneman) และเอมอส ทเวอร์สกี้ (Amos Tversky)  ซึ่งได้เขียนไว้ในรายงานวิจัยเรื่อง “heuristic and biases (การดึงความทรงจำและทัศนะคติที่เอนเอียง)”  พวกเขาบอกว่า Availability Heuristic เป็นเส้นทางลัด (short cut) ของความนึกคิด เกิดขึ้นในจิตใต้สำนึกโดยที่พวกคุณไม่รู้ตัว อาศัยหลักการที่ว่า  “ คุณนึกถึงสิ่งใดตอนนั้น, สิ่งนั้นก็มีความสำคัญ / if you can think of it, it must be important ” มันเหมือนกับว่า คุณนึกอะไรขึ้นมาได้ในหัวตอนนั้น คุณก็ใช้ความรู้นั้นในการประเมินสิ่งต่างๆ ,ตัดสิน,  ตอบคำถามต่างๆ  ความคิดที่ปรากฏขึ้นมาในจิตใจของคุณอย่างง่ายดาย มันก็จะเป็นความเชื่อ มุมมองพื้นฐานที่คุณมีต่อโลกรอบตัวของคุณ  Availability Heuristic บ่อยครั้งจึงทำให้มนุษย์เราตัดสินใจ หรือมีความคิดที่ผิดผลาด เพราะว่าพวกเราเร่งรีบที่จะตอบโต้อย่างรวดเร็วมากเกินไป โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการคิดอย่างถี่ถ้วนและอาศัยข้อมูลอื่นนอกเหนือจากความเข้าใจเดิมที่เราจำได้…

0
Read More

Steven Pinker

สตีเว่น ฟิงเกอร์ (Steven Arthur Pinker)  นักจิตวิทยาที่วิจัยเกี่ยวกับจิตสำนึก, ภาษา  มีชื่อเสียงจากงานวิจัยเกี่ยวกัยแนวคิด computational theory of mind และ Evolutionnary psychology ฟิงเกอร์ เกิดวันที่ 18 กันยายน 1954 ในมอนทรีออล, ควีเบค, แคนนาดา ในครอบครัวที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก พ่อของเขาชื่อแฮร์รี่ (Harry Pinker) มีอาชีพเป็นทนายความ และแม่ชื่อโรสลิน (Roslyn Wiesenfeld) ครอบครัวของเขาเป็นยิว โดยรุ่นของปู่ย่าเป็นชาวยิวที่อพยพมากจากโปแลนด์และโรมาเนียตั้งแต่ปี 1926 ฟิงเกอร์มีน้องสองคน ชื่อโรเบิร์ต (Robert) และซูซาน (Susan)  1973 จบจากดอว์สันคอลเลจ (Dawson Collge)  1976 จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแม็คกิลล์ (McGill University) ทางด้านจิตวิทยา 1979 จบปริญญาเอกจากฮาร์วาร์ด (Harvard) สาขาจิตวิทยาการทดลอง ซึ่งหลังจากเรียนจบได้ทำงานวิจัยอยู่ที่เอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology)  1981 ได้ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์และทำงานสอนหนังสือที่สแตนฟอร์ด (Stanford University)   1980 แต่งงานกับแนนซี่ (Nancy Etcoff) 1982 มาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่เอ็มไอที ในคณะวิทยาศาสตร์สมองและจิตสำนึก ซึ่งฟิงเกอร์ยังได้ตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการร่วมของศูนย์ศึกษาวิทยาศาสตร์จิตสำนึก (Center of Cognitive science) ระหว่างปี 1985-1994 และเป็นผู้อำนวยการของศูย์ศึกษาระบบประสาทเกี่ยวกับจิตสำนึก (Center for Cognitive…

0
Read More

Charles Spearman

ชาร์ล สเปียร์แมน (Charles Edward Spearman) นักจิตวิทยา ผู้พัฒนาทฤษฏี General intelligence factor ( g factor) ชาร์ล เกิดวันที่ 10 กันยายน 1863 ในลอนดอน  ชาร์ลเรียนจบทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ 1883 เข้าเป็นทหารในกองทัพ โดยทำงานในแผนกช่างทหาร และเคยเดินทางมาทำงานอยู่ในพม่า 1893 ได้รับยศร้อยเอก ประจำหน่วยทหารบก Munster Fusilliers 1897 ลาออกจากกองทัพ เพื่อเรียนต่อปริญญาเอกทางด้านจิตวิทยา โดยได้เดินทางไปเรียนที่เยอรมัน ที่มหาวิทยาลัยลิปซิก (University of Leipzig) ซึ่งอยู่ในการดูแลของวิลเฮมล์ วุนต์ (Wilhelm Wundt)  1899 การเรียนของชาร์ลมีอันสะดุด ในช่วงที่เกิดสงครามโบเออร์ (Boer war,1899-1902) ทำให้ถูกเรียกตัวกลับไปยังกองทัพอยู่ช่วงหนึ่ง 1904 เขียนบทความวิจัยเรื่อง General intelligence พิมพ์ลงในวารสาร American Journal of Psychology ซึ่งชาร์ลพัฒนาแนวคิด factor anylysis,  g factor  ซึ่งชาร์ล อธิบายว่าความสามารถทั่วไปโดยรวมของจิตซึ่งมีผลต่อการแสดงระดับสติปัญญาความสามารถของคนเรานั้น สามารถที่จะวัดออกมาได้ ด้วยการทดสอบระดับความสามารถเพียงชุดเดียว เพราะคนที่มีระดับสถิปัญญาดีในการทดสอบหนึ่ง มีแนวโน้มที่จะทำการทดสอบแบบอื่นๆ ได้ดีด้วย ในขณะที่ผู้ที่ทำการทดสอบสติปัญญาไม่ดีในชุดหนึ่ง ก็จะทำการทดสอบชุดอื่นๆ ได้คะแนนไม่ดีไปด้วย เช่น ผู้ที่ทำแบบทดสอบการคำนวณได้ดี ก็มีแนวโน้มที่จะทำแบบทดสอบอื่น อาทิ การอ่านได้ดีด้วย   เราจึงสามาารถวัดค่าระดับสติปัญญา ด้วยการทดสอบเดียวได้  …

0
Read More

Erich Fromm

อีริช ฟรอมม์ (Erich Seligmann Fromm) Escape from Freedom ฟรอมม์ เกิดวันที่ 23 มีนาคม 1900 ในแฟรงเฟิร์ต, เยอรมัน เป็นลูกคนเดียวในครอบครัวชาวยิว พ่อชื่อแนฟตาลี (Naphtali Fromm) ส่วนแม่ชื่อโรซ่า (Rosa Krause) เธอเป็นลูกสาวของนักบวชยิวที่อพยพมาจากปอซแนน (Poznan) ซึ่งขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของปรัสเซีย   บ้านของพวกเขาประกอบอาชีพค้าไวน์ 1918 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแฟรงเฟิร์ต (University of Frankfurt am Main)  ทางนิติศาสตร์ 1919 เข้าเรียนมหาวิทยาลัยบไฮเดลเบิร์ก (University of Heidelberg) ทางด้านสังคมศาสตร์ โดยได้มีโอกาสเรียนกับเว็บเบอร์ (Alfread Webber) ด้วย  ระหว่างที่เรียนเขาได้มีการติดต่อกับกลุ่ม Kartell Jüdischer Verbindungen (KJV) ซึ่งเป็นกลุ่มภราดรภาพของยิวไซออนิสต์ แต่ว่าไม่นานฟรอมม์ก็ไม่รับแนวคิดของคนกลุ่มนี้ 1922 จบปริญญาเอก โดยมีเว็บเบอร์เป็นที่ปรึกษาปริญญานิพนธ์ หลังจากเรียนจบเขาได้ไปฝึกเป็นนักจิตวิเคราะห์กับเฟรียด้า ริชแมนน์ (Frieda Reichmann)  1926 แต่งงานกับเฟรียด้า ซึ่งอายุมากกว่าเขา 10 ปี แต่ว่าไม่นานหลังแต่งงานพวกเขาก็แยกกันอยู่ 1930 เข้าทำงานที่สถาบันวิจัยสังคม (Frankfurt Institute for Social Rearch) ในแฟรงเฟิร์ต ซึ่งเขาทำงานสอนอยู่ที่นี่และที่มหาวิทยาลัยไปพร้อมๆ กัน  ช่วงเวลานี้ฟรอมม์เข้าร่วมกลุ่มแลกเปลี่ยนแนวคิดกับนักจิตวิเคราะห์สายมาร์กซิสต์ อย่าง วิลเฮล์ม ไรช์ (Wilhelm…

0
Read More

Katharine Cook Briggs, Isabel Myers

แคเธอรีนบริจจ์ (Katharine Cook Briggs) และอิซาเบลไมเยอร์ (Isabel Myers)  ผู้สร้างแบบทดสอบ Meyer Briggs Type Indicator (MBTI) แคเธอรีน เกิดวันที่ 3 มกราคม 1875 ในอิงแฮม เคาน์ตี, มิชิแกน (Ingram County) พ่อของเธอชื่ออัลเบิร์ต (Albert John Cook) เป็นอาจารย์สอนด้านกีฏะและการเกษตรอยู่ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน (Michigan State University) ส่วนแม่ชื่อว่าแมรี่ (Mary Harris Baldwin)  วันเด็กแคเธอรีนเรียนหนังสืออยู่ที่บ้าน จนกระทั้งเมื่ออายุ 14 ปีได้เข้าเรียนในวิทยาลัยโอเบอร์ลินคอลเลจ (Oberlin College) ทางการการเกษตร หลังจบการศึกษาได้ทำงานเป็นครู แต่งงานกับไลแมน บริจจ์ (Lyman James Briggs)  นักฟิสิกส์ซึ่งทำงานอยู่สำนักงานกำกับมาตราฐาน (Bureau of Standards) ในวอชิงตัน ดี.ซี.  1897 18 ตุลาคม, แคเธอรีนให้กำเนิดบุตรสาว อิซาเบล (Isabel Briggs Myers)  วัยเด็กของอิซาเบล เธอเติบโตขึ้นมาโดยที่เรียนหนังสืออยู่กับบ้านโดยที่แคเธอรีนมารดาเป็นผู้สอนหนังสือ   ก่อนที่เมื่อโตขึ้นอิซาเบลได้เข้าเรียนที่ซวาร์ธมอร์คอลเลจ (Swarthmore College) ระหว่างที่เรียนที่ซวาร์ธมอร์คอลเลจ อิซาเบลพบรักกับคลาเรนซ์ (Clarence “Chief” Myers) ซึ่งกำลังเรียนทางด้านกฏหมาย  1917 แคเธอรีนเริ่มแบ่งหมวดหมู่บุคคลิกภาพของคน ออกเป็น 4 แบบ ได้แก่…

0
Read More

Daniel Kahneman

แดเนียล คาห์เนมาน (Daniel Kahneman) Economic Nobel 2002 คาห์เนมาน เกิดวันที่ 5 มีนาคม 1934 ในเทล อาวีฟ, ปาเลสไตน์ (British Mandate of Palestine)  แม่ของเขาชื่อราเชล (Rachel) เธอคลอดเขาระหว่างที่เดินทางมาเทล อาวีฟ เพื่อจะเยี่ยมญาติ ส่วนพ่อชื่อว่าอีเฟรยิม (Efrayim) ราเชลและสามีเดิมอาศัยอยู่ในลิทัวเนีย, สหภาพโซเวียต แต่ว่าอพยพไปอยู่ในฝรั่งเศสตั้งแต่ช่วงปี 1920s อีเฟรยิม ทำงานเป็นหัวหน้านักวิจัยให้กับโรงงานเคมีขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง  คาห์เนมาน ใช้ชีวิตในวัยเด็กในกรุงปารีส, ฝรั่งเศส  1941 จนกระทั้งช่วงที่นาซียึดปารีส พ่อของคาห์เนมานถูกจับอยู่นาน 6 เดือนเพราะเป็นยิว แต่ว่าต่อมาได้รับการปล่อยตัว เมื่อเจ้านายของเขาชื่อยูจีน ฌชูลเลอร์ (Eugene Schueller) ได้ช่วยเหลือ ต่อมาครอบครัวคาห์เนมานจึงพากันหลบหนีไปยังเมืองริเวียร่า (Riviera) ซึ่งยังอยู่ในการควบคุมของวินชีฟรานซ์ (Vichy France)  แต่ว่าพวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่ไม่นาน เยอรมันก็บุกเข้ามาถึงเมืองอีก จนทำให้ต้องอพยพหนีอีกครั้งไปยังตอนกลางของฝรั่งเศส 1944 พ่อของคาห์เนมาน เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1946 ครอบครัวที่เหลือ ได้พากันอพยมมาอาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเลม, ปาเลสไตน์  1954 จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยฮิบรูเยรูซาเลม (Hebrew University of Jerusalem) เอกจิตวิทยาและโทคณิตศาสตร์ หลังจากนั้นได้ถูกเกณฑ์เป็นทหาร ทำงานในกองทัพอิสราเอล ในแผนกจิตวิทยา ซึ่งคอยทำหน้าที่ประเมินกำลังที่ถูกส่งไปฝึกในแผนกต่างๆ ตามความเหมาะสม โดยเขาใช้วิธีประเมินที่เรียกกว่า Leaderless Group Challenge ซึ่งคิดค้นขึ้นโดยกองทัพอังกฤษช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!