Cheka Aisya

Cognitive Dissonance

Cognitive Dissonance (disharmony) คือความขัดแย้งภายในจิตสำนึกจากการรับรู้ข้อมูลใหม่ ที่ขัดแย้งกับ ความคิด, ความเชื่อเดิม, ข้อมูลเดิม ซึ่งทำให้เกิดความเครียดขึ้นภายในจิตใจ ลีออน เฟสตินเจอร์ (Leon Festinger)เป็นผู้เสนอแนวคิดนี้ปี 1957 ในหนังสือ A Theory of Cognitive Dissonance เฟสตินเจอร์ บอกว่ามนุษย์เราเมื่อเกิดความขัดแย้งภายในความคิดของตัวเองแล้ว จะเกิดความเครียด พวกเขาจึงจะหาวิธีที่จะปรับความคิด เพื่อลดความขัดแย้งภายในนี้ลง โดยทำให้เกิดความเข้ากันได้ (consonance หรือ harmony) โดยวิธี เช่น เมื่อเราชอบกินโดนัท แต่ได้ข้อมูลมาว่าโดนัททำให้อ้วย  1. ปรับพฤติกรรม หรือความคิดเดิม ไปยอมรับข้อมูลความคิดชุดใหม่ (ฉันจะเลิกกินโดนัท) 2. ปรับพฤติกรรม หรือความคิดเดิม ให้เข้ากันได้กับข้อมูลความคิดชุดใหม่ โดยลดความขัดแย้ง (ฉันจะกินโดนัทได้ แต่ต้องลดปริมาณลง) 3. ปรับพฤติกรรม หรือความคิดเดิม  ให้เข้ากันได้กับข้อมูลใหม่ โดยเพิ่มเหตุผลหรือพฤติกรรมใหม่เข้าไป (ฉันจะกินโดนัทได้ แต่ต้องหมั่นออกกำลังกาย) 4. ปฏิเสธข้อมูลความคิดชุดใหม่ไปเลย (ไม่ใช่โดนัทที่ทำให้อ้วน ถ้าโดนัทนั้นไม่มีน้ำตาลสูง) เฟสตินเจอร์ ทำการศึกษาทฤษฏีของเขาโดยศึกษาผู้ที่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของลัทธิ (cult) หนึ่ง ที่สมาชิกมีความเชื่อว่าวันโลกาวินาศจะมาถึง พวกเขาจึงขายทรัพย์สินที่มีอยู่ทุกอย่างพร้อมลาออกจากงาน แต่ว่าเมื่อวันที่ทำนายเอาไว้มาถึงและไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรงเกิดขึ้นเลย  เฟสตินเจอร์ก็สังเกตุปฏิกริยาของสมาชิกเหล่านั้น สมาชิกบางคนรู้ตัวเองว่าถูกหลอกและได้ลาออกจากลัทธิไป ในขณะที่สมาชิกจำนวนไม่น้อย ยังคงศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อลัทธิ โดยตีความเหตุการณ์โดยให้เหตุผลใหม่ว่าเป็นเพราะความศรัทธาของพวกเขาทำให้ภัยพิบัติไม่เกิดขึ้น

0
Read More

MK-ULTRA

MK-ULTRA เป็นโครงการวิจัยเพื่อควบคุมจิตและพฤติกรรมของมนุษย์ (mind control program) ของ CIA  ผ่านงานวิจัยหลากหลายวิธีการ ทั้งการใช้สารเคมี, สารชีวภาพ, สารกัมมันตรังสี โดยหวังว่า สารทางจิตเวช (psychoactive chemicals) เหล่านี้จะทำให้เหยื่ออยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถจะควบคุมตัวเองได้ หรือตกอยู่ภายใต้การควบคุมของ CIA โครงการ MK-ULTRA นี้ดำเนินการภายใต้สำนักงานวิจัยวิทยาศาสตร์ (Office of Scientific Intelligence) ของ CIA ร่วมกับศูนย์วิจัยอาวุธชีวภาพของกองทัพสหรัฐฯ (United States Army Biological Warfare Laboratories) โครงการ MK-ULTRA ยังพยายามพัฒายาต่อต้านการถูกสอบสวน (anti-interrogation) เพื่อป้องกันสายลับที่อาจจะถูกจับไปสอบสวนโดยสหภาพโซเวียต หรือฝ่ายตรงข้าม จุดเริ่มของ MK-ULTRA ตามสมมุติฐานของ สตีเฟน คินเซอร์ (Stephen Kinzer) นักเขียน บอกว่า โครงการนี้ทำต่อมาตั้งแต่สงครามโลก โดยอเมริการับเอานักวิทยาศาสตร์ของนาซีและญี่ปุ่นที่ทำการทดลองหาวิธีควบคุมจิตใจของมนุษย์อยู่แล้วกับเชลยในค่ายกักกัน โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์ของนาซี ได้มีการทดลองใช้สารเมสคาไลน์ (mescaline) กับนักโทษในค่ายกักกันดาชัว (Dachau) พอสิ้นสงคราม สหรัฐฯ ได้นำนักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นมาไว้ที่ฟอร์ด เดตริคก์ (Fort Detrick) ในรัฐแมรีแลนด์เพื่อทำงานวิจัยต่อมา MK-ULTRA เป็นโครงการสืบทอดมาจากโครงการ MK-OFTEN ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น MK-SEARCH ในปี 1964 ซึ่งถูกยกเลิกไปก่อนหน้าเพราะว่า ยาหรือสารเคมีที่วิจัยในตอนนั้น ให้ผลไม่แน่นอน  ซึ่งจากหนังสือ Secrets and Lies (2007) ของกอร์ดอน โธมัส…

0
Read More

The Availability Heuristic

We aren’t good at estimating frequency, so we base it how available things are to our mind พวกเราไม่ได้มีความสามารถดีขนาดนั้นประมาณความถี่, พวกเราแค่อาศัยสิ่งที่โผล่ขึ้นมาในหัวขณะนั้นในการตัดสิน The Availability Heuristic (การหยิบความคิดที่โผล่ขึ้นมาในแว๊บแรกในการตัดสินใจ) เทอมศัพท์ถูกนิยามขึ้นในปี 1973 โดยนักจิตวิทยารางวัลโนเบล 2 ท่าน คือ เดเนียล คาห์เนมัน (Daniel Kahneman) และเอมอส ทเวอร์สกี้ (Amos Tversky)  ซึ่งได้เขียนไว้ในรายงานวิจัยเรื่อง “heuristic and biases (การดึงความทรงจำและทัศนะคติที่เอนเอียง)”  พวกเขาบอกว่า Availability Heuristic เป็นเส้นทางลัด (short cut) ของความนึกคิด เกิดขึ้นในจิตใต้สำนึกโดยที่พวกคุณไม่รู้ตัว อาศัยหลักการที่ว่า  “ คุณนึกถึงสิ่งใดตอนนั้น, สิ่งนั้นก็มีความสำคัญ / if you can think of it, it must be important ” มันเหมือนกับว่า คุณนึกอะไรขึ้นมาได้ในหัวตอนนั้น คุณก็ใช้ความรู้นั้นในการประเมินสิ่งต่างๆ ,ตัดสิน,  ตอบคำถามต่างๆ  ความคิดที่ปรากฏขึ้นมาในจิตใจของคุณอย่างง่ายดาย มันก็จะเป็นความเชื่อ มุมมองพื้นฐานที่คุณมีต่อโลกรอบตัวของคุณ  Availability Heuristic บ่อยครั้งจึงทำให้มนุษย์เราตัดสินใจ หรือมีความคิดที่ผิดผลาด เพราะว่าพวกเราเร่งรีบที่จะตอบโต้อย่างรวดเร็วมากเกินไป โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการคิดอย่างถี่ถ้วนและอาศัยข้อมูลอื่นนอกเหนือจากความเข้าใจเดิมที่เราจำได้…

0
Read More

Louis Victor Leborgne

หลุยส์ วิคเตอร์ เลอบอร์กเน (Louis Victor Leborgne) ผู้ป่วยท่ีถูกเรียกว่าแทน (Tan) สมองของเขาทำให้ค้นพบ Broca’s area สมองในส่วยควบคุมการพูด 1840 วิคเตอร์เป็นชาวฝรั่งเศส ที่เขามีอาการป่วยด้วยโรคลมบ้าหมู (epilepsy) เรื้อรังมาตั้งแต่ยังเล็ก จนกระทั้งเมื่ออายุ 30 ปี วิคเตอร์เกิดสูญเสียความสามารถในการพูดอย่างกระทันหัน เขาจึงได้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลบิเคเตอร์ (Bicêtre) ชานกรุงปารีส ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับจิตเวช  ตอนเข้ารับการรักษาวิคเตอร์สามารถที่จะออกเสียงคำได้เพียงพยางค์เดียวคือคำว่า แทน (tan) ซึ่งทำให้หมอและพยายาลเรียกเขาว่าแทน  เมื่อการรักษาผ่านไปสามเดือน อาการของวิคเตอร์ก็ยังไม่ดีขึ้น นอกจากนั้นยังมีการลมบ้าหมู (epilipsy) ประกอบเข้ามาด้วย 10 ปีหลังจากเข้ารักษาตัว วิคเตอร์เริ่มมีอาการแขวนขวามอัมพฤกษ์ และต่อมาขาด้านขวาก็มีอาการอัมพฤกษ์ตามมาด้วย และต่อมาอาการทางด้านสายตาก็ตามมา  1861 เมษายน, วิคเตอร์เริ่มมีอาการเนื้อตายบนร่างกาย ซึ่งต่อมาได้เกิดเป็นอาการติดเชื้อทั่วร่างกายซึกขวา 11 เมษายน, ถูกนำตัวเข้าผ่าตัด โดยแพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้เขาคือหมอปิแอร์ โบรค่า (Pierre Paul Broca)  ระหว่างการรักษา หมอโบรค่าได้ทำการทดสอบวิคเตอร์ และพบว่าเขายังมีสติดีและเข้าใจ โดยหมอโบรค่าให้เขาตอบโดยการเคลื่อนไหวแขนซ้ายแทน  หมอโบรค่า เรียกวิคเตอร์ ว่ามองซิเออร์ เลบอร์กเน่ (Monsieur Leborgne)  หมอโบรค่า เรียกการสูญเสียความสามารถของวิคเตอร์ว่า deficit aphémie (aphimia)  ซึ่งปัจจุบันถูกเรียกว่าอาการ Broca’s aphasia 17 เมษายน, วิคเตอร์เสียชีวิต ในขณะที่มีอายุ 51 มี ซึ่งรวมเวลาแล้ววิคเตอร์รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานถึง 21 ปี หลังจากวิคเตอร์เสียชีวิต โบรค่าทำการชันสูตรร่างกายของเขา…

0
Read More

Thomas J. Watson Jr.

โธมัส วัตสัน จูเนียร์ (Thomas “Tommy” J. Watson Jr.) วัตสัน เกิดวันที่ 14 มกราคม 1914 ในเดย์ตัน, โอไฮโอ (Dayton , Ohio) พ่อของเขาคือ โธมัส วัตสัน, ซีเนียร์ (Thomas J. Watson) และแม่ชื่อเจนเน็ตต์ (Jeannette M. Kittredge)  วัตสัน มีน้องสาวสองคนชื่อเจน และเฮเลน และน้องชายคนสุดท้องชื่ออาร์เธอร์  ขณะที่วัตสันเกิด พ่อของเขายังทำงานเป็นเซลแมนอยู่ที่บริษัท NCR (National Cash Register)  แต่ว่าไม่นานก็ต้องออกจากบริษัทเพราะคดีเกี่ยวกับการผูกขาดธุรกิจ และต่อมาได้มาทำบริษัทใหม่ซึ่งกลายมาเป็น IBM วัตสันเติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านชอร์ต ฮิลล์, มิลล์เบิร์น (Short Hills, Millburn) ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ (New Jeersy) ห่างจากนิวยอร์คไปราวยี่สิบไมล์  เขาเรียนที่โรงเรียนชอร์ต ฮิลล์ คันทรี เดย์ (Short Hills Country Day School) 1914 พ่อของวัตสันย้ายมาทำงานที่ CTR (Computing-Tabulating-Recording Company) 1924 CTR เปลี่ยนชื่อมาเป็น IBM (International Business Machines) 1933 วัตสันจบมัธยมจากฮันสคูล (Hun School of Princeton) โดยที่ผลการเรียนตอนมัธยมไม่ดีเลย…

0
Read More

Marie-Madeleine Fourcade

มาเรีย-มาเดลีน ฟอร์ซาด (Marie-Madeleine Fourcade) รหัสของเธอคือ “Herisson (Hedgehog)” เธอเป็นผู้นำเครือข่ายสายลับ “Alliance” ของฝรั่งเศสซึ่งต่อต้านนาซีเยอรมันในสงครามโลก ครั้งที่ 2  มาเดลีน  เกิดวันที่ 11 สิงหาคม 1909 ชื่อเดิมคือมาเรีย-มาเดลีน บริเดา (Marie-Madeleine Bridou) เธอเกิดในเมืองมาร์แซลล์ (Marseille)  พ่อชื่อว่าลูเซียน (Lucien Bridou) และแม่ชื่อมาธิลเด่ (Mathilde Bridou) มาเดลีนเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนคอนแวนต์ในเมืองชางไห่ (Shanghai) ซึ่งพ่อของเธอเป็นทหารที่ถูกส่งไปดูแลบริษัท Messageries Maritimes ซึ่งเป็นกิจการเดินเรือของฝรั่งเศสกับอาณานิคม 1926 ตอนอายุ 17 เธอแต่งงานกับพันโทเอโดอาร์ด เมริค (Edouard Jean Méric) และมีลูกด้วยกันสองคน ซึ่งลูกชายเกิดในปี 1929 และลูกสาวในปี 1932 แต่ว่าชีวิตคู่ของทั้งสองคนห่างเหินกันไปหลังจากเมริคต้องไปทำงานที่โมร็อคโค และมาเดลีนไม่ได้พบหน้าลูกๆ ของเธอนานหลายปี  1936 มาเดลีน ได้พบกับ ร้อยเอกจอร์จ ลาสทัวนัว-ลาคัว (Maj. Georges Loustaunau-Lacau) ซึ่งเป็นอดีตหน่วยข่าวกองของกองทัพฝรั่งเศส เขาใช้ชื่อรหัสว่า นาวารร์ “Navarre”  เธอได้ร่วมกับนาวารร์  ในการทำหนังสือแม็กกาซีนใต้ดิน L’ordre national ออกมา เพื่อต่อต้านนาซี แม็กกาซีนนี้เปิดเผยข้อมูลลับที่ได้จากการจารกรรม ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าข้อมูลจะมีประโยชน์หากเกิดสงครามขึ้นมา นาวารร์ได้สร้างเครือข่ายสายลับขึ้นในฝรั่งเศสส่วนที่ยังไม่ถูกนาซียึดครอง ซึ่งเครือข่ายนี้ถูกตั้งชื่อว่า “Alliance” ซึ่งภายหลังถูกเรียกอีกอย่างว่า “Noah’s Ark” 1940 14 มิถุนายน,…

0
Read More

Thomas J. Watson Sr.

โธมัส วัตสัน (Thomas John Watson, Sr.) ผู้ก่อตั้ง IBM วัตสัน เกิดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1874 ในแคมป์เบลล์, นิวยอร์ค (Campbell, New York, U.S.)  มาจากครอบครัวที่อพยพจากสก็อตแลนด์ช่วงปี 1840s  พ่อของเขาทำธุรกิจค้าไม้ ชื่อโธมัส (Thomas Watson) และแม่ชื่อเจน (Jane Fulton White) มีอาชีพเป็นครู   วัตสันเป็นลูกคนสุดท้องของบ้านและเป็นลูกชายคนเดียวในพี่น้องทั้งหมดสี่คน พี่สาวของเขาชื่อเจนนี่ (Jennie), เอฟฟี่ (Effie), ลัวอา (Loua), และเอ็มม่า (Emma) พวกเขาเติบโตขึ้นมาในฟาร์มของครอบครัวใกล้กับเพนต์ โพสต์ (Painted Post) ทางตอนใต้ของนิวยอร์ค   วัตสันเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนหมายเลข 5 (District School Number Five)  ก่อนที่จะมาเรียนต่อที่สถาบันแอดดิสัน (Addison Academy) ต่อมาเข้าเรียนทางด้านบัญชีและบริหารธุรกิจที่โรงเรียนพาณิชย์มิลเลอร์ (Miller School of Commerce)  1892 ลาออกจากโรงเรียนพาณิชย์ หลังจากนั้นได้มาทำอาชีพแรกเป็นพนักงานเก็บเงินในตลาดของคลาเรนซ์ ริสเลย์ (Clarence Risley) ที่เพนต์ โพสต์ (Painted Post)  ได้เงินเดือนสัปดาห์ละ 6 เหรียญ และต่อมาเขาได้ทำงานเป็นเซลล์ขายเครื่องเย็บผ้าและเครื่องดนตรี ร่วมกับจอร์จ คอร์นเวลล์ (George Cornwell) ให้กับร้านของวิลเลี่ยม บรอนสัน…

0
Read More

World Ice Theory

Welteislehre (World Ice Theory, “WEL”) ทฤษฏีโลกน้ำแข็ง หรือ Glacial Cosmogony (Glazial-Kosmogonie)  เกิดจากความฝันวิศวกรชาวออสเตรีย ชื่อ ฮานน์ ฮอร์ไบเจอร์ (Hanns Hörbiger) ในปี 1894 ฮานน์ มองดวงจันทร์ แล้วก็เกิดความคิดขึ้นมาว่าแสงจันทร์ที่เห็นน่าจะเกิดจากแสงที่สะท้อนแผ่นน้ำแข็ง หลังจากนั้นเขาได้ฝันว่าตัวเองล่อยลอยอยู่ในอวกาศ และมองเห็นลูกตุ้มเพนดูลัมขนาดใหญ่แกว่งไปมา และก็ขยายวงออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแตกออก  จนเขาตกใจตื่นขึ้นมา ฮอร์ไบเยอร์ตีความความฝันของตัวเองได้ว่าทฤษฏีของนิวตันจะต้องผิดแน่นอน เพราะแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์จะหายไปที่ระยะทางสามเท่าถึงดาวเนปจุน  หลังจากนั้นฮานน์ได้พัฒนาทฤษฏีของเขาร่วมกับฟิลิปป์ ฟอท (Philipp Johann Heinrich Fauth) ครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งและเป็นนักดาราศาสตร์สมัครเล่น  ในปี 1912 ฮานน์และฟิลิปป์ ร่วมกันเขียนหนังสือ World Ice Theory (Glazial-Kosmogonie) ออกมา ซึ่งเสนอทฤษฏีโลกน้ำแข็งที่อ้างว่าน้ำแข็งเป็นธาตุพื้นฐานในการสร้างสรรพสิ่งในจักรวาล และระบบสุริยะจักรวาลนั้นเกิดจากดาวขนาดใหญ่ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักพุ่งเข้าชนกัน แรงระเบิดทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ แยกออกจากกันและเกิดช่องว่างขี้นมากลายเป็นแกแล็กซี่และระบบสุริยะ ส่วนทางช้างเผือกที่เห็นเป็นสีขาวคือน้ำท่ีจับกันเป็นก้อนนำ้แข็ง และยังบอกว่าโลกเคยมีดวงจันทร์หลายดวงแต่ว่าดวงจันทร์ส่วนหนึ่งได้ตกลงมาพุ่งเข้าชนโลก เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วม, ยุคน้ำแข็ง และทำให้เปลือกโลกแบ่งเป็นหลายชั้น และมนุษย์เองก็เกิดจากอุกาบาศที่มีสเปิร์มของเทพอยู่ หนังสือและทฤษฏีของฮานน์ไม่ได้รับความสนใจมากนักในตอนแรก  แต่ว่าฮานน์ได้ตั้งสมาคม Cosmotechnical Society (Kosmotechnische Gesellschaft)ขึ้นที่สถาบันฮอร์ไบเจอร์ (Hörbiger Institute) ในเวียนนา เพื่อโปรโมททฤษฏีของตัวเอง  ผ่านการวิทยุ, ภาพยนต์, แม็กกาซีน และการออกไปบรรยายในที่ต่างๆ  ซึ่งหนึ่งในผู้สนับสนุนทฤษฏี WEL นี้คือฮูสตัน แชมเบอร์เลียน (Houston Stewart Chamberlain) ซึ่งเป็นนักทฤษฏีของพรรคนาซี (Nazi, National Socialist Party) …

0
Read More

Edmund Burke

เอ็ดมันด์ เบิร์ก (Edmund Burke) ผู้เขียน Reflections on the Revolution in France   เบิร์ก เกิดวันที่ 12 มกราคม 1729 ในดับลิน, ไอร์แลนด์ (Dublin, Ireland) ขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดอังกฤษ  พ่อของเขาริชาร์ด (Richard Burke)  เป็นผู้พิพากษาที่มีฐานะดี เขานับถือนิกายแองลิกัน (anglicanism)  ส่วนแม่มีชื่อว่าแม่รี่ (Mary Nagle, 1702-1770) เป็นแคโธริก วัยเด็กของเบิร์กเรียนหนังสืออยู่ที่บ้าน ก่อนที่ต่อมาจะเข้าเรียนในโรงเรียนของอับราฮัม แชคเกลตัน (Abraham Shackkleton) ในคิลแดร์คันทรี่ (Country Kildare) ห่างจากดับลินไปกว่าหกสิบไมล์ 1744 เข้าเรียนที่ไตรนิตี้ คอลเลจ (Trinity College, Dublin) ในดับลิน ซึ่งเป็นวิทยาลัยของโปเตสแตนท์ ซึ่งระหว่างเรียนเบิร์กได้มีการตั้งชมรม the Edmund Burke’s club ขึ้นมาในปี 1747 ซึ่งถือว่าเป็นชมรมของนักศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งยังคงอยู่จนปัจจุบัน 1748 จบจากไตรนิตี้ คอลเลจ 1750 เข้าเรียนกฏหมายที่มิดเดิ้ล เทมเพิ้ล (Middle Temple) ในอังกฤษ 1756 มีผลงานเขียนเล่มแรก AVindication of Natural Society: A View of the Miseries and Evil…

0
Read More

Jochen Liedtk

โยเค่น ลิดกี้ (Jochen Liedtke) ผู้เขียนโปรแกรม L3, L4 microkernel ลิดกี้ เกิดวันที่ 26 พฤษภาคม 1953 ในเฮอร์ฟอร์ด, เยอรมัน (Herford, Germany) 1977 จบอนุปริญญาด้านคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบีเลเฟล์ด (Bielefeld University) โดยที่เขาทำปริญญานิพนธ์ด้วยการเขียนคอมไพเลอร์ (compiler) สำหรับภาษา ELAN หลังจากเรียนจบเขายังทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัย และได้ทำการพัฒนา run time environment สำหรับโปรเซสเซอร์ Zilog Z80 ซึ่งเขาตั้งชื่อว่า EUMEL (Extendable Multiuser Microprocessor ELAN System) ซึ่งสนับสนุนการทำงานแบบหลายคำสั่งพร้อมกัน (multi-user multi tasking)  EUMEL เวอร์ชั่นนี้ถูกเรียกว่า L2 ย่อมาจาก Liedtke 2 1980 EUMEL ถูกนำไปใช้กับโปรเซสเซอร์ Zilog Z8000, Motorola 68000 และ Intel 8086 ซึ่ง EUMEL เวอร์ชั่นนี้มีการสร้าง virsual machine เพิ่มเข้าไป เพราะตัวโปรเซสเซอร์เองยังไม่มีระบบในการป้องกันหน่วยความจำ (memory protection) 1984 เข้าทำงานกับ the GMD (Gesellschaft für Mathematik und Datenverarbeitung) สถาบันวิจับคอมพิวเตอร์แห่งชาติของเยอรมัน  1987…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!