Cheka Aisya

Tấm Cám

ตั๋ม กับ กั๋ม (Tấm Cám) นิทานพื้นบ้านเวียดนาม ตั๋มกับกั๋มเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน  โดยตั๋ม (ข้าว) เป็นพี่สาว ส่วนกั๋ม (รำข้าว) เป็นน้องสาว  ตั๋มนั้นกำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเล็ก พ่อของเธอจึงได้แต่งงานใหม่กับแม่ของกั๋ม แต่ว่าต่อมาพ่อของเธอก็เสียชีวิต ทำให้ตั๋มต้องอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยง  แม่ของตั๋มนั้นเป็นคนที่ดุ ใจร้าย และมักใช้งานตั๋มให้ทำงานบ้านทุกอย่าง ในขณะที่กั๋มลูกสาวแท้ๆ ของเธอเองไม่ต้องทำอะไรเลย  อยู่มาวันหนึ่ง แม่เลี้ยงได้ใช้ให้ตั๋ม และลูกสาวของเธอ ออกไปจับกุ้งในนา โดยที่สัญญาว่าจะให้เสื้อแดงชุดใหม่เป็นการตอบแทน สำหรับใครก็ตามที่จับกุ้งมาได้มากที่สุด  ซึ่งเมื่อถึงเวลาจับกุ้ง ตั๋มก็ใช้เวลาไม่นานในการที่จะจับกุ้งในเต็มตะกร้า แต่ว่ากั๋มเอาแต่เล่นอยู่ในน้ำ  ซึ่งเมื่อถึงเวลาเย็นและพวกเธอต้องกลับบ้าน กั๋มได้วางแผนที่จะแย่งเอากุ้งในตะกร้าของตั๋มมา โดยออกอุบายบอกให้ตั๋มเดินไปล้างผมและตัวในแม่น้ำให้สะอาดเสียก่อนที่จะกลับบ้าน มิเช่นนั้นแม่ของเธอจะโกรธเอา ตั๋มก็เห้นตามนั้น จึงได้ลงไปในแม่น้ำเพื่อล้างตัว ซึ่งกั๋มได้อาศัยจังหวะนี้เอากุ้งจากตะกร้าของตั๋มมาเป็นของเธอเอง แล้วรีบกลับบ้านไป  เมื่อตั๋มขึ้นมาจากน้ำแล้วเห็นว่ากุ้งของเธอหายไปหมดตะกร้า เธอก็เสียใจจนร้องไห้ แต่แล้วก็มีชายชราคนหนึ่ง (But) เดินมาหาเธอ และได้ถามเธอว่าเธอร้องไห้เสียใจเรื่องอะไร ตั๋มจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง ชายชราคนนั้นบอกให้ตั๋มหยุดร้องไห้ และบอกให้ตรวจดูในตะกร้าของเธอว่ามีสิ่งใดเหลืออยู่บ้าง ซึ่งตั๋มพบว่าภายในตะกร้านั้นมีปลาตัวเล็กๆ ยังคงติดอยู่ในตะกร้า   ชายชราบอกให้ตั๋มนำปลาตัวนั้นกลับไปเลี้ยงในบ่อที่บ้านของเธอ แล้วเลี้ยงมันด้วยข้าว พร้อมกับให้ท่องคาถา Bống bống bang bang Lên ăn cơm vàng cơm bạc nhà ta Chớ ăn cơm hẩm cháo hoa nhà người O goby, o goby Go up…

0
Read More

Emperor Hirohito

จักรพรรดิฮิโรฮิโตะ (쇼와 천황) จักรพรรดิองค์ที่ 124 แห่งญี่ปุ่น ฮิโรฮิโตะ พระราชสมภพเมื่อวันที่ 29 เมษายน 1901 ในพระราชวังโอยามะ (Aoyama Palace) ในสมัยของจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) โดยทรงเป็นพระราชนัดดาของจักรพรรดิ พระบิดามารดาของฮิโรฮิโตะ คือเจ้าชายโยชิฮิโตะ (Crown Prince Yoshihito) ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งมงกุฏราชกุมาร กับเจ้าหญิงซาดาโกะ (Crown Princess Sadako) เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงดำรงพระยศเป็นจ้าชายมิชิ (Prince Michi) และทรงถูกส่งไปอยู่ในความดูแลของกาวามูระ ซุมิโยชิ (Kawamura Sumiyoshi) อดีตนายพลแห่งกองทัพเรือ จนกระทั้งเมื่อทรงมีอายุ 3 ชันษา กาวามูระ ก็เสียชีวิต  ฮิโรฮิโตะจึงได้ถูกส่งกลับมาอยู่ในราชสำนัก 1908 เข้าเรียนประถมที่โรงเรียนกาคุชุย (学習院, Gakushuin Primary school) 1912 30 กรกฏาคม, จักรพรรดิเมจิสวรรคต และเจ้าชายโยชิฮิโตะ ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิไทโช (Emperor Taisho) และเจ้าญิงซาดาโกะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดินีซาดากิ (Empress Sadaaki) 1914 หลังจากจบจากโรงเรียนกาคุชุยแล้วก็ทรงเข้ารับการเรียนการสอนในโรงเรียนพิเศษที่จัดขึ้นสำหรับพระองค์โดยเฉพาะ ซึ่งระหว่างเรียนหนังสือทรงมีความสนพระทัยในวิชาชีววิทยาของสัตว์ทะเลเป็นพิเศษ ซึ่งภายหลังพระองค์ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในทะเลเอาไว้หลายเล่ม 1916 2 พฤศจิกายน, ฮิโรฮิโตะได้รับพระราชทานตำแหน่งมงกุฏราชกุมาร 1921 เดินทางไปยังยุโรปหลายประเทศเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งทรงเป็นมงกุฎราชกุมารพระองค์แรกของญี่ปุ่นที่เสด็จต่างประเทศ โดยได้เสด็จเยือนฝรั่งเศส, เบลเยี่ยม, เนเธอร์แลนด์, อิตาลี และอังกฤษ 29 พฤศจิกายน,…

0
Read More

Michael Graziano

ไมเคิ้ล กราเซียโน่ (Michael Steven Anthony Graziano) Attention Schema Theory กราเซียโน่ เกิดในปี 1967 ในบริดจ์พอร์ต, คอนเนคติคัต (Bridgeport, Connecticut)  1989 จบปริญญาตรีศิลปะศาสตร์ สาขาจิตวิทยาจากพริ้นตั้น (Princeton University)  หลังจากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่ MIT ทางด้านสมองและค๊อกนิทีฟ (Brain and Cognitive Science)  1991 จบปริญญาโท และกลับมาต่อปริญญาเอกที่พริ้นตั้น 1996 จบปริญญาเอกสาขาวิทยาศาสตร์นิวรอนและจิตวิทยา 2007 ได้ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำคณะจิตวิทยา 2013 เขียน Consciousness and the Social Brain ซึ่งเขาได้เสนอทฤษฏี Attention Schema Theory (AST)   2017 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ สาขาจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์นิวรอน 2018 เขียน The Spaces Between Us : A Story of Neuroscience, Evolution and Human Nature 2019 เขียน Rethinking Consciousness : A Scientific Theory of Subjective Experience

0
Read More

Acambaro figures

หุ่นดินเผาอแคมเบโร่ (Acambaro figures) ตุ๊กตาดินเผาอแคมเบโร่ ถูกค้นพบในเดือน กรกฏาคม 1944 ในเมืองอแคมปาโร,​ เม็กซิโก (Acambaro, Guanajuato,  Mexico) ซึ่งดินเผาเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกับไดโนเสาร์หลากหลายพันธ์ ทำให้เกิดทฤษฏีหรือความเชื่อกันว่า มนุษย์และไดโนเสาร์ในอยู่ร่วมกันมาก่อนในยุคสมัยหนึ่ง วัลเดมาร์ จูลส์รุด (Walderma Julsrud) ชาวเยอรมันซึ่งอาศัยอยู่ในเม็กซิโก โดยมีเปิดร้านค้าเล็กเล็กๆ อยู่ในอแคมปาโร  เป็นผู้ค้นพบดินเผาดังกล่าว บริเวณเชิงเขาในอแคมปาโร เขาบอกว่าตอนนั้นเขานั่งอยู่บนหลังม้าแต่รู้สึกเหมือนกับว่าม้าได้เหยียบอะไรบางอย่าง ซึ่งเขาประหลาดใจมากที่ดินเผามีรูปร่างคล้ายกับไดโนเสาร์ เขาจึงได้ว่าจ้างแรงงานให้มาขุดพื้นที่บริเวณรอบๆ เพิ่มขึ้น และปรากฏว่ามีดินเผากว่า 33,000 ชิ้นที่ค้นพบ 1947 วัลเดมาร์ เขียนรายงานชื่อ Enigmas del Pasado  1952 ชาร์ล นิเปโซ(Charles DiPeso) นักโบราณคดีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิอเมไรน์ด (Amerindian Foundation) ในสหรัฐฯ​ ได้รับหน้าที่ในการตรวจสอบงดินเผาดังกล่าว ซึ่งผลการทดสอบของนิเปโซ เขาสรุปว่ามันเป็นของปลอม หรือเป็นของที่สร้างขึ้นโดยคนท้องถิ่นในพื้นที่ 1969 Museum’s Appled Science Center for Archaeology (MASCA) เริ่มใช้เทคนิคใหม่ที่เรียกว่า Thermoluminescence (TL) ในการทดสอบดินเผา ซึ่งผลการทดสอบปรากฏว่าดินเผามีอายุย้อนกลับไปราวปี 2500 BC 1976 แกรี่ คาร์ริแว (Gary W. Carriveau) และมาร์ก ฮั่น (Mark C. Han) ทำการทดสอบตุ๊กตาดินเผาด้วยวิธี TL อีกครั้ง ซึ่งผลออกมาว่าดินเผาถูกเผาที่อุณภูมิระหว่าง 450-650…

0
Read More

Vitruvius

มาคัส วิทรูเวียส โปลลิโอ (Marcus Vitruvius Pollio) ผู้เขียน De architectura  ตำราสถาปัตยกรรมที่ถือว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก  วิทรูเวียส  ประวัติของเขาไม่ชัดเจน ข้อมูลส่วนใหญ่ที่บอกเกี่ยวกับตัวเขาได้มาจากหนังสือที่เขาเขียน De architectura แม้แต่ชื่อจริงของเขาก็ไม่แน่ชัด มีเพียงชื่อ “Vittruvius” เท่านั้นที่ยอมรับกันว่าถูกต้อง ประมาณว่าเขาเกิดระหว่างปี 80-70 BC ในอิตาลี แต่ว่ายังเป็นที่ถกเถียงกันว่าเขาเกิดในเมืองใดระหว่าง ฟันดิ (Fundi) กับ เวโรน่า (Verona)  หนังสือที่ให้เอ่ยถึงชื่อของวิทรูเวียส อาทิ Naturalis Historia ของพไลนี (Pliny the Elder) พอล เทียลเชอร์ (Paul Adolf Thielscher, 1881) นักปรัชญาคลาสสิคชาวเยอรมัน อ้างว่าวิทรูเวียส มีชื่อจริงว่า  ลูเซียสวิทรูเวียสมาเมอร์ร่า (Lucius Vitruvius Mamurra) , โดยชี้ว่าเขาคือคนเดียวกับมาเมอร์ร่า ซึ่งเป็นหัวหน้าวิศวกรในกองทัพของซีซาร์ (Julius Caesar) ฟาเวนตินัส (Faventinus) อ้างว่าชื่อสกุลของวิทรูเวียส คือโปลลิโอ (Pollio) 58 BC เขาทำงานเป็นวิศวกรและสถาปนิกทหารในกองทัพของจูเรียส ซีซาร์ ซึ่งงานของเขาทำให้เขาได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวไปในกรีซ, อัฟริกาเหนือ, และเอเซีย 51 BC มาทำงานอยู่กับกองทัพของโรมัน เป็นวิศวกรในการสร้างปืนใหญ่และอาวุธให้กับทหาร โดยที่วิทรูเวียสถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างเครื่องเขวี้ยงหิน (ballista) 44 BC ซีซาร์ ถูกสังหาร  ทำให้เขาย้ายมาอยู่กับกองทัพของอ๊อคเตเวียน (Octavian) ซึ่งต่อมาคือจักรพรรดิออกัสตัส…

0
Read More

Simon de La Loubère

ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de La Loubère) ผู้เขียน  Du Royaume de Siam (The Kingdom of Siam) ซีมง เกิดวนที่ 21 เมษายน 1642 ในตูลูซ (Toulouse, France) ฝรั่งเศส  เขาจบด้านกฏหมายจากวิทยาลัยในปารีส หลังจากนั้นได้เดินทางไปทำงานเป็นเลขานุการของสถานทูตฝรั่งเศสประจำสวิสฯ  1687 หลุยส์ ที่ 14 (Louise 14) ได้ส่งซีมง มาเป็นทูตเยือนสยาม ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระนาราย (King Narai, 1629-1688) โดยหวังที่จะเปลี่ยนให้สยามเปลี่ยนมานับถือคริสต์ โดยที่กองเรือที่ฝรั่งเศสส่งมานั้นมีทั้งหมด 5 ลำ  ตุลาคม, เรือของเขามาถึงยังกรุงเทพฯ และได้รับการตอนรับโดย ออกขุน ชำนาน ใจจง (Ok-Khun Chamnan Chaichong)  1688 3 มกราคม, เดอ ลา ลูแบร์ เดินทางกลับฝรั่งเศส โดยเรือ Gaillard  พร้อมกันนี้สมเด็จพระนาราย ได้ส่ง ออกขุน ชำนาน ไปเป็นทูตเพื่อเจริญสัมพันธไมตรับ กับฝรั่งเศส และเข้าเฝ้าหลุยส์ ที่ 14 ด้วย ซึ่งในคณะทูตจากสยาม มี กาย ตาชาร์ด (Guy Tachard) บาทหลวงชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ในสยาม ได้ร่วมคณะไปด้วย…

0
Read More

Alexei Leonov

อเล็กซี ลีโอนอฟ (Алексей Архипович Деонов) นักบินอวกาศคนแรกของโลก ที่ออกไปเดินในอวกาศ ลีโอนอฟ เกิดวันที่ 30 พฤษภาคม 1934 ในไซบีเรีย ในหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อลิสต์เวียนก้า (Listvyanka village, Kemerovo, Western Siberia) เขาเป็นลูกคนที่เก้าในครอบครัว พ่อของเชาชื่ออาร์คฮิป (Arkhip) และแม่ชื่อเยฟโดเกีย (Yevdokia Sotnikova)  1936 พ่อของเขาถูกจับ โดยถูกตั้งข้อหาการเป็นศัตรูของประชาชน ในช่วงที่สตาลิน (Joseph Stalin) มีการกวาดล้างศัตรูทางการเมือง  สมาชิกครอบครัวที่เหลืออยู่จึงได้พากันย้ายไปอยู่ที่เคเมโรว่า (Kemerovo) ซึ่งเมื่อพ่อของเขาได้รับการปล่อยตัวออกมาในภายหลังก็ได้ตามมาสบทบกับครอบครัว 1948 ครอบครัวได้ย้ายถิ่นฐานอีกครั้งไปอยู่ที่คาลินิกราด (Kalinigrad)  1953 จบชั้นมัธยมปลาย จากโรงเรียนหมายเลข 21 หลังจากนั้นได้สมัครเข้าเรียนที่สถาบันศิลปะในริก้า, ลัตเวีย แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงของหลักสูตร ทำให้เขาตัดสินใจไม่ได้ไปเรียน แต่ได้เปลี่ยนไปเข้าเรียนในโรงเรียนการบินในครีเมนชุก, ยูเครน  (Kremenchug) 1955 สมัครเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนการบินของกองทัพอากาศ (Chuguev higher Air Force Pilots School)  1957 จบจากโรงเรียนการบินด้วยคะแนนเกียรติยม และได้ติดยศร้อยโท ในหน่วยพลร่มที่ 113 ซึ่งเป็นส่ว่นหนึ่งของกองทัพอากาศ ที่ 69  ประจำกรุงเคียฟ 1959 แต่งงานกับสเว็ตลาน่า (Shetland Pavlovna) ซึ่งหลังแต่งงานไ่มนานลีโอนอฟก็ต้องย้ายไปประจำในเยอรมันตะวันออก   1960 ผ่านการทดสอบ และได้รับเลือกให้เข้าฝึกเพื่อเป็นนักบินอวกาศ 1965 18 มีนาคม ,…

0
Read More

Timur

ทีมูร์ (Timur) ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิทีมูริด (Timurid Empire) ทีมูร์ เกิดวันที่ 9 เมษายน 1336 ในทรานโซซาเนีย (Transoxania) บริเวณอุซเบกิสถาน (Uzbekistan) ปัจจุบัน ทรานโซซาเนียเป็นส่วนหนึ่งของรัฐข่านชากาไต (Chagatai Khanate)   พ่อของเขาคือชื่อตาระไก โนยัน (Taraghai Noyan) และแม่ชื่อเตกิน่า คาตัน (Tekina Khatun) ครอบครัวของเขามีฐานะร่ำรวย พ่อของเขาทำงานรับใช้ข่านแหง่ชากาไต ในวัยเด็กทีมูร์และบริวารของเขามักจะชอบดักปล้นขบวนของนักเดินทางเพื่อแย่งชิงทรัพย์สิน, ม้าและสัตว์เลี้ยง ซึ่งเล่ากันว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อเขาออกไปปล้นสดมถ์ เขาถูกธนูสองดอกจากฝ่ายตรงข้ามยิงโดนที่ขาขวา และลูกศรอีกดอกยิงโดนที่มือขวาจนทำให้เสียนิ้วไปสองนิ้ว ซึ่งบาดแผลนี้ทำให้เขาได้รับฉายาว่า the Lame และ Tamerlane จากชาวยุโรป 1357 เมื่อข่านอีมีร์ แคซแกน (Amir Kazgan) ผู้ปกครองดินแดนทรานโซซาเนียเสียชีวิต ทีมูร์จึงฉวยโอกาสประกาศตัวเองเป็นข่านปกครองดินแดนบริเวณใกล้กับคาซการ์ (Kashgar) ในขณะที่ตักห์ลัก ทีมูร์ (Tughlug Temür) ได้ตั้งลูกชายของเขาชื่ออิลยาส โคจา (Ilyas Khoja) ขึ้นปกครองทรานโซซาเนีย และอิลยาส โคจา ก็ได้ตั้งให้ทีมูร์เป็นรัฐมนตรีของเขา แต่ว่าไม่นานทีมูร์ก็ได้แปรพักตร์ไปเข้ากับอีมีร์ ฮุเซียน (Amir Husyan) พี่เขยของเขา 1360 พ่อของเขาเสียชีวิต ในขณะที่ทีมูร์กลายเป็นแม่ทัพทหารของข่านแห่งชากาไต และได้นำกองทัพบุกโคราซาน (Khorasan) ทางตอนเหนือของอิหร่านปัจจุบันและยึดดินแดนบางส่วนมาได้ 1364 ทีมูร์และอีมีร์ ฮุเซียน ได้ร่วมกันเอาชนะอิลยาส โคจา และครอบครองทรานโซซาเนียเอาไว้ได้  1370 ทีมูร์ได้สังหารอีมีร์ ฮุเซียน…

0
Read More

Linus Torvalds

ไลนัส ทอร์วาล์ด (Linus Torvalds)  ผู้สร้างระบบปฏิบัติการณ์ Linux, Git ไลนัสเกิดวันที่ 28 ธันวาคม 1969 ในเฮลซินกิ, ฟินแลนด์ พ่อของเขาชื่อนิลส์ (Nils Torvalds) และแม่ชื่อแอนนา (Anna Torvalds) ทั้งพ่อและแม่มีอาชีพเป็นนักข่าว และมีแนวคิดแบบฝ่ายซ้าย ครอบครัวของไลนัสเป็นคนส่วนน้อยในฟินแลนด์ที่พูดภาษาสวีเดน ไลนัสเป็นลูกคนแรกของครอบครัว  ชื่อของเขา Linus เป็นชื่อที่ตั้งเพื่อระลึกถึง Linus Pauling นักเคมีรางวัลโนเบลและรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพชาวสหรัฐฯ​ ซึ่งรณรงค์ต่อต้านสงครามเวียดนาม  ไลนัสเรียนประถมที่โรงเรียน Cygnaeus’ Swedish elementary school 1981 ตอนอายุ 11 ปี ได้รับของขวัญจากปู่ของเขาซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านสถิติในมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ Commodore VIC-20 คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของเขา ทำให้เขามีความสนใจในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยได้เริ่มฝึกการเขียนภาษา BASIC และ Aseembly ในเวลาต่อมา เมื่ออายุประมาณ 16-17 ปี เขาได้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ Sinclair QL มา และเขาพบว่าไดรเวอร์ (driver) ของคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ผิดพลาดมากมาย เขาจึงได้เขียนไดรเวอร์ขึ้นมาใหม่ แต่เพราะว่าระบบปฏิบัติการของ Sinclair QL ถูกฝังอยู่ใน ROM ไลนัสจึงไม่สามารถแก้ไขโปรแกรมได้โดยตรง เขาจึงสั่งซื้อชิ้นส่วนที่จำเป็นมาจากอังกฤษ เพื่อโคลนคอมพิวเตอร์ Sinclair QL ขึ้นมาใหม่โดยใช้ซอฟแวร์ที่เขาเขียนขึ้นมาใหม่  1988 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ (University of Helsinki)  ในคณะคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เอกคอมพิวเตอร์  ระหว่างเรียนเขาได้เข้าชมรม…

0
Read More

Adolphe Adam

อะโดลฟี่ อดัม  (Adolphe Charles Adam) นักประพันธ์ดนตรีฝรั่งเศส ผู้สร้างบัลเลต์เรื่อง Giselle, Le Corsaire อดัม เกิดวันที่ 24 กรกฏาคม 1803 ในปารีส, ฝรั่งเศส พ่อของเขาชื่อฌอห์น-หลุยส์ (Jean-Louis Adam) เป็นนักประพันธ์ดนตรีที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส ทั้งยังเป็นศาสตราจารย์สอนอยู่ที่สถาบันดนตรีปารีส (Paris Conservatoire) ส่วนแม่คืออลิซาเบธ-ชาล๊อตต์ (Elizebeth-Charlotte-Jeanne)   แต่ว่าพ่อของเขาไม่ได้สนับสนุนให้ลูกชายเจริญรอยตามเขาในเส้นทางสายดนตรี แม้ว่าอดัมจะมีความต้องการที่จะเอาดีทางด้านดนตรีก็ตาม ทำให้อดัมต้องไปเรียนดนตรีอย่างลับๆ กับเฟอร์ดินัน เฮโรล์ด (Ferdinand Herold) ซึ่งเป็นเพื่อนกับพ่อของเขา  1821 เมื่ออดัมอายุ 17 ปี พ่อของเขาก็ใจอ่อน และยอมให้เขาเข้าเรียนที่สถาบันดนตรีปารีส โดยได้มีโอกาสเรียนกับฟรานซิส โบลดู (François-Adrien Boieldieu) ศิลปินที่ได้ชื่อว่าเป็นโมสาร์ทแห่งฝรั่งเศส ระหว่างเรียนอดับยังเป็นนักกลองทิมปานี (timpani) ประจำวงออเคสตร้าของสถาบัน 1825 ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในยุโรป ก็ได้รู้จักกับยูจีน สคริป (Eugene Scribe) ในเจนีว่า ซึ่งทั้งสองคนได้ร่วมงานกันในการทำโอเปล่า 1829 Pierre et Catherine แต่งงานกับนักแสดงชื่อซาร่า (Sara Lescot) พวกเขามีลูกด้วยกันคนหนึ่งชือเอเดรียน (Adrien Leopold Adam)  1830 เกิดการปฏิวัติ (July Revolution) ในฝรั่งเศส ทำให้อดัมย้ายไปอยู่ในลอนดอน  1833 เดินทางกลับมาฝรั่งเศสอีกครั้ง  1834 โอเปล่าเรื่อง Le Chalet…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!