We aren’t good at estimating frequency, so we base it how available things are to our mind

พวกเราไม่ได้มีความสามารถดีขนาดนั้นประมาณความถี่, พวกเราแค่อาศัยสิ่งที่โผล่ขึ้นมาในหัวขณะนั้นในการตัดสิน

The Availability Heuristic (การหยิบความคิดที่โผล่ขึ้นมาในแว๊บแรกในการตัดสินใจ) เทอมศัพท์ถูกนิยามขึ้นในปี 1973 โดยนักจิตวิทยารางวัลโนเบล 2 ท่าน คือ เดเนียล คาห์เนมัน (Daniel Kahneman) และเอมอส ทเวอร์สกี้ (Amos Tversky)  ซึ่งได้เขียนไว้ในรายงานวิจัยเรื่อง “heuristic and biases (การดึงความทรงจำและทัศนะคติที่เอนเอียง)” 

พวกเขาบอกว่า Availability Heuristic เป็นเส้นทางลัด (short cut) ของความนึกคิด เกิดขึ้นในจิตใต้สำนึกโดยที่พวกคุณไม่รู้ตัว อาศัยหลักการที่ว่า 

“ คุณนึกถึงสิ่งใดตอนนั้น, สิ่งนั้นก็มีความสำคัญ / if you can think of it, it must be important ”

มันเหมือนกับว่า คุณนึกอะไรขึ้นมาได้ในหัวตอนนั้น คุณก็ใช้ความรู้นั้นในการประเมินสิ่งต่างๆ ,ตัดสิน,  ตอบคำถามต่างๆ 

ความคิดที่ปรากฏขึ้นมาในจิตใจของคุณอย่างง่ายดาย มันก็จะเป็นความเชื่อ มุมมองพื้นฐานที่คุณมีต่อโลกรอบตัวของคุณ

 Availability Heuristic บ่อยครั้งจึงทำให้มนุษย์เราตัดสินใจ หรือมีความคิดที่ผิดผลาด เพราะว่าพวกเราเร่งรีบที่จะตอบโต้อย่างรวดเร็วมากเกินไป โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการคิดอย่างถี่ถ้วนและอาศัยข้อมูลอื่นนอกเหนือจากความเข้าใจเดิมที่เราจำได้

มนุษย์เราจึงมีแน้วโน้มที่ว่าจะตัดสินใจสิ่งต่างๆ โดยอาศัยความถึ่ (frequency) ของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ความคุ้นเคย ความเคยชินในการตัดสินใจ รวมถึงความสดใหม่ของข้อมูลที่เพิ่งผ่านเข้ามา ก็จะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ เพราะว่ามันชัดเจนกว่าความทรงจำเดิม

มนุษย์ที่อาศัย Availability Heuristic จึงมีแนวโน้มสูงที่จะผิดผลาดทางความคิด

Availability Heuristic มักทำให้เราเกิดการตัดสินใจที่ผิดผลาด (bad decisions) ตัวอย่างเช่น 

  1. เมื่อเราถูกบอกให้นึกถึงคำศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วย R, แล้วเทียบกับคำศัพท์ที่ตัว R เป็นอักษรลำดับที่ 3 เรามักจะนึกคำศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วย R เช่น  Rat, Red, Reason ได้มากกว่าคำศัพท์ที่ R อยู่ในลำดับที่ 3 เช่น Car, War, Survive  แล้วเราก็จะสรุปว่าคำศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วย R นั้นมีจำนวนมากกว่าคำศัพท์ที่ R อยู่ในลำดับที่ 3 ซึ่งอันที่จริงแล้วศัพท์ในภาษาอังกฤษ ตัว R ในลำดับที่  3 มีจำนวนมากกว่า
  2. เมื่อคุณกำลังดูข่าวเกี่ยวกับการประท้วง ซึ่งหลายสื่อรายงานซ้ำๆ กัน และมีความถึ่สูง หรือเกิด แฮสแท็ก (#) ติดเทรนด์บนทวิตเตอร์ คุณจะมีแนวโน้มที่จะเชื่อว่าสถานการณ์นั้นวิกฤต  เพราะมนุษย์เรามีความเชื่อผิดๆ พวกเขาสามารถวิเคราะห์ โดยอาศัย สถิติ, ความถี่, และระยะเวลาของข้อมูลที่คุณเห็น คุณจะเชื่อว่าตัวคุณเองสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ซึ่งอันที่จริง คุณมีแนวโน้มจะเชื่อสิ่งที่คุณพบเห็นมาไม่นาน สิ่งที่คุณเคยเราให้น้ำหนักกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมากกว่าเหตุการณ์ในอดีต 
  3. เรามีแนวโน้มที่จะปฏิเสธข้อมูลที่เราไม่รู้มาก่อน เช่น คุณอาจจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการเห็นพระอาทิตย์สอง หรือสามดวงพร้อมกัน แต่ว่าคุณจะปฏิเสธทันทีว่ามันเป็นข่าวปลอม เพราะคุณไม่เห็นพบเห็นเหตุการณ์นี้มาก่อน ซึ่งอันที่จริงแล้ว มันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ อย่างหนึ่ง เรียกว่า Sun Dog