ซัลเวดอร์ ดาลิ (Salvador Domingo Felipe Jacinto Dali i Domenech, Marquis of Dali de Pubol)

ดาลิ เกิดวันที่ 11 พฤษภาคม 1904 เมืองฟิกูเรียส, คาตาโลเนีย, สเปน (Figueres, Catalonia, Spain)  พ่อของเขาชื่อซัลวาดอร์ ราฟาเอล (Salvador Rafael Aniceto Dali Cusi, 1872-1950) เป็นนักกฏหมาย ส่วนแม่ชื่อเฟลิป้า (Felipa Domenech Ferres, 1874-1921) ดาลิมีพี่ชายที่เกิดก่อนเขาอยู่คนหนึ่งซึ่งมีชื่อเดียวกันกับเขา แต่ว่าพี่ชายเสียชีวิตตั้งแต่ตอนอายุสองขวบ ก่อนดาลิเกิดเพียงแค่เก้าเดือน  และเขามีน้องสาวชื่อแอนนา มาเรีย (Anna Maria, b. 1908) 

ดาลิเริ่มเข้าโรงเรียนตอนอายุ 4 ปี ในโรงเรียนของเมืองฟิกูเรียส แต่เพราะว่าเขาไม่ตั้งใจเรียน พ่อของเขาจึงย้ายเขาไปเรียนในโรงเรียนเอกชนที่เข้มงวดกว่าและสอนด้วยภาษาฝรั่งเศส

ครอบครัวของดาลิมักจะใช้เวลาช่วงฤดูร้อนมาอยู่ที่บ้านพักในเมืองคาดาเกส (Cadagues) ซึ่งที่นี่ทำให้ดาลิได้เรียนการวาดรูปกับรามอน ปิชอต (Ramon Pichot) ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกัน ปิชอตเป็นจิตรกรที่วาดภาพแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ (Impressionism) เป็น

1916 เข้าเรียนภาคค่ำที่โรงเรียนศิลปะประจำเมือง (Municipal Drawing School of Figueres)

1919 มีผลงานจัดแสดงร่วมกับกลุ่มศิลปินท้องถิ่นในโรงภาพยนต์ประจำเมือง

1921 แม่ของเขาเสียชีวิต และพ่อได้แต่งงานใหม่กับน้องสาวของแม่ในปีถัดมา

1922 เข้าเรียนที่สถาบันศิลปะซาน เฟอร์นันโด (San Fernando Academy of Art) ในกรุงแมดริด

1923 ถูกพักการเรียนที่สถาบันซาน เฟอร์นันโด เป็นเวลาหนึ่งปี เพราะเขาวิพากษ์วิจารณ์อาจารย์ที่สอนเขา

1924 วาดภาพ Pierrot and Guitar

1925 เปิดงานแสดงศิลปะเดี่ยวเป็นครั้งแรก ที่ดัลมัวแกลเลอรี่ (Dalmua Gallery) ในบาเซโลน่า

เขียนภาพสเก็ตของพ่อและน้องสาว ชื่อ Don Salvador and Ana Maria Dali

1926 ดาลิถูกไล่ออกจากสถาบันซาน เฟอร์นันโด

หลังจากนั้นเขาเดินทางมาปารีสเป็นครั้งแรก และได้มีโอกาสพบกับปิกัสโซ่ (Pablo Picasso) 

1929 ร่วมกับเพื่อนของเขา ชื่อหลุยส์ บุนุเอล (Luis Bunuel) สร้างภาพยนต์สั้นเรื่อง Un Chien andalou (An Andalusian Dog) และ L’Âge d’or (The Golden Age, 1930) ซึ่งในเรื่องมีฉากของความรุนแรงและศพที่เน่าเปื่อย ทำให้ภาพยนต์ถูกพูดถึง และศิลปะแบบเซอร์เรียล (Surrealists) ของเขาก็ได้รับความสนใจ ซึ่งทำให้ดาลิ ย้ายมาอยู่ในปารีส และเข้าร่วมกลุ่มกับศิลปินเซอร์เรียลอย่างเป็นทางการ

ซึ่งในปารีส ดาลิ ได้พบกับกาล่า (Gala) ซึ่งเธอเป็นชาวรัสเซีย เดิมชื่อเอลิน่า (Elena Dmitrievna Diakona) เกล่าภรรยาของพอล อีลูอาร์ด (Paul Eluard) ซึ่งเป็นนักเขียน ทั้งกาล่ายังมีอายุมากกว่าดาลิ ถึง 9 ปี และดาลิก็ตามจีบเธอ และทั้งคู่ก็ย้ายไปปารีสด้วยกัน

ความสัมพันธ์ของดาลิกับกาล่า ทำให้พ่อของเขาไม่พอใจและความสัมพันธ์กับที่บ้านก็ระหองระแหง

ดาลิ ได้รับแรงบันดาลใจในการพัฒนาศิลปะของเขาจากงานเขียนเกี่ยวกับจิตของฟรอยด์ (Sigmund Freud) โดยเขาใช้อ่านหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับจิตวิเคราะห์ที่แปลออกมาเป็นภาษาสเปนในช่วงนั้น ขณะเดียวกับความสัมพันธ์ของดาลิกับ แอนดรี บรีตัน (Andre Breton) ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มศิลปินเซอร์เรียลในช่วงนี้ก็ไม่ค่อยจะดี เพราะดาลิต้องการมุ่งเน้นในเรื่องศิลปะเพียงอย่างเดียว และชอบโปรโมทผลงานของตนเองมากกว่าของกลุ่ม ในขณะที่กลุ่มศิลปินเซอร์เรียลจำนวนมากนั้นสนับสนุนการเมืองแบบคอมมิวนิสต์ บรีตันนั้นตำหนิดาลิอย่างเปิดเผยว่าทำตัวเป็นเซเลบและแสวงหากำไรแบบธุรกิจ บรีตันตั้งฉายาดาลิ ว่า “Avida Dollars” 

1930 พัฒนาไสตล์การวาดรูปของเขาเอง ที่เรียกว่าว paranoic-critical method 

ซื้อบ้านชาวประมงหลังเล็กๆ ไว้ที่คาดาเกส (Cadaques) 

1931 เขียนภาพ the Persistence of Memory

เปิดแสดงศิลปะของเขาครั้งแรกในสหรัฐฯ 

1934 ดาลิแต่งงานกับกาล่า 

1936 เกิดสงครามกลางเมืองในสเปน (Spanish Civil War, 1936-1939)

1937 ดาลิออกแบบลายผ้าและเครื่องประดับให้กับแฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อเอลซ่า (Elsa Schiaparelli)

1938 ได้พบกับฟรอยด์ ในลอนดอน

1939 แยกทางกับกลุ่มศิลปินเซอร์เรียล 

1940 ช่วงเริ่มต้นของสงครามโลก ครั้งที่ 2 ดาลิและกาล่าอพยพมาอยู่ในนิวยอร์ค ซึ่งที่นั้นผลงานของเขาเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และดาลิได้รับการตอนรับเป็นอย่างดีจากแวดวงศิลปินที่นั้น ซึ่งสามารถทำให้เขาสามารถเปิดแสดงนิทรรศกาลศิลปะที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (Museum of Modern Art) และพิพิธภัณฑ์ศิลปะฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Museum of Art) ได้

1945 นอกจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จะยุติลง หลังการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ญี่ปุ่น  ระเบิดนิวเคลียร์ยังเป็นแรงบันดาลใจใหม่ให้ดาลิพัฒนาศิลปะของเขาเข้ากับวิทยาศาสตร์ โดยดาลิกลับมาใช้การวาดรูปแบบคลาสสิค อย่างศิลปะแบบอิตาเลียนเรอเนซองค์ (Itlaian Renaissance) ผสมเข้ากับฟิสิกส์วิทยาศาลตร์ ในขณะที่ตัวเขาเองก็ศรัทธาในศาสนาคริสต์แบบโรมันแคโธริคมากขึ้นด้วย ไสตล์งานของดาลิในช่วงนี้ถูกเรียกว่าเป็น “Nuclear Mysticism

1941 เขาเขียนหนังสืออัตตะชีวประวัติของตัวเอง ชื่อ The Secret Life of Salvador Dali

1948 กลับมาอยู่สเปน

1949 Dali as Seen by His Sister เขียนโดยแอนนา มาเรีย  น้องสาวของดาลิ พิมพ์ออกมา

ปีนี้ดาลิเดินทางไปพบพระสันตะปาปา และได้มอบภาพเขียน Madonna of Port Lilgat เป็นที่ระลึก

1958 ดาลิเข้าพิธีแต่งงานกับกาล่า โดยพิธีครั้งนี้จัดขึ้นตามแบบพิธีทางศาสนา งานจัดขึ้นที่สเปน

1964 เปิดงานแสดงศิลปะที่พิพิธภัณฑ์ไซบุ (Seibu Museum) ในโตเกียว 

1969 ดาลิซื้อปราสาท Pubol Castle ซึ่งเป็นปราสาทเก่าแบบโกธิก-เรอเนสซองค์ มาปรับปรุงใหม่และใช้เป็นบ้านของเขากับกาล่า

1971 พิพิธภัณฑ์ดาลิ (Dali Museum) เปิดขึ้นที่คลีฟแลดน์ (Cleveland) โดยการสนับสนุนของเรย์โนล์ด มอร์ซ (Reynolds Morse) ซึ่งเป็นนักสะสมผลงานของดาลิ ภายหลังคอลเลคชั่นผลงานของดาลิที่นี่ ถูกย้ายไปอยู่ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในฟลอริด้า (Saint Petersburg, Florida)

1974 ดาลิเปิดพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Teatry-Museu Dali ในเมืองฟิกูเรส บ้านเกิด

1982 10 มิถุนายน, กาล่า เสียชีวิต 

1984 เกิดไฟไหม้ปราสาท Pubol castle บ้านของเขา ทำให้ดาลิย้ายมาอยู่ Torre Galatea ซึ่งเป็นบริเวณหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Teatry-Museu Dali ดาลิอาศัยอยู่ที่นี่จนกระทั้งเสียชีวิต 

1989 23 มกราคม, เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว โดยที่ร่างของเขาถูกฝังที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Teatre-Museu