ลุดวิก ฟอน มิเซส (Ludvig Heinrich Edler von Mises)

นักเศรษฐศาสตร์  “Neo-Austrian School” เป็นที่รู้จักจาก แนวคิด Mises’s business cycle theory เป็นผู้ต่อต้านเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ เขามีผลงานที่มีชื่อเสียงอย่าง Human Action, Socialism

มิเซส เกิดวันที่ 29 กันยายน 1881 ในเมืองเลมเบิร์ก, กาลิเซีย, จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี (Lemberg, Galicia, Austria-Hungary) ซึ่งปัจจุบันเมืองที่เขาเกิดอยู่ในลวีฟ,ยูเครน (Lviv, Ukraine) 

พ่อของเขาชื่อาเธอร์ (Arthur Edler von Mises) เขาเป็นวิศวกรในการก่อสร้างรางรถไฟ ของบริษัทเซอร์โนวิตซ์ (Czernowitz railway company) ตระกูลของเขาเป็นตระกูลเก่าแก่ พวกเขาได้รับพระราชทานตราประจำตระกูลจากจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟ (Emperor Franz Josef I of Austria) ในปี 1881 โดยทรงพระราชทานให้กับเมเยอร์ มิเซส (Mayer Rachmiel Mises) ซึ่งเป็นปู่ทวดของมิเซส 

ส่วนแม่ของมิสเซล ชื่ออเดล แลนเดา(Adele Landau) เธอเป็นญาติกับ ดร.โจคิม แลนเดา (Joachim Landau) ซึ่งเป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของออสเตรีย

มิเซส มีน้องชายสองคน ชื่อริชาร์ด (Richard von Mises) และคาร์ล (Karl von Mises) ซึ่งริชาร์ดนั้นต่อมาเป็นนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อ ส่วนคาร์ลเสียชีวิตตั้งแต่ยังเป็นทารกด้วยโรคอีดำอีแดง

วัยเด็กมิเซสเติบโตขึ้นมาในเมืองเชอร์นิฟต์ซี (Chernivtsi) ก่อนที่ต่อมาครอบครัวจะย้ายไปอยู่ในเวียนนา 

มิเซส นั้นพูดภาษาเยอรมัน, โปแลนด์ และฝรั่งเศส ได้คล่องตั้งแต่อายุ 12 ปี นอกจากนั้นยังสามารถอ่านภาษกรีก, ฮิบรู, ลาติด และเข้าใจภาษายูเครนด้วย 

1900 มิเซสเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเวียนนา (University of Vienna) ซึ่งระหว่างเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย เขาได้รับแรงบันดาลใจจากการอ่าน Principles of Economics ของคาร์ล แมนเจอร์ (Carl Menger) ผู้ได้รับการยกย่องบิดาแห่งเศรษฐศาสตร์ออสเตรียสคูล (Austrian School of Economics) 

1903 พ่อของเขาเสียชีวิต

1906 มิเซสจบปริญาเอกทางด้านกฏหมาย  หลังจากนั้นได้เข้าทำงานที่กระทรวงการคลังของออสเตรีย

1909 เข้าทำงานที่หอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งเวียนนา (Vienna Chamber of Commerce and Industry)

1912 มีผลงานเขียนเล่มแรก Theory of Money and Credit ซึ่งในหนังสือนี้เขาอธิบายปัญหาอุปทานของเงิน (money supply) ซึ่งเกิดการจากภาคธนาคารที่มากเกินไป เป็นสาเหตุให้เกิดเงินเฟ้อ (inflation) และเศรษฐกิจตกต่ำ (depression) ไปพร้อมกัน เพราะเงินที่เข้ามาในระบบจำนวนมาก ถูกลงทุนอย่างไม่เหมาะสม มีการลงทุนในสินค้าทุน (capitals good) มากเกินไปในขณะที่สินค้าเพื่อการบริโภค (consumer good) ไม่ได้รับเงินทุนอย่างเพียงพอ 

1913 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเวียนนา 

1914 ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 เขาได้เข้าเป็นเจ้าหน้าที่ในกองทหารปืนใหญ่ของออสเตรีย-ฮังการี ซึ่งออกไปรบในแนวหน้า ซึ่งปะทะกับกองทัพรัสเซีย ระหว่างนี้มิสเซสยังเป็นที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจให้กับหน่วยดังกล่าว

1917 หลังสงครามโลก เขากลับมาทำงานที่หอการค้า

1920 เขียนบทความ “Economic Calculation in the Socialist Commonwealth” ซึ่งเขาทำนายเอาไว้เลยว่าเศรษรฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลางของคอมมิวนิสต์นั้นจะล้มเหลว เพราะเขาเชื่อว่าคอมมิวนิสต์จะไม่สามารถสร้างระบบตลาดขึ้นมาได้ ซึ่งจะทำให้กลไกของการแลกเปลี่ยนสินค้านั้นล้มเหลว ซึ่งอาจจะปล่อยให้คนทั่วไปมีเอกสิทธิในทรัพย์สินส่วนตัวได้นั้นเป็นปัจจจับสำคัญหนึ่งของกระบวนการผลิตด้วย 

ช่วงเวลาปี 1920-1934 นี้มิสเซสได้จัดตั้งกลุ่มสัมมนาทางเศรษฐศาสตร์ขึ้นมาภายในหอการค้า ซึ่งบรรดาลูกศิษย์ของเขา อาทิ ไฟร์ดริช ฮาเยก (Friedrich Hayek) ฮาเบอร์เลอร์ (Gottfried Haberler) โรธบาร์ด (Murray Rothbard)

1922 เขียน “Socialism

1927 ร่วมกับไฟร์ดริช ฮาเยก ก่อตั้งสถาบันวิจัยเศรษฐกิจออสเตรีย (Austrian Institute of Economic Research) 

1932 ต่อมามิเซสได้เป็นหัวหน้าที่เศรษฐกิจของหอการค้าและอุตสหกรรมเวียนนา และเป๊นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจให้กับนายกรัฐมนตรีแองเกิ้ลเบิร์ต ดอลล์ฟัส (Engelbert Dollfuss) 

ต่อมาเป็นที่ปรึกษาให้กับอ๊อตโต้ ฟอน ฮับสเบิร์ก (Otto von Habsburg)

1934 ได้รับคำเชิญให้มาสอนที่สถาบันบัณฑิตศึกษา (Graduate Instute of International Studies) ในเจนีวา, สวิสเซอร์แลนด์ 

ระหว่างที่อยู่ในสวิสฯ มิเซสได้แต่งงานกับมาร์กิต ซิเรนี (Margit Herzfeld Sereny) ซึ่งเป็นนักแสดง และเป็นภรรยาม่ายของเฟอร์ดินันด์ ซิเรนี (Ferdinand Sereny) 

1940 อพยพหนีนาซีมาอยู่ในนิวยอร์ค โดยได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ (Rockefeller Foundation)

1943 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษด้านเศรษฐศาตร์ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (New York University) โดยที่มิเซสไม่ได้รับเงินเดือนตอบแทนเลยตลอดเวลาที่สอนอยู๋ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้  แต่ว่าเขาได้รับการสนับสนุนจากลอว์เรนซ์ เฟอร์ติก (Lawrence Fertig) นักธุรกิจและยังเป็นทรัสต์ตี้ให้กับกองทุนของมหาวิทยาลัยแห่งนี้

1946 ได้รับสัญชาติอเมริกา

1947 ร่วมก่อตั้งสมาคม Mont Pelerin Society

1949 Human actions: a treatise on Economics  praxeological 

1969 เกษียณ

1972 10 ตุลาคม, เสียชีวิต ในนิวยอร์ค ในวัย 92 ปี

….

1976 มาร์กิต ภรรยาของมิสเซส เขียนหนังสือบันทึกความทรงจำ ชื่อ “My Years with Ludwig von Mises” ออกมา

1982 สถาบันมิเซส (Mises Institute) ก่อตั้งขึ้นมาโดยแอลเลเวลลิน ร็อคเวลล์ (Llewellyn Rockwell) ในรัฐอลาบาม่า

ผลงานเขียน

  • Theory of Money and Credit, 1912
  • Socialism, 1922
  • Liberalism, 1927
  • Critique of Interventionism, 1929
  • His Omnipotent Government, 1944
  • His Bureaucracy, 1944
  • Human Action, 1949
  • The Anti-Capitalistic Mentality, 1956
  • Marxism Unmasked
  • Theory and History, 1957