ซานติเอโก้ คาจาล (Santiago Ramon y Cajal)

โนเบล การแพทย์ 1906

คาจาล เกิดวันที่ 1 พฤษภาคม 1852 ในเนวารร์, สเปน (Petilla de Aragon, Navarre, Spain) พ่อของเขาจัสโต (Justo Ramon Casasus) เป็นครูที่สอนวิชากายวิภาค อยู่ที่มหาวิทยาลัยซาราโกซ่า (University of Zaragoza) ส่วนแม่ชื่อแอนโตเนีย (Antonia Cajal) 

วัยเด็กของเขาคาจาลต้องย้ายบ้านบ่อยครั้ง เพราะพ่อเป็นแพทย์ที่ต้องออกไปทำการผ่าตัด ทำให้ย้ายจากเปติลล่า เดอ อราก้อน ไปยังลาร์เรส (Larres) ไปลูน่า (Luna) และต่อมาที่อเยอร์เบ (Ayerbe) 

นิสัยส่วนตัวของคาจาลเป็นคนเกเร, และต่อต้านกฏระเบียบ อย่างในปี 1863 เขาทำปืนขึ้นมาและใช้ยิงทำลายสวนของเพื่อนบ้าน

คาจาลโตขึ้นมาโดยที่ถูกฝึกให้เป็นช่างตัดผมและช่างทำรองเท้า แม้ว่าตัวของเขาเองต้องการที่จะเป็นศิลปิน 

1868 พ่อของเขาซึ่งหวังว่าคาจาลจะได้เป็นหมอ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เขาด้วยการพาไปที่สวนหลังบ้าน เพื่อช่วยกันขุดหาโครงกระดูกมนุษย์เพื่อนำการสเก็ตภาพเพื่อศึกษากายวิภาค ซึ่งความตั้งใจของพ่อของเขาประสบผลสำเร็จ เมื่อคาจาลเกิดความปรารถนาที่จะเรียนเพื่อเป็นหมอ

1870 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยซาราโกซ่า 

1873 จบแพทย์ ตอนอายุ 21 ปี หลังจากนั้นได้เข้าทำงานเป็นแพทย์ในกองทัพสเปนรีพับพลิก (Spanish Republic) โดยได้ยศเป็นร้อยเอก

1874 ถูกส่งมายังคิวบา ซึ่งขณะนั้นคิวบายังถือเป็นดินแดนของสเปน แต่ว่ากำลังเกิดสงคราม 10 ปี (Ten Years War, 1868-1878) เพื่อเรียกร้องอิสรภาพ คาจาลถูกส่งมาเป็นแพทย์เพื่อรักษาทหารสเปนที่ป่วยด้วยโรคมาลาเรียและวัณโรคที่กำลังระบาด

17 มิถุนายน, เรือไอน้ำกุยกุซเคา (Guipuzcoa) นำคาจาลและทหารสเปน 342 นายเดินทางมาถึงฮาวาน่า, คิวบา

คาจาลทำงานอยู่ในฮาวาน่าเดือนหนึ่งก่อนที่จะย้ายไปทำงานอยู่ที่เมืองคามากวย (Camaguey) ก่อนที่ปีต่อมาเขาจะถูกส่งกลับสเปนเพราะว่าป่วยด้วยโรคมาลาเรีย

1875 มิถุนายน, กลับมาถึงสเปน

1876 หลังนากหายป่วย เขาได้งานที่โรงพยาบาลนูเอสตร้า (Hospital Nuestra Senora de Gracia) พร้อมกับเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแมดริด (Madrid University) ซึ่งที่นี่ได้พบกับศาสตราจารย์ซาน จวน (Aureliano Maestre de San Juan) ที่ได้ให้คาจาลดูภาพถ่ายจากกล้องไมโคสโคป  คาจาลเกิดความสนใจจึงได้สร้างห้องทดลองเล็กๆ ขึ้นมาที่บ้านของตัวเอง โดยได้ซื้อกล้องไมโคสโคป (Verick microsope) มาจากกองทัพ

1877 จบปริญญาเอกจาก ม.แมดริด โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “Pathogenesis of the inflammation” 

คาจาลได้งานใหม่ในโรงเรียนกายวิภาค คณะแพทย์ของ ม.ซาราโกซ่า

เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มฟรีเมสัน (masonic lodge Caballeros de la Noche) โดยได้ฉายาว่า อเวอร์โรส (Averroes) ซึ่งเป็นชื่อของแพทย์และนักปราชญ์สเปนในศตวรรษที่ 12

1879 ได้ตำแหน่งผู้อำนวยการของพิพิธภัณฑ์ซาราโกซ่า ของมหาวิทยาลัย

19 กรกฏาคม, แต่งงานกับซิลเวเรีย (Silveria Fananas Garcia) ซึ่งต่อมาพวกเขามีลูกสาวด้วยกันสี่คนและลูกชายสามคน 

1883 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านกายวิภาคที่มหาวิทยาลัยวาเรนเซีย (University of Valencia) 

1887 เขาย้ายมาอยู่ในบาเซโลน่า และเข้าทำงานที่มหาวิทยาลัยบาเซโลน่า (University of Barcelona)  ซึ่งที่นี่เขาได้เรียนรู้เทคนิคการย้อมสีเซลล์แบบโกลกิ (Golgi’s method ~ silver staining) ซึ่งคาจาลได้ใช้เทคนิคนี้ในการศึกษานิวรอน (neurons) และระบบประสาทส่วนกลาง คาจาลได้ค้นพบ axonal growth cone,  ค้นพบกระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเซลล์ประสาท (morphology), และพบว่าเซลล์ประสาทนั้นทำงานแบบปะติดปะต่อกัน (contiguous) แต่ว่าไม่ใช่ระบบที่ต่อเนื่องเป็นเส้นเดียวกัน (continuous) ซึ่งถือว่าเป็นจุดเร่ิมต้นของวิทยาศาสตร์ด้านสมองสมัยใหม่ (neuron doctrine) 

1892 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยแมดริด (Madrid University) 

1889 ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันสุขอนามัยแห่งชาติ (Instituto Nacional de Higiene) 

1901 เขียนอัตชีวประวัติ Memories of my life พิมพ์ลงในวารสาร Jornal of Aragon ระหว่างปี 1901-1904

1906 ได้รับรางวัลโนเบลทางการแพทย์ ร่วมกับคามิลโอ โกลกิ (Camillo Golgi) จากการค้นพบกระบวนการมอร์โฟเจเนซิสของระบบประสาท (morphogenesis of the nervous system) 

1921 เขียน Chales de Coffee (Talks of coffee)

1934 17 ตุลาคม, เสียชีวิต 

คาจาลมีผลงานเขียกว่า 100 เรื่อง เป็นภาษาฝรั่งเศส, สเปน ผลงานสำคัญ อาทิ

  • Manual de Histología normal y Técnica micrográfica (Manual of normal histology and micrographic technique), 1889
  • Elementos de Histología, etc. (Elements of histology, etc.), 1897 
  • Manual de Anatomía patológica general (Manual of general pathological anatomy), 1890
  • Les nouvelles idées sur la fine anatomie des centres nerveux (New ideas on the fine anatomy of the nerve centres), 1894
  • Textura del sistema nervioso del hombre y de los vertebrados (Textbook on the nervous system of man and the vertebrates), 1897-1899
  • Die Retina der Wirbelthiere (The retina of vertebrates), 1894