Espoinage

Venona Project

โครงการ VENONA เร่ิมต้นขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1943 โดย Army Signal Intelligence Service (SIS)  ซึ่งเป็นหน่วยงานข่าวกรองทางสัญญาณของกองทัพสหรัฐฯ​ ก่อนที่จะมีการตั้ง National Security Agency (NSA) ขึ้นมา  โดยในตอนเริ่มต้น VENONA เป็นหน่วยงานขนาดเล็ก ที่มีหน้าที่ในการจับสัญญาณสื่อสารทางการทูตของสหภาพโซเวียต และนำมาถอดรหัส ถึงข้อมูลที่ได้รับมาจะถูกส่งไปให้กับหน่วย SIS ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเวอร์จิเนีย  ซึ่งสำนักงานที่นึ่ถูกเรียกว่า “Arlington Hall” โดยที่ผู้อำนวยการคนแรกของ VENONA คือ จีน เกรบีล (Gene Grabeel) SIS นั้นได้ทำการว่าจ้างครูทางด้านภาษาหลายสิบคนจากทั่วสหรัฐฯ หลังจากที่ญี่ปุ่นได้โจมตีฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่อ่าวเพิร์ล ฮาร์เบอร์ (Pearl Harbor)  ครูที่ร่วมงานกับโครงการนี้ตั้งแต่ต้น อาทิ   แมร์ดิธ การ์ดเนอร์ (Meredith Gardner) ซึ่งเป็นอาจารย์ด้านภาษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลับอาร์ก้อน (University of Akron) การ์ดเนอร์ สามารถพูดได้หลายภาษาทั้งฝรั่งเศส, เยอรมัน, กรีก, อิตาลี, ญี่ปุ่น, ลาติน, สเปน และรัสเซีย   เฟอร์ดินัน คูเดิร์ต (Ferdinand Coudert) เป็นผู้เชี่ยวชาญกลุ่มภาษาสลาวิค และสามารถใช้ภาษาฝรั่งเศส, เยอรมัน, ญี่ปุ่นได้  วิลเลี่ยม สมิท (Major William B.S. Smith) เชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศสและภาษาบรีตัน…

0
Read More

Yakov Serebryansky

ยาคอฟ เซียร์เบอร์ยานสกี้ (Яков Исаакович Серебрянский) สายลับ ผู้สร้างเครื่อข่าย Uncle Yasha’s group ยาคอฟ เกิดวันที่ 29 พฤศจิกายน 1891 ในมินส์ก (Minsk) ครอบครัวของเขาเป็นยิวที่มีฐานะยากจน พ่อมมีชื่อว่าไอแซ็ค (Isaac หรือ Itska Serebryansky) ทำงานเป็นเสมียรอยู่ในโรงงานน้ำตาล  1908 จบมัธยม ซึ่งระหว่างเรียนเขาได้เป็นสมาชิกของกลุ่ม Revolutionaries Maximalists (Союз социалистов-революционеров-максималистов) ซึ่งเป็นกลุ่มฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง ที่ถูกขับออกจากพรรค SRs (Socialist-Revolutionaries Party) ตั้งแต่ปี 1906 1909 ยาคอฟถูกจับเพราะถูกต้องสงสัยว่ามีส่วนในการสังหารผู้คุมเรือนจำในมินส์ก และยังครอบครองเอกสารที่ทางการสังห้าม  ทำให้เขาต้องติดคุกเปผ็นเวลาหนึ่งปี  หลังจากออกจากคุกแล้ว เขาก็ไปทำงานอยู่ในเมืองวิเต็บส์ก (Vitebsk) โดยเป็นช่างอยู่ในโรงงานไฟฟ้า  1912 ถูกเกณฑ์เป็นทหาร โดยส่งไปอยู่ในหน่วยทหารราบที่ 122 ตามบอฟ (122nd Tambov regiment) ในเมืองคาร์เคียฟ (Kharkiv)  1914 ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 เขาถูกส่งไปรบในแนวรบด้านตะวันตก กับหน่วย 105 โอเรนเบิร์ก (105th Orenburg regiment)  ซึ่งทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างที่รัสเซียพยายามจะบุกเข้าไปในตะวันออกของปรัสเซีย  ยาคอฟถูกส่งตัวเข้าไปรักษาพยายามบาล และหลังจากรักษาตัวจนหายแล้ว เขาก็ถูกปลดออกจากกองทัพ 1915 ไปทำงานเป็นช่างซ่อมบำรุงเครื่องขุดเจาะน้ำมันในเมืองบากู (Baku) 1917 หลังการปฏิวัติกุมภาพันธ์ (February revolution) ในรัสเซีย ยาคอฟได้เคลื่อนไหวไปกับกลุ่มสมาชิกของพรรค…

0
Read More

Duško Popov

ดุชโก้ โปปอฟ (Duško Maladoroff Popov) สายลับ MI6 รหัสว่า (Tricycle)เชื่อกันว่าเขาคือต้นแบบของสายลับเจมส์ บอนด์ (James Bond) ในนิยายของเอียน เฟรมมิ่ง (Ian Fleming)  โปปอฟ เกิดวันนี้ 10 กรกฏาคม 1912 ในติเตล, ออสเตรีย-ฮังการี (Titel, Austro-Hungary) ปัจจุบันเมืองที่เขาเกิดอยู่ในประเทศเซอร์เบีย ครอบครัวของเขามีฐานะในระดับมหาเศรษฐี เขาเป็นลูกชายคนที่สองจากพี่น้องผู้ชายสามคนของครอบครัว พ่อของเขาชื่อมิโลราด (Milorad Popov) ส่วนแม่ชื่อโซร่า (Zora Popov)  ครอบครัวของเขาประกอบอาชีพทั้งะนาคาร, โรงงาน, เหมืองแร่ และธุรกิจค้าปลีก ซึ่งความร่ำรวยนี้เริ่มมาโดยปู่โอเมอร์ (Omer Popov) หลังจากโปปอฟเกิดไม่นาน พ่อก็พาครอบครัวย้ายจากติเตล มาอยู่ในดุบรอฟนิก (Dubrovnik)  1918 ออสเตรีย-ฮังการี ล่มสลายและแตกออกเป็นประเทศเล็กๆ  1924 ตอนอายุ 12 เข้าเรียนที่โรงเรียนในปารีส  1929 เข้าเรียนที่อีเวลล์ คาสเทิล (Ewell Castle)  ในเซอร์เรย์, อังกฤษ (Surrey, England)  แต่ว่าเรียนได้เพียงสี่เดือนก็ถูกเชิญออกจากโรงเรียน เพราะเขาชอบแหกกฏโรงเรียน ถูกจับได้ว่าแอบสูบบุหรี่ ทำร้ายครูและเพื่อนร่วมชั้น  หลังจากนั้นโปปอฟจึงย้ายมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมฮอช (Lycée Hoche) ในเมืองแวร์ซาย, ฝรั่งเศส 1930 เข้าเรียนกฏหมายที่มหาวิทยาลัยเบลเกรด (University of Belgrade)  1934 เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยไฟร์บูร์ก (University of Freiburg)…

0
Read More

Unit 8200

Unit 8200 ( อ่านว่า Unit Eight, two-hundred (ยูนิต แปด-สองร้อย)) เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมอิสราเอล (Israel Defense Forces, IDF) ที่รับผิดชอบปฏิบัติการข่าวกรองทางอิเล็กทรอนิกส์ (signal intelligence, SIGINT) เป็นหน่วยงานที่ยังถือว่าเป็นรองหน่วย AMAN (Israel Military) มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ The Negev ใกล้กับยูริม คิบบุตซ์ (Kibbutz Urim) สำหรับอิสราเอล Unit 8200 เทียบได้กับ NSA (National Security Agency) ของสหรัฐฯ  การก่อตั้ง Unit 8200 น่าจะย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงการเคลื่อนไหวก่อตั้งประเทศอิสราเอล ตั้งแต่ช่วงปี 1935 ในดินแดนบริติชปาเลสไตน์ (British Palestine) ซึ่งช่วงเวลานั้นมีเครือข่าวข่าวกรองของชาวยิวอย่างกลุ่ม Netzah Uisrael Lo Yeshaker (NILI)  ซึ่งแปลว่า “The Eternal One of Israel will not lie”  หน่วย NILI นี้เคลื่อนไหวในบริติชปาเลสไตน์ จักรพรรดิอ๊อตโตมัน และพื้นที่ใกล้เคียง เมื่อมีการตั้งดินแดนปาเลสไตน์ (Mandatory Palestion, 1920-1948) ชาวยิวก็ได้มีการตั้งกองกำลังติดอาวุธ Hfganah (defense) ขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับอาหรับ  ในปี 1929 กลุ่ม Hfganah ได้ก่อตั้งหน่วยข่าวกรอง…

0
Read More

Stakeknife

“Stakeknife” เป็นโค๊ดเนมของสายลับอังกฤษ ซึ่งแฝงตัวเข้าไปเป็นในกลุ่ม IRA ได้สำเร็จ จนได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังแบ่งแยกไอร์แลนด์  (Irish Republican Army, IRA)  โดยเขาได้รับตำแห่นงเป็นหัวหน้ากองกำลังความมั่นคงภายใน Internal Security Unit (ISU) หรือฉายากลุ่ม “the nutting squad” ของ IRA ในกรุงเบลฟาสต์ (Belfast) ตำแหน่งของเขาทำให้เขามีอำนาจที่จะสังหารสมาชิกของ IRA ด้วยกันได้หากว่ามีใครที่ต้องสงสัยว่าเป็นคนทรยศ โดยที่หน่วยของเขาจะใช้วิธีในการทรมานผู้ต้องสงสัยเพื่อให้รับสารภาพ  ในปี 2003 Stakeknife ถูกระบุว่าคือ เฟรดดี สแค๊ปปาติคคิ (Freddie Scappaticci) ชายวัย 73 ปี โดยสื่อหลายสำนัก เฟรดดี้ ถูกระบุเริ่มทำงานให้กับอังกฤษช่วงปี 1978 โดยเริ่มเป็นสายลับให้กับหน่วย Royal Ulster Constabulary (RUC)  2 ปีก่อนที่จะมีการตั้งหน่วย Force Research Unit (FRU) ขึ้นมาในปี 1980 ซึ่ง FRU เป็นหน่วยงานภายใต้ Intelligence Corps อีกทีหนึ่ง  แต่ว่าเจ้าตัวให้การปฏิเสธว่าไม่ใช่ Stakeknife และไม่ได้เป็นสายลับสองหน้าให้กับอังกฤษด้วย  Stakeknife ถือเป็นสายลับที่ทรงคุณค่าให้กับกองทัพอังกฤษ เขาถูกยกย่อยว่าเป็น “the jewel in the crown, the golden egg” (อัญมณีบนมงกุญ และไข่ทองคำ” เขามีบทบาทในช่วงระหว่างปี 1969-1997…

0
Read More

Sockpuppet

Sockpuppet  หมายถึง ตัวตนของบุคคลปลอมที่สร้างขึ้นมาในโลกออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด  เช่น เพื่อจะทำการหลอกลวงทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการโฆษณา การแสดงความเห็นในการยกย่อง, ปกป้อง, หรือการตำหนิบุคคล หรือองค์กรหนึ่งๆ โดยปกปิดตัวตนที่แท้จริง แต่ว่าแสดงตัวเองเป็นบุคคลที่สาม โดยหวังผลในการควบคุมหรือสร้างอิทธิพลทางความคิดแบบของตนให้กับคนในจำนวนมาก (manipulate public opinion) คำว่า Sockpuppet (หุ่นถุงเท้า, ตุ๊กตาผ้าหรือวัสดุที่ใกล้เคียง ซึ่งเอาสวมที่มือ) ถูกนิยามในปี 1993 โดย Usenet ซึ่งเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเหมือนกับนักแสดงละครหุ่นถุงเท้า (ventriloquist) ซึ่งสามารถที่จะแสดงโชว์ให้เหมือนกับว่าปากของตนเองไม่ขยับ แต่ว่าเสียงพูดมาจากตุ๊กตา Sockpuppet แตกต่างจากคำว่า Bots เพราะว่า bots จะเป็นโปรแกรมที่ทำงานอัตโนมัติหรือทำงานโดยอาศัยการเขียนโค๊ด บางที่ก็สร้างเนื้อหาขึ้นมาบ้าง แต่ว่า bot จะถูกจับได้ง่ายเพราะะส่วนใหญ่ทำงานซ้ำๆ ไม่ยืดหยุ่น ทำไม่ค่อยมีบนโซเชียลมีเดีย ในขณะที่ Sockpuppet ควบคุมโดยมนุษย์  ซึ่งมักจะเป็นการสร้างบัญชีบุคคลปลอมๆ ขึ้นมาในจำนวนมากบนโลกออนไลน์ ซึ่งอันท่ีจริงแล้วถูกควบคุมจากคนเพียงคนเดียวหรือกลุ่มๆ หนึ่งเท่านั้น  Sockpuppet มีผลเสียต่อธุรกิจออนไลน์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น ถูกนำไปใช้เพื่อรีวิวสินค้า โดยให้ความเห็นที่ไม่จริง หรือลำเองไปข้างใดข้างหนึ่ง (engaging in review fraud)  โดยส่วนใหญ่จะทำงานผ่านระบบ อีเมล์ (mailing lists), โซเซียลเน็ตเวิร์ก อย่างทวิตเตอร์, เฟชบุ๊ค (Facebok, Twitter and Social Networks), เว็บข่าว (News websites), ระบบลงคะแนนออนไลน์ (online polls),  และระบบอื่นๆ ที่เปิดให้แสดงความเห็นได้ (comment…

0
Read More

Echelon

1920 เฮอร์เบิร์ด ยาร์ดเลย์ (Herbert O. Yardley) นักถอดรหัส และทีมของเขา The Black Chamber สามารถถอดรหัสข้อความสื่อสารทางการทูตของกองทัพราชนาวีญี่ปุ่นได้ ทำให้สหรัฐฯ มีความได้เปรียบในการต่อรองกับญี่ปุ่นในการประชุมว่าด้วยยุทธศาสตร์ทางทะเลในวอชิงตัน (Washington Naval Conference, 1921-1922) ซึ่งผลงานของ The Black Chamber เหมือนการจุดประกายให้กับการดักฟังและจารกรรมข้อมุลฝ่ายตรงข้ามของอเมริกา Echelon เป็นโค๊ดเนม (code-named) อย่างไม่เป็นทางการของระบบสอดแนมอิเล็กทรอนิกส์ที่ครอบคลุมทั่วโลก ก่อนที่จะกลายมาเป็น NSA  ซึ่งประกอบไปด้วยสถานีสื่อสาร, เรดาห์, ดาวเทียม, เรือดำน้ำ, เครื่องบินสอดแนม ที่ทำงานร่วมกัน  Echelon โครงการนี้ถูกเรียกอีกอย่างว่า The Big Ear กำเนิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2  โดยน่าจะเป็นผลจาากการทำข้อตกลงแอตแลนติค (Atlantic Charter) ในปี 1941 ระหว่างสหรัฐฯ และอังกฤษ ซึ่งกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างสองประเทศหลังสงครามโลกเอาไว้ ซึ่งต่อมาได้พัฒนากลายเป็น BRUSA หรือ  UKUSA Agreement ในปี 1946 ซึ่งเป็นเครื่องข่ายสอดแนม, สายลับ เผื่อแลกเปลี่ยนข้อมุลข่าวกรองระหว่างกัน  โดยข้อมูลส่วนใหญ่เชื่อกันว่ามีการแบ่งปัน โดยส่งผ่านระบบเครือข่ายสื่อสารที่มีโค๊ดเนมว่า Stone Ghost ต่อมา แคนาดา, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้เข้าร่วมในโครงการ โดยมีการทำข้อตกลง SIGNIT (secret agreement on signals intelligence)  ทำให้โครงการสอดแนมทั่วโลกนี้ถูกเรียกว่าเป็นโครงการ Five Eyes…

0
Read More

Vasili Mitrokhin

วาสิลี นิกิติช มิโตรคิน (Василий Никитич Митрохин)  อดีต KGB ที่แปรพักตร์ไปอังกฤษในปี 1992 พร้อมเอกสารลับขององค์กรที่ถูกเรียกว่า Mitrokhin Archive มิโตรคิน เกิดวันที่ 3 มีนาคม 1922 ในหมูบ้านยุราโซโว่, เรียซาน (Yurasovo, Ryazan Oblasht, RSFSR) สหภาพโซเวียต  เขาเป็นลูกคนที่สองในพี่น้องทั้งหมดห้าคน ต่อมาครอบครัวย้ายมาอยู่ในมอสโคว์ และช่วงก่อนสงครามโลกมิโตรคินได้เข้าเรียนที่โรงเรียนทหารปืนใหญ่ (artillery academy) เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะย้ายมาเรียนที่สถาบันประวัติศาสตร์และจดหมายเหตุ (History and Archives Institute หรือ Istoriko-Arkhivnyy Institue-IAI)  1941 เมื่อนาซีเยอรมันบุกสหภาพโซเวียต ทำให้รัฐบาลสั่งย้ายอุตสาหกรรมและสถาบันต่างๆ ไปยังตอนกลางของประเทศ ร่วมถึงสถาบัน IAI ถูกสั่งให้ย้ายมาอยู่ที่อัลมาตี้ (Almaty) ในคาซัคสถาน แตว่ามิโครคินหลังจากเรียนที่ IAI ได้หนึ่งปี เขาก็ย้ายมาเรียนที่มหาวิทยาลัยคาซัค (Kazakh State University)  ทางด้านกฏหมายและประวัติศาสตร์ 1944 สำเร็จการศึกษา และได้เข้าทำงานอยู่ในฝ่ายกฏหมายของกองทัพซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในคาร์เคียฟ (Kharkiv) ยูเครน   1948 ได้ตำแหน่งเป็นรองอัยการทหารอยู่ในกองทัพที่คาร์เคียฟ ก่อนที่ต่อมาจะมาทำงานกับกรรมาธิการด้านข่าว (The Committee of Information) ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เขาเริ่มทำงานเป็นสายลับให้กับ MGB (หน่วยงานสายลับก่อนจะเป็น KGB) 1953 หลังการเสียชีวิตของสตาลิน (Joseph Stalin) มิโตรคินได้รับคำสั่งให้สืบสวนผู้สือข่าวประจำปารีส ของหนังสือพิมพ์ Pravda…

0
Read More

Marie-Madeleine Fourcade

มาเรีย-มาเดลีน ฟอร์ซาด (Marie-Madeleine Fourcade) รหัสของเธอคือ “Herisson (Hedgehog)” เธอเป็นผู้นำเครือข่ายสายลับ “Alliance” ของฝรั่งเศสซึ่งต่อต้านนาซีเยอรมันในสงครามโลก ครั้งที่ 2  มาเดลีน  เกิดวันที่ 11 สิงหาคม 1909 ชื่อเดิมคือมาเรีย-มาเดลีน บริเดา (Marie-Madeleine Bridou) เธอเกิดในเมืองมาร์แซลล์ (Marseille)  พ่อชื่อว่าลูเซียน (Lucien Bridou) และแม่ชื่อมาธิลเด่ (Mathilde Bridou) มาเดลีนเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนคอนแวนต์ในเมืองชางไห่ (Shanghai) ซึ่งพ่อของเธอเป็นทหารที่ถูกส่งไปดูแลบริษัท Messageries Maritimes ซึ่งเป็นกิจการเดินเรือของฝรั่งเศสกับอาณานิคม 1926 ตอนอายุ 17 เธอแต่งงานกับพันโทเอโดอาร์ด เมริค (Edouard Jean Méric) และมีลูกด้วยกันสองคน ซึ่งลูกชายเกิดในปี 1929 และลูกสาวในปี 1932 แต่ว่าชีวิตคู่ของทั้งสองคนห่างเหินกันไปหลังจากเมริคต้องไปทำงานที่โมร็อคโค และมาเดลีนไม่ได้พบหน้าลูกๆ ของเธอนานหลายปี  1936 มาเดลีน ได้พบกับ ร้อยเอกจอร์จ ลาสทัวนัว-ลาคัว (Maj. Georges Loustaunau-Lacau) ซึ่งเป็นอดีตหน่วยข่าวกองของกองทัพฝรั่งเศส เขาใช้ชื่อรหัสว่า นาวารร์ “Navarre”  เธอได้ร่วมกับนาวารร์  ในการทำหนังสือแม็กกาซีนใต้ดิน L’ordre national ออกมา เพื่อต่อต้านนาซี แม็กกาซีนนี้เปิดเผยข้อมูลลับที่ได้จากการจารกรรม ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าข้อมูลจะมีประโยชน์หากเกิดสงครามขึ้นมา นาวารร์ได้สร้างเครือข่ายสายลับขึ้นในฝรั่งเศสส่วนที่ยังไม่ถูกนาซียึดครอง ซึ่งเครือข่ายนี้ถูกตั้งชื่อว่า “Alliance” ซึ่งภายหลังถูกเรียกอีกอย่างว่า “Noah’s Ark” 1940 14 มิถุนายน,…

0
Read More

Sir Francis Walsingham

ฟรานซิส วัลซิงแฮม (Francis Walsingham) หัวหน้าสายลับ (spymaster) ในสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ ที่ 1 แห่งอังกฤษ วัลซิงแฮม เกิดประมาณ ปี 1552 ซึ่งคาดว่าเขาเกิดแถวฟุตเครย์, เขตเบ็กซ์เลย์ (Foots Cray, Bexley) ของลอนดอน, อังกฤษ  พ่อของชื่อวิลเลี่ยม (William Walsingham) โดยที่วิลเลี่ยมทำงานเป็นทนายความ ที่เคยทำหน้าที่สืบสวนคดีสำคัญอย่างคดีของคาร์ดินัล โธมัส (Cardinal Thomas Wolsey) แม่ชื่อว่าจอยซ์ (Joyce Denny) เป็นบุตรสาวของเซอร์เอ็ดมันต์ (Sir Edmund Denny) 1534 พ่อของวัลซิงแฮมเสียชีวิตหลังจากเขาเกิดแค่ปีเศษ หลังจากนั้นแม่จึงได้แต่งงานใหม่กับจอห์น คาเรย์ (John Carey) ซึ่งเป็นญาติ (จากการแต่งงาน) ของราชีนีแอน โบเลียน (Queen Anne Boleyn)  1548 เข้าเรียนที่คิงคอลเลจ (King’s college, Cambridge) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีผู้นับถือโปเตสแตนต์เรียนอยู่มากที่สุดของแคมบริดจ์ 1550 จบจากคิงคอลเลจ โดยที่ไม่ได้รับปริญญา หลังจากนั้นเขาก็ออกเดินทางไปต่างประเทศเพื่อท่องเที่ยว 1552 กลับมายังอังกฤษและได้สมัครเข้าเรียนด้านกฏหมายที่เกรย์อินน์ (Gray’s Inn)  1553 กษัตริย์เอ็ดเวิร์ด ที่ 6 (Edward VI of England) ขึ้นครองราชย์ โดยที่แมรี่ ทูดอร์ (Mary Tudor,) สถาปนาเป็นพระราชินีแมรี่ ที่ 1…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!