โทมัส ลอว์เรนซ์ (Thomas Edward Lawrence)

นักโบราณคดีอังกฤษ และทหาร ผู้เขียน “The Seven Pillars of Wisdom” เขาเป็นต้นแบบของพระเอกในภาพยนต์ Lawrence of Arabia

ลอว์เรนซ์ เกิดวันที่ 16 สิงหาคม 1888 ในทรีมาด๊อก, คาร์นาร์วอนไชร์, เวลส์ (Tremadog, Carnarvonshire, Wales) พ่อของเขาคือเซอร์โธมัส แช๊ปแมน (Sir Thomas Chapman)  และแม่ชื่อซาร่า มาเดน (Sara Maden Junner)  เซอร์โธมันกับซาร่านั้นไม่ได้แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ลอว์เรนซ์นั้นเป็นลูกนอกกฏหมายคนที่สองในพี่น้องทั้งหมดห้าคน

เซอร์โธมัส นั้นทิ้งให้ซาร่าไว้ที่ไอร์แลนด์ ให้อยู่ในความดูแลของจูนเนอร์ (Junner)  ซึ่งซาร่าและจูนเนอร์นั้นเรียกตัวของพวกเขาเองว่า มิสเตอร์และมิสซิส ลอว์เรนซ์ 

1896 ครอบครัวลอร์เรนซ์ย้ายมาอยู่ที่เมืองอ๊อกฟอร์ด ซึ่งที่เมืองนี้โทมันได้เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมอ๊อกฟอร์ดซิตี้ (City of Oxford High School for Boys) 

1907 ลอว์เรนซ์ต่อเข้าเรียนสาขาประวัติศาสตร์ ที่เยซุสคอลเลจ, อ๊อกฟอร์ด (Jesus College, Oxford)

ระหว่างปี 1907-1910 นี้ ลอว์เรนซ์ยังใช้เวลาช่วงวันหยุดในการปั่นจักรยานท่องเที่ยวร่วมกับเพื่อนไปยังที่ต่างๆ ทั้งในอังกฤษ และฝรั่งเศสเพื่อที่จะไปสำรวจตามโบราณสถานและอนุสรณ์ต่างๆ 

1909 เดินทางมายังอ๊อตโตมันซีเรีย (Ottoman Syria) โดยเท้า เป็นระยะทางาหลายพันไมล์ เพื่อมาสำรวจปราสาทต่างๆ ที่เหลือจากสงครามรครูเสด 

1910 จบปริญญาตรีโดยที่ได้เกียรตินิยม อันดับหนึ่ง ซึ่งเขาได้เขียนปริญญานิพนธ์เรื่อง “The Influence of the Crusades on European Military Architecture tothe 12th Century”

หลังจากเรียนจบลอว์เรนซ์เข้าทำงานเป็นนักโบราณคดีให้กับพิพิธภัณฑ์อังกฤษ (British Museum)  โดยลอว์เรนซ์ถูกส่งไปทำงานศึกษาโบราณคดีอยู่ในคาร์เคมิช (Carchemish; บริเวณพรหมแดนซีเรียและตุรกีปัจจุบัน) โดยเขาได้ทำงานร่วมทีมกับ ดี. จี. โฮการ์ธ (D. G. Hogarth) และ อาร์. แคมป์เบล์ล (R. Campbell Thompson) 

1914 เมื่อเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 1 ลอว์เรนซ์ก็อาสาเข้าเป็นทหารในกองทัพอังกฤษและถูกส่งไปประจำการในสำนักงานอาหรับ (Arab Bureau) ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองที่อังกฤษตั้งขึ้นโดยมีฐานอยู่ในอียิปต์ ซึ่งด้วยภาระกิจของหน่วยข่าวกรองนี้ทำให้โทมัสต้องเดินทางอยู่ในภูมิภาตะวันออกกลางตลอด

ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 นี้ กระแสของชาวอาหรับหลากหลายกลุ่มได้เคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชให้กับเผ่าพันธ์ของตนเอง เพื่อแยกตัวออกจากจักรวรรดิอ๊อตโตมัน โดยชาวอาหรับหลายกลุ่มได้ติดต่อกับอังกฤษเพื่อขอสนับสนุน โดยที่ดินแดนที่ต้องการจะแยกออกมาตั้งเป็นประเทศ อาทิ ซีเรีย (Syria) เมโสโปเตเมีย (Mesopotamia) เฮจาซ (Hejaz)

1915 มกราคม, (Sinai and Palestine Campaign) กองทัพอ๊อตโตมันบุกโจมตีเพื่อยึดคลองซุเอธจากอังกฤษ

ธันวาคม, (seige of Kut) กองทัพอ๊อตโตมันบุกยึดเมืองคุต ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพของอังกฤษเอาไว้ได้ 

1916 มิถุนายน, (Great Arab Revolt, 1916-1918) การลุกฮือต่อต้านการปกครองของอ๊อตโตมันเหนือดินแดนอาหรับเริ่มต้นขึ้น ซึ่งในเหตุการณ์นี้อังกฤษให้การสนับสนุนประเทศเฮจาซ (Kingdom of Hejaz : ทางตะวันตกของซาอุดิอาราเบียปัจจุบัน) ในการเรียกร้องเอกราชจากอ๊อตโตมัน

ตุลาคม, ลอว์เรนซ์ถูกส่งเข้าไปยังเฮจาซ และทำงานใกล้บชิดกับเจ้าชาย ไฟซาล (Emir Faisal I of Iraq) ซึ่งเป็นผู้นำหลักในการกบฏต่อต้านอ๊อตโตมัน

1917 ลอว์เรนซ์เข้าไปเกี่ยวข้องในปฏิบัติการณ์โจมตี และวางระเบิดทางรถไฟ, สะพาน, ป้อมหลายแห่งของอ๊อตโตมัน 

กรกฏาคม, (Battle of Aqaba) การรบที่อะกาบา (อยู่ในจอร์แดนปัจจุบัน) ซึ่งเป็นเมืองท่าริมทะเลแดง เป็นชัยชนะครั้งสำคัญของกองกำลังอาหรับเหนือตุรกี การยึดอะกาบามาได้นี้ทำให้อังกฤษสามารถลำเลียงยุทธภัณฑ์และกองหนุนมาสนับสนุนได้ง่ายขึ้น

1918 กันยายน, (Battle of Megiddo) การรบที่สมรภูมิเมกิดโด เป็นการรุกโจมตีตุรกีครั้งสุดท้าย ของฝ่ายสัมพันธมิตร (อังกฤษ, ฝรั่งเศส, กองกำลังอาหรับ) ในสงครามโลก ครั้งที่ 1 ซึ่งฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายมีชัยชนะ  และสามารถยึดดามัสกัน (Damasus) มาได้สำเร็จ

1919 หลังสงคราม ลอว์เรนซ์ปฏิเสธที่จะรับยศอัศวิน เพราะเขาไม่ประสบความสำเร็จในการเรียกร้องเอกราชให้กับรัฐอาหรับ ซึ่งอังกฤษ และฝรั่งเศสยังคงต้องการเก็บดินแดนเหล่านั้นไว้เป็นอาณานิคม  แต่ว่าลอว์เรนซ์ยอมรับตำแหน่งสมาชิกของออลโซลคอลเลจ (All Souls College , Oxford)

เข้าร่วมประชุมสันติภาพที่แวร์ซาย (the Versailles peace conference) ซึ่งลอว์เรนซ์ทำหน้าที่เป็นล่ามให้กับเจ้าชายไฟซาล แต่ว่าพวกเขาก็ผิดหวังกับผลการประชุม เพราะว่าฝรั่งเศสยังต้องการเก็บซีเรียเอาไว้ในอำนาจของตนเอง ไม่ยอมให้มีเอกราช

1920 หลังสงคราม เขาเข้าไปทหารในกองทัพอากาศของอังกฤษ โดยใช้นามแฝงว่า “John Hume Ross” เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าความสนใจเพราะชื่อเสียงของเขา แต่ว่าอยู่ได้ไม่กี่เดือน สื่อก็เปิดเผยตัวจริงของเขาออกมา ทำให้เขาลาออกจากกองทัพ

1921 มีนาคม, การประชุม ณ. ไคโร (Cario conference) ซึ่งผลของการประชุมนี้เจ้าชายไฟซาลได้รับแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์แห่งอิรัก (Iraq) ในขณะที่อับดุเลาะห์ (Abdullah) พระเชรษฐาของไฟซาล ก็ขึ้นเป็นแห่งผู้ปกครองทรานจอร์แดน (Transjordan) ก่อนที่จะเป็นกษัตริย์ในเวลาต่อมา

1923 ใช้ชื่อแฝงใหม่ว่า “Thomas Edward Shaw” และเข้าทำงานในกองทหารรถถัง

1925 กลับมาทำงานในกองทัพอากาศอีกครั้งหนึ่ง 

1926 ตีพิมพ์ The Seven Pillars of Wisdom ซึ่งเป็นบันทึกความทรงจำของเขาในช่วงสงคราม

1927 ถูกส่งไปประจำการณ์อยู่ในการาจี (Karachi, Pakistan) อยู่ช่วงหนึ่ง

1935 เกษียณจากกองทัพ และไปอยู่ในที่เคลาด์ฮิลล์ (Clouds Hill, Dorset) 

13 พฤษภาคม, ลอซ์เรนว์ขี่รถมอเตอร์ไซด์ออกจากบ้านของเขาในมอร์ตันคันทรี (Moreton County, Dorset) แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุเมื่อ รถมอเตอร์ไซ์ของเขาหักหลบจักรยาน ทำให้รถมอเตอร์ไซด์ของเขาล้ม และลอว์เรนซ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะที่ศรีษะ

19 พฤษภาคม, เสียชีวิต