History

Zhou Daguan

โจ ต้ากวน (周达观) ต้ากวนเป็นทูตชาวจีน ในรัชสมัยของข่านเตมูร์ (Temür Khan) จักรพรรดิพระองค์ที่ 2 ในราชวงศ์หยวน  ต้ากวนเป็นที่รู้จักจากบันทึก The Customs of Cambodia (真臘風土記, Zhenla fengtu ji) ที่เขาเขียนถึงการเดินทางมาเยือนนครวัดในปี 1296 และได้เข้าเฝ้ากษัตริย์อินทราวรมัน ที่ 3 (King Indravarman III) ต้ากวน เกิดประมาณปี с.1266-1270 ในหยองเจีย,  มณฑลเจ้อเจียง (Yongjia, Zhejiang) ชื่อของเขายังถูกบันทึกเอาไว้ในชื่ออื่นๆ ด้วย อย่าง เวินโจ, โจ เจียงกวน (周建觀,Zhou Jiaguan) หรือ โจ ต้าเค่อ (周達可, Zhou Dake) และมีชื่อหลังจากเกษียณจากงานในราชสำนักแล้วว่า เส้า ถิง ยี่หมิน (草庭逸民, Cao tng yimin) 1296 กุมภาพันธ์, เขาถูกส่งให้เป็นทูตเดินทางมายังดินแดนทางใต้ โดยที่เริ่มออกเดินทางโดยทางเรือจากเมืองหมิงโจว (Mingzhou) ลองลงใต้มาจนกระทั้งมาแวะที่เมืองจัมปา (Champa) ซึ่งอยู่ที่กุยยอน (Qui Nhon) ในเวียดนามในเวียดนามปัจจุบัน และเดินทางต่อมาจนถึงบารา (Bà Rịa) ก่อนที่จะเข้าแม่น้ำโขง ไปยังทางแม่น้ำโตนเลสาป (Tonle Sap river)  เมื่อเรือเดินทางมาถึงเมืองกัมปง ชแนง (Kampong Chhnang) ก็ได้เปลี่ยนเรือมาเป็นเรือเล็ก…

0
Read More

Nitocris

ไนโตคริส (Νίτωκρις) ในหนังสือ Histories เขียนโดย เฮโรโดตัส (Herodotus, 484 BC-425 BC) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ได้เล่าถึงตำนานฟาโรห์อียิปต์ ไนโตคริส เอาไว้ว่า พระองค์เป็นสตรีสวยและมีพระชนม์ไม่มาก ทรงได้รับสั่งให้มีการสร้างท้องพระโรงสวยงามแห่งหนึ่งขึ้นมาใต้ดิน เมื่อท้องพระโรงสร้างเสร็จ พระองค์ได้ได้เชิญ เหล่าขุนนางและทหารมาร่วมในการฉลองการเปิดท้องพระโรงใหม่ ซึ่งแขกทั้งหมดล้วนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการวางแผนสังหาร พระสวามี(และพี่ชาย) ของพระองค์ เมื่อแขกหรือได้ดื่มกินกันจนเมามาย ไนโตคริสก็ได้สั่งให้มีการปล่อยน้ำเข้ามาในท้องพระโรง จนแขกทั้งหมดเสียชีวิตเพราะจมน้ำหรือไม่ก็ถูกกระแสน้ำพัดจนไหลลงไปในแม่น้ำไนล์  ซึ่งหลังจากทรงแก้แค้นได้สำเร็จ ไนโตคริสก็ปลงพระชนม์พระองค์เอง โดยกระโดดเข้าไปในกองไฟ เพื่อไม่ให้ผู้ใครมาล้างแค้นพระองค์ได้  เรื่องราวของไนโตคริส ซึ่ง มาเนโท (Manetho) นักประวัติศาสตร์กรีกอีกคน ได้เพิ่มเติมเรื่องราวว่าใน Aegyptiaca (Historyo of Egypt) ว่า พระองค์เป็นฟาโรห์ อียิปต์ ที่สวย ผิวกระจ่าง และมีแก้มที่ชมพู ทรงเป็นฟาโรห์ องค์สุดท้ายในราชวงค์ที่ 6 (VI dynasty) ช่วงระหว่าง 2151-2150 BC และเป็นผู้สร้างปิรามิด องค์ที่ 3 ในกีซ่า (Giza) โดยใช้เวลาในการก่อสร้างนาน 12  ปี ซึ่งภายหลังพิสูจน์แล้วว่าปิรามิด องค์ที่ 3 แห่งกีซ่า สร้างโดย ฟาโรห์เมนกัวร่า (Menkaura) ในสมัยราชวงค์ ที่ 4 (IV dynasty)  ในตูริน ปาไปรัส (Turin Papyrus ~ Turin King…

0
Read More

Battle of Thermopylae

491 BC จักรพรรดิดาเรียส (Darius)  แห่งเปอร์เซีย (Achaemenid Empire -Pursia) ได้ส่งทูตเดินทางมายังกรีก เพื่อบอกให้กรีกยอมสวามิภักดิ์ให้กับตน  แต่ว่ากรีกได้สังหารทูตที่ส่งมา หลังจากนั้นรัฐต่างๆ ของกรีกรวมถึงสปาร์ต้าก็ได้รวมตัวกันเพื่อปกป้องดินแดนจากการรุกรานชองเปอร์เซีย  จักรพรรดิดาเรียสได้ส่งกองเรือ 600 ลำ และทหารกว่าสองหมื่นนายเข้าโจมตี ไซคลาเดส (Ceclades) และยูโบอา (Euboea)  490 BC สมรภูมิที่มาราธอน (Battle of Marathon) ชาวกรีกสามารถรบชนะเปอร์เซียได้  486 BC จักรพรรดิเซอร์เซส (Xerxes 1)  ได้ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิเปอร์เซียหลังการสวรรคตของจักรพรรดิดาเรียส  เซอร์เซสได้ตระเตรียมกองทัพขนาดมหึมา มีการสร้างอาวุธและสำรองเสบียงมหาศาล มีการขุดคลองชาลกิไดก์ (Chalkidike canal ) และสร้งเรือสะพานสำหรับใช้ข้ามทะเลบริเวณเฮลล์สปอนต์ (Hellespont)  480 BC กษัตริย์เซอร์เซส ได้ยกกองทัพ ประกอบด้วยหลายแสน เพื่อที่จะยึดครองรัฐต่างๆ ของกรีก  เมื่อข่าวว่ากองทัพเปอร์เซียจะทำการรุกราน ได้มาถึงกรีก นครรัฐของกรีกหลายแห่งจึงได้ร่วมมือกันในการต่อต้านกองทัพเปอร์เซีย โดยมีกษัตริย์ลีโอนิดาส ที่ 1 แห่งสปาร์ต้า (Leonidas I of Sparta) เป็นผู้นำทหารกรีกในการรบทางบก โดยกองทัพบกของกรีกมีกำลังพลประมาณ 10,000 นาย และวางกำลังไว้ที่บริเวณหุบเขาเทมเป (Valley o Tempe) ใกล้กับเทือกเขาโอลิมปอส (Mt. Olympos)  แต่ว่าต่อมาก็ต้องยอมถอนทหารออกมา หลังจากได้เห็นว่ากองกำลังเปอร์เซียมีขนาดมหาศาลเพียงไหน  หลังจากรัฐกรีกต่างๆ ได้กลับมาประชุมกันเพื่อหาทางรับมือ แต่ว่านครรัฐของกรีกหลายแห่งก็ไม่เห็นด้วยกับการรบครั้งนี้ เพราะว่าใกล้ถึงเทศกาลสำคัญอย่างกีฬาโอลิปิก ซึ่งมีความสำคัญทางศาสนา  ในสปาร์ต้าเองก็ใกล้จะมีกีฬาคาร์เนไอ (Karneia)…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!