เฮอร์นัน คอร์เตส (Hernán Cortés de Monroe y Pizarro Altamirano)
ทหารสเปนผู้ทำลายอาณาจักรแอซเท็ค (Aztec Empire)
คอร์เตส เกิดในปี 1485 ในหมู่บ้านเมเดลลิน (Medellín Castile) ในราชอาณาจักรแคสติล (Kingdom of Castile) ปัจจุบันอยู่ในประเทศสเปน  พ่อของเขาชื่อมาร์ติน (Martín Cortés de Monroy) และแม่ชื่อแคเธอรีน่า (Catalína Pizarro Altamirano) คอร์เตสเป็นลูกพี่ลูกน้องกับฟรานซิสโก้ ปิซาร์โร่ (Francisco Pizarro González) ผู้ที่บุกอาณาจักรอินคา (Inca Empire)
1499 ตอนอายุ 14 คอร์เตส ถูกส่งไปเรียนภาษาลาตินกับลุงของเขาชื่อซาลามันก้า (Salamanca)
1501 เขากลับไปอยู่ที่บ้านที่เมเดลลิน ก่อนที่จะสมัครเข้าร่วมกับกองเรือที่จะส่งไปเม็กซิโก ร่ามญาติห่างๆ ของเขาชื่อนิโคลัส โอวันโด (Nicolas de Ovando) ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการของฮิสปาลิโอล่า (Governor of Hispaniola) เกาะซึ่งอยู่ระหว่างเฮติกับโดมินิกัน แต่ว่าคอร์เตสล้มป่วยก่อนที่จะออกเดินทา ง ทำให้เขาพลาดโอกาสในการไปอเมริกาครั้งนี้ ซึ่งหลังจากหายป่วยเขาได้ใช้เวลาเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในสเปนแทน
1504 ได้เดินทางไปยังฮิสปาลิโอล่า โดยได้โดยสารมากับเรือซึ่งมีอลอนโซ่ กินเตโร่ (Alonso Quintero) เป็นผู้บังคับการเรือ 
เมื่อมาถึงซานโต โดมิงโก้ (Santo Domingo) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของฮิสปาลิโอล่าแล้ว คอร์เตสได้ลงทะเบียนเป็นพลเมือง และได้รับการจัดสรรที่อยู่และที่ดินสำหรับทำกิน  ซึ่งไม่นานนิโคลัส โอวันโด ซึ่งเป็นผู้ว่าการฮิสปาลิโอล่า ได้แต่งตั้งคอร์เตสให้เป็นผู้ดูและเขตเมืองอะซัว (Azua de Compostela)
1506 คอร์เตสได้ร่วมในการรบเพื่อขายดินแดนอาณานิคมเพิ่มขึ้นในเกาะฮิสปาลิโอล่าเองและขยายไปยังคิวบาด้วย ซึ่งทำให้เขาได้รับการตอบแทนเป็นที่ดินและทาสชนพื้นเมืองจำนวนหนึ่ง
1511 คอร์เตสร่วมในทีมของดิเอโก้ คูเอลลาร์ (Diego Velazquez de Cuéllar) ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยของนิโคลัส โอวันโด ได้ร่วมกับออกเดินทางไปพิชิตดินแดนคิวบา  ซึ่งเมื่อการรบกับชนพื้นเมืองเพื่อเอาดินแดนประสบความสำเร็จ ดิเอโก้ คูเอลลาร์ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการของดินแดนสเปนใหม่ (Governor of New Spain) โดยที่คอร์เตสได้ทำหน้าที่เป็นเสมียรในงานด้านการคลัง ดูแลภาษีที่จะต้องส่งให้กับสเปน และต่อมาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขาของดิเอโก้ คูเอลลาร์ ด้วย
1518 ได้รับแต่งตั้งจากนิโคลัส โอวันโดให้เป็น Captain-General ในภาระกิจในการช่วยเหลือจวน ดิ กริจัลว่า (Juan de Grijalva) ในการตั้งอาณานิคมใหม่ในแผ่นดินทวีปอเมริกาซึ่งมีข่าวลือบริเวณนั้นมีแร่เงินและทองคำอยู่มาก  
ช่วงเวลานี้เขาพบรักกับคาตาลิน่า ซัวเรซ (Catalina Xuárez) ซึ่งเป็นน้องสะใภัของนิโคลัส โอวันโด  
เมื่อเดินทางมาถึงแผ่นดินใหญ่ทวีปอเมริกา  บริเวณเม็กซิโก เขาและลูกเรือได้ตั้งเมือง Cruz ขึ้นมา หลังจากนั้นเชื่อกันว่าคอร์เตสได้ตัดสินใจสั่งให้เผาเรือทั้งหมดที่เขาและลุกเรือใช้เดินทางมา เหลือไว้เพียงลำเดียวที่ส่งกลับไปยังเสปนเพื่อถวายรายงานให้กับกษัตริย์ชาร์ลแห่งสเปน เหตุผลที่เชื่อกันว่าคอร์เตสต้องทำลายเรือทิ้งเป็นเพราะเขากลัวว่าลูกเรือของเขาจะหนีกลับและไม่กล้าในการต่อสู้กับชนพื้นเมือง โดยเฉพาะเมื่อคอร์เตสได้ถูกเชิญจากทูตชาวแอสเทค (Aztec Empire) ห้าคน ให้เดินทางไปยังเมืองเตนอชติตลัน (Tenochtitlan) เมืองหลวงของแอสเทค เพื่อเข้าเฝ้ากับจักรพรรดิมอนเตซุม่า (Montezuma)
กุมภาพันธ์, ดิเอโก้ คูเอลลาร์ แต่งตั้งคอร์เตสให้เป็นผู้บัญชาการทีมสำรวจที่เข้าไปในเม็กซิโก  แต่ว่าก่อนที่คอร์เตสจะออกเดินทางไม่นาน ดิเอโก้ คูเอลลาร์ ก็เปลี่ยนใจและยกเลิกคำสั่งนั้นเสีย แต่ว่าคอร์เตสเพิกเฉยและยังคงออกเดินทางไปในเม็กซิโกอยู่ดี 
กองเรือของคอร์เตสซึ่งมีเรือ 11 ลำมาหยุดอยู่ที่ไตรนิแดด,คิวบา (Trinidad, Cuba) อยู่พักหนึ่ง เพื่อหาแรงงานรับจ้างและทาส
ต่อมาเรือของคอร์เตสได้มาหยุดบริเวณคาบสมุทรยุคาตาน (Yucatan Peninsula) ในเม็กซิโก ซึ่งขณะนั้นเป็นเขตของชาวมายา (Maya)  ซึ่งที่นี่คอร์เตสได้พบกับนักบวชชื่อเกโรนิโม่ เดอ เอกีลาร์ (Geronimo de Aguilar) ชาวสเปนซึ่งถูกชาวมายาจับตัวเอาไว้หลังจากที่เรือที่เขาโดยสารมาอับปาง แต่ว่าต่อมาเอกีลาร์หนีออกมาได้ จึงได้พบกับคอร์เตส … เอกีลาร์นั้นได้เรียนรู้ภาษาอคาลัน (Acalan) ของชาวมายาระหว่างที่ถูกจับตัวไว้ด้วย
มีนาคม, คอร์เตสประกาศตั้งดินแดนของสเปนในเม็กซิโก และต่อมาคณะของเขาเดินทางเข้าไปยังทาบัสโค่ (Tabasco) แต่ว่าต้องเผชิญกับการต่อต้านจากชนพื้นเมืองนาฮัว (Nahua)  แต่ว่าที่นี่เขาก็ได้รู้จักกับมิลินเช (La Malinche) หรือโดน่า มาริน่า (Dona Marina) หญิงชาวพื้นเมืองนาฮัวที่ต่อสู้กับเขา มิลินเชนั้นสามารถพูดได้ทั้งภาษาอคาลันและภาษานาฮัว (Nahuatl) ต่อมาเธอมีความสัมพันธ์กับคอร์เตสและให้กำเนิดลุกชายของเขาชื่อมาร์ติน (Martin)  คอร์เตสนั้นใช้มิลินเชเป็นล่ามในการสื่อสารกับชาวแอ๊ชเท็ค 
1519 เมษายน, ณ. เมืองซาน จวน เดอ อุลอา (San Juan’s de Ulua)  คอร์เตสได้พบกับเตนไดล์ (Tendile) และปิตาลปิโตกี (Pitalpitoque) เจ้าหน้าระดับสูงของทางฝ่ายแอ๊ชแท็ค
18 พฤษภาคม, คอร์เตสตั้งเมือง เวรา ครูส (Villa Rica de la Vera Cruz) เป็นดินแดนอาณานิคมของสเปนในเม็กซิโก ซึ่งเขาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองเมืองและขึ้นตรงกับกษัตริย์สเปน
สิงหาคม, คอร์เตสนำกองทัพราว 600 นาย เดินทางไปยังเตนอชติตลัน (Tenochtitlan) เมืองหลวงของแอ็ชแท็ค
ตุลาคม, เดินทางมาถึงโชลุลา (Cholula) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองในเม็กซิโก ซึ่งกองทหารสเปนของคอร์เตสสังหารหมู่ผู้คนไปจำนวนมากและเผาทำลายเมืองไปกว่าครึ่ง 
8 พฤศจิกายน, ได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิมอคเตซุม่า ที่ 2 แห่งแอ๊ชแท็ค (Moctezuma II, Aztec Empire) ซึ่งจักรพรรดิมอคเตซูม่า รู้ว่ากองทัพของเขาอ่อนแอกว่าสเปนมากจึงไม่ได้ทำการต่อต้าน แต่ว่าให้การต้อนรับคณะของคอร์เตสเป็นอย่างดีพร้อมกับมอบทรัพย์สมบัติจำนวนมากให้กับสเปนด้วย แต่ว่าคอร์เตสได้จับตัวจักรพรรดิมอคเตซูม่าขังเขาไว้ภายในพระราชวังเป็นตัวประกัน และปกครองแอ็ชแท็คโดยใช้จักรพรรดิมอคเตซูม่าเป็นหุ่นเชิด
1520 ดิเอลโก้ คูเอลลาร์ ได้แต่งตั้งทีมสำรวจขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง นำโดยฟานฟิโล่ เดอ นาร์เวซ (Pánfilo de Narváez) เพื่อจับตัวคอร์เตส
เมษายน, กองทหารที่นำโดยฟานฟิโล่ เดอ นาร์เวชเดินทางมาถึงเม็กซิโก และต่อสู้กับฝ่ายของคอร์เตส   ซึ่งคอร์เตสได้ถอนทหารออกมาจากเตนอชติตลัน เหลือไว้เพียง 200 นาย เพื่อต่อสู้กับฟานฟิโล่ เดอ นาร์เวซ และทหารของคอร์เตสสามารถเอาชนะได้ 
พฤษภาคม, แต่ว่าระหว่งที่คอร์เตสต่อสู้กับฟานฟิโล่ เดอ นาร์เวชอยู่นั้น  นายพันเปโดร เดอ อัลวาราโด (Pedro de Alvarado) ซึ่งคอร์เตสสั่งให้เฝ้าเมืองหลวงเตนอชติตลันเอาไว้นั้น ได้ทำการสั่งหารหมู่ชาวแอ๊ชแท็ค (massacre in the Great Temple) จนทำให้ชาวแอ็ชแท็คก่อการจราจรเพื่อประท้วง
1 กรกฏาคม, จักรพรรดิมอคเตชุม่า ถูกปลงพระชนษ์ ซึ่งสาเหตุการสวรรค์ ทางสเปนบอกว่าประชาชนชาวแอ๊ชแท็คสังหารพระองค์ด้วยการปาหินเข้าใส่ ขณะที่ชาวแอ๊ชแท็คเล่าว่าทหารสเปนเป็นผู้สังหารพระองค์
เมื่อคอร์เตสกลับมาถึงเตนอชติตลันเขาไม่สามารถควบคุมสถานะการณ์ให้สงบได้ จีงได้พาทหารสเปนหนีกลับออกจากเมืองมา
7 กรกฏาคม, (Battle of Otumba) การต่อสู้กับชาวแอ็ชแท็คที่โอตัมบา ทำให้สเปนเสียทหารไปเกือบร้อยนาย
1521 พฤษภาคม, (Siege of Tenochtitlan) คอร์เตสใช้กลยุทธ์การปิดล้อมเมือง เพื่อเอาชนะชาวแอ็ชแท็ค โดยใช้เวลาสองเดือนในการปิดล้อม ซึ่งทำให้ชาวแอ็ชแท็ค 40,000-240,000 คนต้องเสียชีวิต ทั้งจากการรบ อดอาหาร และการระบาดของโรคฝีดาษ 
13 สิงหาคม, อาณาจักรแอ็ชแท็คล่มสลาย และคอร์เตสประกาศให้แอ็ชแท็คเป็นดินแดนของสเปน  และเมืองหลวงเตนอชติตลันซึ่งถูกทำลายย่อยยับ ถูกเปลี่ยนขื่อใหม่เป็นเม็กซิโก ซิตี้ (Mexico City)
1522 คาตาลิน่า ชัวเรซ ภรรยาของคอร์เตสเดินทางมาถึงเม็กซิโก เขาทั้งคู่ไม่มีลูกด้วยกัน และคาตาลิน่า ชั่วเรซ เสียชีวิตอย่างปริศนาในคืนวันที่ 1 พฤศจิกายน
1524 คอร์เตสประกาศใช้ระบบ Encomienda ระบบการใช้แรงงานและทาสในเม็กซิโก้
พฤษภาคม, ฟรานซิสโก้ เดอ วาเลนเซีย (Martin de Valencia) มิสชันนารีจากสเปน และคณะ (Twelve Apostles of Mexico) ถูกส่งมาเม็กซิโก ตามฏีกาของคอร์เตสเพื่อให้มาช่วยเปลื่ยนชาวพื้นเมืองให้เป็นคริสต์
1524 นำกองทหารเดินทางไปสำรวจฮอนดูรัส (Honduras)  แต่ว่าระหว่างทางคริสโตบัล เดอ โอลิด (Cristobal de Olid) ทหารที่เขาแต่งตั้งเป็นหัวหน้าทีมสำรวจได้ประกาศตัวเองและทีมของเขาเป็นอิสระจากอำนาจของคอร์เตส
1526 คอร์เตสสร้างวังของตัวเองขึ้นในเมืองคัวร์นาวาค่า (Cuernavaca)   ชื่อ Palace of Cortès ห่างจากเมืองหลวงไปราว 50 กิโลเมตร
กรกฏาคม, ไม่กี่วันก่อนที่คอร์เตสจะกลับมาจากการเดินทางสำรวจฮอนดูรัส หลุยส์ ปอนเซ่ เด ลีออง (Lous Ponce de Leon) ซึ่งได้รับอำนาจจากสเปนให้มาดูแลดินแดนสเปนใหม่ ได้ยุติอำนาจปกครองของคอร์เตส แต่ว่าไม่กี่วันหลุยส์ ปอนเซ่ ก็เสียชีวิต และได้แต่งตั้งมาร์คอส เดอ อกิลาร์ (Marcos de Aguilar) ให้ทำหน้าที่แน่น ซึ่งเขาก็เสียชีวิตในเวลาไม่นาน แต่ก็ได้แต่งตั้งอลอนโซ่ เดอ เอสตราด้า (Alonso de Estrada) ในทำหน้าที่ปกครองเม็กซิโกนี้แทน 
1528 เดินทางกลับไปสเปน เพื่อถวายฏีกาต่อพระเจ้าชาร์ล
1529 ได้รับแต่งตั้งเป็นมาร์กีส (Marquis of the Valley of Oaxaca) และได้รับคำนำหน้า Don แต่อย่างไรเขาก็ไม่ได้รับอำนาจในการปกครองเม็กซิโกคืนมา
แต่งงานกับโดน่า จับน่า เดอ ซูนิก้า (Dona Juana de Zúñiga) ซึ่งพวกเขามีลูกด้วยกันสามคน ชื่อ มาร์ติน (Martin) , โดน่า มาเรีย (Dona Maria) , โดน่า คาตาลิน่า (Dona Catalina) , ดูดน่า จัวน่า (Dona Juana) 
1530 เดินทางกลับเม็กซิโก โดยไม่ได้มีอำนาจบริหารใดๆ แต่มีสิทธิมีกำลังทหารไว้จำนวนหนึ่งและสามารถออกเดินทางสำรวจดินแดนได้ แต่ว่าคอร์เตสใช้เวลาที่เหลือเหมือนอยู่ในวัยเกษียณแล้ว เขาได้เหมืองแร่เงินสามสี่แห่งมาไว้ในการดูแล และใช้เวลาออกเดินทางสำรวจชายฝั่งแปซิฟิก
1541 เดินทางกลับสเปน และได้ร่วมกับกองเรือที่นำโดยแอนเดรีย โดเรีย (Andrea Doria) ที่จะไปรบกับชาวอัลเจียร์ (Algiers) บริเวณชายฝั่งบาร์บารี (Barbary Coast) ทางเหนือของอัฟริกา ซึ่งเป็นดินแดนของอ๊อตโตมัน (Ottoman Empire) แต่ว่าเรือของคอร์เตสอับปงและเขาพาตัวเองกลับมาสเปนได้

1547 2 ธันวาคม, เสียชีวิตที่เมืองคาสติลเลจา, เซวิลล์ (Castilleja de la Cuesta, Seville)