La Bayadère (Баядерка, The Temple Dancer)

เนื้อเรื่องโดยเซอร์เกย์ คุรเดกอฟ (Sergei Khudekov) และมาเรีนว เปติปา (Marius Petipa) ออกแบบท่าเต้นโดย มาเรียส เปติปา และประพันธ์ดนตรีโดย ลุดวิก มินกุส (Ludwig Minkus) เปิดการแสดงครั้งแรกที่โรงละครบอลซอย คาเมนนี่ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (the Imperial Bolshoi Kamenny Theatre) ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ในปี 1877

เนื้อเรื่อง 

องก์ 1

ในป่าแห่งหนึ่ง นักรบคนหนึ่งนามว่า โซเลอร์ (Solor) ซึ่งเป็นนักรบที่เก่งกาจที่สุด ได้ออกมาล่าเสือพร้อมกับเพื่อนชื่อ แม็กเดเวย์ (Magedavey) เพื่อนำไปใช้ในพิธีบูชาไฟศักดิ์สิทธิ

ในพิธีบูชาไฟศักดิ์สิทธิ์ นางรำชื่อ นิกิย่า (Nikiya) ได้ออกมาร่ายรำ จนทำให้หัวหน้าพราห์มเกิดความประทับใจ และได้สารภาพรักกับเธอ แต่ว่านิกิย่าได้ปฏิเสธเพราะว่าเขาเป็นนักบวช

ต่อมาแม็กเดเวย์ได้มาบอกนิกิย่าว่าโซเลอร์ กำลังรอที่จะพบกับเธออยู่อย่างลับๆ ที่กองไฟ ซึ่งเมื่อทั่งคู่ได้พบคน โซเลอร์ได้ให้คำสาบานว่าจะรักมั่นคงและซื่อสัตย์ต่อหญิงสาวจนชั่วฟ้าดินสลาย   

ในขณะที่นักบวชพารห์มก็แอบได้ยินสิ่งที่โซเลอร์และนิกิย่าได้พูดต่อกัน ทำให้เขารู้สึกโกรธจนวางแผนจะสังหารโซเลอร์

องก์

ภายในพระราชวัง, พระราชาดักแมนตา (Rajah Dugmanta) แห่งกอลคอนด้า (Golconda) ทรงพอพระทัยในความกล้าหาญของโซเลอร์ จึงทรงโปรดให้โซเลอร์ได้เข้าพิธีอภิเษกกับพระธิดาของพระองค์ คือ เจ้าหญิงแฮมแซตติ (Hamzatti~ Gamzatti) 

เมื่อถึงวันงานพิธีหมั่น นิกิย่าถูกจ้างให้มาร่ายรำในงานพิธี โดยที่นิกิย่าไม่ได้รู้ล่วงหน้าว่าคุ่หมั่นหมายจะเป็นโซเลอร์คนรักของเธอกับเจ้าหญิงแฮมแซตติ 

วันนี้นักบวชพราห์มซึ่งหลงรักนิกิยา ก็ได้รีบเร่งเข้าไปทูลพระราชาถึงเรื่องที่ว่าโซเลอร์กับนิกิย่าได้ร่วมสาบานรักต่อกันแล้ว โดยหวังว่าพระราชาจะได้ลงโทษประหารชีวิตโซเลอร์ แต่ผลกลับไม่เป็นไปอย่างที่พราห์มต้องการ เมื่อพระราชาทรงทราบ ก็ทรงกริ้วและทรงต้องการที่จะประหารนิกิย่าแทนที่จะเป็นโซเลอร์

เจ้าหญิงแฮมแซตติทรงได้ยินที่พระราชากับพราห์มสนทนากัน ก็ทรงรีบไปพบกับนิกิย่า โดยเจ้าหญิงพยายามติดสินบนนิกิย่าให้ยอมเสียสละตัดใจ และมอบโซเลอร์ให้กับพระองค์

แต่ว่านิกิย่าไม่ยอมและได้หยิบจอบขึ้นมา หวังว่าจะฟันเจ้าหญิงให้เสียชีวิต แต่ว่านางสนมของเจ้าหญิงเข้ามาขัดขวางเอาไว้ได้ทัน

นิกิย่าตกใจและรีบหนีไป 

ในขณะที่เจ้าหญิงก็ทรงกริ้วมาก และต้องการที่จะสังหารนิกิย่าเสีย 

องก์ 2 , ในสวน 

นิกิย่ากลับเข้ามาในงานพิธีหมั่น และได้เริ่มการแสดงร่ายร่ำพร้อมกับเล่นวิน่า (veena เครื่องดนตรีอินเดียประเภทหนึ่ง คล้ายพิณ) ซึ่งดนตรีในตอนนี้เป็นไปอย่างเศร้าสอย เพราะนิกิต้าได้รู้ความจริงและกำลังจะเสียคนรักไป  

ระหว่างที่นิกิย่ากำลังร่ายรำอยู่นั้น ก็มีนางกำนัลนำเอาตะกร้าดอกไม้มามอบให้กับเธอ ซึ่งนิกิย่าคิดว่าตะกร้าดอกไม้นั้นเป็นของโซเลอร์ คนรักของเธอ   แต่อันที่จริงแล้วเจ้าหญิงแฮมแซตติเป็นคนสั่งให้ทำตะกร้าดอกไม้นั้นขึ้นมา โดยที่ซ่อนเอางูพิษไว้ที่ก้นตะกร้า   ซึ่งระหว่างที่นิกิย่าร่ายรำอยู่นั้น งูพิษก็ได้ฉกเข้าที่ลำคอของเธอ

นักบวชพราห์มซึ่งเห็นว่านิกิย่าถูกงูพิษกัด ก็ได้เข้ามาช่วยเหลือโดยให้ยาแก้พิษ แต่ว่านิกิย่าปฏิเสธที่จะกินยาแก้พิษ โดยเธอเลือกที่จะตายเสียดีกว่าจะอยู่โดยปราศจากคนรัก

องก์ 3

หลังจากวันที่นิกิย่าเสียชีวิต โซเลอร์ก็เอาแต่นั่งสูบฝื่นด้วยความเสียใจ และเขาก็เกิดนิมิตว่าดวงวิญญาณของนิกิย่าได้กลับมาหาเขา ในภาพนิมิตทั่งคู่ได้พบกันที่ดินแดนแห่งหนึ่งที่อยู่เหนือยอดเขาหิมาลัย ดินแดนแห่งนี้ถูกเรียกว่า อาณาจักรแห่งดวงวิญญาณ (Kingdom of the Shades) 

แต่ว่าเมื่อโซเลอร์ตื่นขึ้นมากลับกลายเป็นว่าเขากำลังจะเข้าพิธีอภิเษกกับเจ้าหญิงแฮมแซตติ และโซเลอร์ก็เห็นวิญญาณของนิกิต้าร่ายร่ำไประหว่างที่เขากำลังประกอบพิธี ซึ่งเมื่อพราห์มได้สวมแหวนให้กับคู่บ่าวสาว  พระเจ้าก็ได้ทรงลงทัณฑ์ ด้วยการบันดารให้วิหารถล่มลงมา ซึ่งทุกคนเสียชีวิต 

หลังจากนั้นดวงวิญญาณของนิกิย่าและโซเลอร์ก็ได้ปรากฏขึ้นาา และครองรักกันอีกครั้งชั่วนิรันดร์