Unit 8200 ( อ่านว่า Unit Eight, two-hundred (ยูนิต แปด-สองร้อย))

เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมอิสราเอล (Israel Defense Forces, IDF) ที่รับผิดชอบปฏิบัติการข่าวกรองทางอิเล็กทรอนิกส์ (signal intelligence, SIGINT) เป็นหน่วยงานที่ยังถือว่าเป็นรองหน่วย AMAN (Israel Military) มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ The Negev ใกล้กับยูริม คิบบุตซ์ (Kibbutz Urim)

สำหรับอิสราเอล Unit 8200 เทียบได้กับ NSA (National Security Agency) ของสหรัฐฯ 

การก่อตั้ง Unit 8200 น่าจะย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงการเคลื่อนไหวก่อตั้งประเทศอิสราเอล ตั้งแต่ช่วงปี 1935 ในดินแดนบริติชปาเลสไตน์ (British Palestine) ซึ่งช่วงเวลานั้นมีเครือข่าวข่าวกรองของชาวยิวอย่างกลุ่ม Netzah Uisrael Lo Yeshaker (NILI)  ซึ่งแปลว่า “The Eternal One of Israel will not lie”  หน่วย NILI นี้เคลื่อนไหวในบริติชปาเลสไตน์ จักรพรรดิอ๊อตโตมัน และพื้นที่ใกล้เคียง

เมื่อมีการตั้งดินแดนปาเลสไตน์ (Mandatory Palestion, 1920-1948) ชาวยิวก็ได้มีการตั้งกองกำลังติดอาวุธ Hfganah (defense) ขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับอาหรับ 

ในปี 1929 กลุ่ม Hfganah ได้ก่อตั้งหน่วยข่าวกรอง Shin Men 2 ขึ้นมา ซึ่งหน่วยนี้อาจจะเป็นหน่วยข่าวกรองอิเล็กทรอนิกส์แรกของยิวที่คอยดักฟังสัญญาณวิทยุสื่อสาร และสัญญาณที่บ่งบอกการเคลื่อนไหวของศัตรู ซึ่งในเดือนสิงหาคมชาวปาเลสไตน์และอาหรับได้ลุกฮือประท้วงและก่อจราจล (1929 Palestine riot) จากความขัดแย้งเรื่องกำแพงตะวันตก (Western Wall) และทางเข้าออกมัสยิดอัล-อักซ่า (Al-Aqsa) ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้กลุ่ม Hfganah มีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งช่วงเวลานี้เอง Hfganah ก็ได้ตั้งหน่วยข่าวกรองเพิ่มขึ้นมาอีกหลายหน่วย อาทิ

  1. Mossad Le’ Aliyah Beth (Mossad) หรือ Institution for Immigration B ซึ่งทำหน้าที่ในการอพยพชาวยิวจากยุโรปลักลอบเข้ามาตั้งถิ่นฐานในดินแดนปาเลสไตน์ 
  2. Sheruth Yedioth (Shai) หรือ the Information Service ซึ่งทำหน้าที่ในการจารกรรมข้อมูลและปฏิบัติการต่อต้านการจารกรรม 

ตุลาคม, 1945 หน่วย Hfganah ได้ร่วมกับกองกำลังติดอาวุธของชาวยิวอีกสองกลุ่ม คือ Irgun Zevai Le’umi (Etzel) และ Lohamei Herut Yisrael (Lehi) ในการตั้ง Jewish Resistance Movement ขึ้นมา ซึ่งต่อมาก็ได้พัฒนากลายมาเป็นกองทัพอิสราเอล (Israeli Defense Force, IDF

กรกฏาคม, 1946 หน่วย Etzel ได้วางระเบิดสำนักงานใหญ่เพื่อการบริหารปาเลสไตน์ของอังกฤษ (British administrative HQ for Palestine) ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงแรมคิง เดวิด (the King David Hotel) ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 คน 

พฤศจิกายน, 1947 องค์การสหประชาติ ผ่านมติ ที่ 181 (UN Resolution 181) ในการตั้งดินแดนปาเสลไตน์ และรัฐยิว  ซึ่งนำไปสู่สงครามระหว่างยิวและปาเลสไตน์ในดินแดนปาเลสไตน์ (1948 war in Palestine) 

14 พฤษภาคม, เดวิด เบนกูเรียน (Davie Ben-Gurion) ประกาศตั้งรัฐอิสราเอล ซึ่งทำให้วันต่อมาสงครามกลางเมืองในดินแดนปาเลสไตน์ขยายกลายเป็นสงครามระหว่างอิสราเอล-อาหรับ (Arab-Israeli War) เมื่อวันถัดมา อียิปต์, ทรานส์จอร์แดน, อิรัก, ซีเรีย, เลบานอน, ซาอุดิอาราเบีย, เยเมน  ได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลทันที สงครามกินเวลากว่า 9 เดือน จนกระทั้งลงนามข้อตกลงหยุดยิ่งในปี 1949 โดยที่อิสราเอลถือว่าเป็นฝ่ายที่มีชัยชนะ ซึ่งกล่าวกันว่าหน่วยข่าวกรอง Haganah ได้รับยกย่องว่ามีบทบาทสำคัญกับชัยชนะนี้

หลังสงครามอาหรับ-อิสราเอล ครั้งแรกนี้ อิสราเอลก็สร้างและปรับโครงสร้างหน่วยข่าวกรองขึ้นมาอีกหลายหน่วย ได้แก่

  1. the Shine Bet หรือ Security Service หรือ the Israel Security Agency (ISA)
  2. the HaMossad LeModi’inuleTakfidim Meyuhadim หรือ Institute for Intelligence and Special Operation
  3. Agaf HaModi’in lit หรือ Intelligence Section  หรือ Military Intelligence Directorate (AMAN)

ซึ่งหน่วย AMAN นี้ได้สร้างหน่วยข่าวกรองทางอิเล็กทรอนิกส์ของตัวเองขึ้นมา เรียกว่า Central Warning Unit หรือ Unit 515 (เปลี่ยนชื่อเป็น Unit 848 ในปี 1968) โดย Unit 515 นี้เรียกชื่อรหัสกลุ่มของตนเองว่า “Rabbit” ทำหน้าที่ในการตรวจจับข้อความการสื่อสารและถอดรหัส ในตอนแรก Unit 515 ยังมีขนาดเล็ก และสำนักงานตั้งอยู่ใน Jaffa villa ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ Glilot Junction ในปี 1954 ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบัน  

Unit 515 มีผลงานอย่างการสร้าง WEIZAC (Weizmann Automatic Computer) คอมพิวเตอร์อนาล๊อกเครื่องแรกของอิสราเอลในปี 1954 และ Itzik ในปี 1958

ในปี 1960 อิสราเอล ซื้อคอมพิวเตอร์ Philco มาจากสหรัฐฯ และได้ก่อตั้งศูนย์ข้อมูล Merkaz Mahshevim Uma’arahot Meida (The Center for Computers and Mechanized Records) ขึ้นมา ซึ่งศูนย์นี้ถูกใช้งานโดย IDF และ Unit 515 ในการดักสัญญาณและถอดรหัสการสื่อสารของอียิปต์และซีเรีย ช่วงสงครามหกวัน (Six-Day War, 1967) 

ปี 1973 เกิดสงครามยม คิปเปอร์ (Yom Kippur War) ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวของ Unit 848 ครั้งสำคัญ เมื่อสามารถที่จะเตือนความเคลื่อนไหวของศัตรู (อียิปต์, ซีเรีย) ได้ล่วงหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้กองทัพอิสเอลมีเวลาเตรียมตัวไม่เพียงพอ  ซึ่งแม้ว่าอิสราเอลจะสามารถเอาชนะได้แต่ก็สูญเสียทหารและพลเรือนไปกว่า 2,800 คน  

ซึ่งหลังจากสงครามอิสราเอลได้ทำการสอบสวนความบกพร่องของหน่วยข่าวกรอง และมีการยกเครื่องครั้งใหญ่อีกครั้ง  โดย Unit 848 ถูกเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ และเปลี่ยนชื่อเป็น Unit 8200  

ปฏิบัติการณ์ที่ (น่าจะ) เกี่ยวข้องกับ Unit 8200

  1. (Operation Fruit Orchard) ปี 2010, หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานว่า Unit 8200 เกี่ยวข้องกับการก่อกวนระบบการสื่อสารของซีเรีย ระหว่างที่กองทัพอากาศของอิสราเอลส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของซีเรียที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 
  2. (Operation Olympic games, 2005-2010), Unit 8200 ยังเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ปล่อยไวรัส Stuxnet เพื่อโจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะยุเรเนียของอิหร่าน ซึ่งยังทำให้คอมพิวเตอร์ของอิหร่านกว่า 45,000 ขัดข้องทั่วประเทศ 
  3. (Operation Full Disclosure), มีนาคม 2014 อิสราเอลเข้าสกัดเรือของอิหร่านในทะเลแดงที่ต้องสงสัยว่าส่งอาวุธให้กับกลุ่มฮามาส (Hamas) 
  4. (The Ogero Incident), พฤษภาคม 2017 ทางการเลบานอนกล่าวโจมตีอิสราเอลว่าอยู่เบื้องหลังการป่วนระบบโทรคมนาคมของบริษัท Ogero เพื่อส่งข้อความเท็จให้กับชาวเลบานอนผ่านนระบบสื่อสารกว่า 10,000 คน โดยข้อความกล่าวหาว่า เซย์เยด นาสรัลเลาห์ (Sayyed Hassan Nasrallah) ผู้นำของกลุ่มเอซบุลเลาห์ (Hezbullah) เป็นคนสั่งหาร มุสตาฟา บาเดรดไดน์ (Mustafa Badreddine) แม่ทัพคนหนึ่งของกลุ่ม
  5. ปี 2020, 9 พฤษภาคม, ท่าเรือพาณิชย์ชาฮิด ราจาอี (Shahid Rajaee) ของอิหร่านถูกโจมตีทางไซเบอร์

คอมพิวเตอร์ไวรัสและมัลแวร์ ที่ (น่าจะ) เกี่ยวข้อง

  1. Flame (malware), 2007-2012 เป็นมัลแวร์ที่โจมตีระบบปฏิบัติการณ์ Window ของอิหร่าน และหลายประเทศในตะวันออกกลาง กรณีของอิหร่าน คอมพิวเตอร์ของกระทรวงน้ำมัน (Ministry of Petroleum)  มีการติดมัลแวร์นี้ ซึ่งมัลแวร์ Flame มีความสามารถในการดักฟัง, แค๊ปหน้าจอ, ตรวจจับการกดคีย์บอร์ด และระบบเครื่องข่ายได้  คาดกันว่า Flame เป็นเวอร์ชั่นต้นแบบของ Stuxnet
  2. Duqu
  3. miniFlame
  4. Gauss
  5. Stuxnet