สถานีรามสูร ตั้งอยู่ที่ บ้านเนินสูง อ.เนินสูง จ.อุดรธานี มีพื้นที่ 800 ไร่ มีชื่อทางการคือ สถานีวิจัยคลื่นวิทยุภาคสนาม ที่ 7 (7th Radio Research Field Station, 7th RRFS ) ซึ่งชื่อว่าสถานีวิจัยคลื่นวิทยุ เป็นเพียงชื่อหลอกเอาไว้บังหน้า แต่ว่าอันที่จริงแล้ว เป็นสถานีดักฟังสัญญาณวิทยุคลื่นความถึ่สูง ที่ตั้งขึ้นในช่วงสงครามเวียดนาม ซึ่งดักฟังสัญญาณสื่อสารของทั้งศัตรูและพันธมิตรของสหรัฐฯ ปกติแล้วดำเนินงานโดย Air Intelligence Agency ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ  และยังมีสำนักงานความมั่นคงสหรัฐฯ หรือ NSA (National Security Agency) ที่ใช้สถานีนี้ ที่นี่จึงน่าจะเป็นฐานปฏิบัติการณ์หนึ่งในโครงการ Project AGILE ของกองทัพสหรัฐฯ หรือ/และ โครงการ ECHELON ของ NSA

สถานีรามสูร ตั้งขึ้นในปี 1966 จนกระทั้งยกเลิกไปในปี 1979 หน้าที่หลักของสถานีคือการปฏิบัติการข่าวกรองทางสัญญาณ หรือ Signals Intelligence (SIGINT) คือ การตรวจจับและบันทึกสัญญาณการสื่อสารทุกชนิดในรัศมี

ซึ่งนอกจาก 7th RRFS แล้ว ยังมีสถานีใกล้เคียง คือ 8th RRFS ตั้งอยู๋ในเวียดนาม และยังมีสถานีคล้ายกันกระจายอยู่ทั่วโลก

AN/FLR-9 antenna

โฉมหน้าที่แท้จริงของสถานีรามสูร คือที่ตั้งเสาอากาศแบบ “Wullenweber” antenna array หรือ  AN/FLR-9 หรือ AN/FLR-9 circularly disposed antenna array (CDAA) หรือรู้จักกันในชื่อเล่นว่า กรงช้าง (elephant cages) เป็นสัญญาณ HF/DF (High Frequency Direction Finding) โดยปกติแล้วจะมีรัศมีการจับสัญญาณระหว่าง 150-5,000 กิโลเมตร  การออกแบบ จะประกอบไปด้วยวงเสารับสัญญาณ 2-3 วง ของเสาสัญญาณแบบความถึ่สูง HF (High Frequency)  โดยที่

วงกลมใน (inner circle) ปกติแล้วการออกแบบจะมีรัศมีราว 230 เมตร มีเสา dipoles (มีประจุบวกและลบ) ประมาณ 40 ต้น จะใช้รับ HF ที่มีช่วงคลื่นยาวกว่า

วงกลมนอก (outter circle) จะมีรัศมีประมาณ 260 เมตร มีเสาแบบ monopole (ประจุเดี่ยว) ประมาณ 120 ต้น  ใช้จับสัญญาณ HF ที่มีช่วงคลื่นสั้นกว่า

ที่ด้านข้างของวงกลมแต่ละชั้น จะมีตาข่ายขนาดใหญ่ ที่ขึงกับเสา 80 ต้น มีหน้าที่ในการป้องกันเสารับสัญญาณแต่ละแนวไม่ให้รบกวนกัน 

สถานีที่ทำหน้าที่ในการตรวจจับสัญญาณจะอยู่ตรงกลางของเสา

Operation “Iron Horse”

ในปี 1964 สถานี ซาน วิโต (San Vito) ในอิตาลี เป็นสถานีแรกที่มีการตั้งเสาแบบ FLR-9  เพื่อปฏิบัติการในการจารกรรมข้อมูลสื่อสาร ที่ใชัรหัส “Iron Horse”

สถานที่ตั้ง AN/FLR-9 ของสหรัฐฯ ทั่วโลก 

  1. USASA Field Station Augsburg (Gablingen Kaserne), เยอรมัน
  2. RAF Chicksands, อังกฤษ
  3. Clark AB, ฟิลิปปินส์
  4. Joint Base Elmendorf-Richardson, อลาสก้า, สหรัฐฯ
  5. Karamursel, ตุรกี
  6. 7th Radio Research Field Station (สถานีรามสูร), อุดรธานี, ประเทศไทย
  7. Misawa AB, ญี่ปุ่น
  8. San Vito dei Normanni AS,  อิตาลี

เหตุการณ์เขมรแดงยึดเรือสินค้าสหรัฐฯ ในปี 1975 (Mayaguez incident)

1975 12 พฤษภาคม,  เรือของสหรัฐ  SS Mayaguez ถูกกองกำลังเขมรแดงในกัมพูชาบุกยึดเอาไว้ระหว่างอยู่ในอ่าวไทย (Gulf of Thailand) 

ซึ่งสองวันต่อมากงอทัพอากาศสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการในการช่วยเหลือ โดยสหรัฐฯ เชื่อว่าลูกเรือถูกจับเอาไว้บนเกาะตาง (Koh Tang Island) ของกัมพูชา

ซึ่งสถานีรามสูร, และสถานี USM-7 (เกาะสมุย) ในประเทศไทย มีส่วนในการสนับสนุนปฏิบัติการณ์นี้ โดย NSA ได้อธิบายว่าในวันที่ 13 พฤษภาคม NSA เริ่มใช้ปฏิบัติการณ์ข่าวกรองทางสัญญาณ หรือ SIGINT (Signals Intelligence)  ชื่อรหัสปฏิบัติการครั้งนี้ว่า “ Vacater” ในการดักฟังสัญญาณการสือ่สารของกัมพูชาทั้งหมดในบริเวณที่ครอบคลุมพื้นที่โดยรอบจุดที่เชื่อว่าเขมรแดงได้จับลูกเรือเอาไว้ ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวได้ให้ข้อมูลรายงานทางยุทธศาสตร์ Tactical Reports (Tacreps) และรายงานขณะเกิดเหตุการณ์ Spot Reports สนับสนุนปฏิบัติการณ์ช่วยเหลือตัวประกัน 

นอกจากนั้นยังมีการส่งเจ้าหน้าที่ USM-7 เข้าไปสนับสนุนในหลายพื้นที่เพื่อให้การสนับสนุน

14 พฤษภาคม, ในช่วงเวลาเช้า เจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญภาษาเขมร 3 นายจาก USM-7 ถูกส่งตัวร่วมทีมกับนาวิกโยธินสหรัฐฯ และทหารหน่วยมารีน ในปฏิบัติการณ์บนเกาะตัง แต่ว่าเมื่อปฏิบัติการณ์จริงมีเจ้าหน้าที่เพียงคนเดียวที่ขึ้นไปบนเกาะได้  โดยสองคนที่เหลือยังอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเฮลิคอปเตอร์ได้รับความเสียหายจากกระสุนเล็กน้อยแต่ก็เป็นเหตุให้ต้องบินกลับมายังฐานในประเทศไทย 

15 พฤษภาคม, ทีมเจ้าหน้าที่ด้านภาษาเขมรชุดใหม่อีก 3 คนถูกส่งตัวไป ในการช่วยเหลือตัวประกัน  เจ้าหน้าที่ด้านภาษาก็มีหน้าที่ในการทำเอกสารภาษาเขมร เพื่อโปรยลงมาทางอากาศแจ้งให้ชาวกัมพูชาในพื้นที่ทราบล่วงหน้า  แต่ว่าในปฏิบัติการจริงก็ไม่ได้มีการโปรยเอกสารเตือนลงมา จนกระทั้งเฮลิคอปเตอร์บินกลับมาที่ USM-7

ซึ่งตลอดการปฏิบัติการ NSA ได้ให้รายงาน Tacreps 5 รายงาน และรายงาน Spot 4 รายงาน  เหตุการณ์นี้การช่วยเหลือลูกเรือและนำเรือกลับมาประสบความสำเร็จ แต่ว่าสหรัฐฯ สูญเสียเจ้าหน้าที่ทหารไป 15 นายในการรบ และ 3 คนถูกจับและสังหารในเวลาต่อมา และ 23 นายเสียชีวิตเนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ตก 

หนังสือที่เกี่ยวข้อง 

  1. The Ramasun Files, M H Burton
  2. Tales of Ramasun (US Spies in Thailand During the Vietnam War I), M H Burton
  3. Tales of Ramasun II, M H Burton